ท่ามกลางความมืดมิดของราตรีกาลที่ไร้แสงดาว มีเพียงดวงจันทร์เสี้ยวที่ส่องแสงซีดเผือดลงมายังยอดไม้ในพงไพรนอกเมืองชิงเฟิง ร่างของเด็กหนุ่มในชุดหนังสัตว์ป่าทะยานผ่านยอดไม้อย่างเงียบเชียบดุจิญญาเร่ร่อน หลินเทียนในยามนี้ไม่ใช่เด็กหาฟืนผู้ต่ำต้อยอีกต่อไป กลิ่นอายรอบกายของเขาเยือกเย็นและแหลมคมดุจกระบี่ที่พร้อมจะปลิดชีพศัตรูในพริบตา เขามุ่งหน้าไปยังทิศเหนือของเมืองชิงเฟิง สถานที่ซึ่งศิษย์หน้าบากได้บอกความลับไว้ก่อนตาย นั่นคือตำหนักลับของพรรคอีกาโลหิตที่ตั้งอยู่อย่างมิดชิดในหุบเขาอับโชค
ทุกลมหายใจของหลินเทียนสอดประสานไปกับจังหวะของพฤกษา เขาใช้เคล็ดวิชาวารีไร้ลักษณ์เคลื่อนกายโดยไร้ซึ่งเสียงลมปะทะ เมื่อบรรลุถึงระดับรวบรวมลมปราณขั้นที่หก ประสาทััของเขาขยายขอบเขตออกไปกว้างขวางจนสามารถรับรู้ถึงความเคลื่อนไหวของแมลงที่คลานอยู่ใต้ผืนดินห่างออกไปนับร้อยก้าว ในที่สุด เบื้องหน้าของเขาก็ปรากฏสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ที่สร้างจากศิลาสีดำมะเมื่อม กำแพงสูงใหญ่ถูกประดับด้วยธงรูปอีกาสีแดงโลหิตที่โบกสะบัดอย่างน่าสยดสยองในเงามืด
ตำหนักแห่งนี้คือฐานที่มั่นสำคัญที่ฉินกงใช้ซ่อนตัวและรวบรวมกำลังพลเพื่อวางแผนฮุบสมบัติจากงานประมูล หลินเทียนหยุดนิ่งอยู่บนกิ่งไม้ใหญ่ที่ปกคลุมด้วยเงามืด ดวงตาคู่คมจดจ้องไปยังทหารยามในชุดดำที่เดินตรวจตราอยู่รอบกำแพงอย่างแ่า พวกมันมีนับร้อยคน แต่ละคนล้วนมีระดับพลังไม่ต่ำกว่าระดับรวบรวมลมปราณขั้นที่สี่ สำหรับคนทั่วไปนี่คือป้อมปราการที่มิอาจตีแตกได้ แต่สำหรับหลินเทียนที่มีวิชากระบี่ไร้ลักษณ์ นี่คือสนามฝึกซ้อมการสังหาร
"หมู่บ้านหมอกครามต้องพินาศเพราะพวกเ้า... วันนี้ข้าจะใช้เืของพวกเ้ามาชำระแผ่นดิน" หลินเทียนพึมพำด้วยน้ำเสียงที่เย็นะเื
เขาดีดตัวออกจากกิ่งไม้ ร่างกายเลือนหายไปในความมืดราวกับหลอมรวมไปกับอากาศธาตุ ทหารยามสองคนที่ยืนเฝ้าประตูทิศตะวันตกยังไม่ทันได้ขยับตัว แสงสีครามใสบางเฉียบปานเส้นไหมก็พุ่งผ่านลำคอของพวกมันไปอย่างเงียบเชียบ ร่างไร้ิญญาล้มลงอย่างไร้เสียง หลินเทียนไม่ได้หยุดยั้ง เขาพุ่งทะยานเข้าสู่ใจกลางตำหนักอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงรอยเืที่สาดกระเซ็นบนกำแพงศิลา ทุกลมหายใจที่เขาผ่านไป คือชีวิตของศิษย์พรรคมารที่ดับสูญ
ภายใต้ห้องโถงใหญ่ของตำหนักลับ ฉินกงกำลังนั่งอยู่บนบัลลังก์ไม้แกะสลักรูปหัวอีกา ใบหน้าของเขายังคงมีความโกรธแค้นหลงเหลืออยู่จากการพลาดสมบัติในโรงประมูล เบื้องหน้าของเขามีสาวใช้สองคนกำลังปรนนิบัติสุราด้วยความหวาดกลัว
"ไอ้เด็กเหลือขอนั่นมันหนีไปได้พร้อมกับชายชราขี้เมา... หากข้าจับมันได้ ข้าจะถลกหนังมันออกมาทำกลอง!" ฉินกงแผดเสียงะโพลางทุบโต๊ะจนแตกเป็เสี่ยงๆ
"รองเ้าสำนักโปรดระงับโทสะ เราได้ส่งยอดฝีมืออีกาแดงออกไปค้นหาทั่วเมืองชิงเฟิงแล้ว อีกไม่นานคงได้ข่าว..." ศิษย์คนสนิทกล่าวรายงาน
ทว่ายังไม่ทันที่คำพูดจะจบสิ้น เสียงกรีดร้องอย่างโหยหวนจากด้านนอกก็ดังแทรกเข้ามา ตามมาด้วยเสียงะเิของประตูไม้ที่พังทลายลงอย่างรุนแรง ฝุ่นผงฟุ้งกระจายไปทั่วห้องโถง ร่างของศิษย์พรรคอีกาโลหิตนับสิบคนกระเด็นเข้ามาในห้องในสภาพที่ถูกปราณกระบี่ฟันขาดเป็ชิ้นๆ อย่างน่าสยดสยอง
ฉินกงลุกพรึบขึ้นจากบัลลังก์ ปราณสีม่วงดำแผ่ซ่านออกมาจากร่างด้วยความใและโกรธแค้น "ใครกัน! ใครกล้ามาบุกตำหนักลับของข้า!"
ท่ามกลางกลุ่มควันสีเทา ร่างของเด็กหนุ่มในชุดหนังสัตว์ป่าก้าวเดินเข้ามาอย่างช้าๆ ในมือขวาถือกระบี่สั้นสีดำขลับที่แผ่ประกายแสงสีเงินยวงดุจหมู่ดาว ทุกลยพรรณที่ก้าวเดินทำให้อากาศในห้องเย็นเยียบลงจนเกิดน้ำแข็งเกาะตามพื้นไม้
"ฉินกง... ข้ากลับมาทวงหนี้เื" เสียงของหลินเทียนราบเรียบแต่แฝงไปด้วยอำนาจทำลายล้างที่สั่นะเืไปถึงจิติญญา
"เ้า! ไอ้เด็กหาฟืน!" ฉินกงเบิกตากว้างด้วยความประหลาดใจ "เ้ากล้าบุกมาที่นี่เพียงลำพังงั้นรึ? พลังยุทธ์ของเ้า... ระดับรวบรวมลมปราณขั้นที่หก! เป็ไปได้อย่างไร! เพียงไม่กี่วันเ้าก้าวะโได้ถึงเพียงนี้เชียวหรือ?"
"ความแค้นของหมู่บ้านหมอกคราม คือพลังที่ขับเคลื่อนกระบี่ของข้า" หลินเทียนยกกระบี่พลิกฟ้าขึ้นชี้ไปที่หน้าของฉินกง "วันนี้จะไม่มีใครรอดออกไปจากที่นี่ได้แม้แต่คนเดียว"
"โอหังนัก! ต่อให้เ้าจะบรรลุขั้นที่หก แต่ข้าคือผู้ฝึกตนระดับรวบรวมลมปราณขั้นที่เก้าตอนปลาย! ข้าจะแสดงให้เห็นว่าความต่างของระดับพลังมันคือสิ่งที่เ้ามิอาจข้ามพ้นได้!" ฉินกงคำรามพร้อมกับพุ่งกายเข้าหาหลินเทียน มือทั้งสองข้างกางออกดุจกรงเล็บอีกา ปราณสีม่วงดำควบแน่นจนกลายเป็กรงเล็บั์ที่แหลมคมพุ่งเข้าฉีกกระชากร่างของเด็กหนุ่ม
หลินเทียนไม่ได้หลบเลี่ยง เขาเพียงแค่วาดกระบี่เป็เส้นโค้งที่เรียบง่าย ท่วงท่านั้นดูเชื่องช้าแต่กลับมีอานุภาพที่มองไม่เห็นพุ่งออกมาประทะกับกรงเล็บอีกา
เสียงะเิดังกึกก้องไปทั่วตำหนัก พลังปราณสีครามและม่วงดำปะทะกันจนทำให้เสาไม้ในโถงหักโค่น ร่างของฉินกงต้องชะงักงันด้วยความใเมื่อพบว่าปราณของตนถูกผ่าแยกออกเป็สองซีกอย่างง่ายดาย
"วิชากระบี่อะไรกัน!" ฉินกงะโด้วยความหวาดหวั่น
"กระบี่ไร้ลักษณ์ ขั้นที่สอง กระบี่ไร้เงา" หลินเทียนเอ่ยพึมพำ
พริบตานั้น ร่างของหลินเทียนพลันเลือนหายไปจากสายตาของฉินกง ฉินกงพยายามกวาดตามองหาแต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า ทว่าสัญชาตญาณการเอาตัวรอดบอกเขาว่าอันตรายกำลังมาจากทุกทิศทาง เขาตัดสินใจใช้ท่าไม้ตายสูงสุด 'ระบำอีกาโลกันตร์' ปล่อยปราณอีกานับพันตัวพุ่งกระจายออกไปรอบตัวเพื่อป้องกันและโจมตี
แต่ทว่า... คมกระบี่ที่มองไม่เห็นกลับพุ่งผ่านฝูงอีกาเ่าั้มาได้อย่างไร้ร่องรอย ฉินกงรู้สึกเจ็บแปลบที่แขนซ้ายและขาขวา เืสีแดงฉานพุ่งกระฉูดออกมาทันทีโดยที่เขาไม่เห็นแม้แต่เงาของกระบี่
"อ๊ากกกก! ปีศาจ! เ้ามันคือปีศาจ!" ฉินกงล้มลงไปคลานกับพื้นด้วยความหวาดกลัวอย่างที่สุด ความหยิ่งยโสในฐานะรองเ้าสำนักมลายหายไปสิ้น เหลือเพียงความปรารถนาที่จะมีชีวิตรอด
หลินเทียนปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าของฉินกง ปลายกระบี่พลิกฟ้าจ่ออยู่ที่ลำคอของศัตรู แววตาของเขาเยือกเย็นราวกับเทพมรณะ "บอกข้ามา... ใครคือผู้อยู่เื้ัพรรคอีกาโลหิต และทำไมต้องทำลายหมู่บ้านหมอกคราม"
"ข้า... ข้าบอกแล้ว..." ฉินกงพูดเสียงสั่น "พรรคเราเป็เพียงเบี้ยล่าง... คนที่สั่งการคือยอดฝีมือจาก 'หุบเขาไร้เนตร' พวกมัน้าใช้เืของคนในหมู่บ้านหมอกครามที่เป็ผู้สืบทอดสายเืโบราณมาเปิดผนึกสุาากระบี่... ประมุขของเราก็ได้รับคำสั่งมาอีกที... ข้าบอกความจริงแล้ว ปล่อยข้าไปเถอะ..."
"ผู้สืบทอดสายเืโบราณงั้นรึ?" หลินเทียนขมวดคิ้ว ข้อมูลใหม่นี้ทำให้เขาเริ่มเข้าใจว่าทำไมเขาถึงสามารถหลอมรวมกับคัมภีร์และกระบี่ได้ง่ายดายนัก "ขอบใจสำหรับข้อมูล... แต่คนอย่างเ้าไม่ควรมีชีวิตอยู่เพื่อทำลายใครอีก"
"ไม่! อย่าฆ่าข้า!"
ฉัวะ!
หลินเทียนตวัดกระบี่เพียงครั้งเดียว ศีรษะของฉินกงก็หลุดออกจากบ่าไปพร้อมกับความแค้นที่สั่งสมมานาน หลินเทียนยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางซากศพและกลิ่นคาวเื เขาเก็บกระบี่เข้าฝักแล้วแหงนหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มมีแสงสีทองของวันใหม่รำไร
"ปู่กู่... ข้าล้างแค้นไปได้หนึ่งคนแล้ว แต่นี่เป็เพียงจุดเริ่มต้น... หุบเขาไร้เนตร ข้าจะไปหาพวกเ้าในไม่ช้า"
หลินเทียนสะบัดมือปล่อยปราณกระบี่เผาทำลายตำหนักลับจนเปลวเพลิงสีครามลุกท่วมท้องฟ้า เขาเดินออกจากกองเพลิงมุ่งหน้ากลับสู่เมืองชิงเฟิงเพื่อเตรียมตัวสำหรับการเดินทางครั้งใหม่ที่ยิ่งใหญ่และอันตรายกว่าเดิม เป้าหมายถัดไปของเขาคือการตามหาความลับของสายเืในตัวเขาและความจริงที่ถูกซ่อนไว้ในหุบเขาไร้เนตร ยุทธภพจะต้องสั่นะเือีกครั้งเมื่อกระบี่นิรนามเล่มนี้ถูกชักออกมาจากฝัก!