ตอนที่ 18 : ศึกแรก
หลังจากอัลเฟรดได้รับข้อความ แผนกระชับมิตรจึงถูกเปลี่ยนเป็การเตรียมา
ชินรู้ดีว่าศึกนี้ไม่ใช่เื่เล็ก เพราะหากรวมกลุ่มของอัลเฟรดด้วย สมรภูมินี้จะเป็าที่มีาาเข้าร่วมถึง 4 คน
ด้วยเหตุนั้น อุปกรณ์อันเพียบพร้อมจึงเป็สิ่งสำคัญ แถมตอนนี้พวกอัลเฟรดก็ถือเป็พันธมิตรกันแล้ว หากหวงไพ่เกินงามจะทำให้เสียงานจนพ่ายแพ้เอาได้ ชินจึงเสนอให้ทุกคนมาเตรียมตัวที่เซฟเฮาส์ของเขาด้วยอุปกรณ์ใหม่ล่าสุดที่เขามี รวมถึงยอมให้ใช้อุปกรณ์วางแผนทั้งหมดในเซฟเฮาส์เพื่อให้แผนการออกมาเห็นภาพรัดกุมที่สุด
จุดหมายต่อไปก่อนที่จะเข้าสู่สมรภูมิ จึงเป็ฐานลับใต้โรงงานร้างแห่งเดียวกับที่ชินไปมาล่าสุด
❖❖❖❖❖
หลังเดินทางมาถึง เหล่าเพื่อนพ้องใหม่ก็ถูกต้อนรับให้เข้ามาอยู่ในห้องเตรียมการ มีโต๊ะใหญ่ตรงกลางไว้วางแผนรายล้อมด้วยแผนที่โฮโลแกรม อาวุธและคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ
อัลเฟรด ไดอา ิเซียน ริวและเกวนค่อย ๆ ถอดหน้ากากตัวเองออก พร้อมกับมองไปรอบห้องด้วยความตกตะลึง
“โอ้ว นี่มันโคตรเจ๋งเลยนี่หว่า!” ริวทำตาเป็ประกายเมื่อมองไปรอบห้อง ท่าทางเขาเหมือนเด็กยิ่งกว่าิเซียนเสียอีก
“มีของดีเต็มไปหมดเลยนะคะ... ต้องบอกว่าสมแล้วที่เป็แองกริคราวน์”
ิเซียนที่ปกติไม่ค่อยพูดยังเอ่ยปากชม สายตาประทับใจแสดงออกมาจากทั้งเกวน ไดอาและอัลเฟรด
“โห... สมเป็ท่านชินเลยครับ”
สายตาของอัลเฟรดมีนัยยะยิ่งกว่าคนอื่น เขาพูดพลางมองมาทางชินด้วยสายตาชื่นชม แต่เป็คนละแง่กับคนที่เหลือเพราะมันดูคมกว่าคนอื่นนัก
อนึ่ง สาเหตุที่ชินเชิญพวกเขามายังฐานลับนั้นมีสองสาเหตุ... อย่างแรกคือเพื่อโอ้อวด เขาทำเพื่อแสดงอำนาจและกำลังทรัพย์ที่ตนมีใน เป็การข่มขู่เพื่อสร้างความกดดันทางจิตวิทยาอย่างนึง และนั่นจะสร้างความน่าเชื่อถือให้กับชินไปด้วยในตัว
และอย่างที่สองก็คือ... แม้จะยังเชื่อใจไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่อีกฝ่ายก็เป็พวกพ้อง การมีฐานลับที่ปลอดภัยในการวางแผนงานจึงเป็สิ่งจำเป็ แถมตึกร้างเมื่อตอนเย็นที่พวกอัลเฟรดใช้ประจำนั้นค่อนข้างเสี่ยงต่อการถูกดักฟัง การประชุมในที่ปิดแบบนี้จึงปลอดภัยกว่า
“น้ำชาค่ะมาสเตอร์”
“ขอบใจ”
โอลิเวียนำชามาเสิร์ฟให้ชินที่นั่งหัวโต๊ะ ทั้งสองคนอยู่ในชุดปฏิบัติการณ์อย่างแองกริคราวน์และโกลเด้นด็อกเรียบร้อยยกเว้นหน้ากากที่ยังแขวนผนังไว้อยู่
ทั้งสองปล่อยให้พวกอัลเฟรดตะลึงกันให้พอใจ ไม่อย่างนั้นคงไม่มีสมาธิคุยแผนกัน
เกวนเองก็เป็หนึ่งในคนที่ตะลึงไม่หาย เธอเดินไปรอบห้องรอบนึงถึงจะนั่งเก้าอี้ที่โอลิเวียจัดไว้ให้ถัดจากเธอ
“สุดยอดเลยนะเนี่ย ชินเป็แองกริคราวน์จริง ๆ ด้วยสินะ”
“จนป่านนี้แล้วยังไม่เชื่ออีกเหรอเนี่ย” ชินยิ้มแห้ง วางถ้วยน้ำชาลงอย่างผู้ดี
“ก็แหม...” เกวนเกาแก้มเขินอาย เธอรู้สึกคุ้นเคยกับชินเกินไปจนรู้สึกว่าแองกริคราวน์เป็เื่แฟนตาซีไปแล้ว
พอเกวนนั่งลงคนอื่นก็ทยอยนั่งลงตาม
ทุกคนนั่งกระจายไปรอบตัวโดยมีอัลเฟรดนั่งที่หัวโต๊ะอีกฝั่งที่ชินกำลังนั่งอยู่ ริวกับิเซียนนั่งฝั่งขวาของชิน ส่วนไดอา เกวนและโอลิเวียนั่งฝั่งซ้ายตามลำดับความใกล้
ความเป็ทางการทำให้ทุกคนเริ่มปรับอารมณ์เป็จริงจัง
“นี่ ๆ ฉันว่าเรามาเริ่มวางแผนได้แล้วมั้ง”
ไดอาช่วยร่นเื่ให้อีกต่อพร้อมมองไปทางอัลเฟรด
ณ ตอนนี้คงต้องให้เขาเป็คนนำ เพราะอย่างไรเสียคนที่คิดแผนไว้ก่อนก็เป็เขา
“นั่นสินะครับ ถ้างั้นก็...” อัลเฟรดเห็นด้วย เขารีบเคาะโต๊ะเพื่อแสดงแผนที่บริเวณเขตประเทศรอบเขตที่ 66 ที่เรากำลังอยู่ตอนนี้
อนึ่ง ในส่วนวิธีการใช้ ชินสอนอัลเฟรดก่อนหน้าจะเริ่มประชุมแล้ว
นั่นทำให้สายตาของทั้งกลุ่มจับจ้องไปยังกลางโต๊ะ
แผนที่ถูกซูมออกจากตำแหน่งเซฟเฮาส์ออกไปจนครอบคลุมประเทศในกลุ่มอาเซียนทั้งหมด ประเทศที่ถูกไฮไลต์เป็สีเขียวได้แก่เขต 66 และเขต 60 หรืออีกนัยนึงคือประเทศสยามและมาลาเชีย ซึ่งอัลเฟรดถือครองอยู่
“ย้ำอีกครั้งนะครับ เป้าหมายของเราคือเขตประเทศที่ 62 ซึ่งเป็ของาาอันดับที่ 7 ครับ”
“อินดรานีเซียงั้นสินะ”
“ใช่แล้วครับ”
อัลเฟรดมาร์คตำแหน่งเป้าหมายตามที่เอ่ยเป็สีแดง
“เพราะว่าเขตที่ 60 ของเรากับ 62 ของศัตรูมีบางส่วนที่เป็เขตแดนติดกัน ทางนั้นเลยวางกำลังไม่ให้เราบุกรุกได้ง่าย ๆ มาโดยตลอด เพราะงั้นพวกเราเลยใช้แผนการเบนความสนใจ โดยการจู่โจมเขตที่ 855 ซึ่งเป็เขตของาาอันดับที่ 4 ซึ่งเป็บุคคลที่สาม เพื่อให้เขาคิดว่าเราวุ่นอยู่กับการโจมตีของทางนั้นอยู่”
“นั่นก็เลยเป็เหตุผลที่ดิฉันกับชินไปเจอริวที่เขต 855 สินะคะ”
โอลิเวียพูดเสริม ริวคิ้วกระตุกเพราะถูกเรียกชื่อแบบไม่ให้ความเคารพ แต่ถามว่าเขากล้าเอ่ยอะไรไหมก็คงไม่
อย่างน้อยเขาก็รู้ว่านี่ไม่ใช่เวลาทะเลาะกัน ชินรู้สึกขอบคุณตรงนั้นเลยพยักหน้าให้ริวทีนึงเป็อันเข้าใจกัน
แต่ชินก็ยังติดใจอยู่อีกอย่าง
“ฉันพอจะเข้าใจ... ที่นายใช้แผนดึงความสนใจก็เพื่อให้การจู่โจมแบบสายฟ้าแลบในคืนนี้สำเร็จ แต่ถ้าอีกฝ่ายกำลังรอจังหวะเดียวกันแล้วเข้ามายึดเขตของนายแทนล่ะ? เพราะเห็นว่าอีกฝ่ายก็กำลังจนตรอกเพราะโดนรุมจากหลาย ๆ ทางเลยไม่ใช่รึไง?” ชินย้อนความถึงข้อมูลใหม่ที่อัลเฟรดได้มาเมื่อตอนเย็นจนต้องเปลี่ยนแผน
หากอัลเฟรดมีข้อมูลนั้นได้ ก็มีโอกาสที่าาอันดับที่ 7 จะมีเหมือนกัน
อัลเฟรดได้ยินแล้วเผยยิ้ม
“เป็คำถามที่ดีครับ แต่ไม่ต้องห่วงเื่นั้นหรอกครับ เพราะผมเองก็ฝากให้อัศวินคนนึงของผมเฝ้าที่นี่แทนไว้ให้แล้ว” อัลเฟรดยักไหล่สบายใจ
“นอกจากนี้ ผมยังสั่งให้อัศวินกักตัวอยู่ในโรงแรมของ ‘The Singularity’ ไว้ด้วยครับ ศัตรูคงต้องคิดหนักหน่อยล่ะถ้าจะแหกกฎของคนพวกนั้นน่ะ”
อัลเฟรดยิ้มแฉ่ง แผนของเขามีช่องโหว่น้อยมากจนชินยังนึกแอบชม
‘The Singularity’ งั้นเหรอ?
เล่นใช้งานคนพวกนั้นก็คงต้องยอมรับว่ามีเส้นสายระดับนึงล่ะนะ
ส่วนถ้าถามว่า ‘The Singularity’ คือใคร
คำตอบคือ มันเป็กลุ่มองค์กรโลกเื้ัขนาดใหญ่ ที่ควบคุมความเป็ไปของสังคมในโลกมืดทั้งหมดของโลก
ถ้าหาก ‘URI’ ที่เราเผชิญหน้าก่อนหน้านี้คือเสาหลักแห่งแสงสว่างที่คอยค้ำจุนความสงบสุขของโลก
‘The Singularity’ ก็คงเป็เสาค้ำโลกใต้ดินที่คอยควบคุมไม่ให้พวกนอกกฎหมายทั้งหลายทำตามอำเภอใจ
เรียกว่าเป็ผู้มีอำนาจในการควบคุมทรัพยากรต่าง ๆ รวมถึงบริการทั้งหลายในโลกเื้ั
ไม่ว่าจะเป็จุดศูนย์รวมการตั้งค่าหัว ไล่ล่านักฆ่านอกรีต เป็คนกลางเื่รับจ้างทหารคนคุ้มกัน รวมถึงให้บริการที่พักสำหรับเหล่ามือสังหาร
ยกตัวอย่างก็โรงแรมที่อัลเฟรดบอก
นั่นเป็เขตสีเขียวของพวก ‘The Singularity’ ที่ห้ามใช้ความรุนแรงกับแขกเด็ดขาด ยกเว้นว่าแขกคนนั้นจะมีค่าหัวโดยตรงจากพวกนี้ล่ะนะ
ด้วยเหตุนั้น ถ้าเลือกหน้าม้าที่ไม่มีค่าหัวไปเช่าโรงแรมนี้อยู่ คงวางใจได้แทบจะ 100% เลยว่าจะไม่มีใครเข้าไปทำร้าย
เพราะอย่างไรเสีย ‘The Singularity’ ก็เป็ผู้มีอำนาจในโลกมืด มีอำนาจครอบคลุมโลกทั้งใบ
ถึงจะเป็ผ็ถือครองตราาา แต่ก็ยังไม่ได้โลกทั้งใบจริง ๆ
คงต้องคิดหน่อยล่ะถ้าจะงัดข้อกับองค์กรระดับโลกอย่าง ‘The Singularity’
“รอบคอบใช้ได้นี่นา”
“แหม... เป็เกียรติอย่างยิ่งเลยครับ”
อัลเฟรดรับคำชมแต่โดยดี รอยยิ้มที่เผยขึ้นดูเถรตรงเหมือนกับเด็ก ๆ
ชินเองก็นึกว่าอัลเฟรดจะเป็คนเ้าเล่ห์กว่านี้ พอเห็นรอยยิ้มใสซื่อนั่นก็ทำเอาไว้ใจขึ้นมาเลย
“แล้ว... แผนใหม่กับกำลังรบของเราเป็ยังไงบ้างล่ะ” ชินถามยืนยันอีกรอบ เพราะเวลากำลังใกล้เข้ามา
“อัศวินของผมที่ปกครองเขต 60 คือคนที่รู้ที่อยู่ของศัตรูครับ เราจะเดินทางไปที่นั่นแล้วลอบเข้าไปในเขต 62 ที่เป็เป้าหมายทางบก”
อัลเฟรดวาดเส้นทางจากเขต 66 ไปยังเขต 60 ซึ่งเป็การเดินทางโดยเครื่องบิน จากนั้นก็แสดงเป็รอยเท้าจากเขต 60 เข้าสู่เป้าหมายอย่างเขต 62 ตามที่อธิบายไปก่อนหน้า
“กำลังรบของเรา รวมเธอคนนั้นกับทุกคนที่อยู่ที่นี่ก็จะมี 8 คนครับ”
อัลเฟรดผายมือหมายรวมถึงทุกคนในห้องนี้
แต่ชินจับคางครุ่นคิด เหมือนนึกขึ้นได้ว่ามีเื่ที่อัลเฟรดยังไม่บอก
“ถ้าจำไม่ผิด... จำนวนของอัศวินจะเท่ากับจำนวนอาณาเขตที่บวกด้วย 2 แสดงว่าในกรณีที่ทุกอาณาเขตต้องมีคนเฝ้า าาจะสามารถพกพาอัศวินไปบุกศัตรูได้สองคนสินะ”
“และ 2 คนที่ว่าก็คือไดอาของผมกับคุณริวนั่นเองครับ”
อัลเฟรดผายมือให้ริวและยิ้มแฉ่งให้ไดอา ดูท่าสองคนนี้จะมีซัมติงกันจริง
อย่างไรก็ดี อัลเฟรดช่วยประหยัดเวลาให้ชินอยู่
ที่ชินเกริ่นมาก็เพราะอยากยืนยันตัวตนของอัศวินอัลเฟรด และอยากยืนยันด้วยว่าสองคนนี้น่าจะเป็กำลังหลักของอัลเฟรดที่จะคู่กายไปด้วยทุกที่เมื่อมีศึก
เื่กำลังรบเรียบร้อยดีแล้ว
ที่เหลือก็คือกับดักของศัตรู
“แล้วจะแน่ใจได้ยังไงว่าอีกฝ่ายที่ตามสืบมาเป็เป้าหมายจริง? ถ้าอีกฝ่ายเป็แค่นกต่อจะไม่แย่เอาเหรอ?” ชินพยายามหาช่องว่าง
ไม่ใช่เพราะชอบจับผิด แต่เพราะอยากให้แผนรัดกุม ซึ่งไม่มีใครว่าได้เพราะสิ่งที่ชินพูดมันมีโอกาสเกิดขึ้นจึงต้องดักคอไว้ก่อน
...แต่ท่าทีสบาย ๆ ของอัลเฟรดก็ไม่ได้หายไปแต่อย่างใด
“เื่นั้นสบายใจได้ครับ เพราะิเซียนของทางเรามีไนท์ที่สามารถมองเห็นอดีตของผู้คนได้”
ชินเบิกตาขึ้น เขาได้รับคำตอบที่สงสัยมาถึง 2 ข้อในเวลาเดียวกัน
ทำนึกขึ้นได้ว่าเคยสบตากับิเซียนบนรถไฟฟ้าตอนที่ไปเที่ยวกับเกวนและเคนเนธ
งี้นี่เอง ที่บอกว่ามีไนท์ตรวจสอบข้อมูลชั้นยอดนี่ไม่ได้เกินเลยจริง ๆ
ถ้ามีไนท์แบบนี้อยู่ ต่อให้อีกฝ่ายมีเบื้องหน้ายังไงก็รู้เื้ัได้หมด ไม่เกี่ยวเลยว่าจะมีเทคโนโลยีหรือความสามารถในการป้องกันแบบไหน
เจอพลังแบบนี้เข้าไป ถึงเป็เราก็หมดปัญญาปิดบังตัวตนแหละนะ
ปริศนาที่ว่าอัลเฟรดรู้ตัวจริงเขาได้ด้วยวิธีไหนกระจ่างแล้ว ทำชินยอมแพ้ในเวลาเดียวกัน
“แสดงว่าฉันแพ้อัลเฟรดก็เพราะเธอสินะเนี่ย”
“ฉันเก่ง เย้”
ิเซียนชูนิ้วทำท่าพีชทั้งสองมือดูดีใจสุด ๆ
...ถึงใบหน้าจะนิ่งเฉยเหมือนทุกทีก็เถอะ
อัลเฟรดเงยหน้ามองนาฬิกาแขวนในห้อง คิ้วเขาก็ขมวดเข้าด้วยกันทำให้ชินจับสังเกตได้ไปด้วย
“จวนเจียนจะถึงเวลาที่นัดเครื่องบินไว้แล้วสิครับ”
“จะได้ลุยแล้วสินะ” ริวกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นพลางชกหมัดทั้งสองเข้าด้วยกันอย่างเร่าร้อน
“อืม... หวังว่ามิวจะปลอยภัยนะ” ต่างกับทางเกวน เธอเอ่ยชื่อที่น่าจะเป็สหายในเขต 60 ที่กำลังจะไป ไดอาเลยตบไหล่เธอเบา ๆ ปลอบใจ
“ไม่ต้องห่วงหรอกจ่ะ คนพวกนั้นโดนบุกอยู่ คงไม่น่าไปบุกเขตอื่นสุ่มสี่สุ่มห้าหรอกมั้ง”
“...ก็นั่นสินะ” เกวนยอมรับแบบนั้น หรือไม่ก็พยายามคิดแบบนั้นเพื่อความสบายใจ
สมเป็เธอดีล่ะนะ
ชินคิด
“อะแฮ่ม!” อัลเฟรดกระแอมเสียงดังดึงความสนใจทุกคน
ดูเหมือนเวลาจะมาถึงแล้ว
“ถ้าเช่นนั้น เรามายึดเขต 62 ให้ได้กันเถอะครับทุกคน!” อัลเฟรดยืนขึ้น ยืดอกองอาจจนนึกท่าทางทีเล่นทีจริงก่อนหน้าไม่ออก
ความจริงขังแสดงออกมาทั้งสีหน้าและน้ำเสียง าของจริงกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว
“จะหัวเราะหรือร้องไห้ ศึกนี้ก็จะจบลงในคืนนี้ มาพยายามเต็มที่ไม่ให้เสียใจทีหลังกันเถอะครับ!”
“ “ “โอ้!” ” ”
ริว ไดอาและเกวนตอบกลับอย่างเร่าร้อนและไร้ข้อกังขา ราวจิตต่อสู้ถูกกระตุ้นด้วยคำพูดเพียงแค่นั้น
หากนับในแง่ความน่าเชื่อถือ อัลเฟรดอาจมีความเป็ผู้นำในระดับนึง เพราะนั่นก็ถึงขนาดรวมกำลังใจของคนในกลุ่มได้ในเวลาอันสั้น
แต่เื่ที่ศึกใหญ่มาถึงเร็วกว่าที่คิดนั้นเป็เื่จริง ทุกคนจึงลุกขึ้นในทันทีเพื่อเตรียมตัว
อ๊อด! อ๊อด! อ๊อด!
ทว่า... ก่อนที่จะได้เริ่มเคลื่อนไหว กำแพงทั้งสามทิศก็ปรากฏภาพโฮโลแกรมแจ้งเตือนในพริบตา เป็คำพูดแจ้งเตือนสุดคลาสสิคอย่าง ‘Caution!’
โฮโลแกรมด้านที่ติดอยู่กับกำแพงด้านหลังของชิน ปรากฏภาพจากกล้องวงจรปิด 4 ตัว เป็กลุ่มคนสวมชุดเกราะจำนวนหลายสิบคน พร้อมด้วยอาวุธปืนกลราวกับจะมาทำา
และสถานที่ที่ปรากฏภาพนั้นก็ไม่ใช่ที่ไหนอื่น หากแต่เป็รอบ ๆ โรงงานร้างแห่งนี้นี่เอง
“...รู้ตัวแล้วเหรอ” ชินขมวดคิ้วบ่นน้ำเสียงกังวล
“เอ๊ะ อะไร? เกิดอะไรขึ้นเหรอ?”
เกวนมองไปรอบ ๆ ด้วยความใ แต่เธอก็ไม่ได้เสียความเยือกเย็นจนทำอะไรไม่ถูก
สายตาของคนอื่นในห้องเองก็เปลี่ยนเป็คมกริบ เพราะเห็นชัดอยู่ว่านี่ไม่ใช่สัญญาณที่ดี
เห็นชินกับโอลิเวียลุกขึ้นไปเตรียมอุปกรณ์ยิ่งยืนยันเื่นั้นได้
“พวกนั้นคือหน่วยรบพิเศษที่ขึ้นตรงกับ URI ค่ะ ดูเหมือน UR เขต 66 จะตามล่าเรามานานพอสมควรแล้ว” โอลิเวียอธิบายไปด้วยเริ่มสวมอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่อยู่ในห้องเป็ชุดพร้อมออกรบไปด้วย
“หน่วยรบพิเศษที่ประกอบขึ้นจากอดีตสมาชิกหน่วยคอมมานโด สเปซนาซและอื่น ๆ จากทั่วทุกมุมโลก ใช้บุคลากรในจุดประสงค์อย่างเดียวคือจับตายเป้าหมายที่เป็อันตรายต่อความมั่นคง หากไม่นับหน่วย RC-Force ที่เน้นทำลายล้างเป้าหมาย พวกนี้ก็เป็หน่วยรบบุคคลที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกค่ะ”
ความกระตือรือร้นของโอลิเวียและชินกระตุ้นให้ทั้งกลุ่มสวมกลับมาสวมหน้ากากตามไปด้วย
“ ‘Judgement Special Force’ นั่นแหล่ะชื่อของพวกมัน”
ชินแต่งกายเสร็จสิ้นคนแรก รูปลักษณ์ภายนอกสวมหน้ากากตัวตลกพิโรธสะกดสายตาของทุกคนในกลุ่มยกเว้นโอลิเวียที่ถูกสะกดคนละความหมาย
“เห็นกี่ทีก็ยังไม่อยากเชื่อเลยนะว่าชินจะเป็แองกริคราวน์ไปได้” เกวนเดินเข้ามาหลังจากที่สวมหน้ากากกระต่ายสีขาวเสร็จแล้ว
“ผิดหวังเหรอ?” น้ำเสียงชินเย็นเยือกหลังถูกแปลงด้วยอุปกรณ์ของหน้ากาก ยิ่งดูอารมณ์เขายากไปอีก
แต่ถามว่าเธอกลัวรึ? ก็ไม่
เกวนส่ายหน้าให้ชินทันทีที่คิดว่าเธอจะมองเขาในแง่ลบ
“ไม่เลยซักนิด แค่แปลกใจเฉย ๆ เอง” เกวนน้ำเสียงอ่อนละมุล ดูเหมือนเธอจะแอบดีใจด้วยซ้ำไป
เป็ความดีใจในแง่ที่ว่า ‘รู้ความลับสุดยอดของผู้ชายที่ตัวเองสนใจเข้าซะแล้ว’
แต่แน่นอนว่าชินไม่อาจรู้เื่นั้นได้
“งั้นเหรอ”
ชินตอบกลับด้วยน้ำเสียงค่อนไปทางแปลกใจเสียมากกว่า แต่ก็ดีใจด้วยเหมือนกัน
และแน่นอน... โอลิเวียจ้องการสนทนานั้นไม่วางตาเลย
“มาสเตอร์ เอายังไงต่อดีคะ” โอลิเวียขยับเข้ามาใกล้จนตัวแทบจะแนบชิด เพราะส่วนสูงที่ต่างกันเลยดูเหมือนออดอ้อน
ชินเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมโอลิเวียถึงเข้าประชิดอย่างจงใจเอาตอนหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้
แถมพวกอัลเฟรดยังทำหน้ากระหยิ่มยิ้มย่องราวกับจะแกล้งกัน ทำเอาชินอดสงสัยไม่ได้
ทว่าในตอนนี้... มีเื่สำคัญที่ต้องจัดการก่อน
“นี่เป็ปัญหาของฉัน... ฉันจะจัดการพวกนั้นเองคนเดียว” ชินกระชับถุงมือขวาของตัวเองด้วยมือซ้าย
น้ำเสียงเขาไร้อารมณ์แลสงบนิ่ง สร้างความแปลกใจให้กับทุกคนในห้องจนสีหน้าเปลี่ยนไป
ยกเว้นโอลิเวียที่รู้อยู่แล้ว... กระนั้นสายตาภายใต้หน้ากากของเธอกลับเต็มไปด้วยความเป็ห่วงมากยิ่งกว่าใคร
❖❖❖❖❖
