ท่ามกลางความเงียบงันชั่วขณะที่มวลทรายเม็ดสุดท้ายร่วงหล่นสู่ก้นนาฬิกาแก้วั์ เสียงวิพากษ์วิจารณ์ระลอกใหม่พลันะเิขึ้นในโถงทดสอบ ทว่าคราวนี้ไม่ใช่เสียงเย้ยหยันถากถางอย่างเคย แต่มันคือกระแสเสียงแห่งความอัศจรรย์ใจของผู้คนที่ได้ประจักษ์ถึงปาฏิหาริย์ที่เพิ่งเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตา
กรรมการคุมสอบหน้าซีดเผือด จำต้องประกาศผลการทดสอบด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครืออย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง ในขณะที่ชาลัค เด็กหนุ่มผู้ร่วมอุดมการณ์กลับจ้องมองอาลอนด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความชื่นชมบริสุทธิ์ ไร้ซึ่งความริษยาหรือกระหายในอำนาจ ความจริงใจที่แผ่ออกมานั้นแรงกล้าพอที่จะทำให้ระบบ 377 ในตัวอาลอนทำการบันทึกข้อมูลสถานะของเขาไว้อย่างเป็ทางการ
[System 377: Target Profile - Chalack / Classification: Trusted Ally]
"เอาล่ะ... มาถึงบททดสอบสุดท้ายเสียที" ชาลัคเอ่ยพึมพำ สายตาจับจ้องไปยังประตูศิลาบะซอลต์มหึมาที่นำไปสู่โถงถัดไป "การผลักอาจารย์ผู้คุมสอบให้ออกจากวงกลม... มันไม่ใช่งานถนัดของพวกเราที่เป็สายช่างสักเท่าไหร่ แต่นี่แหละคือการพิสูจน์ 'เจตจำนง' เ้าคิดว่าเราจะฝ่ามันไปได้อย่างไร อาลอน?"
อาลอนทอดสายตามองลึกเข้าไปในโถงทดสอบ แสงสีฟ้าในดวงตาไหววูบขณะประมวลผลความน่าจะเป็ "หากเขาแข็งแกร่งจนเกินจะโยกคลอนด้วยกำลังกาย... เราก็ต้องหาวิธีทำให้เขาก้าวเดินด้วยเจตจำนงของเขาเอง"
ชาลัคหัวเราะร่าอย่างถูกใจ "ให้เขาเดินออกไปเองงั้นหรือ? เข้าท่าดีว่ะ! งั้นมาดูกันว่าพวกเราจะทำให้บรรดาอาจารย์จอมตึงของที่นี่ขยับเท้าได้อย่างไร!"
❖ ❖ ❖
บรรยากาศภายในโถงสุดท้ายนั้นหนักอึ้งและกดดันดุจมีขุนเขาทับถม อากาศสลัวชื้นแฉะไปด้วยกลิ่นอายคาวเืจางๆ ผสมกับเขม่าควันไอน้ำที่ลอยอวล พื้นที่ตรงกลางถูกขีดเส้นแป้งสีขาวเป็วงกลมขนาดกว้างเพียงสามก้าวเดิน ดูเรียบง่ายทว่ากลับทรงพลังอย่างน่าประหลาด
รอบนอกวงกลมคือสภาพอันน่าสลดของผู้สมัครหลายสิบชีวิตที่ถูกดีดกระเด็นออกมา บ้างนอนสลบไสล บ้างกระอักเืกองโตอยู่บนพื้นหินเย็นเยียบ ร่างกายบิดเบี้ยวผิดรูปบอกถึงความรุนแรงของการปะทะที่ผ่านมา
ใจกลางวงกลมนั้นคือร่างของ อาจารย์คาลอส ปรมาจารย์ผู้ปราณสายต้านทานที่แกร่งกร้าว เขาเปลือยท่อนบนเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อที่อัดแน่นราวกับเหล็กหล่อ ผิวสีทองแดงแผ่รังสีปราณพสุธาออกมาจนมวลอากาศรอบกายบิดเบี้ยว "คนต่อไป! อย่ามัวแต่ยืนสั่นเป็ลูกนก!" เสียงคำรามนั้นทรงพลังจนสั่นะเืไปถึงดวงจิต
ชาลัคกลืนน้ำลายอึกใหญ่พลางปรับเซนเซอร์ที่แว่นตา "ให้ตายสิ อาลอน... นั่นมันไม่ใช่คนแล้ว นั่นมันกำแพงเหล็กมีชีวิตชัดๆ!"
"กำแพงทุกบาน... ย่อมมีจุดเชื่อมต่อที่เปราะบางซ่อนอยู่เสมอ" อาลอนเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบดุจผิวน้ำที่ไร้รอยคลื่น
"งั้นข้าขอเริ่มก่อนเอง!"
ชาลัคทะยานเข้าสู่วงกลมพร้อมหมุนวาล์วเร่งดันไอน้ำที่ข้อมือจนสุด เสียงกระบอกสูบแผดร้องกึกก้อง ควันสีเทาพวยพุ่งออกจากเกราะไหล่ขณะที่เขาโถมกายเข้าใส่ดุจพยัคฆ์ ปล่อยหมัดขวาที่เปี่ยมด้วยแรงเหวี่ยงไอน้ำมหาศาลหมายจะกระแทกคาลอสให้กระเด็นออกไป!
ทว่าคาลอสกลับเพียงแค่ยกแขนแกร่งขึ้นรับการปะทะ ตึง! แรงกระแทกหนักหน่วงกลับไม่สามารถทำให้อาจารย์ร่างั์ไหวติงได้แม้เพียงนิดเดียว คาลอสใช้มือซ้ายคว้าเข้าที่คอเสื้อของชาลัคทันควัน ออกแรงบีบจนั์หนุ่มหน้าเขียวคล้ำด้วยความเ็ป
"ความคิดดี... แต่มวลกล้ามเนื้อและระดับปราณของเ้ายังอ่อนหัดเกินไป!" คาลอสแสยะยิ้มอำมหิต เตรียมจะเหวี่ยงร่างของชาลัคทิ้งออกนอกวงกลม
ทว่าที่มุมปากของชาลัคกลับปรากฏรอยยิ้มเ้าเล่ห์ "ข้าไม่ได้กะจะใช้แรงเหวี่ยงล้มท่านั้แ่แรกแล้วครับอาจารย์!"
กริ๊ก... ตูมมมมมม!!
เสียงสวิตช์ชนวนจิ๋วที่ซ่อนอยู่ถูกกดลง! แรงะเิความดันสูงที่ชาลัคลอบฝังไว้ใต้พื้นดินในจังหวะที่ก้าวเดินเข้าหาพลันปะทุขึ้นใต้ฝ่าเท้าของคาลอสอย่างจัง! แรงอัดกระแทกเข้าใส่จุดศูนย์ถ่วงอย่างไม่ทันตั้งตัว บีบให้ร่างั์ต้อง ก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าว เพื่อรักษาสมดุล!
"เหวอออ!" ชาลัคถูกแรงอัดะเิดีดลอยละลิ่วออกมานอกวงกลม ล้มคลุกฝุ่นไปกับพื้นดิน แต่เขากลับรีบยันตัวขึ้นมาหัวเราะร่า "ฮ่าๆๆ! ก้าวออกไปก้าวหนึ่งแล้วนะอาจารย์!"
คาลอสชะงักไปครู่หนึ่ง เขาก้มมองรอยเท้าที่ถอยร่นของตนเองก่อนจะหัวเราะในลำคออย่างชอบใจ "ไหวพริบเ้าไม่เลวเลย... ผ่าน!"
เขาสลายควันะเิรอบตัวทิ้ง ก่อนจะเบนสายตาดุดันมายังเด็กหนุ่มผมดำที่ก้าวเข้ามาเป็คนถัดไป คราวนี้คาลอสเกร็งมัดกล้ามเนื้อจนตึงเปรี๊ยะ ยึดปลายเท้าเข้ากับแผ่นดินแ่ายิ่งกว่าเดิม รังสีปราณบีบเค้นจนมวลอากาศรอบกายหนักอึ้งดุจจมอยู่ใต้ก้นมหาสมุทร
"มาดูซิว่าเ้าเด็กตัวผอมอย่างเ้า... จะมีลูกไม้อะไรมาอวดข้าอีก!"
อาลอนหยุดยืนนิ่งสงบต่อหน้าคาลอส ั์ตาสีดำลุ่มลึกเริ่มทอแสงสีฟ้าจางๆ—ระบบ 377 เริ่มต้นการคำนวณกลศาสตร์กายภาพที่ซับซ้อนในเสี้ยววินาที
[System 377: Target Analysis - Professor Carlos]
[Center of Gravity: Lower Pelvis / Kinetic Anchoring: 98.4%]
[Counter-Protocol: Vector Force Redirection & Resonance Frequency Override]
‘การปะทะด้วยแรงตรงคือความพ่ายแพ้’ อาลอนวิเคราะห์ผ่านกระแสความคิด ‘ต้องบิดเบือนจุดศูนย์ถ่วง และใช้ความถี่สั่นพ้องทำลายการยึดเกาะของชั้นิัโดยตรง’
อาลอนเริ่มเคลื่อนไหว เขาก้าวเหลื่อมไปข้างหน้าครึ่งก้าว ยื่นฝ่ามือซ้ายออกไปััข้อมือใหญ่ของคาลอสอย่างแ่เบา คาลอสเตรียมจะสะบัดมือเพื่อบดขยี้เ้าเด็กอวดดี ทว่ายามที่เขาไสน้ำหนักพุ่งเข้าใส่ อาลอนกลับบิดองศาร่างกายอย่างพิสดารเกินคาดเดา!
วูบ—!
ฝ่ามือของอาลอนหมุนวนเป็เกลียว เบี่ยงทิศทางแรงดันมหาศาลของคาลอสให้เบนออกไปด้านข้าง ขณะเดียวกัน แขนจักรกลรมดำข้างขวาก็ชกกระแทกเข้าใส่จุดชีพจรบริเวณข้อเท้าของคาลอสด้วยความเร็วเหนือแสง!
เปรี้ยงงงง!
หมัดนั้นไม่ได้เน้นแรงทำลายล้าง แต่กลับปล่อย 'คลื่นปราณสั่นพ้อง' ทะลวงผ่านเกราะปราณเข้าไปสลายการยึดเกาะของกล้ามเนื้อข้อเท้าในชั่วพริบตา!
เมื่อแรงดันจาก้าถูกบิดเบือน และรากฐานที่มั่นคงถูกเขย่าจากด้านล่าง ร่างมหึมาดุจกำแพงหินของคาลอสก็ไม่อาจทรงตัวอยู่ได้!
ตึง! ตึง!
ส้นเท้าของคาลอสกระแทกพื้นหินอย่างรุนแรงขณะที่เขา ถอยกรูดออกไปนอกวงกลมถึงสองก้าวเต็ม!
โถงทดสอบเงียบกริบราวกับไร้ผู้คน ทุกสายตาจ้องมองเหตุการณ์ที่ดูราวกับภาพฝัน ปากกาในมือของกรรมการร่วงหล่นลงพื้นอีกครั้งในรอบวัน
คาลอสยืนนิ่งอึ้ง จ้องมองเท้าของตนที่ก้าวพ้นเส้นสีขาวออกไป ก่อนจะค่อยๆ เงยหน้ามองเด็กหนุ่มผู้แสนสงบนิ่ง แขนขวาจักรกลของอาลอนยังคงมีไอความร้อนสีฟ้าครามลอยกรุ่นออกมาจางๆ
"ถ่ายโอนแรงดัน... และทำลายจุดยึดเกาะด้วยความถี่สั่นพ้องงั้นหรือ?" คาลอสพึมพำด้วยความตกตะลึง ก่อนที่รอยยิ้มป่าเถื่อนจะฉายชัดบนใบหน้า เขาตบขาตนเองดังฉาดจนเสียงสะท้อนก้องไปทั้งโถง
"ฮ่าๆๆๆๆ! ยอดเยี่ยม! เ้าไม่ได้ใช้แค่แรงทื่อๆ แต่เ้ารู้จักเล่นงานที่สมการแห่งร่างกาย! เ้าชื่ออะไรเ้าหนู?!"
"อาลอน... บุตรแห่งอาดัม" อาลอนตอบกลับเสียงเรียบ
"ข้าจะจำชื่อเ้าไว้ อาลอน!" คาลอสประกาศก้องด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความนับถือ "เ้าและเพื่อนของเ้า... ผ่านการทดสอบ! "
มิตรภาพที่เริ่มก่อตัวขึ้นท่ามกลางความฉ้อฉลของวิทยาลัยแห่งนี้ไม่ใช่เื่บังเอิญ สำหรับอาลอนแล้ว ชาลัคคือ "ตัวแปร" ที่สำคัญที่สุดตัวหนึ่ง ที่จะช่วยให้เขาฟันฝ่าความลับดำมืดที่ซ่อนอยู่ภายใต้เงาของวิทยาลัยคาลิฟาต่อไปในอนาคต