## บทนำ: ััแรกในห้องลองเสื้อ (The Dressing Room Intruder)
สำหรับคนทั่วไป ‘ใยไหม’ หรือ มนัสวี (อายุ 21 ปี) คือนักศึกษาชั้นปีที่สาม ภาควิชาชีวเคมีพืชสมุนไพร คณะวิทยาศาสตร์ ผู้มีใบหน้าหวานจิ้มลิ้ม น่ารัก และอ่อนหวาน ทว่าเื้ัความสดใสนั้น เธอมีความลับสองประการที่ต้องเก็บซ่อนไว้
ประการแรกคือเธอมีโรคประจำตัวร้ายแรงเกี่ยวกับระบบไหลเวียนโลหิตและโรคกล้ามเนื้อหัวใจบีบตัวผิดปกติ (Circulatory & Cardiomyopathy Disorder) มาแต่กำเนิด ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อระบบฮอร์โมนเพศและทำให้ผนังมดลูกของเธอหนาตัวผิดปกติจนต้องพบแพทย์อยู่เสมอ และประการที่สอง... ยาที่เธอใช้ควบคุมอาการไม่ให้หัวใจล้มเหลวในทุกวันนี้ ไม่ใช่ยาปฏิชีวนะราคาแพงจากต่างประเทศ แต่เป็ **'สูตรยาสมุนไพรสกัดบริสุทธิ์เฉพาะตัว'** ที่เธอแอบปรุงและวิจัยเองในห้องแล็บลับของมหาวิทยาลัย โดยอาศัยสมุดบันทึกวิจัยที่ ดร. มนตรี พ่อของเธอที่เสียชีวิตอย่างมีเงื่อนงำทิ้งไว้ให้ก่อนตาย
ในเวลาเดียวกัน นพ. อัครวินท์ เฉิน หรือ หมอวิน แพทย์สูตินรีเวชอัจฉริยะมือหนึ่งของโรงพยาบาลหรูเซนต์เบเนดิกต์ ผู้หล่อเหลาและร่ำรวยระดับแสนล้าน เบื้องหน้าเขาคือแพทย์ผู้อ่อนโยน สุภาพ และมีจรรยาบรรณวิชาชีพสูงส่ง แต่เื้ัหน้ากากนั้น เขาคือ "วินเซนต์" หัวหน้าแก๊งัทมิฬ (Black Dragon) มาเฟียสายโหดที่กุมอำนาจโลกมืดฝั่งเอเชีย วินเซนต์พยายามออกตามหาทายาทของดร. มนตรี (อดีตนักวิจัยหลักของแก๊ง) มาโดยตลอดเพื่อปกป้องเธอจากแก๊งศัตรูอย่างพยัคฆ์ขาว และเพื่อชดเชยหนี้ชีวิตในอดีต
ทว่า โชคชะตากลับเล่นตลกให้ทั้งสองโคจรมาพบกันเป็ครั้งแรกในสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน...
บ่ายวันหยุด ณ ห้องลองเสื้อวีไอพีของร้านเสื้อผ้าแบรนด์หรูในห้างสรรพสินค้าเอ็มโพเรีย ลุกซ์ ใยไหมยืนหมุนตัวอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่เพื่อสำรวจชุดเดรสผ้าไหมซาตินสายเดี่ยวเปิดหลังสีน้ำเงินเข้ม (Midnight Blue) ที่ต้องใส่ไปงานกาล่าวิชาการ แผ่นหลังเนียนละเอียดขาวผุดผ่องตัดกับสีเข้มของเดรสอย่างงดงาม ทว่าเธอกลับรู้สึกขัดเขินและตื่นตระหนกเมื่อจู่ ๆ ได้ยินเสียงฝีเท้าวิ่งสับสนอลหม่านและเสียงก่นด่าอันตรายดังขึ้นที่นอกร้าน หัวใจของเธอเริ่มเต้นรัวเร็วและบีบรัดตัวจนเจ็บแปลบที่อกซ้าย
*แกรก!*
ประตูห้องลองเสื้อถูกสะเดาะล็อกอย่างรวดเร็ว ร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มคนหนึ่งในชุดสูทสีเทาเข้ม (Charcoal Grey) พุ่งแทรกตัวเข้ามาด้านในและล็อกประตูกลับอย่างเงียบเชียบ
"อุ๊ย! คุณ..."
ก่อนที่ใยไหมจะทันกรีดร้อง มือหนาภายใต้ถุงมือหนังเนื้อนุ่มก็เอื้อมมาปิดปากเธอไว้แน่น ร่างกำยำดันร่างบางให้ถอยร่นไปเบียดกับกระจกเงาบานใหญ่ แผ่นหลังเปลือยเปล่าััได้ถึงความเย็นะเืของกระจก ขณะที่ด้านหน้าถูกบดเบียดด้วยอกกว้างอุ่นร้อนแกร่งราวกับแผ่นหิน
"เงียบ... ถ้ายังไม่อยากตาย"
น้ำเสียงทุ้มต่ำและพร่ากระซิบแนบชิดใบหูมน กลิ่นอายป่าฝนชื้นและไม้ซีดาร์ผสมกลิ่นดินปืนจาง ๆ จากตัวเขาทำเอาหัวใจของเธอแทบหยุดเต้น ใยไหมเบิกตากว้างจ้องมองภาพสะท้อนในกระจก ใบหน้าของเขาหล่อเหลาคมคายแต่อันตรายอย่างร้ายกาจ ดวงตาเรียวคมกริบสีดำสนิทจับจ้องมองเธอผ่านกระจกเงา
ร่างกายของทั้งคู่แนบชิดกันจนเดรสไหมซาตินบางเบาที่ไร้บราเซียขวางกั้นเสียดสีบดเบียดกับอกแกร่งของเขาจนเกิดความรู้สึกวาบหวามแล่นพล่าน วินเซนต์ชะงักไปเมื่อได้กลิ่นกายของคนใต้ร่าง มันคือกลิ่นหอมสะอาดของมะลิป่าสกัดซึ่งเป็กลิ่นเฉพาะของสูตรยารักษาโรคหัวใจที่ดร. มนตรีเคยวิจัย! ดวงตาของมาเฟียหนุ่มเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เขารู้ทันทีว่าเด็กสาวกึ่งเปลือยในอ้อมกอดนี้คือ 'ใยไหม' ทายาทของดร. มนตรีที่เขาตามหามานานหลายปี
มุมปากหยักลึกยกยิ้มอันตราย เมื่อเห็นคนตัวเล็กดิ้นรน เขาก็จงใจบดเบียดสะโพกเข้าหาบั้นท้ายงอนงาม ดันให้ปืนพกเหล็กสีดำที่เหน็บอยู่ตรงเอวกดทับหน้าขาของเธอผ่านเนื้อผ้าบางเบา ใยไหมตัวสั่นด้วยความกลัวและเสียวซ่าน เธอตัดสินใจอ้าปากงับลงบนฝ่ามือหนาที่ปิดปากเธออยู่สุดแรง!
"ซี้ด..." วินเซนต์ครางแ่ในลำคอ แต่กลับชอบใจในความพยศ เขายอมผ่อนแรงมือออกเล็กน้อย แต่นิ้วโป้งอุ่นร้อนกลับสอดแทรกเข้าไปบดคลึงเรียวลิ้นและริมฝีปากล่างของเธอจนเจ่อแดงเพื่อลิ้มรสหวานของเธออย่างป่าเถื่อนทว่าลุ่มลึก
"เด็กดื้อ... กล้ากัดผมงั้นเหรอ?" วินเซนต์กระซิบเสียงพร่า ขณะที่ภายนอกมีเสียงลูกน้องของเขาเคลียร์พื้นที่เสร็จสิ้นแล้ว มาเฟียหนุ่มจำใจต้องปล่อยมือ เขาใช้นิ้วเรียวไล้ผ่านลำคอระหงลงไปยังเนินอกอวบอิ่ม ทิ้งรอยััอุ่นร้อนไว้ราวกับตราประทับ
"ผมต้องไปแล้ว ยัยหนูพืชสมุนไพร... ถือว่าเป็ค่ามัดจำนะ"
วินเซนต์ถอดกระดุมข้อมือทองคำสลักตัวอักษรย่อ **"V"** ข้างหนึ่ง วางมันลงบนโต๊ะเครื่องแป้งข้างกระจก ก่อนจะเปิดประตูและหายตัวไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ใยไหมทรุดลงกับพื้น หายใจหอบสะท้านและกำกระดุมทองคำข้างนั้นไว้แน่นด้วยความสับสนและหวาดกลัว