บทที่ 21 ตัวละครที่ผู้ขายและผู้ซื้อไม่ต้อนรับ
อาจารย์เถียนอาจจะสนใจนักศึกษาที่มีพร์วัยเพียง 16 ปีคนนี้มาก จึงถูกลั่วโหวชักชวนไปที่บริษัทหลักทรัพย์ด้วย
เมื่อเห็นลั่วโหวควบคุมตัวเลข ‘มหาศาล’ นั้น ความประหลาดใจของเธอก็พรรณนาไม่ถูก
“น่าเสียดายที่ภาวะตลาดได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว ไม่อย่างนั้นอาจารย์คงได้โชคลาภในครั้งนี้ด้วย แต่ถ้าอาจารย์จะเข้ามาตอนนี้ และลงทุนหนึ่งหมื่นหยวน น่าจะได้กำไรประมาณห้าสิบเปอร์เซ็นต์นะครับ” ลั่วโหวพูดเบา ๆ
จนกระทั่งตลาดปิดท้ายวัน อาจารย์เถียนจึงออกมาพร้อมกับลั่วโหวและน้าเล็ก เมื่อมานั่งทานอาหารในร้านอาหารระดับค่อนข้างสูง อาจารย์เถียนจึงถามว่า “ลั่วโหว เธอมีความฝันอะไรบ้างหรือเปล่า?”
น้าเล็กหัวเราะ “ความฝันของเขาเหรอ? ก็แค่หาเงินให้ได้ แล้วไปเปิดสถาบันฝึกวิชาพิฆาตที่อเมริกา รับศิษย์ แล้วก่อตั้งองค์กรอาชญากรรมขึ้นมาองค์กรหนึ่ง”
ลั่วโหวกลอกตา “พูดเกินจริงนะ ผมเคยพูดว่าจะก่อตั้งองค์กรอาชญากรรมตอนไหนกัน?”
ก่อนจะหันมายิ้มพูดกับอาจารย์เถียนว่า “อาจารย์เถียนครับ พูดตรง ๆ เลยนะครับ ถ้าครั้งนี้ขายหุ้นได้สำเร็จ ผมก็จะมีกองทุนแรกเป็ของตัวเอง จะเรียนหรือไม่เรียนก็ไม่สำคัญอะไรแล้ว ผมไม่ได้้าใบปริญญาเพื่อให้ใครมาจ้างผมเป็พนักงานอีกต่อไป และไม่จำเป็ต้องเรียนรู้อะไรเกี่ยวกับปรัชญาชีวิตในโรงเรียนอีกด้วย”
หลังจากทานอาหารเสร็จ ดูเหมือนอาจารย์เถียนจะอยากพูดบางอย่างแต่กลับเก็บงำไว้ ลั่วโหวสังเกตเห็นจึงพูดว่า “อาจารย์เถียนครับ อาจารย์นำเงินมาบ้างสิ ผมจะช่วยอาจารย์ลงทุนเอง ไม่้าค่านายหน้าหรอก ผมจะพยายามให้อาจารย์ได้กำไรสุทธิห้าสิบเปอร์เซ็นต์แน่นอน”
ลั่วโหวยังบอกให้อาจารย์เถียนใช้เวลาครึ่งวันในการตัดสินใจ แล้วค่อยบอกคำตอบในคาบเรียนพิเศษตอนเย็น เมื่อกลับไปมหาวิทยาลัย
หลังจากอาจารย์เถียนจากไป น้าเล็กหัวเราะแล้วพูดว่า “นี่เธอกำลังติดสินบนอาจารย์อยู่หรือไง?”
“ใช่แล้ว อาจารย์เถียนเป็อาจารย์ประจำชั้นของมหาวิทยาลัยชั้นนำ เงินเดือนและรายได้นอกเหนือจากงานประจำสูงกว่าครูโรงเรียนมัธยมทั่วไปมาก บางทีเธออาจมีเงินเก็บอยู่ไม่น้อย ใครล่ะจะไม่ชอบเงิน น้ารอดูนะ เมื่อเธอเห็นเด็กหนุ่มวัย 16 ปีสามารถควบคุมเงินได้กว่าห้าล้านหยวน เธอจะต้องหลงใหลแน่นอน! กำไรสุทธิห้าสิบเปอร์เซ็นต์เลยนะ!”
เป็ไปตามคาด หลังเลิกเรียนภาคค่ำ อาจารย์เถียนเรียกลั่วโหวออกไปนอกห้องเรียน พูดคุยกันเบา ๆ สักพัก อาจารย์เถียนบอกว่าพรุ่งนี้จะเตรียมเงินสองหมื่นหยวนให้ลั่วโหว
ลั่วโหวแกล้งถามประชด “อาจารย์เถียนมีเงินมากมายขนาดนั้นเลยเหรอครับ?”
อาจารย์เถียนยิ้มพลางตอบ “ฉันทำงานมาสี่ปีแล้ว ่ปิดเทอมก็ทำงานพิเศษ เงินทั้งหมดล้วนเป็เงินที่ได้มาอย่างยากลำบาก ฉันมอบให้เธอเกือบจะหมดแล้ว ถ้าเธอขาดทุน เธอต้องจ่ายคืนให้ฉันนะ!”
ลั่วโหวคิดในใจ เฮ้ย อาจารย์เถียนเก่งจริง ๆ!
ตอนเช้า เขาได้รู้ว่าอาจารย์เถียนยังโสด!
ในวัย 24 ปียังไม่แต่งงานถือเป็เื่ปกติ!
และที่จริงอาจารย์เถียนตั้งใจจะไปต่างประเทศนานแล้ว!
ลั่วโหวคิดในตอนนั้นว่า ‘ไปต่างประเทศทำไมล่ะ? เงินที่เธอได้อาจจะไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับค่าครองชีพที่นั่น นอกจากนี้การเป็อาจารย์ที่มหาวิทยาลัยจินหนิงก็ถือว่าดีมากแล้ว’
……
นักศึกษาในชั้นเรียนรู้สึกประหลาดใจที่ ‘เด็กเรียนเก่ง’ วัย 16 ปี ไม่มาโรงเรียนในตอนกลางวัน เก่งจริง ๆ
มีหลายคนถึงขั้นนับวันว่าลั่วโหวขาดเรียนไปกี่วันแล้ว
หลังเลิกเรียน นักศึกษาคนหนึ่งที่ชอบแข่งขันมาก ๆ พูดขึ้นว่า “เก่งอะไรกัน เขาก็แค่อันดับที่สามของเมืองเท่านั้น ยังมีคนที่เก่งกว่าเขาอีกเยอะแยะ”
เด็กหนุ่มคนหนึ่งซึ่งเป็เพื่อนร่วมโต๊ะของเขาพูดเสริม “ใช่ เขาแค่เขียนนิยายเก่งเท่านั้น ถ้าพวกเราใช้เวลาสักหน่อย ใครจะเขียนไม่ได้ล่ะ?”
คำพูดนี้ถูกได้ยินโดยถังเทียนเจ๋อสาวสวยคนนั้น เธอพูดว่า “แล้วนายเขียนอวตารได้ไหม?”
ถังเทียนเจ๋อเป็ประธานชั้นเรียน!
นักศึกษาที่ชอบแข่งขันเป็เลขานุการสโมสรนักศึกษา!
ลั่วโหวไม่มีตำแหน่งหน้าที่ใด ๆ เป็คนธรรมดาสบาย ๆ
ั้แ่เช้ามืดของวันที่ 10 กันยายน ลั่วโหวก็ตื่นนอนแล้ว เขาพูดกับแม่ที่กำลังกวาดพื้นว่า “วันนี้ผมพอจะผ่อนคลายได้บ้างแล้ว ผมจะขายหุ้นออก เราจะได้ซื้อบ้านหลังใหญ่กัน”
หุ้นห้าแสนหยวนของลั่วโหวได้เพิ่มมูลค่าขึ้นเป็ใกล้ห้าล้านหยวน หุ้นของท่านประธานจงใกล้สองล้านหยวน และหุ้นของอาจารย์เถียนใกล้สามแสนห้าหมื่นหยวน
ลั่วโหวรู้ว่า่หลังนี้ตลาดหุ้นพุ่งสูงขึ้นมาก หุ้นหลายตัวขึ้นราคาเกินห้าเท่า แต่เนื่องจากไม่มีการจำกัดดัชนีราคา หุ้นหลายตัวจึงสามารถลดลงได้แปดสิบเปอร์เซ็นต์ในหนึ่งวัน!
หลังจากรับประทานอาหารเช้า พ่อของลั่วโหวก็เริ่มรู้สึกกังวลอยู่บ้าง จึงลองโทรหาคุณจง และพบว่าเขาก็กังวลเช่นกัน เพราะนี่ไม่ใช่เงินจำนวนเล็กน้อย!
สองล้านหยวนในปีนี้ สามารถซื้อบ้านใหม่ขนาดใหญ่ได้ถึงสิบหลังในทำเลดี หลังจากนี้ยี่สิบปี บ้านสิบหลังแบบนี้จะมีมูลค่าใกล้สามสิบล้านหยวน!
ความทรงจำจากชาติก่อน ทำให้ลั่วโหวกลายเป็นักลงทุนหุ้นมือฉมัง ดังนั้น ใน่เช้าเวลาไม่ถึงสิบนาที เขาก็ขายหุ้นทั้งหมดออกแล้ว ทั้งห้าคนถึงได้ผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก!
อาจารย์เถียนไม่มีคาบสอน จึงมาที่นี่ด้วย
พวกเขารับประทานมื้อกลางวันในห้องรับรองของร้านอาหารระดับสูงมากแห่งหนึ่งในจินหนิง บรรยากาศบนโต๊ะอาหารนั้น ‘ผ่อนคลายมาก’ คุณจงชมลั่วโหวไม่หยุด ขณะที่ลั่วโหวเองก็พูดไม่หยุดเช่นกัน “หวังว่าท่านประธานจงจะช่วยเหลือพ่อของผมด้วยนะครับ”
ลั่วโหวยังพูดอีกว่า “ผมเพิ่งอ่านหนังสือพิมพ์หุ้นมา การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานโทรคมนาคมทั่วโลก รวมถึงในประเทศของเราจะมาถึงจุดสูงสุด การซื้อหุ้นของบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์โทรคมนาคมจะได้รับผลตอบแทนสูงมาก”
เมื่อได้ยินลั่วโหวพูดอย่างนั้น พ่อของลั่วโหวจึงพูดว่า “ใช่แล้ว เพื่อนของผมมีลูกชายคนโตเพิ่งจบจากมหาวิทยาลัยสิงคโปร์เทคโนโลยีเมื่อปีที่แล้ว และเข้าทำงานที่บริษัทเบลล์ ปีนั้นเก็บเงินได้ หนึ่งแสนหยวน”
ลั่วโหวพยักหน้า “แต่ในประเทศไม่มีโอกาสมากนัก บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์โทรคมนาคมยังไม่ได้จดทะเบียนในตลาดหุ้น ผู้ให้บริการโทรคมนาคมจึงเป็รัฐวิสาหกิจทั้งหมด ซึ่งเราเข้าไม่ถึง นอกจากนี้เรายังไม่มีเทคโนโลยีสำรอง ดังนั้นเราต้องไปต่างประเทศ ไปที่สหรัฐอเมริกา และซื้อหุ้นของซิสโก้*[1]”
อาจารย์เถียนรู้สึกสนใจจึงถามว่า “ลั่วโหว เธอเรียนรู้สิ่งเหล่านี้มาจากที่ไหนกันแน่?”
พ่อลั่วยิ้มพลางพูดว่า “เขาชอบคิดค้น ชอบอ่านหนังสือ ชอบอ่านหนังสือพิมพ์”
ลั่วโหวกล่าวเสริม “และยังมีคอมพิวเตอร์อีกด้วย คอมพิวเตอร์ได้พัฒนาควบคู่ไปกับเครือข่ายโทรคมนาคม ใช่แล้ว ท่านประธานจงมีความสนใจที่จะขายคอมพิวเตอร์บ้างไหม ดูจากสถานการณ์แล้ว บริษัทอสังหาริมทรัพย์ยังต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าจะเริ่มดำเนินการ และในเวลานั้นท่านก็เกือบจะเกษียณแล้ว ท่านต้องหาอาชีพให้ตัวเองสักอย่าง หรือจะให้พี่น้องของผมหางานให้ทำก็ได้ และการประกอบคอมพิวเตอร์ก็ไม่ได้มีเทคโนโลยีที่ซับซ้อนมากนัก รอสักสองสามปี เราก็สามารถนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ระดมทุนได้ การมีทรัพย์สินมูลค่าหลายพันล้านนั้นจะเป็เื่ง่ายดาย”
คุณจงยิ้มพลางพูดว่า “เล่าให้ฟังอีกสักหน่อยสิ”
จากนั้นลั่วโหวก็เริ่มพรรณนาอย่างคล่องแคล่ว ั้แ่เหตุผลที่โครงสร้างพื้นฐานด้านโทรคมนาคมจะได้รับการปรับปรุงอย่างรวดเร็ว เหตุผลที่คอมพิวเตอร์จะแพร่หลาย รวมถึงเหตุผลที่การซื้อหุ้นเหล่านี้และการก่อตั้งบริษัทจริงจะทำกำไรได้
เขาพูดไปประมาณครึ่งชั่วโมง จนพ่อลั่วรู้สึกภูมิใจมาก และอาจารย์เถียนยังกล่าวชื่นชม “ลั่วโหว เธอมีวิสัยทัศน์อย่างนี้ การเรียนในมหาวิทยาลัยคงเป็การสิ้นเปลืองเวลาเปล่า ๆ!”
ลั่วโหวรีบพูดว่า “แต่ผมไม่อยากให้มหาวิทยาลัยไล่ออก ผม้าจองที่นั่งในมหาวิทยาลัย ไม่มีอะไรก็กลับไปเดินเล่น”
ทุกคนหัวเราะ ส่วนคุณจงถามต่อว่าการเปิดร้านตัวแทนจำหน่ายคอมพิวเตอร์หรือการเปิดบริษัทผลิตคอมพิวเตอร์ต้องใช้เงินลงทุนมากน้อยเพียงใด
ลั่วโหวกล่าวว่า “สำหรับร้านตัวแทนจำหน่าย เรายังสามารถรับได้ในตอนนี้ สิ่งสำคัญคือตลาด มีคนสั่งซื้อจากเราหรือไม่ ลูกค้าหลักใน่แรก ๆ ยังคงเป็มหาวิทยาลัย สถาบันวิจัย และบริษัทขนาดใหญ่บางแห่ง ดังนั้นการสร้างเครือข่ายสัมพันธ์จึงมีความสำคัญมาก เช่น หากมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง้าจัดซื้อคอมพิวเตอร์จำนวนมาก พวกเขาสามารถสั่งซื้อโดยตรงจากบริษัทคอมพิวเตอร์อย่างเลอโนโวและเ้าของได้เลย โดยไม่ต้องผ่านร้านตัวแทนจำหน่ายอย่างเรา ดังนั้นร้านตัวแทนจำหน่ายจึงเป็ตัวละครที่ทั้งผู้ขายและผู้ซื้อไม่ค่อยให้การต้อนรับนัก ต่อหน้าบริษัทคอมพิวเตอร์ ร้านตัวแทนจำหน่ายไม่มีสถานะสูงนัก ต้องยอมรับการแสวงหาประโยชน์จากพวกเขา แต่ต่อหน้าลูกค้า เราต้องยิ้มแย้มแจ่มใส พูดถึงบริษัทคอมพิวเตอร์ เนื่องจากชิ้นส่วนพื้นฐานส่วนใหญ่ต้องนำเข้า บริษัทคอมพิวเตอร์ในประเทศ จริง ๆ แล้วล้วนแต่เป็บริษัทประกอบเท่านั้น ผมเห็นในหนังสือพิมพ์บอกว่า เดือนพฤษภาคมปีนี้ เลอโนโวได้เปิดตัวคอมพิวเตอร์ราคาประหยัดรุ่นแรกของประเทศ ซึ่งเป็คอมพิวเตอร์ระดับ 386 สำหรับใช้งานในครัวเรือน ยี่ห้อดังราคาไม่ถึงหนึ่งหมื่นหยวน สร้างสถิติยอดขายภายในหนึ่งเดือนถึง 5,500 เครื่อง นึกภาพสิ มันคือยอดขายกว่าห้าสิบล้านหยวน โดยมีกำไรสุทธิอย่างน้อยสามสิบเปอร์เซ็นต์!”
“พูดถึงเลอโนโว บทบาทของมันค่อนข้างพิเศษ มีความเกี่ยวข้องกับสถาบันวิทยาศาสตร์อยู่บ้าง ดังนั้นจึงมีช่องทางในมหาวิทยาลัยไม่มากก็น้อย แต่ถ้าเราจะเข้าสู่วงการนี้ เราต้องดึงเด็กหนุ่มบางคนเข้ามาร่วมด้วย แต่ไม่ควรให้เด็กหนุ่มที่ตระหนี่เกินไปเข้ามามีส่วนร่วม ไม่เช่นนั้นเราจะกลายเป็ตัวประกอบทันที”
เมื่อได้ยินลั่วโหวพูดอย่างนั้น คุณจงจึงส่ายหน้าแล้วพูดว่า “งั้นก็ล้มเลิกเถอะ ฉันอายุ 54 ปีแล้ว ไม่สามารถลงทุนในธุรกิจแบบนี้ได้แล้ว”
เขารู้สึกว่าคำพูดนั้นของตัวเองฟังดูท้อแท้เกินไป จึงยิ้มแล้วพูดต่อ “ลั่วโหว เธอยังหนุ่มอยู่ ลองดูสิ!”
พ่อลั่วจึงพูดว่า “ชะงักไว้ก่อน เราไม่มีช่องทางมากพอ แม้ผลิตออกมาแล้ว คนอื่นก็ไม่จำเป็ต้องซื้อของเรา”
ลั่วโหวรู้สึกว่าสถานการณ์ในปัจจุบันเป็เช่นนั้นจริง จึงพยักหน้าเห็นด้วย “ถ้าอย่างนั้นก็สะสมกำลังไว้ก่อน แล้วทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ให้ดียิ่งขึ้น ท่านประธานจง ท่านต้องดูแลพ่อผมให้ดี ให้พ่อผมเก็บเงินได้มาก ๆ รอจนกระทั่งผมหาเงินได้มากพอจากวอลล์สตรีท*[2]แล้ว ผมจะกลับมาเปิดบริษัทอสังหาริมทรัพย์ด้วยกัน ตอนนั้นผมจะแบ่งหุ้นให้ท่าน ในเวลานั้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของประเทศจะเริ่มขยายตัวแล้ว ถึงตอนนั้นท่านจะกลายเป็ผู้ถือหุ้น ซึ่งดีกว่าการทำงานให้รัฐบาลในตอนนี้มากนัก”
คุณจงหัวเราะอย่างพอใจ
[1] ซิสโก้ คือบริษัทขนาดใหญ่ที่อยู่ในแคลิฟอร์เนีย ผลิตและจัดจำหน่ายอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์เครือข่ายและเทคโนโลยีขั้นสูง เป็ผู้นำด้านไอทีและระบบเครือข่ายทั่วโลก
[2] วอลล์สตรีท คือชื่อถนนเส้นหนึ่งทางตอนล่างของแมนฮัตตัน ในนิวยอร์ค ซึ่งอยู่ในย่านที่เป็ศูนย์รวมอุตสาหกรรมทางการเงิน และเป็คำที่ใช้เรียกเพื่ออ้างถึงคำทั่วไปเกี่ยวกับอุตสาหกรรมการเงินของสหรัฐอเมริกา