บทที่ 6 ชายผู้โดนดูถูกเหยียดหยาม พาร์ท 3
ไม่นานทุกคนก็มาพร้อมหน้ากันตรงตำแห่นงเดิมที่พวกเขาทิ้งอาเรียไว้โดยสแลชนั้นกลับมาเป็คนแรกสิ่งประหลาดที่อาเรียเห็นจากสแลชก็คือดวงตาเขาเป็สีฟ้าอยู่ชั่วขณะก่อนที่จะกลับเป็สีน้ำตาลตามเดิมคาดว่าน่าจะเป็ผลมาจากทักษะบางอย่าง คีนและแชลเทียร์ก็ทยอยกลับมาตามลำดับ
นี่เป็เพียงโซนแรกและศัตรูกลุ่มแรกเท่านั้นศัตรูเหล่านี้ยังเป็เพียงศัตรูระดับต่ำเป็เพียงแค่พวกกินซากในพีระมิดของห่วงโซ่อาหาร แต่เพียงแค่พวกกินซากที่อ่อนแอที่สุดก็แข็งแกร่งมากพอที่พวกเขาจะต้องระมัดระวัง
ดันเจี้ยนดังกล่าวนั้นยังมีคุณลักษณะใกล้เคียงกับปราสาทและถ้ำเช่นเดียวกับปราสาทของจักรพรรดิัในอดีตด้วยเหตุนี้ดันเจียนแห่งนี้จึงถูกแบ่งออกเป็หลายโซนและโซนสุดท้ายที่เป็ห้องบอสก็ควรจะเป็ท้องพระโรงหลัก
หลังจากที่ทีมรวมตัวกันครบพวกเขาก็เลือกที่จะก้าวเข้าสู่โซนถัดไปในตอนนี้หลังจากที่ผ่านโซนแรกมาพวกเขาก็ได้พบกับพื้นที่โล่งกว้างหากเปรียบเทียบกับเมื่อตอนที่มันยังเป็ปราสาทโซนนี้ก็เหมือนกับสวนพฤกษาที่ถูกจัดแต่งอย่างงดงามในวังอย่างไรก็ตามตอนนี้มันกลายสภาพเป็เหมือนสุสานขนาดใหญ่แทน
เหล่าผู้คนของราชวงศ์ันั้นทุกคนล้วนมีสายเืของัไหลอย่ในตัวไม่มากก็น้อยและมีเพียงชนชั้นที่มีสายเืของัเท่านั้นถึงจะสามารถเข้ามาภายในปราสาทของจักรพรรดิัได้
พวกที่มีความเข้มข้นของเืและความสามารถต่ำก็จะกลายเป็คนรับใช้ภายในวังและพวกที่แข็งแกร่งขึ้นมาหน่อยก็จะได้รับบรรดาศักดิ์ที่สูงขึ้นตามลำดับเหล่าหญิงสาวเองก็ถูกแบ่งตามความงามและความสามารถเพื่อเข้าสู่ฮาเร็มของจักรพรรดิัและแน่นอนสาวๆพวกนี้เองก็ต้องมีสายเืัด้วยและพวกเธอก็มักจะอาศัยอยู่ตามสถานที่ที่รื่นรมและสวยงามเช่นสวนดอกไม้เห่านี้
และเนื่องด้วยพวกเธอเองก็มีสายเืัหลังจากที่นักบุญดับตะวันสังหารจักรพรรดิัโดยใช้เวทมนตร์ปราบั มันทำให้พวกเธอนั้นโดนลูกหลงไปด้วยและในสภาพของสวนดอกไม้ที่กลายเป็สุสานเช่นนี้อสูรที่สามารถพบได้ก็คือแม่มดที่กลายสภาพมาจากพวกเธอ
หลังจากที่พวกเธอตายจากเวทสังหารัด้วยพลังเวทที่ล้นเหลือพวกเธอถูกสร้างขึ้นอีกครั้งด้วยคำสาปแบล็คเคิร์ส ด้วยเวทย์มนที่ตกค้างอยู่ในพื้นที่นี้ทำให้บอสนั้นได้เลือกที่จะทำลายเวทปราบัที่ยังคงตกค้างโดยเปลี่ยนมันให้กลายเป็อสูรกายแทนและพลังเวทที่ถูกหล่อเลี้ยงเวทปราบันั้นก็จะค่อยๆสลายไปพร้อมกับอสูรกายตัวใหม่ที่ปรากฏขึ้นนั่นคือที่มาของดันเจี้ยนแห่งนี้
และด้วยความที่พวกมันเกิดจากการสลายเวทมนตร์ทำให้เหล่าอสูรกายที่อยู่ในเจี้ยนนั้นกลายเป็สัตว์อสูรที่มีแกนเวทมนตร์อยู่ในตัวด้วยเช่นกัน ซึ่งแตกต่างจากอสูรที่เกิดจากคำสาปโดยทั่วไปที่ควรจะสะสมแกนโลหิตในร่างกาย
แม่มดนั้นเป็อสูรรูปร่างน่าเกลียดพวกเธอคล้ายซากศพแห้งๆของหญิงสาวและลอยไปลอยมาอยู่เหนือพื้นเมื่อทีมของสแลชเข้ามาในโซนนี้มันก็เป็การกระตุ้นความสนใจของเหล่าแม่มดในทันที
เพวกแม่มดเริ่มบทสวดบางอย่างหลังจากที่พวกมันเห็นกลุ่มของสแลชเข้ามาพวกมันนั้นเป็นักเวทดังนั้นจึงมีจุดอ่อนใหญ่ไม่ต่างจากนักเวทอื่นๆคือพวกมันนั้นร่ายเวทอย่างเชื่องช้าและร่างกายเปราะบาง
ไม่เหมือนครั้งแรกเด็กๆไม่ได้เร่งรีบหรือกระตือรือร้นที่จะโจมตีแม่มดเหล่านี้แต่พวกเขาหันมาหาสแลชแทน เพื่อรอการตัดสินใจของเขา
“คีนเ้าใช้การโจมตีระยะไกลเป็หลักหรือเปล่า??”สแลชหันไปหาเด็กชายสวมหน้ากาก และเด็กชายสวมหน้ากากคนนั้นก็พยักหน้าเป็คำตอบ
“ดี งั้นเ้าใช้การโจมตีระยะไกลของเ้าคอยเล็งเป้าหมายไปที่พวกแม่มดที่กำลังร่ายมนต์พยายามเล็งไปที่ศูนย์รวมเวทมนตร์ขณะร่ายของพวกมันแชลเทียร์เธอต้องจัดการศัตรูตัวอื่นๆกับฉัน..หากเกิดเหตุการณ์คับขันขึ้นอาเรียเธอสามารถช่วยเหลือคนอื่นๆได้” สแลชออกคำสั่งั์ตาของเขากลายเป็สีฟ้าเมื่อยามที่เขาออกคำสั่งจนกระทั่งเขาออกคำสั่งทั้งหมดเสร็จนัยตาของเขาถึงกลับมาเป็สีน้ำตาลเข้มเช่นเดิมคีนดึงหน้าไม้อันโตออกมาจากกระเป๋าของเขาทันทีและเริ่มเล็งไปที่พวกแม่มดแชลเทียร์แม้จะยังคงสับสนเล็กน้อยกับคำสั่งที่เธอได้รับแต่เธอก็ยกดาบขึ้นเป็การพร้อมรบทันที
คีนนั้นเป็ผู้สืบทอดของแมนติสเช่นเดียวกับอาจารย์ไม่มีใครทราบความสามารถที่แท้จริงของเขาแต่อาจารย์ของเขาเคยกล่าวเื่หนึ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจและเป็เหตุผลที่ทำให้เขามุ่งมั่นที่จะทำตามคำสั่งของสแลชในตอนนี้
อาจารย์เคยกล่าวถึงนักล่าบางคนที่มีตาเป็สีฟ้าและชายคนนั้นคือสุดยอดของคลาสนักล่าแมนติสเคยชื่นชมชายคนดังกล่าวว่าเป็คนที่แข็งแกร่งและน่ากลัวอย่างไรก็ตามเพราะบางอย่างเกิดขึ้นทำให้เขาเลือกที่จะทิ้งหน้าไม้และลูกดอกและเริ่มต้นการฝึกใช้มีดแทน
ในอดีตคีนคิดว่ามันเป็เพียงเื่เล่าที่ถูกแต่งขึ้นมาเพื่อให้เขามุ่งเน้นไปที่การใช้การโจมตีระยะไกลในคลาสนักล่าเพราะคีนเคยตามสืบหาชายที่ตาสีฟ้า แต่ก็ไม่มีใครเลยสักคนที่มีตาสีดังกล่าว
แต่ตอนนี้มันต่างออกไปมันไม่ได้เป็แค่เื่เล่า ตาสีฟ้านั้นเป็ทักษะบางอย่างเขาไม่รู้ว่ามันมีความสามารถอะไร แต่อย่างไรก็ตามเหมือนว่ามันจะเป็สุดยอดทักษะที่แม้แต่อาจารย์ของเขายังรู้สึกชื่นชมและคนที่อาจารย์ของเขากล่าวถึงคือชายที่อยู่ตรงหน้านี่เองเขาไม่แปลกใจเลยที่อาจารย์เลือกที่จะส่งเขามาทำภารกิจดังกล่าวแม้ว่ามันจะเสี่ยงมากๆ
ทันทีที่ลูกดอกถูกปล่อยจากคันรั้งลูกดอกที่รวดเร็วและรุนแรงก็พุ่งเข้าหาแม่มดตัวหนึ่งที่กำลังร่ายเวทอยู่อย่างรวดเร็วแต่ก่อนที่ลูกดอกจะปักเข้าใส่แม่มดเ่าั้ก็มีอสูรตัวอื่นโผล่จากพื้นดินขึ้นมาขวางเสียก่อน
หน้าตาของอสูรดังกล่าวนั้นไม่ตางไปจากศพพวกมันคือซอมบี้ที่ถูกวางไว้ปกป้องเหล่าแม่มดในขณะร่ายมนตร์มันมีความต้านทานทั้งด้านกายภาพและเวทมนตร์สูง มีพลังโจมตีสูง ข้อเสียของมันมีเพียงความเชื่องช้าที่ช้ามากและไม่สามารถใช้ทักษะอะไรได้เลยดังนั้นมันจึงมักถูกจัดในระดับเดียวกับกูลแม้ว่าพวกซอมบี้จะแข็งแกร่งกว่าอย่างมากก็ตาม
เหล่าซอมบี้โผล่ขึ้นมาเท่ากับจำนวนของแม่มดพอดีนั่นคือสิบห้าตัวดังนั้นมันควรจะเป็การป้องกันแบบประกบหนึ่งต่อหนึ่งแชลเทียร์และสแลชจึงพุ่งไปจัดการกับซอมบี้ทันที
ในขณะนั้นเองมีแม่มดบางตนที่ร่ายมนตร์เสร็จพวกมันจึงเลือกที่จะโยนไปใส่ที่คีนที่เป็ตัวปัญหาหลักอย่างไรก็ตามก่อนที่เวทมนตร์สีดำจะได้ัักับคีนก็มีโล่ใสป้องกันเวทย์พวกนั้นไว้ก่อนเป็อาเรียนั่นเอง
“คีนนายต้องระวังตัวเองให้มากกว่านี้ เป็นักล่าสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเอาตัวรอดถ้าป้องกันไม่ได้ก็แค่หลบนั่นแหละมันถึงเป็เหตุผลให้นักล่าเลือกใช้อาวุธระยะไกล”สแลชกล่าว เขายังไม่ไปถึงซอมบี้แต่การโจมตีทางเวทมนตร์นั้นก็ถูกปลดปล่อยออกมาซะก่อนนั่นทำให้เขาต้องหยุดชะงักไปสักพัก
หลังจากนั้นเวทมนตร์อื่นๆของแม่มดก็เริ่มร่ายเสร็จเช่นกันมันปลดปล่อยการโจมตีที่รุนแรงและเล็งไปที่ศัตรูทุกคนในสนามรบทั้งสแลชแชลเทียร์และคีนต่างก็ต้องพุ่งหลบกันจ้าละหวั่นมีเพียงอาเรียเท่านั้นที่ไม่ได้หลบหลีกมันก็เข้าใจได้หากเดาจากคลาสของเธอที่มีทักษะในการเคลื่อนที่ต่ำมันก็ไม่แปลกอะไรที่จะหลบหลีกไม่ได้และเลือกที่จะใช้การป้องกันจากโล่เวทแทนอย่างไรก็ตามแม้ว่าเวทมนตร์จะเข้ามาใกล้แต่อาเรียก็ไม่ได้ร่ายเวทมนตร์ป้องกันอะไรเลยจนในที่สุดก็มีชายคนหนึ่งยืนอยู่ตรงหน้าเธอและปัดเวทมนตร์นั้นออกไปด้วยท่อนแขนข้างซ้ายของเขา
เป็คีนนั่นเองแขนข้างซ้ายที่โดนเวทมนตร์ของเขานั้นแทบจะไม่าเ็อะไรเลยเขาสวมอุปกรณ์บางอย่างไว้เป็กำไลแขนด้านซ้ายและดูเหมือนมันจะช่วยป้องกันพวกเขาไว้
คีนประหลาดใจเล็กน้อยเพราะจากความเร็วการร่ายเวทย์ของอาเรียเธอควรจะสามารถร่ายเวทป้องกันได้อย่างรวดเร็วแต่ดูเหมือนว่าเธอไม่ได้ตั้งใจจะร่ายมันเลยนั่นทำให้คีนนั้นต้องมาช่วยป้องกัน
“ขอบคุณค่ะ..”อาเรียกล่าว ในตอนนี้คีนทำเพียงพยักหน้าตอบรับ เขานั้นแอบคิดอยู่ในใจว่าทำไมอาเรียไม่หลบเวทที่ปล่อยเข้าหาเธอแต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้คำตอบอื่นที่สมเหตุสมผลมากไปกว่าเธอมั่นใจในเพื่อนร่วมทีมว่าจะต้องมาช่วยเธอเพราะหากเอาเข้าจริงคีย์หลักของแผนดังกล่าวก็คือเธอนั่นเองและเธอต้องพยายามเซฟพลังเวทของเธอไว้ให้มากที่สุด และเป็เพราะความเหม่อลอยของเขาทำให้เธอต้องใช้เวทอย่างเสียเปล่าไปหนึ่งครั้ง
คนอื่นๆก็มีแนวความคิดที่ใกล้เคียงกับคีนในสถานการณ์นี้อย่างไรก็ตามความจริงนั้นง่ายกว่ามากอาเรียก็แค่ไม่จำเป็ต้องป้องกันเพราะเวทพวกนั้นทำอะไรเธอไม่ได้เธอไม่ได้กลัวว่าจะโอเวอร์โหลดจากการดูดซับเวทพวกนี้เนื่องจากพลังของเวทระดับสูงนั้นไม่พอที่จะทำให้เธอโอเวอร์โหลดได้ต่อให้เธอรับอีกเป็หมื่นครั้งหากเธอจะโอเวอร์โหลดเธอก็แค่ใช้เวทระดับสูงออกไปแค่นี้เธอก็สามารถระบายพลังเวทบางส่วนออกเพื่อรับพลังเวทใหม่ได้อย่างไรก็ตามเนื่องจากไม่มีใครรู้ความลับเื่นี้ทำให้ทุกคนเข้าใจเธอผิดอีกครั้ง
สำหรับอาเรียการที่มีคนมาช่วยเหลือเธอเช่นนี้มันยากเกินไปที่จะบอกกับเขาว่าไม่จำเป็ต้องมาช่วยดังนั้นเธอจึงพูดได้เพียงขอบคุณ และยอมรับความช่วยเหลือแต่โดยดี
หลังจากเวทระลอกแรกที่ปล่อยออกมาเหล่าแม่มดก็กลับไปร่ายเวทกันอีกครั้งและซอมบี้ก็ยังคงยืนเป็เทพอารักขาของเหล่าแม่มดเช่นเคยในตอนนี้เองที่สแลชได้พุ่งเข้าไปจัดการกับเหล่าซอมบี้ที่คอยอารักขาแม่มดนัยตาของเขาเปลี่ยนเป็สีฟ้าอีกครั้งและด้วยมีดสั้นเพียงเล่มเดียวการโจมตีเพียงครั้งเดียว ซอมบี้ก็ถูกฆ่าตายอย่างง่ายดายทำให้ช่องว่างสำหรับการโจมตีเหล่าแม่มดนั้นเปิดออกและคีนก็ไม่พลาดโอกาสที่ดีเช่นดี
ลูกดอกของเขาถูกปล่อยเข้าไปภายในจุดรวมเวทของแม่มดะเิเกิดขึ้นหลังจากนั้นและแม่มดก็ถูกสังหารหลังจากนั้นสแลชก็ยังคงโจมตีซอมบี้ตัวอื่นอย่างต่อเนื่องและคีนเองก็ยังคงจัดการกับแม่มดตัวอื่นๆต่อไปเช่นกันเมื่อแชลเทียร์เห็นสแลชจัดการกับซอมบี้ได้อยางง่ายดายเธอเองจึงกระโจนเข้าใส่ซอมบี้เช่นกันต่างกับสแลชเธอไม่ได้จัดการพวกมันได้ง่ายๆเช่นเดียวกับสแลชควาจริงเธอต้องใช้พลังอย่างมากกว่าที่ซอมบี้หนึ่งตัวจะถูกจัดการนั่นทำห็เธอค่อนข้างประทับใจกับการโจมตีที่ทรงพลังและรวดเร็วของสแลช
ไม่นานทั้งแม่มดและซอมบี้ทั้งหมดก็ถูกจัดการในตอนนี้เวลานับั้แ่ที่พวกเขาเข้ามาในดันเจี้ยนก็ผ่านไปกว่าสี่สิบห้านาทีแล้วดังนั้นพวกเขาจึงต้องเริ่มประชุมวางแผนกันอีกครั้ง
“ข้าคิดว่าพวกเราควรถอยกลับไปตั้งป้องกันคลื่นอสูรที่โซนแรกกันก่อนพวกเ้าคิดว่าไง” สแลชเอ่ยปากถามทุกคน แชลเทียร์และคีนไม่ได้คัดค้านกับข้อเสนอดังกล่าวเพราะเหลือเวลาอีกประมาณสิบห้านาทีเท่านั้นก่อนที่คลื่นอสูรจะถูกส่งออกมาและในพื้นที่ที่เป็โถงกว้างเช่นนี้มันจะทำให้อาเรียต้องสิ้นเปลืองพลังงานมากกว่าในการสร้างโล่ป้องกันให้พวกเขา ดังนั้นจึงเป็เื่ที่ดีกว่าหากจะกลับไปตั้งหลักที่โซนแรก
“บางทีเราแค่ต้องหลบอยู่โซนนี้ก็ได้..”อาเรียกล่าว “ข้าอยากได้แกนเืที่ตกจากพวกซอมบี้นั่น..”
ไม่มีใครในหมู่พวกเขาคาดเดาว่าเธอจะมีข้อเสนอประเภทนี้เพราะคนที่จะมีปัญหานั้นมีเพียงเธอคนเดียวเพราะต้องสิ้นเปลืองพลังเวทมากขึ้นหากต้องตั้งโล่ป้องกันในพื้นที่เปิดโล่งอย่างไรก็ตามมันเหลือเวลาอีกไม่มากมันไม่พอให้เธอมีโอกาสปล้นแกนเืจากศพซอมบี้ดังกล่าวและย้อนกลับไปในโซนแรกเธอจึงตั้งข้อเสนอแบบที่ว่าแทน
“ข้าเข้าใจนะว่าแกนเืมันมีมูลค่าสูงและเป็วัตถุดิบที่สำคัญอย่างไรก็ตามพวกเรา้าสำรองพลังเวทของเ้าให้ได้มากที่สุด”สแลชอธิบายเพิ่มเติม
“ไม่ต้องห่วงข้าสามารถป้องกันทุกๆคนได้เกินกว่าสิบครั้ง”อาเรียยังไม่ยอมถอย แกนเืนั้นเป็วัตถุดิบล้ำค่าสำหรับการแปรธาตุเธอได้สังเกตเห็นว่ามีสูตรการแปรธาตุมากมายที่ต้องใช้แกนเืเป็วัตถุดิบดังนั้นเธอจึงเห็นความสำคัญของมันอย่างมากที่สำคัญแกนเืนั้นค่อนข้างหายากอีกด้วย เธอกลัวว่าหากปล่อยพวกมันทิ้งไว้ที่นี่คลื่นอสูรจะทำลายแกนเืเหล่านี้ไปเสียก่อน
“เ้ามั่นใจกับเื่นี้แค่ไหน”สแลชถามเธออาเรียยังคงยืนยันคำพูดเดิมของเธอทำให้ในที่สุดสแลชก็ต้องยอมตามสิ่งที่เธอ้า
มันเป็ความเห็นแก่ตัวเล็กๆของอาเรียเพราะเธอเป็เพียงคนเดียวที่มีภูมิต้านทานต่อคลื่นอสูรอย่างสมบูรณ์คนอื่นไม่ได้เป็เช่นนั้น
ั์ตาสีฟ้าของสแลชนั้นเป็ทักษะที่เอาไว้ใช้เผยจุดอ่อนของศัตรูนั่นทำให้การโจมตีของเขาต่อพวกซอมบี้นั้นส่งผลย่างรุนแรงอย่างไรก็ตามเขาไม่สามารถรับมือได้เลยกับอสูรเล็กๆหลายล้านตัวดังนั้นสแลชจึงเป็คนที่รับความเสี่ยงสูงสุดจากการตัดสินใจนี้เพราะคนอื่นๆนั้นอย่างน้อยพวกเขาก็มีบางอย่างเพื่อประกันชีวิตตัวเองแต่สแลชไม่
เขากล้าที่จะรับความเสี่ยงเนื่องจากเขามองว่าที่ตัวเองอ่อนแอและพึ่งพาไม่ได้ในอดีตนั้นเพราะเขาเป็คนขี้ขลาดบวกกับฝีมือการใช้อาวุธระยะไกลที่โครตห่วยของเขาทำให้แม้จะมีทักษะที่ดีเลิศอย่างบลูส์อายแต่เขาก็ยังคงอ่อนแออยู่ดีและเมื่ออาเรียยืนยันว่าเธอมีความสามารถที่จะทำแบบนั้นได้อย่างหนักแน่นดังนั้นเขาจึงไม่ถือว่านี่คือการตัดสินใจที่ประมาทแต่มันเป็การตัดสินใจที่กล้าหาญแทนและเริ่มช่วยอาเรียรวบรวมแกนเื
เมื่อแกนเืทั้งหมดถูกรวบรวมครบแล้วทุกคนก็ส่งมันให้กับอาเรียเธอกล่าวขอบคุณจากนั้นจึงรอคอยให้คลื่นอสูรปรากฏออกมาอีกครั้ง
*กราซซซซ*
เสียงอสูรที่คำรามออกมาจากภายในเป็เหมือนสัญญาณการเกิดของคลื่นอสูรอาเรียกางโล่ไฟขนาดใหญ่ครอบคลุมทีมทั้งหมดไว้ภายในมานานภาพของฝูงบินที่เป็ดั่งฝูงตั๊กแตนจากวันสิ้นโลกก็ปรากฏขึ้นพวกมันพุ่งเข้าใส่โล่ของอาเรียราวกับคลื่นั์ที่ซัดชายฝั่ง อย่างไรก็ตามพวกมันดูจะไม่เป็ภัยคุกคามใดๆเลยกับอาเรีย
ที่นักเวทคนอื่นไม่ได้เลือกที่จะทำเช่นนี้นั่นเป็เพราะพวกเขาสามารถร่ายเวทมนตร์เหล่านี้ก่อนเพื่อเป็การป้องกันได้อย่างไรก็ตามการคงสภาพมันหลังจากปะทะกับคลื่นอสูรนั้นต้องใช้พลังเวทมหาศาลทำให้เป็ช่องโหว่ใหญ่ที่คนอื่นๆไม่เลือกที่จะใช้วิธีนี้
ในตอนที่เริ่มวางแผนนั้นพวกเขาคิดว่าอาเรียจะร่ายเวทป้องกันจำนวนมากออกมาหลายๆชั้นซ้อนกันเพราะนั่นคือข้อได้เปรียบหลักที่นักเวทคนอื่นไม่สามารถทำได้จากนั้นจึงเบี่ยงเบนวิถีของคลื่นอสูรอย่างไรก็ตามสิ่งที่เธอแสดงให้เห็นในปัจจุบันนั้นเป็เื่ของพลังล้วนๆ
เธอคงโล่ไฟขนาดใหญ่ไว้และคลื่นอสูรที่ัักับโล่ไฟที่แข็งแกร่งนี้ก็ถูกทำลายลงไปอย่างรวดเร็วไม่นานคลื่นอสูรทั้งหมดก็ผ่านไปและดูเหมือนว่าเธอจะไม่ได้ใช้ความพยายามมากเลยกับเื่ดังกล่าว
ความจริงอีกประการหนึ่งที่ผู้คนรู้แต่มักจะมองข้ามมันก็คือเื่นี้เธอมีพลังเวทมหาศาลอยู่กับตัวซึ่งเื่ดังกล่าวนั้นอาคอนเป็คนยืนยันเองอย่างไรก็ตามเพราะเธอเป็เด็กหญิงตัวน้อยน่ารักผู้คนจึงมักที่จะมองข้ามความจริงดังกล่าวจากรูปลักษณ์ของเธอและเธอก็พึ่งจะทำให้ทุกคนตระหนักถึงเื่นี้อีกครั้งในตอนนี้
“ถ้างั้น..ทำไมตอนนั้นเธอถึงไม่ป้องกันเวทมนตร์ที่ยิงมาใส่เธอล่ะ??ถ้ามันไม่ใช่เหตุผลเื่การประหยัดพลังเวทเอาไว้”เสียงเด็กชายดังลอดผ่านออกมาจากหน้ากากน้อยครั้งเหลือเกินที่คีนจะพูดบางอย่างแต่ตอนนี้เขาอดไม่ได้ที่จะตั้งคำถาม
“ANTIMAGEไม่กลัวเวทมนตร์”นั่นคือคำตอบของเธอเธอคือผู้สืบทอดฉายานี้....