ตอนที่ 1 ดาวสิ้นแสง
“พลั่ก!”เสียงกำปั้นซัดไปที่ใบหน้าของเด็กหนุ่มที่เพิ่งขึ้นมัธยมปลาย ด้วยแรงเหวี่ยงจึงล้มลงไปนั่งกองอยู่บนพื้นกลุ่มรุ่นพี่ผู้ชายปีสุดท้าย ทั้งสี่คนยืนล้อมกรอบอยู่รอบๆ คนที่ปล่อยหมัดออกไปก็เจ็บเองเช่นกัน ทั้งกุมทั้งสะบัดมือราวกับว่ามันช่วยบรรเทาความเจ็บได้
เด็กหนุ่มนั่งจ้องมองหน้าพวกที่มารุมเขาด้วยสายตาเหนื่อยหน่าย หมัดไม่ได้แรงจนทำให้เจ็บมากนักแต่ก็ทำให้ช้ำได้เล็กน้อยอยู่ดี
“พี่ต่อยผมทำไม?”เด็กหนุ่มถอนใจยาวและลุกขึ้นยืน ปัดเศษดินที่ติดตามกางเกงออกอย่างน่าเบื่อหน่าย พลางเหลือบตามองลงต่ำด้วยสายตาคมกลมโตสีน้ำตาลอ่อนประกายทองเมื่อสะท้อนแสงแดดยามเย็นที่ลอดผ่านช่องว่างของโรงยิมหลังโรงเรียนมาสีของดวงตานั้นก็ระยิบระยับเปล่งประกายทองเจิดจ้า สว่างไปกับใบหน้าที่เนียนใสขาวราวน้ำนมแม้จะเป็เด็ก ม.4 แต่ก็สูงกว่าพวกรุ่นพี่นั้นมากอยู่
“ฮึ๊ยย”ทั้งสี่คนกัดฟันกรอด ชัยชนะด้านภาพลักษณ์ถูกตัดสินแพ้ขาดในทันทีอย่างรู้ตัวว่าไม่มีอะไรเหนือไปกว่าน้องเลย
“มึงแย่งแฟนกู!”คนที่ปล่อยหมัดะโลั่นสาดน้ำลายใส่ อีกสามคนคอยสนับสนุน
“ใคร? ผมไม่เคยไปแย่งแฟนใคร” เด็กหนุ่มมองหน้านิ่วนึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก แม้รอบตัวจะมีสาวๆทั้งรุ่นพี่รุ่นน้องเพื่อนร่วมชั้นทั้งในและต่างสถาบันคอยมองหรือพยายามหาหนทางมาชิดใกล้แต่ก็ไม่มีใครมีโอกาสได้ใกล้ชิดเขาเลยสักคน คำว่าแฟนจึงไม่เคยปรากฎในสารบัญชีวิตของเด็กหนุ่ม
“มึงอย่ามากวนตีนกูนะ!”หมัดที่สองกำลังง้าง เตรียมจะชกไปอีกรอบ แต่ทันทีที่พุ่งเข้าใส่ มือปริศนาก็ยื่นเข้ามาจากด้านหลังจับที่ข้อมือและกำไว้แน่นจนรุ่นพี่ขยับไม่ได้
“ใครวะ!”รุ่นพี่ะโเกรี้ยวกราดและหันไปดู รุ่นน้อง ม.4 ที่สูงที่สุดในโรงเรียนยืนอยู่เื้ัด้วยรอยยิ้มแสร้งเป็มิตร
“สารวัตรนักเรียนกำลังมาทางนี้นะครับ พวกพี่รีบหนีไปดีกว่า”
เ้ารุ่นพี่ทั้งสี่มองหน้ากันเลิ่กลั่ก “ไอ้เหี้ยเอ๊ยเด็กสมัยนี้ทำไมมันสูงกันจังวะ!” คนที่ถูกจับข้อมือไว้บ่นอุบพร้อมสะบัดข้อมือหนีน้อง “เราก็เด็กสมัยนี้นะเว้ยแต่สงสัยแม่ไม่ให้แดกนมตอนเด็กว่ะ” เพื่อนคนนึงเสริม “ไอ้เหี้ย มันใช่เื่มั้ย” “กุว่าพวกเรารีบไปกันเหอะวะ เดี๋ยวโดนจับได้กุไม่อยากโดนทัณฑ์บน เดี๋ยวแม่ตี” ทั้งสี่คนมองหน้ากันแล้วก็พากันวิ่งหนีไปอย่างรวดเร็วจากมุมกำแพงหลังโรงเรียนอันเป็ที่ลับตาคน และะโทิ้งท้ายไว้ “ระวังตัวไว้นะมึง มึงไม่รอดหรอก”
ดวงตาสีทองทำได้แค่เอือมระอาไม่ได้รู้สึกกลัวอะไร แต่กลับบ่นเบาๆว่า “น่ารำคาญ”
“ใครใช้ให้คุณหน้าตาดีล่ะ”คนที่มาช่วยเดินเข้ามาแล้วก้มลงไปหยิบกระเป๋านักเรียนขึ้นมาให้
คนถูกช่วยกัดฟันกรอดรับกระเป๋าที่ยื่นมาให้ด้วยความไม่พอใจ “แล้วนายล่ะ นายไม่เคยโดนบ้างเหรอวะ” เมื่อถูกพูดถึงหน้าตาก็ยิ่งหงุดหงิดพยายามอดกลั้นมาตั้งนาน ไม่อยากจะพยายามไม่รู้สึกอะไรแล้ว แต่ก็ห้ามความรู้สึกนี้ไม่ได้น้ำตาเล็กๆก่อตัวในแววตา จะอย่างไรเสียก็เป็แค่เด็กที่เพิ่งพ้นม.ต้นมาเท่านั้นเอง
“แค่ไม่เหมือนคนอื่นทำไมต้องเป็ฝ่ายถูกกระทำ” อดทนมาตลอด และคงต้องอดทนตลอดไปเด็กหนุ่มก้มหน้ากำหมัดแน่น จะให้ใครเห็นว่าอ่อนแอไม่ได้
อีกคนเห็นว่าไหล่สั่นจึงเอื้อมมือไปจับบ่าบางๆนั้น ราวกับเข้าใจ “ฝ...”
“ฝากฝัน!” ไม่ทันที่จะพูดอะไรต่อ เพื่อนของคนที่ถูกต่อยก็โบกไม้โบกมือเรียกและเดินเข้ามา
คนที่กำลังจะร้องไห้ก็หันหน้าหนีแล้ววิ่งไปหาเพื่อนของตัวในทันที “กลับบ้านกันเถอะรักชาติ” แล้วจับเพื่อนหันหลังเดินหนีออกไปทางที่เข้ามาทิ้งให้คนที่มาช่วยยืนเก้ออยู่ลำพัง
“นั่นใครอ่ะฝันเพื่อนที่ห้องเหรอ?” เพื่อนหันหลังไปมองคนที่เห็นหน้าไม่ค่อยชัดเจน แต่ก็โดนมือคว้าหน้าหันกลับมาแล้วพาเร่งฝีเท้ารีบเดินให้ไว
“ฝันไม่รู้จัก”ฝากฝันไม่สนใจใครทั้งนั้น และไม่รู้จักชื่อ แต่สายตาตอนที่จ้องมองมานั้นกลับรู้สึกคุ้นเหลือเกิน
“อะไรวะไม่รู้จักแล้วไปยืนคุยกับมันได้ยังไง”รักชาติสังเกตเห็นกางเกงที่ยังมีคราบดินติดอยู่ ก็รู้ได้ทันทีว่าเพื่อนโดนรังแกอีกแล้ว
“หรือว่าโดนมันลากมาต่อย!อีกแล้วเหรอวะ ทำไมไม่เรียกชาติ!!”เพื่อนรักของขึ้น กะจะวิ่งกลับไปต่อยศัตรูของเพื่อนสักหมัด
“ไม่ใช่โว้ย มันมาช่วยต่างหาก” ดีที่ฝากฝันรั้งไว้ทัน ไม่อย่างนั้นรักชาติวิ่งไปแล้ว
“ใครทำฝันอีกคราวนี้เอาหน้ามาดูซิ ไหน มีแผลมั้ย”ั้แ่เด็กแล้วที่เห็นเพื่อนโดนแกล้งซึ่งปกติมาช่วยทันตลอดแต่ครั้งนี้รักชาติมาไม่ทัน แค่หน้าตาไม่เหมือนใคร ทำไมต้องตกเป็เหยื่อ
ฝากฝันต้องหยุดยืนอยู่ท่ามกลางผู้คนที่เดินไปมาสายตาทุกคนจ้องมาที่สองหนุ่ม บางคนก็ยิ้มกริ่ม บางคนก็ขวยเขิน บางคนก็สงสัยเพราะรักชาติจับจ้องมองใบหน้าเพื่อนอย่างใกล้ชิดด้วยสายตาที่เป็ห่วงและไม่สนใจผู้คนรอบตัวเพื่อตรวจอย่างถี่ถ้วน
“มีรอยฟกช้ำนิดหน่อยแต่ก็ไม่ทำให้ใบหน้าฟ้าประทานนี้มัวหมองหรอก”สองมือที่ใหญ่กว่ากุมใบหน้าเรียวเล็กไว้ ความห่วงใยส่งผ่านมาจากดวงตาเรียวสีน้ำตาลเข้ม
“ก็เว่อร์อีกละช่างมันเถอะน่า กลับบ้านเหอะฝันหิวข้าวแล้ว”ดวงตาประกายทองพยายามหลบสายตาทุกคู่ที่มองมาการตกเป็เป้าสายตาของผู้คนคือสิ่งที่เขาเกลียดที่สุด แต่เพื่อนที่ตัวสูงกว่าก็ปิดมุมด้านหน้าจากคนที่มองมายังเขาได้ดีเช่นกัน
“เว่อร์ที่ไหนก็หน้าฝันสวยขนาดนี้” คนเดียวที่พูดถึงใบหน้านี้ได้โดยที่เ้าตัวไม่รู้สึกขุ่นเคืองใจคือรักชาติ ฝากฝันปัดมือเพื่อนออกจากหน้าตนแล้วพาเดินออกมาจากตรงนั้นก่อนที่จะมีการซุบซิบนินทาตามมา
“คุณหนูครับ” เสียงเข้มทักขึ้นมาพร้อมรถยนต์หรูสีดำที่จอดรอท่าไว้อยู่นานแล้ว
“ฝันบอกลุงชาญไปแล้วไงครับว่าฝันขึ้นม.ปลายแล้ว ไม่ต้องมารับมาส่งฝันก็ได้” ฝากฝันถอนหายใจการมีรถมารับส่งยิ่งทำให้เป็จุดสนใจมากขึ้นไปอีก แต่ไม่ทันจะบ่นเสร็จรักชาติก็ขึ้นไปนั่งรออยู่ในรถเรียบร้อยแล้ว
“เอ้า! ก็บอกอยู่เมื่อเช้าว่าวันนี้เราจะเดินกลับบ้านกัน” ถึงจะบ่นแต่ก็ต้องตามเพื่อนเข้าไปอยู่เหมือนเดิม
ลุงชาญยิ้มเล็กๆปิดประตูให้แล้วรีบขึ้นรถและขับออกไปในทันที
“คุณกรครับเรากลับกันเถอะครับ” เสียงหนึ่งทักเด็กหนุ่มอีกคนที่ยืนมองรถคันสีดำที่เพิ่งขับออกไปด้วยสีหน้าสงสัย
“รถคันนั้นมัน...”เด็กหนุ่มเอะใจ ครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ แล้วก็ขึ้นรถไปโดยมีคนชุดดำและรถอีกคันขับตามไปพร้อมกัน
บ้านสองหลังใหญ่ที่อยู่ตรงข้ามกันในหมู่บ้านที่มีฐานะดีไม่ไกลจากโรงเรียนมัธยมมากนัก เด็กหนุ่มสองคนโบกมือให้กันแล้วแยกย้ายกลับเข้าบ้านตนหลังจากลงมาจากรถแล้วลุงชาญก็ขับรถจากไปตามปกติ
รักชาติเปิดประตูเข้าไปเสียงของพ่อแม่ทักทายอย่างอบอุ่นห่วงใย ในขณะที่ฝากฝันยืนจับประตูบ้านนิ่งงันราวกับกำลังเตรียมใจและทันทีที่ตัดสินใจเดินเข้าไป บ้านที่ปิดไฟ ปิดผ้าม่านทั้งหมด อึมครึม ไม่มีแสงสว่างจากภายนอก มีเพียงแสงจากทีวีติดผนังขนาดใหญ่ที่ทำให้เขาพอจะมองเห็นบ้างได้ภายในบ้านภาพในทีวีนั้นคุ้นตามาั้แ่ฝากฝันจำความได้ ภาพของดาราสาวที่สวยที่สุดในวงการบันเทิงเอเชียและเคยเป็ถึงดาวเด่นของวงการนางแบบด้วยหน้าตาที่งดงามราวภาพวาด ประหนึ่งงานศิลปะชั้นสูง โลดแล่นอยู่ในละครและภาพยนตร์รวมทั้งเวทีนางแบบอันยิ่งใหญ่ ที่ถูกเปิดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ฉายวนไม่มีวันจบสิ้นให้คนที่นั่งอยู่บนโซฟาได้ดูอย่างภาคภูมิใจและจมไปกับอดีตที่กลับไปแก้ไขไม่ได้อีกแล้ว
“แม่...”ไม่มีวันไหนเลยที่เขาจะไม่เห็นแม่นั่งดูภาพจากวิดีโอเก่าพวกนี้
“กลับมาแล้วเหรอลูก”คุณแม่ที่ยังหน้าตาสะสวยไม่เปลี่ยนไปจากภาพในทีวีรีบลุกขึ้นมากอดลูกชายเพียงคนเดียวไว้แน่นอก จากนั้นจึงเริ่มสำรวจร่างกายลูก และแน่นอนว่ารอยฟกช้ำที่ได้รับมานั้นย่อมไม่พ้นสายตาคนเป็แม่ไปได้อย่างแน่นอน
“นี่อะไร!เกิดอะไรขึ้น ใครทำลูก ใครทำใบหน้าของลูกเป็แบบนี้” สายตาคมโตสีทองลุกวาววาบด้วยความใระคนโกรธใบหน้าของลูกชายนั้นยิ่งโตก็ยิ่งงดงามไม่ต่างกับตนเมื่อสมัยก่อนจนไม่้าให้สิ่งใดมาทำลายให้มัวหมอง การถูกเลี้ยงอย่างทะนุถนอมมาตลอดชีวิตโดยการปกป้องใบหน้าของลูกให้รอดปลอดภัยจากอุบัติเหตุและอันตรายใดๆนั้นคือสิ่งเดียวที่แม่ทำมาตลอดชีวิต
“ฝันลื่นแล้วเซไปกระแทกกับบันไดที่โรงเรียนเองครับแม่”เด็กหนุ่มไม่้าให้เื่ราวใหญ่โต ให้มันจบลงที่เขาประมาทเอง
“ไม่จริง ไม่จริง.. ต้องมีคนทำร้ายลูก มันอยากให้ลูกของแม่เสียโฉม มันอิจฉาใบหน้านี้พวกขี้อิจฉา แม่จะฟ้องครู แม่จะฟ้อง”อาการวิตกจริตของแม่กำเริบขึ้น สายตาวอกแวกมองหาโทรศัพท์มือถือที่ไม่รู้ว่าเอาไปวางไว้ตรงไหนริมฝีปากเรียวบางเป็กระจับสั่นเครือโวยวาย สองมือเนียน นิ้วมือเรียวยาวขยี้ถูกันไปมายิ่งมองรอยฟกช้ำของลูกก็ยิ่งฟุ้งซ่าน เดินวกวนไปมา มองมาที่ลูก แล้วก็หันไปหาโทรศัพท์เหลือบมองลูกอีกครั้ง แล้วก็ร้องไห้
“แม่! ฝันไม่เป็ไรไม่เจ็บเลย เดี๋ยวรอยก็หาย จริงๆนะ มันไม่เป็อะไรเลย มันจะไม่เป็แผลแน่นอนครับแม่” ลูกชายเข้าไปกอดแม่เอาไว้ราวกับช่วยสงบสติอารมณ์ที่พลุ่งพล่านนี้
“เดี๋ยวก็หายใช่มั้ย เดี๋ยวก็หายเนอะ เดี๋ยวก็หล่อเหมือนเดิมเนอะลูกเนอะ หน้าสวยๆของลูก สมบัติของแม่”คุณแม่ลูบไล้ใบหน้าที่งดงามนั้นด้วยสายตาวาดหวัง ใบหน้านี้คือสิ่งเดียวที่ยึดเหนี่ยวหัวใจแม่ไว้
“ฝันขอโทษที่ไม่ระวังแต่มันจะไม่เกิดขึ้นอีกแล้วครับแม่” เด็กหนุ่มเข้าใจผู้เป็แม่ดีกว่าใคร มีแต่ใบหน้านี้เท่านั้นที่แม่รักนักรักหนา
ระหว่างที่ลูกชายพยายามผ่อนคลายความเครียดให้แม่ เสียงโทรศัพท์ของแม่ก็ดังขึ้นมาจากด้านหลังของบ้านเด็กหนุ่มลุกขึ้นเดินไปยังปลายเสียง เดินผ่านห้องครัวที่ไม่เป็ระเบียบข้าวของบางส่วนถูกโยนทิ้งขว้างอยู่บนพื้นตามปกติ และคนที่ต้องเก็บกวาดก็เป็หน้าที่เขาเหมือนเดิม
“สวัสดีครับ”เด็กหนุ่มหยิบโทรศัพท์ที่อยู่ในเครื่องซักผ้าออกมารับสาย หน้าจอที่ค่อนข้างแตกร้าวทำให้เขาไม่ทราบว่าใครเป็คนโทรมา
“ฝากฝันเหรอลูก”เสียงทุ้มปลายสายอ่อนโยนเหมือนเคยแต่แม่กลับวิ่งมาแย่งโทรศัพท์และโยนมันกระแทกผนังจนเครื่องกระจาย
“.....”ไม่ต้องอธิบายอะไร ทุกอย่างเหมือนเดิม ...ห้ามคุยกับพ่อ...
ฝากฝันเก็บซากโทรศัพท์มากองไว้ยังไงก็ซ่อมคืนไม่ได้แล้ว คงต้องเปลี่ยนใหม่อีกครั้งเื่เงินนั้นไม่เคยเป็ปัญหา เงินทองของใช้ไม่เคยขาดอะไรที่เสียหายพังไปก็มีของใหม่มาส่งให้ทุกครั้งราวกับรู้ทุกความเป็ไปที่เกิดขึ้นภายในบ้านชีวิตไม่เคยเดือดร้อนเื่การเงิน แต่ไม่เคยมีความสุขเหมือนครอบครัวคนอื่นเลยจากนั้นก็เริ่มทำความสะอาดห้องครัวที่แม่ทำเลอะเทอะไว้ แล้วก็เริ่มทำอาหาร ชีวิตเป็แบบนี้มาั้แ่เด็กพอเขาเห็นแม่มีอาการแบบนี้เขาก็เริ่มช่วยเหลือแม่มาตลอดและทำทุกอย่างเองเพราะแม่บ้านทนรับมือกับอารมณ์ของแม่ไม่ไหวจึงลาออกกันหมดต่อให้มีคนใหม่ส่งมาให้กี่ครั้งก็ตาม ตอนแรกก็ไม่เข้าใจแต่ทุกวันนี้ก็รับมือได้หมดแล้ว เพราะในเวลาที่แม่ไม่เครียด แม่ก็เป็แม่ตามปกติ
“คุณท่านครับ”เสียงหนึ่งดังขึ้นจากเื้ั ทำให้คนที่ถือโทรศัพท์เเนบหูไว้ทั้งๆที่ไม่มีเสียงจากปลายสายคุยด้วยต้องหลุดจากภวังค์ หนุ่มใหญ่ภูมิฐานในชุดสูทสีเทาเข้มหันมามองยังต้นเสียง
“มีอะไรชาญ..”ผู้เป็เ้านายเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกง พร้อมรับฟังเื่ที่ลูกน้องจะรายงาน
“วันนี้คุณหนูถูกรุ่นพี่ที่โรงเรียนทำร้ายครับแต่ผมไม่ได้ส่งทีมคุ้มกันที่เฝ้าอยู่โดยรอบเข้าไปช่วย ตามที่คุณท่านบอกหากเป็เื่ของวัยรุ่น ไม่ร้ายแรง ไม่ต้องเข้าไปก้าวก่าย...” ลุงชาญรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อตอนเย็นทุกการกระทำของฝากฝัน อยู่ในสายตาทั้งหมด
“ฝากฝันาเ็มากมั้ย”แม้จะเป็ห่วงมากแค่ไหน แต่ก็ทำได้แค่ปกป้องคุ้มครองลูกอยู่ห่างๆ
“มีรอยฟกช้ำที่ใบหน้าเล็กน้อยครับ”
“แม่เขาคงโมโหน่าดู...”เมื่อนึกถึงสิ่งที่ฝากฝันต้องเจอเมื่อกลับถึงบ้าน พ่อก็ยิ่งสงสารลูก
“ส่งทีมพยาบาลไปดูฝากฝันด้วยนะ... แล้วก็ส่งมือถือเครื่องใหม่ไปให้ด้วย”คุณท่านสั่งการ แล้วก็เดินกลับเข้าไปในห้องทำงาน
หลังจากทานอาหารกันแค่สองคนแม่ลูกและทำความสะอาดเสร็จเรียบร้อยแล้วลูกชายก็ขอไปทำการบ้านที่ห้องของรักชาติ แม่ก็ให้ไปโดยง่ายเพราะเป็บ้านของเพื่อนรัก
ทันทีที่เข้าบ้านรักชาติทุกคนต่างต้อนรับด้วยความอบอุ่นเหมือนเป็ลูกชายอีกคนฝากฝันรับความแตกต่างของบ้านตัวเองและบ้านของรักชาติได้ดี ถ้าเปรียบบ้านเขาเป็สีดำ บ้านของรักชาติก็เหมือนสีเหลืองที่แสดงถึงความอบอุ่นสดใส
“ฝากฝันมาพอดีเลยลูกแม่ขวัญว่าจะไปหาแม่แคทสักหน่อย งั้นเล่นกับเ้าชาติไปนะลูก” แม่ของรักชาติเดินออกไปยังบ้านของฝากฝัน สองบ้านนี้ไปมาหาสู่กันเป็ปกติราวกับเป็บ้านเดียวกัน
ในห้องนอนของรักชาติ สองหนุ่มกำลังเล่นเกมต่อสู้กันอย่างสนุกสนาน แต่แค่เห็นสีหน้าของเพื่อนรักเขาก็ทักขึ้นมาทันที
“แม่แคทเธอรีนเห็นรอยที่หน้าแล้วใช่มั้ย?”แค่มองแววตาก็รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทุกครั้งที่ใบหน้าของฝันมีร่องรอยอะไรผิดปกติแม่แคทก็จะสังเกตเห็นแล้วมีอาการวิตกกังวลอย่างเห็นได้ชัดการใช้ชีวิตโดยต้องปกป้องใบหน้าตัวเองซึ่งเป็สมบัติของแม่ช่างเต็มไปด้วยความกดดันแต่ถึงอย่างนั้นฝากฝันก็ถูกคนหาเื่อยู่บ่อยๆ ทั้งหมดนี้ก็เพราะมีใบหน้าที่ไม่เหมือนใครใบหน้าที่ถูกอิจฉา ใบหน้าที่ถูกหมั่นไส้ใบหน้าที่เป็จุดเด่นกลับกลายเป็จุดด้อยให้โดนรังแกจากคนในสังคมแม้จะดูร่าเริงเมื่ออยู่ต่อหน้ารักชาติ แต่ภายใต้สีหน้าที่สนุกสนานกับการเล่นเกมนั้นมีความเ็ปซ่อนอยู่
“อื้อบอกไปว่าล้มเอง เดี๋ยวก็หาย”ฝากฝันจดจ่ออยู่กับเกม อย่างน้อยเกมและการอยู่กับรักชาติก็ช่วยให้ลืมเื่แย่ๆ
รักชาติยื่นมือไปลูบศีรษะของเพื่อนเบาๆไม่ต้องพูดอะไร แค่นี้ก็เข้าใจกัน ว่ามันคือคำปลอบโยน
เขามองใบหน้าด้านข้างของฝากฝันดวงตาสีน้ำตาลทองกลมโต หางตาเฉียงขึ้นเล็กน้อย คิ้วเข้มเรียงตัวสวยงามจมูกโด่งเป็สัน ริมฝีปากบางอิ่มสีชมพูระเรื่อ โครงหน้าคมเป็สันชัดเจนผิวขาวใสเนียนไร้ที่ติ ถอดแบบแม่ที่เป็ลูกผสมหลายเชื้อชาติมาอย่างดี
“เห็นหน้าฝันแล้วก็นึกถึงตอนเด็กๆเลยว่ะนึกว่าเป็เด็กผู้หญิง ถ้าใส่กระโปรงนะ แม่งใช่เลย ลองใส่มั้ยเดี๋ยวไปเอาชุดพยาบาลของแม่ขวัญมาให้ใส่ ฮ่าๆๆ”จู่ๆก็นึกถึงเื่ราวตอนที่เจอกันครั้งแรก
“ไอ้นี่!หุบปากไปเลย เล่นเกมสิวะเดี๋ยวก็ตายหรอก” มือข้างหนึ่งยังไม่ปล่อยแผงควบคุมแต่อีกมือก็ฟาดไปที่อีกคนอย่างหมั่นไส้ ถึงจะโวยวายแต่ก็หัวเราะไปด้วยกัน เสียงหัวเราะและรอยยิ้มที่มาจากใจของฝากฝันนั้นงดงามที่สุดมีแต่รักชาติและครอบครัวเท่านั้นที่ได้เห็น
“เออแล้วเมื่อไหร่จะเริ่มไปแคสซะทีล่ะ ขึ้น ม.ปลายแล้ว ฝันก็ตัวสูงขึ้นแล้วด้วยดูไม่เหมือนเด็กผู้หญิงเหมือนสมัยประถม สมัย ม.ต้นแล้ว” รักชาติสงสัย แผนที่แม่แคทเคยบอกไว้เมื่อสมัยเด็กยังไม่เกิดขึ้นเสียที
“ไม่รู้ว่ะแม่ยังไม่พูดถึงเลย” ถูกปลูกฝังมาั้แ่จำความได้ ว่าใบหน้านี้สำคัญที่สุดเพื่อความฝันของแม่ ฝากฝันต้องไร้รอยขีดข่วน แต่เมื่อไหร่นั้นเ้าตัวเองก็ไม่รู้
“รึจะรอให้ผมยาวกว่านี้ แต่ทรงนี้ก็หล่อแมนแฮนซั่มอยู่แล้วนะ”รักชาติลูบปลายผมสีน้ำตาลอ่อนของคนข้างตัว เส้นผมเล็กบางอ่อนนุ่ม ยิ่งจับยิ่งละมุนมือ
“ไม่อยากหล่อว่ะเบื่อ..” ฝากฝันถอนหายใจ จนรักชาติหมั่นไส้
“แหมมมม!! อยากจะแหมไปให้ถึงดาวอังคาร หล่อค้าบบ หล่อเหลือเกิน หล่อจนสาวมาติดตรึม หล่อจนโดนมากี่ตีนแล้วครับคุณอ่ะ”ยิ่งพูดยิ่งหมั่นไส้ก็เลยคว้าเอาหัวของเพื่อนรักมาขยี้ผมจนหัวฟูแล้วตัวละครในเกมก็ตายไปเลยคาตา
“โอ้ยย ฝันตายแล้วเห็นมั้ย ไม่เล่นแม่งละกลับบ้านดีกว่า” พอลุกขึ้นได้ก็โมโหหัวฟัดหัวเหวี่ยง
“เอ้า ขอโทษ ฝันไม่นอนห้องชาติเหรอวันนี้” รักชาติคว้าข้อมือเอาไว้ทัน
“ไม่นอนโว้ย”แล้วก็สะบัดมือ เดินตุบๆลงบันไดจากชั้นสองลงไปชั้นล่าง ไหว้ลาพ่อของรักชาติแล้วก็กลับเข้าบ้านตัวเองไป สวนทางกับแม่ขวัญที่เปิดประตูบ้านออกมาพอดี
“จะกลับแล้วเหรอครับแม่ขวัญ?”ฝากฝันเหลือบไปเห็นกระปุกยาหลายกระปุกที่แม่ขวัญถือออกมาด้วย และรู้ดีว่านั่นคือยาสำหรับแม่แคท
“แม่ขวัญคุยธุระกับแม่แคทเสร็จแล้วจ้ะอ่ะ นี่... เอาไว้ทาแผลนะ” แม่ขวัญหยิบยาทาแก้ฟกช้ำยื่นให้ ดูจากรอยแล้ว อีกไม่กี่วันก็จาง ฝากฝันรับยาไว้ขอบคุณพร้อมยกมือไหว้แล้วก็เข้าบ้านตัวเองไป
ทันทีที่เปิดประตูเข้ามาก็ยังเห็นแม่นั่งอยู่บนโซฟาเปิดคลิปวิดีโอเดิมๆ เื่เดิมๆ ชีวิตเดิมๆ
“แม่ยังไม่นอนอีกเหรอครับดึกแล้วนะ” ฝากฝันเดินเข้าไปเปิดไฟ แต่พอหันมามองแม่ แม่ก็นั่งหลับคาโซฟาไปแล้ว ฝากฝันปิดทีวีแล้วอุ้มแม่ขึ้นไปห้องนอนที่อยู่บนชั้นสองอย่างเบามือที่สุด ร่างกายของแม่ผอมมากจริงๆแม่รักษาหุ่นและรูปร่างไว้เหมือนเมื่อก่อนแต่ซูบผอมลงไปกว่าเดิมมากราวกับติดอยู่ในวังวนของอดีตตัวเอง
“ถ้าไม่มีฝันแม่คงยังเป็ดาราอยู่ แล้วคงเป็นางแบบระดับโลกไปแล้ว” ฝากฝันยังคงโทษตัวเองอยู่ทุกวันที่แม่เป็แบบนี้ก็เพราะการมีอยู่ของเขา
ลูกชายค่อยๆก้มตัวลงและวางแม่ลงบนเตียงอย่างเบามือจากนั้นก็ห่มผ้าให้ แต่ทันทีที่ลุกขึ้นเพื่อจะออกจากห้องไปแม่กลับคว้าข้อมือของลูกชายไว้
“ไม่ใช่ความผิดของฝันเลยฝันคือความหวังและความฝันเดียวของแม่ที่แม่จะฝากฝันเอาไว้ได้”เื่ราวในอดีตย้อนกลับมาในหัวอีกครั้ง น้ำตาเอ่อนองเมื่อมองใบหน้าของลูกชายความสวยงามเบื้องหน้า คือ สิ่งเดียวที่แม่มีอยู่บนโลกที่หักหลังแม่ใบนี้
“ฝันรักแม่นะครับฝันจะทำทุกอย่างที่แม่้า จะเป็ทุกอย่างที่แม่อยากให้เป็” การเกิดมาของเขาทำให้แม่สูญเสียทุกอย่างไปสิ่งเดียวที่จะไถ่โทษได้ก็คือทำตามความฝันที่แม่้า เดินไปตามทางที่แม่ให้เดินต่อให้มันไม่ใช่เส้นทางที่เลือกเองก็ตาม หนุ่มน้อยกอดแม่เอาไว้จนแม่ผลอยหลับไปจึงเดินออกจากห้องนอนของแม่ไปยังห้องนอนของตัวเองที่อยู่ตรงข้ามกัน
ในห้องทำงานส่วนตัวที่มีเพียงแสงจากโคมไฟส่องสว่างอยู่ดวงเดียวนั้นคนที่นั่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานซึ่งมีกองเอกสารวางไว้มากมายจ้องมองไปยังภาพวาดติดผนังขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงหน้าด้วยแววตาเหม่อลอยและคนึงหาภาพของผู้หญิงที่สวยที่สุดในประเทศ สวยที่สุดบนเวที สวยที่สุดบนจอแก้วและจอเงินสวยที่สุดในชีวิตของเขานับั้แ่เกิดมาและมีชีวิตอยู่แต่ความสวยภายนอกนั้นมันก็ไม่สามารถสลักเข้าไปในดวงจิตของเขาได้เท่าความรักอันสวยงามที่เคยมอบให้กันอดีตที่เคยมีกันและกันมันหอมหวานจนชวนให้คิดถึง แต่ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหนก็ไม่มีวันได้ใจเธอกลับมาอีกแล้ว
“คุณกรณ์คะดึกแล้ว ไปนอนเถอะค่ะ” เสียงของหญิงคนหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับประตูที่แง้มเพียงเล็กน้อย ภาพที่เธอเห็นตรงหน้า คือสิ่งชินตาที่ทำให้เธอชินชาผู้ชายที่เป็สามีของเธอมองภาพของผู้หญิงที่เคยสวยที่สุดในประเทศด้วยสายตาโศกเศร้าและคิดถึง...เป็สายตาอันเต็มไปด้วยความรักและคำนึงหาที่เธอไม่เคยได้จากเขาเลย
“คุณไปนอนก่อนเลยผมขออยู่ที่นี่สักพัก.. แล้วก็ ผมบอกแล้วไงว่าอย่าเข้ามาในห้องนี้...”ผู้เป็สามีถอนหายใจ เมื่อเธอหันหลังให้แล้วเดินจากไปด้วยสีหน้าเรียบเฉย แล้วเขาก็หันไปมองภาพวาดอีกใบที่อยู่ข้างๆกันอีกทั้งยังหยิบกรอปรูปที่อยู่บนโต๊ะขึ้นมามองด้วยแววตาอ่อนโยน สายตาเศร้าเปลี่ยนเป็ห่วงใยและห่วงแหน
“ฝันดีนะฝากฝัน” คนเป็พ่อที่มีสิทธิ์เพียงเท่านี้ทำได้แค่บอกฝันดีลูกชายผ่านรูปภาพ
หลังจากที่ลุงชาญขับรถมาส่งหน้าโรงเรียนโดยที่ฝากฝันห้ามไม่เคยได้เลยสักครั้งก็ต้องแยกย้ายกับรักชาติ
“แล้วเจอกันตอนเที่ยงนะ”ฝากฝันต้องไปเข้าห้องเรียนของตัวเอง รอยยิ้มที่เคยมีก็เลือนหายไปั้แ่หันหลังให้เพื่อนรักเพื่อนในห้องชื่ออะไร หน้าตาเป็ยังไงกันบ้างเขายังจำไม่ได้ด้วยซ้ำเพราะเพิ่งเปิดเทอมใหม่กับการเป็เด็กม.ปลายได้แค่ไม่กี่เดือนและไม่คิดจะสนใจใครคนอื่นอยู่แล้ว แต่ทั้งๆที่ไม่สนใจใครตัวเองกลับเป็ที่สนใจของทุกคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ั้แ่วันแรกที่เดินเข้ามาในโรงเรียนและทุกย่างก้าวที่เดินไปไหนก็ตามจนถึงทุกวันนี้ ไม่มีวันไหนเลยที่จะไม่ถูกทุกสายตาจับจ้อง
“ฝากฝันหน้าสวยมาก”“หล่อจังเลย” “ลูกครึ่งนี่หน้าตาดีจริงๆ เหมือนดาราเลย” “เขาไม่คุยกับใครเลยนะน่าเสียดาย” “ไม่เคยเห็นเขายิ้มเลย”“ห้องเรามีหนุ่มหล่อที่สุดของโรงเรียนตั้งสองคน” “ใช่ๆ ฉันนี้อย่างฟิน” เสียงซุบซิบของสาวๆในห้องไม่ได้เบาเสียจนเ้าตัวไม่ได้ยินก็แค่ทำเป็ไม่สนใจ ไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้น
ฝากฝันวางกระเป๋าลงบนโต๊ะเรียนของตัวเองที่นั่งเกือบแถวหลังสุดแต่วันนี้คนที่นั่งอยู่โต๊ะข้างหลังเขามาตลอดกลับโยนยาทาแก้ฟกช้ำที่เพิ่งซื้อมาใหม่ลงบนกระเป๋าเขาเป็ครั้งแรกที่ฝากฝันเงยหน้ามองเพื่อนร่วมชั้นอย่างตั้งใจเพราะสงสัยและแปลกใจ
“ทาสิหน้ายังมีรอยอยู่เลย” เสียงนี้ฝากฝันได้ยินอยู่เมื่อวานเย็นและเมื่อมองหน้าอีกฝ่ายให้ชัดๆ ก็จำได้ทันที
การพูดคุยกันครั้งแรกของสองหนุ่มหล่อทำให้สาวๆในห้องพากันเงียบเพื่อตั้งใจฟังบทสนทนากันอย่างจริงจัง พวกเด็กผู้ชายที่กำลังพูดอยู่ก็ถูกสาวๆปิดปากกันหมด
“ไม่จำเป็”นิ้วมือขาวเรียวยาวโยนหลอดยาคืน แล้วก็นั่งลงบนเก้าอี้ หันหลังให้ไม่รับความหวังดีจากใคร
เมื่อมองจากด้านหลัง ต้นคอยาวระหงผมที่เริ่มยาวแล้วของคนตรงหน้า มัดรวบไว้เล็กน้อย ไรผมปลิวเบาๆไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงหยุดมือที่ค่อยๆเอื้อมไปหาคนข้างหน้าไม่ได้
“โอ๊ยทำบ้าอะไรวะ!”ฝากฝันสะดุ้งเมื่อมีมือเอื้อมมาจากด้านหลังจิ้มเข้าแก้มตรงที่ถูกต่อยมา
“ก็เจ็บนี่ ทาสิ” คนข้างหลังยังคงพยายามยื่นให้
“ก็บอกว่าไม่จำเป็ไม่เอา ทำไมชอบเข้ามายุ่งจัง!”ฝากฝันหันมาะโใส่ แต่ก็พยายามจะเก็บอาการไว้ เป็ครั้งแรกที่เขาโวยวายใส่เพื่อนในชั้นทำให้ทุกคนอึ้งและตะลึงกันไปทั้งห้องแต่คนเดียวที่แอบยิ้มอยู่คือคนที่ไปจิ้มแก้มเขา
“เอ้าตรงนั้น หยุดเลย ทะเลาะอะไรกัน ฝากฝัน! จิตรกร! ไปๆออกไปสงบสติอารมณ์รอที่ห้องพักครูทั้งคู่เลย” ครูวิชัยครูโฮมรูมประจำห้องเข้ามาเห็นพอดี
“จิตรกรเหรอ...”ฝากฝันพึมพำเบาๆ หน้านิ่วคิ้วขมวด เป็อีกครั้งแรกที่ต้องจำชื่อของคนอื่นทั้งๆที่ไม่จำเป็เลย
“เรียก“กร” ก็ได้นะ ผมไม่ถือ” เ้าคนข้างหลังชะโงกหน้ามากระซิบเบาๆที่ข้างหูจนฝากฝันสะดุ้งแล้วรีบลุกขึ้นเดินออกจากห้องไปความร้อนจากลมหายใจทำให้ใบหูของฝากฝันแดงเรื่อ คนหนึ่งรีบเดินนำไปนิ่งๆพยายามสงบสติและถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย อีกคนก็แอบยิ้มเดินตามหลังมา
ฝากฝันเดินผ่านห้องเรียนของรักชาติที่อยู่ถัดออกไปสองห้อง รักชาติหันไปมองแล้วก็สงสัยว่าเพื่อนรักกำลังจะไปไหนแต่ที่น่าสงสัยกว่าคือคนที่เดินตามฝากฝันไป ทำไมต้องยิ้มแบบนั้น
ฝันเปิดประตูเข้ามาในห้องพักครูที่ไม่มีใครอยู่เพราะครูทุกคนมีหน้าที่ที่ต้องทำและยังเป็ชั่วโมงโฮมรูมทั้งสองหนุ่มเลยนั่งรอครูประจำชั้นอยู่บนม้านั่งตัวยาว
“เขยิบไปหน่อยได้มั้ยที่นั่งว่างตั้งเยอะแยะ จะมานั่งติดกันทำไม” ฝากฝันบ่นไปพลางขยับตัวหนีไปพลาง
“แอร์มันเย็นนี่นา”อีกคนก็ยังขยับตามมาอีก
“งั้นนั่งไปเลยฝันยืนก็ได้” โมโหจนต้องลุกขึ้นยืน
“ผมยืนเป็เพื่อน”แล้วก็ลุกขึ้นยืนตาม ด้วยความที่สูงกว่า ก็เลยดูเหมือนไปยืนข่มฝากฝันกันไปอีกทำให้เ้าตัวยิ่งหงุดหงิด
“นายนี่ยังไงวะ”เป็ครั้งแรกอีกแล้วที่ฝากฝันมีอารมณ์หงุดหงิดโมโหใส่คนอื่นขนาดนี้ ต่อให้ถูกใครเรียกไปหาเื่สักกี่ครั้งก็ไม่สนใจไม่เคยเห็นใครมีค่าในสายตาอยู่แล้ว แต่ความหงุดหงิดใจที่กำลังก่อตัวขึ้นมานี้มันคืออะไร
“เอ้ายังไม่หยุดอีก! ครูให้มาสงบสติอารมณ์ไม่ใช่ให้มาทะเลาะกันต่อ เธอสองคนนี่มันวัยรุ่นเืร้อนจริงๆ” คุณครูกลับเข้าห้องมาก็ปวดหัวเลย
“ผมไม่ได้เริ่มก่อนนะครับจิตรกรเขาแหย่ผมก่อน” ชิงฟ้องก่อนได้เปรียบ
“เรียกชื่อจริงซะด้วย”กรหันไปยิ้มให้เบาๆ ฝากฝันยิ่งหน้าบึ้ง
“ทะเลาะกันมันก็คือการทะเลาะไม่มีหรอกใครเริ่มก่อนเริ่มหลัง มันอยู่ที่ใครจะใจเย็นมากกว่ากันต่างหากถ้ายอมนิ่งเพื่อไม่ให้เกิดปัญหา มันจะไม่ดีกว่าหรอกเหรอ อ้าว เอ๊ะ? ดูหน้าเธอสิฝากฝัน ไปต่อยตีกับใครมาจิตรกรเธอต่อยฝากฝันเหรอ!!” ครูเพิ่งสังเกตเห็นรอยบนใบหน้านักเรียน
“ผมเปล่านะครับครู”กรรีบปฏิเสธ ก่อนที่ฝากฝันจะแกล้งบอกว่าใช่
ขณะที่ทั้งสามคนกำลังวุ่นวายครูหนุ่มอีกคนที่เพิ่งกลับมาจากโฮมรูมก็เปิดประตูเข้ามาเมื่อเห็นเด็กนักเรียนสองคน เขาก็ใแล้วรีบวิ่งไปหาครูวิชัยและกระซิบบอกทันที
“เอ๊ะจริงเหรอ แย่แล้ว” สีหน้าครูวิชัยตื่นตระหนกขึ้นมาอย่างชัดเจน
“ไปๆๆพวกเธอกลับเข้าห้องเรียนได้แล้ว เดี๋ยวจะไม่ทันวิชาแรก”ครูวิชัยไล่เด็กทั้งสองคนกลับไปเข้าห้องเรียนทันที ไม่มีบทลงโทษอะไรทั้งสิ้น
“ครับ?”ทั้งสองคนทำเหมือนสงสัย เื่ที่ครูไม่ข้องใจกับรอยชกบนหน้าของฝากฝันแล้วและไม่ทำโทษอะไรทั้งคู่เลย แล้วก็เดินกลับห้องกันไป ระหว่างทางก็ครุ่นคิด ฝากฝันพอจะเข้าใจบางครั้งเวลามีเื่อะไร ปัญหาก็สะสางง่ายเหลือเกินเหมือนมีคนคอยช่วยอยู่ข้างหลังเขามั่นใจเลยว่าน่าจะเป็เพราะ “พ่อ” ที่เขาไม่เคยเห็นหน้าและไม่รู้ว่าเป็ใครคนที่ให้เงินให้ทุกอย่าง ยกเว้นคำว่า “ครอบครัว” แต่กับจิตรกรล่ะ ถ้าครูไล่เขากลับคนเดียวยังพอเข้าใจ นี่ไล่ออกมาทั้งคู่...
“คิดมากไปก็ปวดหัวทายาแก้ฟกช้ำดีกว่า” ว่าแล้วกรก็ป้ายยาไปบนแก้มของอีกฝ่ายที่ไม่ทันทั้งตัว
“เฮ้ย! ทำบ้าอะไรเนี่ย”ฝากฝันรีบปาดยาออกจากหน้าทันที
“ไม่ชอบให้ทายาให้ขนาดนั้นเลยเหรอ”กรยังไม่รู้ความหมายที่แท้จริง
“อย่ามายุ่งกับหน้าของฝัน!”ฝากฝันรีบวิ่งไปห้องน้ำที่ใกล้ที่สุด กรรีบวิ่งตามไปเพราะไม่คิดว่ามันจะเป็เื่ใหญ่สำหรับฝันขนาดนี้
“เดี๋ยวสิ! ทำไม?เกิดอะไรขึ้น?” กรที่ยังงงๆอยู่วิ่งตามมาถึงก็เห็นฝันเปิดก๊อกน้ำล้างคราบยาออกจากหน้าจนผมเผ้าเปียกไปหมด
“ถ้าแพ้ยาขึ้นมาหน้าก็จะเป็ผื่น! เื่ยาที่ใช้กับหน้าถ้าไม่ใช่ยาที่แม่ขวัญให้มาหรือหมอจ่ายให้ ฝันไม่ใช้หรอก” ฝากฝันกังวลแค่รอยฟกช้ำก็หนักเกินไปแล้วสำหรับแม่ แต่ว่ารอยช้ำมันยังมีวันจางหายไปแล้วก็ไม่ได้โดนต่อยบ่อยขนาดนั้น ส่วนมากก็แค่โดนเรียกไปด่าไม่ทันจะโดนต่อยรักชาติก็เข้ามาช่วยทันทุกทีอยู่แล้วแต่ถ้าแพ้ยาจนเป็ผื่นลามไปทั้งหน้าขึ้นมามันอาจะไม่หายและจะเป็เื่ใหญ่ทันทีสำหรับแม่
“ขะขอโทษนะ ผมไม่คิดว่ามันจะเป็เื่ใหญ่สำหรับฝันขนาดนี้”กรรีบหยิบผ้าเช็ดหน้าที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อของตัวเองออกมาแล้วยื่นให้ฝันทันที
“ไม่ทันละล้างออกไปหมดแล้ว คราวหลังอย่าเล่นอะไรแบบนี้อีกนะ”ฝันคิดว่าหน้าสะอาดปราศจากคราบยาแล้วก็ปิดก๊อกน้ำ แต่สภาพที่เป็อยู่ตอนนี้คือทั้งหน้าทั้งผมและคอเสื้อ เปียกโชกไปหมดแล้ว ความโกธในตอนแรกก็หายไปพร้อมกับสายน้ำเช่นกัน
“ก็ไว้เช็ดหน้าเช็ดผมที่เปียกอยู่นี่ไง”กรขยับเข้าไปใกล้ฝากฝันที่ชุ่มโชกไปด้วยน้ำ แล้วยื่นผ้าเช็ดหน้าเข้าไปจะเช็ดหน้าให้ แต่ฝากฝันยกมือขึ้นมาห้ามไว้
“ใช้แล้วหรือยังสกปรกรึเปล่า?” หมดปัญหาเื่คราบยา แต่อาจจะเจอเชื้อโรคแทน
“ยังไม่ได้ใช้เลยแถมเป็ผ้าเช็ดหน้าที่ทำความสะอาดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อแบคทีเรียและไวรัสด้วยนะครับผม ความปลอดภัยสูงขนาดนี้ ฝันต้องยอมแล้วนะ”
“มันจะสกปรกเพราะมือนายหยิบมาให้นี่แหละ”ถึงจะบ่น แต่ก็ลดมือลง
“มือผมไม่สกปรกหรอก”กรค่อยๆเช็ดใบหน้าให้ฝันอย่างอ่อนโยนและเบามือ เพราะเข้าใจแล้วว่าฝากฝันเป็ห่วงใบหน้าของตัวเองที่สุด
“แล้ว...ใจเหรอที่สกปรก?”ฝากฝันย้อนถามหวังป่วนประสาทกลับไปบ้างหลังจากเป็ฝ่ายโดนปั่นอยู่คนเดียวและเพราะสองมือของตัวเองก็เปียก เลยหยิบมาเช็ดเองไม่ได้จำเป็ต้องให้จิตรกรเช็ดให้ไปก่อน
“ครับผม”กรยิ้มกริ่มยอมรับอย่างว่าง่ายไม่โต้ตอบ เช็ดไป พินิจดวงหน้านี้ไป ยิ่งมองใกล้ๆใบหน้านี้ก็ยิ่งสวยงาม เป็ใบหน้าเพียงหนึงเดียวที่เห็นเพียงครั้งแรกก็จำฝังใจมาตลอดชีวิตเป็ความงามที่สวยเกินกว่าจะอยู่แค่ตรงนี้ ฝากฝันไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็แค่คนธรรมดา...
“มองอะไรนักหนา”ฝากฝันหลบสายตา การถูกมองจากคนอื่นเป็สิ่งที่เขาเกลียด แต่สายตาของกรนั้นกลับไม่รู้สึกน่ารังเกียจเลย เพราะมันไร้ซึ่งความริษยาแต่เป็แววตาที่หวังดี
“ก็แค่สงสัย..กลัวหน้าจะแพ้ยา แต่ดันไปยืนโง่ๆให้พวกรุ่นพี่ต่อยซะงั้น ถ้าโดนต่อยจนหน้าแหกมันไม่หนักกว่าอีกเหรอ”กรเลื่อนมือขึ้นไปเช็ดผมที่ปรกหน้าอย่างยุ่งเหยิง ถ้าเมื่อวานเขาเข้าไปช้ากว่านั้นสักหน่อย ฝากฝันจะเป็ยังไงต่อแค่คิดก็เจ็บแทนแล้ว
“...ถ้าโดนต่อยจนหน้าเละไปเลยก็คงสบายใจกว่านี้...”ฝากฝันเบี่ยงหน้าหลบสายตา น้ำเสียงที่พูดออกมา เบาเสียจนเหมือนไร้ความมั่นใจ แม้จะพยายามหลบหน้าขนาดไหนแต่กรก็เห็นว่าแววตาที่กำลังสั่นเครืออยู่นั้นซ่อนความอ่อนแอเอาไว้
“ถ้าฝัน้าแบบนั้นจริงๆฝันไม่โกรธผมเื่ยาขนาดนี้หรอก” ฝากฝันที่คนทั้งโรงเรียนเห็น คือคนที่สมบูรณ์แบบไปเสียแทบทุกอย่างในทุกย่างก้าว เสื้อผ้าหน้าผมเพียบพร้อมไปทุกกระเบียดนิ้ว ความเย็นเยียบ นิ่งสงบไม่สนใจผู้คนภายนอก ราวกับคนเ็า ทำให้คนรอบตัวเข้าถึงยาก แต่ตอนนี้กรได้เห็นสิ่งเล็กๆที่คนอื่นไม่เห็นแล้ว
“มันคนละเื่กันมั้ย อันนั้นฝันยืนรับหมัดเอง แต่เื่นี้ฝันไม่ได้เต็มใจนี่ รู้จักคำว่าคุกคามป่ะ?” ฝากฝันหลีกเลี่ยงการแสดงความรู้สึกที่อยู่ในใจของตัวเอง
“ใช้คำว่าคุกคามเลยเหรอ?ถึงผมจะนิสัยไม่ดี แต่ผมก็หน้าตาดีนะ”กรจัดผมที่แห้งหมาดๆของฝันให้เป็ทรงเดิมมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ จากนี้คงต้องให้เวลาและสายลมช่วยพัดพาความชื้นนี้ออกไป
“.....”ฝากฝันชำเลืองด้วยหางตาแล้วรีบเบี่ยงตัวหลบออกมา จะเถียงก็ไม่ได้เสียด้วย แต่เมื่อมองดูเวลาจากหน้าจอโทรศัพท์ก็เห็นว่ามันสายแล้วสำหรับคาบเรียนแรก
“รีบกลับห้องกันเถอะ”ฝันชวนเพื่อนกลับไปห้องเรียน แต่ไม่ทันเดินพ้นประตู พวกรุ่นพี่สี่คนที่ลากไปต่อยเมื่อวานก็โผล่มาพอดี ทั้งหกคนเผชิญหน้ากันและหยุดยืนอยู่หน้าห้องน้ำ ฝันนิ่งเงียบและมองด้วยสายตาเหนื่อยหน่ายแบบเดิมต่อหน้าพวกเขาแต่สิ่งที่ต่างไปจากเมื่อวานคือใบหน้าของทั้งสี่คนมีรอยฟกช้ำหลายจุดบางคนมีพลาสเตอร์แปะไว้ที่ปลายคิ้ว สันจมูก แม้แต่มุมปากโดยเฉพาะคนที่ลงมือต่อยฝัน มีรอยตะเข็บเย็บแผลที่ปลายคางโผล่ออกมาภายใต้ผ้าก๊อชที่ปิดไม่มิด ฝันจำได้ว่าเขาไม่ได้ตอบโต้อะไรเลยแต่ทำไมพวกนี้ถึงมีสภาพแบบนี้ได้
รุ่นพี่ทั้งสี่คนกำหมัดแน่นอยากจะพุ่งตัวเข้าไปแต่สายตาที่มองพวกเขามาจากด้านหลังของฝากฝันมันเกรี้ยวกราดและดุดันจนน่ากลัว ทั้งสี่คนเลยขยับเท้าถอยออกแล้วรีบเดินไปห้องน้ำตึกอื่นโดยไม่หันมามองฝากฝันอีกเลย
“พวกนั้นไปมีเื่กับคนอื่นนอกจากฝันด้วยเหรอ?”คือความคิดเดียวที่ฝากฝันคิดว่าน่าจะเป็ไปได้ที่สุดสำหรับพวกนักเรียนนักเลงเ่าั้
“คงงั้นแหละ อย่าไปสนใจพวกนั้นเลย” จิตรกรดันแผ่นหลังของฝากฝันให้ก้าวเดินไปข้างหน้าเพื่อจะได้กลับห้องเรียนกัน
“กริ๊ก”เสียงปลดล็อครหัสผ่านประตูบ้านของฝากฝันดังขึ้นโดยที่คนด้านในไม่ทันได้ยินลูกบิดประตูขยับ บานประตูถูกเปิดเข้าไปอย่างช้าๆ ไร้เสียงขยับใดๆ คนที่นั่งอยู่บนโซฟาภายในห้องนั่งเล่นที่อึมครึมยังคงดูตัวเองในวันวานอย่างจมดิ่งเช่นทุกวัน
“คุณ..”เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นอย่างอ่อนโยนจนแม่ใหันขวับมาดูเพราะรู้ว่าไม่ใช่เสียงลูกชายของตัวเองแน่
“ออกไป๊!!”เสียงกรีดร้องะโดังลั่นบ้าน พร้อมปาข้าวของที่อยู่ใกล้มือขว้างไปที่คนๆนั้นด้วยความชิงชัง แค่เห็นหน้า แม่ก็ะเิอารมณ์ออกมาทันที
พ่อของรักชาติที่นั่งดื่มกาแฟอยู่เหลือบไปเห็นรถยนต์สีดำหรูหราหลายคันมาจอดอยู่หน้าบ้านของฝากฝันโดยมีคนชุดดำหลายคนยืนเฝ้าระวังอยู่รอบๆก็รีบโทรไปแจ้งภรรยาตัวเองที่กำลังจะออกเวรเช้าในทันที “ขวัญ รีบกลับบ้านเถอะ พวกคนชุดดำมาบ้านแคทอีกแล้ว”
“ใจเย็นๆก่อนแคท!คุณฟังผมก่อน” ผู้บุกรุกยกสองมือขอร้องให้หยุดขว้างปา
“พวกแกไม่ต้องเข้ามา”และสั่งลูกน้องชุดสูทดำที่จะเข้ามาช่วยให้ถอยออกไป
“ไม่!ฉันไม่ฟัง แกออกไป ออกไป ออกไปเดี๋ยวนี้!!”แม่ยิ่งเกรี้ยวกราด ะโลั่นทั้งน้ำตาไหลพราก ความเ็ปในอดีตหวนกลับเข้ามาคนที่ทำลายทุกอย่างในชีวิต...
“ให้โอกาสผมได้พูดกับคุณบ้างเถอะแคท!”เขาวิ่งฝ่าสิ่งที่ขว้างใส่เข้าไปประชิดตัวและกอดแม่เอาไว้แน่น ต่อให้เสียงกรีดร้องจะบาดหูแค่ไหนและโดนสองแขนบางๆนั้นทุบอกมากเท่าใดเขาก็ไม่ปล่อย
“คุณกรณ์ครับ!”ลูกน้องคนสนิทเห็นเ้านายถูกทำร้ายจึงเป็ห่วงแม้คนที่กระทำนั้นไร้เรี่ยงแรงจะทุบตีผู้ชายที่ตัวสูงใหญ่กว่า
“แกมันไอ้สารเลวออกไปจากบ้านชั้นน ออกไป!” แม่พยายามจะดิ้นหนีให้ตัวเองหลุดจากวงแขนที่กอดเอาไว้แน่นนี้ แต่ด้วยกำลังอันน้อยนิด มีหรือจะสู้อีกฝ่ายได้ ที่ทำได้มีแค่ะโไล่และกรีดร้องอย่างบ้าคลั่งจนสุดเสียงเท่านั้นเอง
“ผมไม่ไปไหนทั้งนั้นผมจะอยู่กับคุณ กับลูก ให้ผมมีโอกาสได้ยินฝันเรียกผมว่า “พ่อ” เถอะ ผมขอร้อง” เขาอ้อนวอนอีกครั้งกี่ปีผ่านไปก็ไม่เคยเป็ผลความเ็ปและความเกลียดชังของแคทเป็กำแพงที่สูงเกินกว่าเขาจะทำลายมันลงได้
“แกไม่มีสิทธิ์เรียกฝันว่าลูก!ขนาดนามสกุลฝันยังไม่ใช่นามสกุลแกเลย ใบเกิดฝันก็ไม่มีชื่อแกเป็พ่อ แกมันเลวเกินกว่าจะเป็พ่อของฝากฝัน!”แม่กัดฟันด่ากรอดๆ ทั้งเกลียด ทั้งโกรธ ทั้งหวงแหนลูกชาย
“แต่ผมเป็พ่อผมรู้ คุณรู้ ใครก็รู้!” เื่ที่เกิดขึ้นเมื่อสิบหกปีก่อนโจษจันไปทั่วประเทศ
“ม่ายยย ออกไป ออกไป๊!!”แม่ยิ่งโมโหหนักขึ้นเมื่อได้ยินคำว่า “ใครก็รู้” นั่นหมายถึงพวกชั่วที่ไล่ต้อนแม่ให้จนมุม
“แคท!! คุณกรณ์!”แม่ขวัญรีบวิ่งเข้ามาในบ้านที่เต็มไปด้วยคนชุดดำยืนอยู่โดยรอบอย่างไม่กลัวอะไรแล้วเข้าไปแยกคุณกรณ์ออกจากแคทที่กำลังจะควบคุมสติไม่ได้
“คุณกรณ์กลับไปเถอะค่ะขอร้อง”ขวัญประคองร่างที่ร้องไห้จนเสียสติเอาไว้แล้วไล่คนที่ไม่เป็ที่ต้อนรับของบ้านนี้ออกไปอย่างมีมารยาทที่สุด
“ผมไม่ยอมแพ้หรอกนะที่จะทำให้ครอบครัวเป็ครอบครัวที่สมบูรณ์”แล้วกรณ์ก็หันหลัง เดินออกจากบ้านไปด้วยความผิดหวังแบบเดิม ต่อให้เป็ห่วงแคทมากแค่ไหนก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดีมีเพียงแค่การจากไปของเขาเท่านั้นที่จะทำให้แคทสงบสติอารมณ์ได้
กรณ์เดินออกมายืนสูดหายใจลึกๆอยู่หน้าประตูรั้วดึงสติกลับมาเพื่อเตรียมรับมือกับเื่ต่อไปของวันที่จะเกิดขึ้น คนชุดดำทั้งหมดคอยระแวดระวังคุ้มกันเ้านายบางส่วนอยู่ข้างๆคุณกรณ์ไม่ห่าง สายตาของกรณ์มองไปทั่วบริเวณรอบๆบ้านของแคทแล้วพยักหน้าให้กับทุกตำแหน่งที่ส่งสัญญาณมา
พ่อของรักชาติยังคงแอบดูลาดเลาอยู่ไกลๆที่ไม่เข้าไปด้วยก็เพราะรู้ดีว่าไม่มีอันตรายเหมือนทุกครั้ง เมื่อสบตากับคุณกรณ์พ่อของรักชาติจึงผงกหัวเล็กน้อยเหมือนทักทายอย่างเกรงใจกรณ์เองก็ผยักหน้ารับคำทักทายที่อ่อนน้อมนั้นเช่นกัน
“ไปกันเถอะชาญ” คุณกรณ์สั่งการลูกน้องคนสนิท จากนั้นทั้งหมดก็ขึ้นรถและออกจากบริเวณหน้าบ้านของฝากฝันไป