จุฑามาศพูดแรงๆใส่เขาอย่างไม่คิดจะรักษาน้ำใจเพราะถ้าหากเขาไม่ได้รวยจริงๆอย่างที่เธอเข้าใจแต่แรก มันก็ป่วยการที่เธอจะทนคบกับเขาต่อไป
๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐
คุณรินฤดีรีบออกมายืนที่ระเบียงเล็กที่ยื่นออกมาจากห้องส่วนตัวเมื่อได้ยินเสียงรถของบุตรชายแล่นเข้าบ้านมาด้วยความเร็วและแรงซึ่งบ่งบอกถึงอารมณ์ของคนขับได้เป็อย่างดี ซึ่งเมื่อมองลงไปจากชั้นบนก็เห็นว่าเขาจอดรถแล้วเปิดประตูปึงปังก่อนจะก้าวพรวดๆเข้าบ้านมาอย่างที่พร้อมจะฉะทุกอย่างที่ขวางหน้าให้แหลกกระจุยไปในพริบตา
หญิงวัยกลางคนเห็นเช่นนั้นก็รีบกระชับเสื้อคลุมชุดนอนแล้ววิ่งลงไปชั้นล่างเพื่อจะรับหน้าบุตรชายเพราะเดาจากท่าทางได้ว่าคงต้องกำลังโกรธอะไรอยู่สักอย่างและบุตรชายของเธอเวลาโกรธก็มักจะไม่ค่อยเกรงใครหรือว่ากลัวอะไรเสียด้วย เธอลงมาทันเขาตรงทางที่จะเลี้ยวไปห้องทำงานส่วนตัวของธนชิตพอดี
“ตาเอกมีเื่อะไรหรือลูก”
คุณรินฤดีเข้าไปจะจับตัวบุตรชายไว้แต่ถูกเขาปัดไปให้พ้นทางก่อนเดินตรงไปจนถึงหน้าห้องทำงานของธนชิต ชายหนุ่มเข้าไปทุบประตูห้องโครมๆอย่างไม่เกรงใจและโดยไม่ต้องรอให้ได้รับอนุญาตชายหนุ่มก็เปิดประตูเข้าไปทันที
ธนชิตหนุ่มใหญ่วัยสี่สิบเศษผู้เป็อาซึ่งนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานตัวใหญ่เงยหน้าขึ้นมองอย่างตำหนิแต่ไม่ทันได้พูดอะไรออกมาหลานชายก็ใส่เสียก่อน
“อาชิตใช่ไหมฮะที่เป็คนสั่งระงับบัตรเครดิตของผมทำอย่างนี้หมายความว่าไง”
“ตาเอกใจเย็นๆก่อนสิลูก”
คุณรินฤดีเข้าไปเตือนบุตรชายที่กำลังวู่วาม ยังไงเธอก็ต้องเกรงใจน้องชายของสามีไว้ก่อนตราบใดที่ทรัพย์สมบัติยังไม่ถูกโอนมาเป็ของธนบดีเพราะเขาเป็ผู้ดูแลทรัพย์มรดกทั้งหมดอยู่ เธอกับลูกยังพึ่งพาต้องค่าใช้จ่ายทุกอย่างจากเขา
“เย็นไม่ไหวหรอกครับคุณแม่คุณแม่รู้ไหมว่าอาชิตสั่งระงับการใช้บัตรเครดิตของผม ผมพาเพื่อนไปเลี้ยงข้าวแล้วไม่มีเงินจ่าย ผมอายเขาแทบตาย”
คำพูดของบุตรชายทำให้คุณรินฤดีต้องหันไปมองหน้าน้องชายของสามีด้วยความไม่พอใจเพราะรู้สึกว่าเขาทำกับลูกของเธอมากเกินไปจริงๆ
“อาเสียใจนะที่ต้องทำอย่างนี้เพราะตอนนี้พินัยกรรมของคุณพ่อก็ได้เปิดออกมาแล้ว ท่านไม่ได้ยกทุกอย่างให้เอกไปเลยทันทีอย่างที่พวกเราเข้าใจแต่แรก ทุกอย่างยังอยู่ในความดูแลของอากับอาชนเหมือนเดิม ถ้าเอกอยากได้มรดกส่วนของตนไปก็ต้องรีบทำตามเงื่อนไขของคุณปู่ให้เร็วที่สุดและระหว่างนี้ถ้าหากอยากจะได้เงินไปใช้เหมือนเดิม ก็ต้องเข้าไปช่วยดูแลงานในบริษัทด้วยแล้วอาจะจ่ายเงินเดือนให้เอกเหมือนๆกับพนักงานทั่วไป”
ธนชิตกล่าวอย่าใจเย็นแต่ท่าทางจริงจัง
“อาชิตไม่ต้องมาหาทางบีบผมน่ะ”
ธนบดีโวยวายอย่างโกรธจัด
“อาไม่ได้บีบ ถ้าหากเอกไม่อยากทำก็ไม่เป็ไร อยู่บ้านเฉยๆไปก็ยังมีข้าวกินอยู่เหมือนเดิม”
“อาชิตมันพวกวิปริตถึงได้คิดอะไรบ้าๆแบบนี้”
ชายหนุ่มอาละวาดลั่นห้องคุณรินฤดีรีบดึงบุตรชายออกมาจากห้องนั้นก่อนที่เื่จะลุกลามไปกว่านี้
“คุณแม่ดูพวกเขาทำกับผมสิฮะ”
ธนบดีกล่าวกระฟัดกระเฟียดแม้ผู้เป็มารดาจะดึงเข้ามาอยู่ในห้องส่วนตัวของตนแล้ว
“ใจเย็นๆหน่อยสิลูกตอนนี้เรายังทำอะไรมากไม่ได้”
“คุณแม่ก็บอกแต่ให้ผมใจเย็นๆอยู่นั้นเอง พวกเขาจงใจบีบบังคับเราก็เห็นอยู่ชัดๆ”