เมื่อถึงวันงานผู้คนในเมืองคึกคัก ที่จัดงานห่างออกจากตำหนักท่านเ้าเมืองไปเล็กน้อยทางเหนือมันเป็ลานประลองขนาดใหญ่ถึงจิ๋นเม่ยหลงกับซิ่นลี่จะออกมาแต่เช้าแต่ภายในลานประลองก็มีพรรคต่างๆนั่งรออยู่เพียบพร้อม "คุณชาย เดี๋ยวข้าต้องเข้าไปนั่งรวมกับพรรคของข้าแล้วท่าน.." ข้าไม่เป็ไรเ้าไปเสียเถอะ ซิ่นลี่ยังกล่าวไม่ทันจบก็ต้องโดนจิ๋นเม่ยหลงพูดตัดบทอีกครา
ซิ่นลี่เดินเข้าไปยังที่นั่งพรรคของตนส่วนจิ๋นเม่ยหลงยังยืนโง่งมอยู่ตรงนั้นเขาไม่รู้ว่าตนเองควรจะไปนั่งที่ใด "จิ๋นเม่ยหลง" เสียงนี้ดังขึ้นจากด้านหลัง จิ๋นเม่ยหลง ค่อยๆหันกายกลับไปพบเห็น หลี่จง ยืนอยู่ "ผู้เยาว์ขอคารวะผู้าุโ" จิ๋นเม่ยหลง ขุกเข่าลงข้างหนึ่งก้มหัวลงต่ำ หลี่จง พยักหน้าให้หนึ่งที "เ้าลุกขึ้นเถอะ แลดูคล้ายว่าเ้ากังวลเื่ที่นั่งใช่รึไม่?" หลี่จง เอ่ยปากขึ้นถามเมื่อข้างขวายังคงลูบเครายาวของตนอยู่
"เป็ดั่งที่ผู้าุโกล่าว" จิ๋นเม่ยหลง กล่าวตอบกลับไปด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม "นั่นไงที่ของเ้า" หลี่จง ชี้นิ่วไปที่นั่งที่ยังว่างอยู่ข้างขวาเป็ที่นั่งของพรรคหมาป่าอัสนีตรงกลางคือที่นั่งว่างๆส่วนถัดไปทางซ้ายคือพรรคัอัสนี "..ท่านจะบอกข้าว่านั่นคือที่ที่ข้าต้องไปนั่ง?" จิ๋นเม่ยหลง ใเล็กน้อยไม่เพียงเริ่มประลองตนเองก็ต้องตกเป็เป้าสายตาผู้อื่นแล้ว
ที่นั่งแต่ละพรรคคับแน่นไปด้วยสานุศิษย์มากมายสลับกลับมาที่จิ๋นเม่ยหลงแม้ที่นั่งจะมีมายหลายแต่มีเพียงจิ๋นเม่ยหลงนั่งอยู่เพียงผู้เดียวเช่นนี้จะให้ไม่โดดเด่นได้อย่างไร "เ้ารีบเข้าไปนั่งเสียงานจะเริ่มแล้ว" หลี่จง เอ่ยปากขึ้นอีกครา จิ๋นเม่ยหลงไม่ได้กล่าวตอบเพียงหันกายแล้วเดินเข้าไปยังที่จัดเตรียมที่นั่ง
ตลอดทางที่จิ๋นเม่ยหลงเดินไปก็บังเกิดเสียงต่างๆนาๆ
"คุณชายน้อยหวังว่าเราคงจะได้เจอกันนะ ฮ่าฮ่า"
"สำหรับท่านแล้วข้าขอแค่กระบวนท่าเดียวก็เพียงพอ ฮ่าฮ่าฮ่า"
"นี่อย่าหัดหุบปากของพวกเ้าเสียบ้าง ถ้าหากพูดมากไปเดี๋ยวคุณชายก็ร้องไห้เสียหรอก ฮ่าฮ่า"
คิ้วของจิ๋นเม่ยหลงขมวดเข้าแทบจะผสานกันเป็หนึ่ง "คอยดูเถอะถ้าจะทำให้พวกเ้าหุบปากไปอีกนาน" จิ๋นเม่ยหลง นั่งลงบนเก้าอี้ที่เตรียมไว้สำหรับเ้าพรรคหรือผู้าุโภายในพรรค ใยจิ๋นเม่ยหลงต้องสนใจด้วยเพราะยังไงที่นั่งตรงนี้ก็มีเพียงตนเองเท่านั้นที่นั่งอยู่ ทุกสายตาจับจ้องมายังจิ๋นเม่ยหลง
บางคนก็แสดงสีหน้าเยาะเย้ย บางคนก็แสดงสีหน้าประหลาดใจเสียงคำพูดเหน็บแนมยังคงดังขึ้นเป็ระยะๆ เพียงไม่นานเหล่าท่านเ้าเมืองก็พากันออกมานี่เป็ครั้งแรกของจิ๋นเม่ยหลงพบท่านเ้าเมืองเป็ครั้งแรก ท่านเ้าเมืองผู้นี้ห่างไกลจากความคิดของจิ๋นเม่ยหลงไปไกลโข เพราะว่าท่านเ้าเมืองผู้นี้เป็ อิสตรี
"โฮ่ นี่นะรึท่านเ้าเมือง" จิ๋นเม่ยหลง แค่นเสียงเบาๆ ดูจากใบหน้าลักษณะภายนอกแล้วอายุของนางน่าจะประมาณสามสิบถึงสี่สิบปีใบหน้ายังคงดูเยาว์วัยดั่งเช่นเด็กอายุยี่สิบ เมื่อนางปรากฏกายบังเกิดแรงกดดันเล็กน้อยที่แสดงให้ถึงอำนาจของนางด้านหลังของนางก็ยังคงมี หลี่จง หลี่ต๋า และผู้าุโอีกท่านที่จิ๋นเม่ยหลงยังไม่รู้จัก
ไม่นานนักนางก็เอ่ยปากขึ้นเสียงดัง "ที่ข้าจัดงานประลองยุทธ์ในครั้งนี้นั้นเพื่อที่จะทดสอบระดับพลังฝีมือของศิษย์แต่ละพรรคในภายภาคหน้าพวกมันล้วนแต่จะต้องเป็ขุมกำลังให้กับข้าดังนั้นพวกเ้าจงสำแดงวิชาที่พวกเ้าได้ร่ำเรียนมาเสียอย่าทำให้อาจารย์ของพวกเ้าต้องขายหน้าส่วนรางวัลของผู้ที่ชนะเลิศในการประลองยุทธ์ในครั้งนี้" หลังนางพูดจบ นางยกมือขวาขึ้นมาแบออก
บนมือของนางคือหยกรูปหยดน้ำสีทองที่เปล่งแสงออกเล็กน้อยดูแล้วงดงามอย่างถึงที่สุด
"หยกน้ำค้างทองคำนี่?" ผู้คนต่างะโออกมาเป็เสียงเดียวกัน
"หยกชิ้นนี้ถ้าหากเ้าได้ใช้มัน มันจะช่วยเพิ่มความเร็วในการฝึกฝนพลังปราณของเ้าได้อย่างมากและมันยังช่วยให้เ้าเลื่อนขั้นพลังปราณได้อย่างน้อยถึงสองขั้น!!" ท่านเ้าเมืองยังคงกล่าวออกต่อเนื่อง แม้นางจะเป็เ้าเมืองแต่ใบหน้าของนางมิได้แสดงถึงความเย่อหยิ่งแต่อย่างใด "และยังมิหมดเพียงเท่านั้นข้าจะให้ความปรารถนาหนึ่งข้อของเ้าเป็จริง" คำพูดนี้ของนางต่างพาทุกคนที่นั่งอยู่ในที่นี้ต่างตาเปล่งประกายเป็ดาวระยิบระยับ
"หลี่ต๋า เริ่มงานได้" นางหันหลังกลับไปพูดกับ หลี่ต๋า หลี่คงและผู้าุโอีกท่านหนึ่งก็พยักหน้าก่อนที่หลี่ต๋าจะออกไปพูดเริ่มงานก็มีบุรุษสตรีคู่หนึ่งเดินมาจากข้างหลัง "พวกเ้ามาช้า" เ้าเมืองหันหลังกลับไปพูดกับ บุรุษ สตรี คู่นี้ที่เดินมาด้วยกัน "ขออภัยเราสองสามีภรรยามีเื่ภายในพรรคต้องจัดการ" บุรุษผู้นี้เอ่ยปากขึ้น
"เฟยเทียน เื่พรรคของเ้าข้าพอจะเข้าใจหากมิได้เ้ากับ หนิงเอ๋อ เป็ผู้ชี้แนะผู้ฝึกยุธท์ในเมืองของข้านั้นต้องด้อยกว่าดินแดนทิศอื่นเป็แน่ เอาเถอะงานจะเริ่มแล้วเ้าไปนั่งเสีย" เ้าเมืองยังคงสืบต่อที่นั่งของ เฟยเทียนและหนิงเอ๋อ ถูกจัดเตรียมไว้ไม่ห่างจากที่นั่งของเ้าเมืองนัก เฟยเทียนและหนิงเอ๋อเรียกได้ว่าเป็คนชี้แนะวรยุทธ์ให้กับพรรคต่างแบบไม่ลำเอียงแม้แต่น้อย
เฟยเทียนและหนิงเอ๋อเป็ผู้ก่อตั้งพรรคัอัสนีและพวกมันทั้งคู่ยังเป็บิดามารดาของเจียวเหมยอีกด้วย "เอาล่ะสมควรที่จะได้เวลาเริ่มงานได้แล้วนี้ก็เสียเวลาไปมาก กติกาการประลองทุกท่านก็น่าจะทราบกันอยู่แล้วข้ามิต้องเอ่ยเตือนอีก งานนี้เป็แค่การแลกเปลี่ยนวรยุทธ์มิจำเป็ต้องสังหารคร่าชีวิตกัน ผู้ที่เข้าร่วมการประลองข้าหวังว่าจะเห็นการแข่งขันที่ใสสะอาด" หลี่ต๋า ประกาศออกไปเสียงของหลี่ต๋าแม้จะพูดออกไปไม่ดังมากเท่าไหร่แต่ทุกคนก็ยังคงได้ยินเสียงดังเสมือนหลี่ต๋ามาพูดกรอกหู
"เรามาเริ่มที่คู่แรกของงานประลองในครั้งนี้เลยก็แล้วกัน จิ๋นเม่ยหลง พบกับ หยงหนาน จากพรรคนกอินทรีย์เหมันต์"
โฮ~~~~~ เสียงโฮดังสนั่นลานประลอง
"เฮ้อข้าละเสียใจแทนมันจริงๆ"
"ฮ่าฮ่าฮ่าสะใจข้าเสียจริง"
"หยงหนานผู้นี้ช่างโชคดีเสียนี่ฮ่าฮ่า"
"ทำไมไม่ใช่ข้าที่ต้องเจอกับมัน ฮึ่ย!!"
จิ๋นเม่ยหลง ไม่ได้กล่าวอันใดเพียงลุกขี้นจากเก้าอี้แล้วก็เดินลงไปยังลานประลอง หยางหนานเองก็เช่นกัน "ผู้ประลองทั้งสองต่างก็มาถึงลานประลองเรียบร้อยแล้วข้าหวังว่าการประลองครั้งนี้จะไม่มีการคดโกง เอาล่ะ เริ่มประลองได้!!!" หลี่ต๋า กล่าวขึ้น พร้อมกับกางม่านป้องกัน ผู้คนทั้งสองก็ยังคงยืนแน่นิ่งอยู่ไม่เคลื่อนไหวใดๆทั้งสิ้น
"จิ๋นเม่ยหลงเ้าขยะโชคร้ายเสียหน่อยนะที่ต้องพบเจอข้าเป็คู่ประลองเฮอะขยะเช่นเ้าต่อให้ออกมาสักร้อยกระบวนท่าเส้นผมข้าก็คงยังไม่ร่วง มาเถอะ" หยงหนาน ใบหน้าที่หยิ่งยโสของมันแต่แรกก็นับว่าโอหังอยู่แล้วแต่ในตอนนี้สีหน้าของมันแสดงถึงความห่างชั้นระวังเทพกับขยะ จิ๋นเม่ยหลง ยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย "ท่านแน่ใจรึที่จะให้ข้าลงมือก่อน"
"ข้าหยงหนานพูดแล้วไม่คืนคำมาเถอะแสดงให้ข้าดูหน่อยว่าขยะเช่นเ้าทำอะไรได้บ้าง" หยงหนาน ยืนกอดอกไม่เคลื่อนไหวใดๆทั้งนั้น
เปรี้ยงงง!!!!! จิ๋นเม่ยหลง ร่างวูบวาบก่อนที่จะโผล่อยู่ข้างหน้าหยงหนานเท้าข้างขวาของจิ๋นเม่ยหลงเตะเข้าไปที่แก้มด้านซ้ายส่งร่างของมันหมุนเคว้งคว้างบนอากาศหลายรอบก่อนที่จะปลิวไปกระแทกกับม่านป้องกันที่หลี่ต๋าสร้างขึ้น ม่านป้องกันเมื่อกระทบกับร่างของหยงหนานกลับแตกสลายดั่งเศษหินดินทรายแต่ร่างของมันยังไม่หยุดแต่เพียงแค่นี้ร่างของมันยังปลิวออกไปกระแทกกับที่นั่งคนดูต่อ
ผู้คนมากมายต่างเงียบเป็ป่าช้าไม่มีแม้แต่เสียงลมบรรยากาศเริ่มหนักอึ้งสีหน้าผู้ฝึกยุทธ์แม้แต่เ้าพรรคหรือท่านเ้าเมืองดวงตาของพวกมันเบิกกว้างจนแทบถลนออกจากเบ้าเวลาเพียงเสี้ยววินาทีผู้ที่ไม่ได้ตั้งใจดูไม่อาจรู้ได้เลยว่าจังหวะนั้นเกิดอันใดขึ้น "ศิษย์พี่!!" บุรุษหนุ่มสองคนของพรรคนกอินทรีย์เหมันต์ต่างวิ่งเข้าไปตรวจเช็คร่างกายของหยงหนาน
ร่างของหยงหนานมีโลหิตไหลซึมไม่เว้นแม้แต่ ดวงตา,หู,จมูก,ปาก ศิษย์คนหนึ่งเร่งเอามือไปตรวจสอบชีพจรทันทีไม่นานนักสีหน้าของมันก็แปรเปลี่ยนเป็ตื่นตะลึงใบหน้าเขียวคล้ำ "เ้า!! งานประลองนี้แค่แลกเปลี่ยนวรยุทธ์เท่านั้นเหตุใดเ้าต้องทำถึงขนาดนี้ด้วย" เสียงของศิษย์บุรุษผู้นี้เปรี่ยมไปด้วยความแค้น หยงหนาน ร่างกายของมันยามนี้สาหัสอยู่มาก
ถ้าหากไม่รีบช่วยมันโดยเร็วมันตายแน่นอน เสียงของศิษย์ผู้นี้ได้ดึงสติของผู้คนกลับคืนมาจิ๋นเม่ยหลงใช้เพียงกระบวนท่าง่ายๆก็ทำให้หยงหนานผู้ที่ทุกคนคิดว่าเป็ตัวเต็งของงานสาหัสได้ "จ.จิ๋นเม่ยหลง ชนะ รอประลองในรอบต่อไป" หลี่ต๋า เสียงสั่นเล็กน้อย จิ๋นเม่ยหลงไม่สนใจอื่นใดอีกเดินกลับไปยังที่นั่ง ผู้คนไม่มีใครกล้าพูดเหน็บแนมจิ๋นเม่ยหลงอีก
ส่วนผู้ที่เคยเอ่ยปากเยาะเย้ยจิ๋นเม่ยหลงยามนี้พวกมันกลับก้มหัวลงต่ำทันทีไม่กล้าแม้แต่สบตาจิ๋นเม่ยหลง แม้หินวัดพลังปราณจะไม่สามารถตรวจสอบพลังปราณจิ๋นเม่ยหลงได้ แต่ถ้าหากมองดูดีๆแล้ว พลังปราณของจิ๋นเม่ยหลง อยู่แค่เพียง ปราณแตกฉานขั้นที่แปด "มันผู้นี้นับว่าไม่ธรรมดาเสียแล้ว ถึงขนาดที่ทำให้ผู้ที่อยู่ ปราณทองคำขั้นที่หก ปางตายได้" เ้าเมืองเอ่ยปากขึ้น ผู้คนที่นั่งอยู่ใกล้ๆต่างก็พยักหน้า