หม่าถงสังเกตอารมณ์ของเ้านายยามนี้เขารีบทำตามคำสั่งทันที
“ได้ครับผมจะพาไปมณฑลตามที่อยู่ของนายหญิงเดี๋ยวนี้” เขารีบมองขวับไปยังทหารชั้นผู้น้อยให้หลบออกไปหากไม่อยากถูกลงโทษเขารีบพยักหน้าและเปิดประตูให้หม่าถงไม่กล้าแม้จะเงยหน้ามองท่านนายพลตอนนี้เลยแม่เฟิ่งเองก็รีบวิ่งออกมาห้ามลูกชาย
“เจี้ยนเฉินลูกจะไปไหน ตอนนี้ดึกแล้วอย่าเดินทางเลยนะ ”
“ผมจะไปตามภรรยาผมกลับมาส่วนเื่ที่เกิดขึ้นวันนี้ผมจะจัดการสอบสวนอีกครั้งว่าหลี่เหมยหนีออกไปได้อย่างไร ”
“ถ้าลูกกล้าเดินออกจากบ้านครั้งนี้เราสองแม่ลูกตัดขาดกันหลี่เหมยมันไม่ได้รักลูกสักนิดและไม่เคยสนใจความรู้สึกของลูกด้วยซ้ำแม่หาผู้หญิงที่เหมาะสมกับลูกไม่ว่าฐานะหรือความรักที่หนูเสี่ยวลี่พร้อมมอบให้ ”
“ต่อให้ผู้หญิงที่คุณแม่หามาให้จะแสนดีขนาดไหนถ้าไม่ใช่หลี่เหมยผมก็ไม่สนใจในเมื่อคุณแม่อยากจะตัดขาดก็เอาสิครับ ผมขอเลือกภรรยา”
“เฟิ่งเจี้ยนเฉิน ลูก..ลูกเลือกมันมากกว่าแม่”แม่เฟิ่งหายใจถี่แรงด้วยความโมโหเมื่อลูกชายเลือกผู้หญิงที่เธอเกลียดมากกว่าเธอที่เลี้ยงมาั้แ่เกิดเจี้ยนเฉินคิดว่าครั้งนี้แม่ของเขาก็อาจจะแกล้งเป็ลมเหมือนครั้งก่อนจึงไม่หันไปมองสักนิดรถยนต์ออกมาจากโรงจอดรถเขาเปิดประตูเข้าไปนั่งและเคลื่อนตัวออกไปจากบ้านทันทีแม่เฟิ่งกรี๊ดร้องะโใส่ลูกชายจนความดันขึ้นหายใจไม่ทันลมจับล้มลงกับพื้นเสี่ยวลี่รีบเข้ามาประคองร้องเรียกป้าหลินให้มาช่วยอีกแรง
“คุณป้า ใจเย็น ๆ ไว้นะคะป้าหลินป้าหลินช่วยด้วยคุณป้าเป็ลม” ป้าหลินรีบออกมาช่วยกันพยุงแม่เฟิ่งเข้าบ้านหายาดมให้ดมและเฝ้าดูอาการ
ฝั่งด้านหลี่เหมย
วันนี้อากาศเย็นสบายจริง ๆเธอออกมายืนอยู่หน้าระเบียงห้องมองท้องฟ้าพลางลูบท้องเบา ๆ
“วันนี้แม่ไม่อาจจะหย่ากับพ่อของลูกได้แต่ก็ช่างเถอะไม่หย่าก็ไม่ใช่ว่าชีวิตของเราเดินต่อไม่ได้ ต่อจากนี้แม่จะตั้งใจทำงานเก็บเงินและเลี้ยงดูลูกให้ดีป่านนี้พ่อของลูกอาจจะกำลังมีความสุขอยู่บนเตียงกับเสี่ยวลี่อยู่ก็ได้อีกสิบปีข้างหน้าจะหย่าก็ไม่สายวันนี้เดินทางเหน็ดเหนื่อยทั้งวันถึงเวลาต้องพักผ่อนแล้วพรุ่งนี้เช้าเราจะได้ออกเดินทางหางานกันนะ ” หลี่เหมยพูดเบา ๆก่อนจะก้าวเท้าเข้าห้องต่อจากนี้เธอคิดว่าเธอจะได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขไม่มีทางหวนไปเจอกับเฟิ่งเจี้ยนเฉินอีกเพราะกลัวว่าเขาจะไม่มีทางปล่อยให้เธอหนีออกมาได้เป็ครั้งที่สองแน่ๆ แต่ใครจะคิดว่าสิ่งที่เธอคิดเอาไว้ไม่ได้เป็อย่างที่เธอ้าเมื่อเธอต้องสะดุ้งตื่นกลางดึกเพราะเสียงเอะอะโวยวายอยู่หน้าอพาร์ทเม้นท์ เธอคิดว่าเป็คนเมาหรือคนที่เที่ยวตอนกลางคืน จึงแง้มประตูออกมาดูเล็กน้อยทว่าเมื่อเธอเห็นภาพตรงหน้าหัวใจของเธอสั่นเทาเต้นตึกตักร้อนวูบวาบไปหมดเพราะตอนนี้เฟิ่งเจี้ยนเฉินพร้อมกับลูกน้องหลายคนมายืนอยู่ที่หน้าอพาร์ทเม้นท์
“ฉันจะเข้าไปข้างใน ภรรยาของฉันอยู่ในนั้น”
“ไม่ได้ครับ ที่พักของผมไม่อนุญาตให้คนภายนอกเข้าไปอีกอย่างตอนนี้ก็ไม่ใช่่เวลาที่จะมาหากัน เพื่อความปลอดภัยของลูกค้าผมไม่สามารถให้คุณเข้าไปด้านในได้”จิ้นฟงตื่นขึ้นกลังจากที่มีคนมาะโเรียกให้เขาออกมาข้างนอก
“เฮอะ ! ฉันนายพลเฟิ่งเจี้ยนเฉิน ไม่มีทางที่จะเกิดเื่ร้ายอะไรหรอกนะรีบบอกมาว่าห้องภรรยาของฉันอยู่ห้องไหน ฉันจะตามเธอกลับ”
“ขอโทษด้วยนะครับ ต่อให้เป็ท่านนายอำเภอหรือแม้แต่ผู้บริหารประเทศผมก็ไม่สามารถบอกข้อมูลของลูกค้าได้”จิ้นฟงยังคงยืนยันคำเดิมแม้จะได้ยินว่าคนตรงหน้าคือใครแต่เขาไม่บอกก็พอรู้เพราะชุดที่เขาสวมใส่มาอีกทั้งยศที่ติดอยู่หน้าอกของเขาเพียงมองปราดเดียวก็รู้ได้ในทันทีแต่เขาไม่รู้ว่าผู้หญิงที่เป็ภรรายของนายพลคนนี้เป็ใครและไม่รู้ว่านายพลคนนี้เป็คนดีหรือไม่ดี
เจี้ยนเฉินได้ยินเขาไม่พอใจสักนิดแสยะยิ้มยักไหล่อย่างโมโหเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงไม่ยอมบอกเขาและไม่ให้เขาไปหาหลี่เหมย
“ ฮึ ฮึนี่นายคงไม่รู้สินะว่าถ้าทำให้ฉันโมโหแล้วจะเกิดอะไรขึ้นบอกมาว่าหลี่เหมยอยู่ห้องไหนก่อนที่ฉันจะสั่งให้ลูกน้องบุกเข้าไปค้นทุกห้อง”
“แม้จะเป็นายพลก็ไม่มีสิทธิ์จะบุกลุกเข้าที่ส่วนบุคคลนะครับ”จิ้นฟงขวางเอาไว้ไม่ให้เจี้ยนเฉินกับลูกน้องเข้าไปด้านในและสิ่งที่น่าใกว่านั้นคือหลี่เหมยที่มาพักอาศัยอยู่กับเธอมีสามีอยู่แล้ว
“พูดยากจริง ๆ หม่าถงเข้าไปค้นทุกห้องหากใครขัดขวางจัดการได้ทันที”
“ครับท่านนายพล” หม่าถงผลักร่างของจิ้นฟงเพื่อเดินเข้าไปด้านในเขาเองก็รีบดึงแขนของหม่าถงเอาไว้ยิ่งทำแบบนั้น เจี้ยนเฉินยิ่งโมโหมองหน้าลูกน้องเพียงครู่เดียวก็เข้าใจความหมายของเ้านายจับกุมตัวของจิ้นฟงเอาไว้ไม่ให้ไปขัดขวางหม่าถง
หลี่เหมยที่ยืนอยู่ในห้องเริ่มหวาดหวั่นกลัวว่าเจี้ยนเฉินจะทำร้ายคนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องเธอรีบวิ่งออกมาห้ามไม่ให้เื่จะร้ายแรงไปมากกว่านี้
“หยุดนะ !! ฉันบอกให้หยุดเดี๋ยวนี้ คนอื่นไม่เกี่ยว”เจี้ยนเฉินได้ยินเสียงภรรยาสุดที่รัก เขาแสยะยิ้มก่อนจะเดินไปหาเธออย่างช้า ๆ ทว่ายอมยิ้มของเขาช่างเป็รอยยิ้มที่น่ากลัวจริงๆ จนร่างบางสั่นสะท้านไปทั้งตัว
“ในที่สุดก็ยอมออกมาสินะกล้าดียังไงถึงได้หนีฉันมาแบบนี้ฉันบอกแล้วใช่มั้ยว่าฉันไม่มีทางให้เธอหนีไปจากฉันได้คิดหรือว่าเธอจะหนีจากฉันไปไหนได้ทุกย่างก้าวของเธออยู่ในสายตาของฉันเสมอหลี่เหมย”เขายื่นมือไปบีบแขนของเธอด้วยความโมโหฉุดกระชากลากตัวเธอขึ้นไปบนรถทันที
“ฉันเจ็บ ปล่อยนะ ฉันเดินเองได้...”
“คิดว่าฉันจะเชื่อเธออีกหรือไง ถ้าเกิดปล่อยมือของเธอแล้วเธอหนีฉันอีกจะทำยังไง ขนาดอยู่ในบ้านของฉันแท้ ๆ เธอยังหนีออกมาได้หรือว่าเป็ห่วงไอ้ผู้ชายคนนี้”
เจี้ยนเฉินมองขวับไปมองจิ้นฟงหลี่เหมยเสียวสันหลังวูบรีบออกตัวปกป้องทันที
“ไม่ใช่ ! และไม่เกี่ยวอะไรกับใครทั้งนั้นเื่หนีเป็ฉันเองที่ตัดสินใจหนีออกมาเพราะฉันไม่อยากอยู่กับคุณอยู่กับคุณฉันไม่เคยมีความสุขเลยสักวัน ”
“เฮอะ ๆ ๆ รีบออกตัวปกป้องไอ้หน้าอ่อนนั่นเลยสินะ”เจี้ยนเฉินพยักหน้าให้หม่าถงเขารับรู้หม่าถงง้างหมัดต่อยเข้าหน้าท้องของจิ้นฟงที่ถูกจับตัวเอาไว้จนร่างใหญ่เ็ปทรุดตัวนั่งลงกับพื้นด้วยความจุก
“กรี๊ด!!! อย่านะเขาไม่เกี่ยวกับเื่นี้ คุณมันบ้าไปแล้วเหมือนหมาบ้าที่กัดคนอื่นไปทั่วหม่าถงหยุดเดี๋ยวนี้นะ ฉันยอมกลับกับคุณก็ได้อย่าทำร้ายเขาอีกเลยคุณจิ้นฟงฉันขอโทษนะคะเพราะฉันแท้ ๆ ทำให้คุณต้องเจอเื่ร้าย ๆ แบบนี้ ”น้ำเสียงสั่นเครือจับแขนของเจี้ยนเฉินให้เขาหยุดทำร้ายจิ้นฟงเมื่อเขาได้ยินว่าเธอเต็มใจจะกลับกับเขา จึงสั่งให้ลูกน้องหยุดลงมือ
“หม่าถงหยุด"
“คุณหลี่เหมย ผมไม่เป็อะไรหากคุณไม่เต็มใจไปกับเขาผมจะช่วยคุณเอง” จิ้นฟงใช้มือกุมหน้าท้องเงยหน้ามองมาทางหลี่เหมยพร้อมบอกกับเธอด้วยน้ำเสียงหนักแน่นคำพูดของเขายิ่งไปกระตุ้นอารมณ์ของเจี้ยนเฉินมากกว่าเดิมเขาบีบข้อมือของเธอแรงดึงกายของเธอเข้ามากอดแน่นก่อนจะเอ่ยตอบกลับ
“เธอเป็ภรรยาของฉันถูกต้องตามกฎหมายคนอย่างนายจะช่วยอะไรได้เอาตัวเองให้รอดก่อนเถอะ หม่าถงกลับ”สิ้นคำพูดของเจี้ยนเฉินเขาดึงมือหลี่เหมยขึ้นรถอย่างรวดเร็วส่วนเธอยังคงหันไปมองจิ้นฟงด้วยความรู้สึกผิดที่มาสร้างความวุ่นวายและทำให้เขาเจ็บตัวอีกด้วย