วันนี้ธัญตื่นเช้ากว่าครั้งไหนๆแต่ก็ไม่ทันน้ำหนึ่งอยู่ดี นาฬิกาบ่งบอกเวลาแปดนาฬิกาเกือบครึ่ง ไม่มีใครปลุกเขาแอบรู้สึกพอใจเล็กๆที่สามารถตื่นได้ด้วยตัวเองในเวลาเช้าเช่นนี้
แต่การตื่นมาไม่ได้เจอน้ำหนึ่งเป็คนแรกนับว่าก็น่าเสียดายอยู่เหมือนกัน
ธัญหาววอดด้วยความง่วงที่ยังคงอยู่เมื่อคืนเขาก็นอนดึกอยู่พอสมควรเพราะเอาแต่รอผู้เป็พี่ทำงานนั่นแหละ เขาบิดี้เีอยู่บนเตียงกลิ้งไปกลิ้งมาสักพักปลอกหมอนและเตียงก็มีแต่กลิ่นหอมสบู่ที่น้ำหนึ่งใช้เป็ประจำอยู่เต็มไปหมดเล่นเอาเขาไม่อยากลุกไปไหนเพราะเป็แบบนี้ก็เหมือนกับกำลังโดนโอบกอดอยู่อย่างไรอย่างนั้น
แต่ขืนปล่อยให้ตัวเองเอาแต่นอนแบบนี้ถ้าหนึ่งรู้คงโดนโกรธน่าดู
เขาจึงดีดตัวลุกขึ้นมานั่งอันดับแรกก็ต้องกลับไปที่ห้องของตัวเองก่อน
“อ้าวธัญ”เ้าของชื่อเบิกตากว้างด้วยความใเมื่อจู่ๆก็มีเสียงเรียกดังมาจากข้างหลังเขาที่ยังอยู่ในสภาพชุดนอนก็ไม่พร้อมจะพบใครสักเท่าไหร่
แต่พอเมื่อหันไปก็เจอกับใบหน้าคุ้นเคยของผู้เป็พ่อที่เอ่ยทัก
“หนึ่งเพิ่งออกไปเมื่อกี้นี้เอง”คนเป็พ่อกล่าวบอกทั้งๆที่ยังไม่ได้ถามแต่ก็คิดเอาเองว่าลูกชายคงอยากจะรู้ความเป็ไปของน้ำหนึ่ง
มองจากสภาพของธัญที่ยังคงอยู่ในชุดนอนหัวยุ่งหัวฟูและเดินผ่านมาจากทางนี้ก็เดาได้ไม่ยากว่าถ้าไม่ใช่ไปนอนที่ห้องของน้ำหนึ่งมาก็คงจะแวะไปเมื่อเช้า
เขาตัดแวะเข้าไปเมื่อเช้าออกได้แทบจะทันทีคนเป็พ่อก็ต้องรู้จักลูกชายของตัวเองดีอยู่แล้วเขาถอนหายใจออกมาด้วยความรู้สึกที่ค่อนข้างเป็กังวล
ไม่ใช่กังวลกับน้ำหนึ่งแต่กังวลกับลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของตัวเอง
“ไปเจอเกลวบ้างล่ะ”
“ก็เพิ่งเจอมาจะให้เจออะไรเยอะแยะ”ถ้าหากอีกฝ่ายเป็น้ำหนึ่งล่ะก็คำตอบคงจะไปอีกทางแต่เพราะเขาเป็พ่อนั่นแหละก็เลยออกมาต่อล้อต่อเถียงน่าฟาดซักป้าบให้หายปากดี
แต่ธัญก็เป็แบบนี้มาั้แ่เด็กอาจจะเพราะด้วยเวลาที่เขากับภรรยาไม่ค่อยมีให้ ส่วนใหญ่คนดูแลก็น้ำหนึ่งทั้งนั้นก็เลยไม่ค่อยสนิทกันสักเท่าไหร่
ผู้เป็พ่อหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบต่อหน้าคนเป็ลูกอย่างไร้ซึ่งความเกรงใจตัวเขาเองก็ชินกับนิสัยแย่ๆของลูกตัวเองเหมือนกัน
“ยังไงอนาคตก็ต้องแต่งงานกันทำตัวกับหนูเกลวเขาดีๆหน่อย พ่อฝากเื่นี้กับหนึ่งไว้แล้ว”
“ไม่แต่งอะ”
“เ้าธัญ..ขัดพ่อมาตลอดชีวิต จะตามใจพ่อสักครั้งไม่ได้หรือไง?”
“ก็ไม่ชอบอะ”
ผู้น้อยก็ยังตอบแบบไร้หางเสียงราวกับไม่ได้พูดคุยกับบุพการีสีหน้าแสดงออกถึงตวามหงุดหงิดใจอย่างเห็นได้ชัด
นี่เป็เพียงเื่เดียวจริงๆที่เขาอยากให้ธัญทำให้แม้ว่าเขาเองจะไม่ได้ตั้งใจจับคลุมถุงชนก็เถอะแต่หากได้ดองกับตระกูลของเกลวก็จะเป็การดีต่อทั้งตัวธัญเองและคนในครอบครัวด้วย
แต่ธัญหัวดื้อก็ไม่ยอมฟังอย่างเดียว
“หรือมีคนที่ชอบแล้ว?”ผู้เป็พ่อกล่าวออกไปแบบติดตลกขบขัน
“มีแล้ว”ธัญเอ่ยสวนตอบทันทีแล้วเดินหนีออกไปทิ้งให้พ่อของตนแน่นิ่งไปด้วยความช็อค
เื่ที่ธัญมีคนที่รักนั้นไม่ได้อยู่ในหัวเลยตลอดมาก็ได้แต่คิดว่าคนนิสัยอย่างธัญจะไปรักใครเป็ขนาดคนเป็พ่อเป็แม่ยังเถียงคำไม่ตกฟาก เถียงคอเป็เอ็นกับคนอื่นก็คงจะไม่ยุ่งสุงสิงเช่นกัน
แต่ผิดคาดที่คำตอบออกมากลายเป็ว่ามีคนที่ชอบเสียแล้วซะอย่างนั้น
ธัญวลัยอารมณ์เสียอยู่ไม่หยอกครั้งแรกในรอบเดือนที่เจอหน้าพ่อของตัวเองก็พูดแต่เื่ไม่เข้าเื่
เกลวสำหรับเขาไม่เคยเป็มากกว่าคำว่าเพื่อนขีดเส้นแบ่งอย่างชัดเจน ถามอีกกี่พันครั้งก็ไม่คิดจะหวั่นไหวกับผู้หญิงที่ชื่อเกลว
แม้เขาจะรู้ว่าอนาคตถ้าหากแต่งงานมาเป็ครอบครัวเดียวกันจะได้ประโยชน์มากกว่าแต่การที่ต้องแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักน่ะ ธัญคงจะยอมไม่ได้
ความรู้สึกที่ธัญมีให้เกลวกับความรู้สึกที่มีให้ต่อน้ำหนึ่ง มันแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงแม้ก่อนหน้านี้ธัญจะไม่ได้รู้ตัวหรือสังเกตตัวเองมาก่อนก็ตาม
อยากจะบอกพ่อของตัวเองให้เลิกบังคับเขาให้คบกับเกลวแล้วบอกว่าคนที่เขาชอบจริงๆคือน้ำหนึ่งต่างหากแต่ขืนพูดไปก็ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นมา
บางทีเขาก็คิดอึดอัดเหมือนกันการที่เขาชอบหนึ่งในเชิงของคนรักทำไมมันถึงยากขนาดนี้
ถึงจะคิดเช่นนั้นแต่ธัญก็ยังไม่รู้ว่าหนึ่งคิดยังไงกับเื่นี้อยู่ดีอาจจะเป็เขาคนเดียวก็ได้ที่คิดไปเองว่าทุกอย่างกำลังไปได้ด้วยดี
น้ำหนึ่งคอยดูแลธัญมาั้แ่เด็กถึงจะดัดนิสัยเสียๆของธัญได้บางส่วนแต่ก็คอยตามใจมาโดยตลอด ธัญก็ไม่รู้เหมือนกันว่าการที่น้ำหนึ่งยอมให้ธัญรุกเข้าหาแบบนี้จะเป็เพราะว่าคอยตามใจมาั้แ่เด็กจนชินรึเปล่า
เมื่อคิดแบบนั้นก็ชวนให้หงุดหงิดใจมากขึ้นกว่าเดิมธัญเอาแต่ความรู้สึกของตัวเองยัดเยียดให้กับน้ำหนึ่งโดยไม่เคยฉุกคิดมาก่อนเลยว่าหนึ่งจะรู้สึกยังไง
เขาคงเป็คนที่นิสัยเสียจริงๆสินะ
ธัญรับผิดชอบตัวเองได้เป็อย่างดีอย่างน้อยก็เพื่อให้น้ำหนึ่งดีใจ เข้าเรียนและตรงกลับมาบ้านทันทีหลังเรียนเสร็จเวลาก็ผ่านไปอีกสักพักท้องฟ้าเริ่มมืดแต่ก็ยังไม่เห็นวี่แววของน้ำหนึ่งว่าจะกลับบ้าน
พ่อเองก็ไม่ได้อยู่บ้านแล้วด้วยภายในบ้านหลังโตมีเพียงแค่เขากับคนรับใช้อีกไม่กี่คน
ธัญถอนหายใจออกมาด้วยความเบื่อหน่ายตอนนี้เขานอนเล่นอยู่โถงกลางบ้านเปิดทีวีทิ้งไว้ทั้งๆที่ไม่ได้ดูเพียงเพราะแค่ไม่อยากให้บ้านเงียบก็เท่านั้น
ชีวิตที่ผ่านไปก็เป็เช่นนี้เหมือนอย่างทุกๆวันเวลาที่หนึ่งไม่อยู่บ้าน ธัญก็ไม่ได้ทำอะไรนอกจากนอนเล่นที่ห้องนอนบ้างห้องโถงบ้าง อยู่แบบนั้นจนกว่าน้ำหนึ่งจะกลับมาที่บ้าน
หากเป็วันอื่นน้ำหนึ่งคงจะเป็ฝ่ายไปรับและส่งเขาพอกลับมาที่บ้านอีกฝ่ายก็อยู่บ้านด้วยแต่วันนี้เขายังไม่เห็นน้ำหนึ่งเลยั้แ่เช้า ไปมหาลัยเอง กลับเอง แล้วก็เบื่อเอง
เขานอนมองเพดานที่ประดับประดาไปด้วยโคมไฟระย้าสวยงามแต่พอเห็นทุกๆวันก็เลิกที่จะรู้สึกตื่นเต้นกับความหรูหราที่ตัวเองมีแล้ว
โซฟาตัวที่นอนอยู่ก็ราคาเฉียดล้านแต่กลับไม่ได้ให้ความรู้สึกสบายเท่าที่ควรตราบใดที่ยังรู้สึกไม่สบายใจต่อให้นอนบนเตียงราคาเป็ร้อยเป็พันล้านก็ไม่อาจทำให้รู้สึกดีขึ้นมาได้
การอยู่คนเดียวมันทำให้ธัญเหงากว่าที่คิด
ไม่รู้ั้แ่เมื่อไหร่ที่เขาผลอยหลับไปบนโซฟาตัวยาวเสียงแทรกของโทรทัศน์ที่เปิดไว้ก็อยู่อย่างนั้นแต่เมื่อรู้สึกสะลึมสะลือตื่นลืมตาขึ้นมาก็พบกับร่างที่คุ้นเคยกำลังนั่งดื่มกาแฟอยู่ฝั่งตรงข้าม
“ตื่นแล้วเหรอ ?”อีกคนเอ่ยปากทักขณะที่ตายังคงมองแผ่นกระดาษในมือส่วนมืออีกข้างก็ถือแก้วกาแฟไว้ไม่ห่าง
ธัญนอนมองน้ำหนึ่งอยู่สักพักแล้วยิ้มออกมา
“พี่หนึ่งแก่เหมือนกันเนอะ”
“.....อะไรเนี่ย”น้ำหนึ่งมุ่ยหน้าทันทีสายตามองธัญด้วยความแปลกใจที่จู่ๆอีกฝ่ายก็พูดถึงเื่อายุขึ้นมาซะอย่างนั้นจนเผลอคิดไปว่าหรือตัวเองจะหน้าแก่จนอีกคนต้องทัก
ธัญลุกขึ้นนั่งและขยับลุกไปนั่งอยู่ข้างๆหนึ่งก่อนจะค่อยๆไหลตัวลงไปนอนบนตักโดยที่ไม่ได้ขออนุญาตก่อนซึ่งน้ำหนึ่งก็ไม่ได้ว่าอะไรแถมยังเอามือลูบหัวของธัญอีกต่างหาก
“แค่รู้สึกว่าพี่ต่างจากตอนยังเด็กเหมือนกันนะ”
“แน่ล่ะก็จะสามสิบแล้วนี่”
“นั่นสิ..แต่ก็ยังน่ารักนะ”ทั้งคำพูดและรอยยิ้มของธัญแสดงออกถึงความจริงใจล้วนๆน้ำหนึ่งที่ได้ยินแบบนั้นก็รู้สึกหน้าร้อนผ่าวขึ้นมา จู่ๆก็โดนอีกฝ่ายชมก็ไม่รู้ว่าจะโกรธดีหรือจะดีใจดี
เขาก็อายุเพิ่มมากขึ้นทุกวันๆธัญเองก็เช่นกันพอถูกทักถึงเื่อายุก็ทำให้คิดถึงระยะห่างกว่าเกือบสิบปีของเขาและธัญขึ้นมา
“...เพราะงั้นลองคิดถึงเื่เกลวได้แล้ว”ในใจของหนึ่งไม่ได้อยากพูดแบบนี้เลยสักนิดแต่เมื่อชั่งน้ำหนักแล้วว่าการพูดแบบนี้จะเป็ประโยชน์มากกว่าเขาก็ไม่คิดลังเลที่จะพูดออกไป
ธัญวลัยส่ายหน้าเบาๆปฏิเสธอย่างทันที
“ก็ธัญชอบพี่หนึ่ง”
“คิดดีๆสิธัญ..”
“คิดดีแล้วเกลวก็บอกว่าธัญชอบพี่หนึ่ง”ธัญเริ่มยันตัวขึ้นนั่งเมื่อสถานการณ์เริ่มจะจริงจังขึ้นฝ่ายเขาเองก็เริ่มหงุดหงิดขึ้นมา ทั้งๆที่ตัดสินใจไปแล้ว บอกออกไปแล้วเหลือเพียงแค่ให้น้ำหนึ่งเชื่อ
“ไม่ใช่ว่ารู้สึกชอบพี่เพราะเกลวบอกเหรอ?”
“ไม่ใช่”ธัญปฏิเสธเสียงแข็ง
“งั้นถ้าเกลวไม่บอกจะคิดขึ้นมาบ้างไหมว่าเราชอบพี่ ?”
“....ก็ไม่”เขาอ้ำอึ้งไปพักนึก ก็จริงอย่างที่หนึ่งพูด ถ้าหากวันนั้นเกลวไม่พูดออกมาว่าตัวเขาแสดงออกราวกับชอบน้ำหนึ่งในฐานะของคนรักเขาก็คงไม่ได้ฉุกคิดขึ้นมาจนเื่เลยเถิดจนถึงวันนี้
“ธัญรู้รึเปล่าว่าความรู้สึกชอบใครสักคนในแบบของคนรักเนี่ยมันเป็ยังไง”
ธัญไม่เคยมีแฟนมาก่อนในชีวิตไม่เคยรู้สึกว่าสนใจใคร ธัญไม่เคย้าเพื่อน เื่แฟนก็แทบจะเป็ไปไม่ได้เพราะธัญไม่เคยสนใจเื่แบบนั้นเลยแม้แต่น้อย
ธัญไม่รู้ว่าความรู้สึกรักคืออะไร
“นั่นแหละเรายังเด็ก”
“ไม่ใช่ธัญชอบพี่หนึ่งจริงๆ”
“ธัญแค่เข้าใจผิดมากกว่า”ธัญวลัยเม้มปากแน่นความหงุดหงิดที่มีอยู่แล้วพุ่งสูงขึ้นมาเขายอมรับเลยว่าค่อนข้างผิดหวังและเสียใจมากทีเดียวที่น้ำหนึ่งเอาแต่บอกว่าเขาไม่ได้รู้สึกชอบจริงๆ
ถ้าหากไม่ทำอะไรสักอย่างอีกฝ่ายก็คงจะไม่เข้าใจจริงๆ
“ฟังนะผมชอบพี่จริงๆ ที่ผ่านมาในหัวของผมมีแต่พี่ คิดถึงแต่พี่ และมันเป็แบบนั้นมาตลอด”
“ก็เพราะว่าพี่คอยดูแลเรามาั้แ่เด็กไม่ใช่รึไง”
“ไม่ใช่ พี่ฟังผมชอบพี่”ธัญจับมือของน้ำหนึ่งขึ้นมาแล้วให้ฝ่ามืออีกคนแนบลงบนอกข้างซ้าย“เห็นมั้ย หัวใจผมเต้นแรงก็เพราะพี่ แค่พี่อยู่ข้างหน้ามันก็เต้นแรงจนเหมือนจะะโออกมาอยู่แล้ว”
หัวใจของธัญกำลังเต้นอยู่จริงๆเต้นแรงจนััได้ น้ำหนึ่งรีบชักมือกลับด้วยความใเขาไม่เคยมองธัญในแง่นั้นมาก่อน ที่ผ่านมาก็มองเป็เหมือนน้องชายคนนึง
เผลอๆเขาดูแลธัญดีกว่าลูกตัวเองในอนาคตเสียอีก
น้ำหนึ่งที่รู้สึกขึ้นมาได้ว่าธัญมองเขาในแบบของผู้ชายคนนึงไม่ใช่คนในครอบครัว หัวใจที่เคยเหนื่อยหน่ายก็กลับเต้นแรงขึ้นมาอีกครั้ง