“ที่นี่เรียกอีกชื่อว่าวัดพระศรีรัตนศาสดาราม แต่ชาวบ้านทั่วไปเรียกวัดพระแก้ว” ิญญาคุณหลวงภัสดาอธิบายน้ำเสียงเนิบๆอย่างใจเย็น ขณะที่ล่องลอยเคียงข้างไปกับเมขลาโดยที่ไม่มีใครเห็นคุณหลวงเลยแม้แต่คนเดียว บางคนก็เดินผ่านร่างคุณหลวงไปเสียเฉยๆด้วยซ้ำ
ทางด้านเมขลาก็ตั้งอกตั้งใจฟังคุณหลวงอธิบายพร้อมกับมองไปรอบด้านด้วยความชื่นชมในความงดงามของศิลปวัฒนธรรมไทย
“วัดนี้เป็วัดที่สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชรัชกาลที่หนึ่งโปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นพร้อมกับการสถาปนากรุงรัตนโกสินธ์” คุณหลวงภัสดาเล่าบรรยายไปอย่างต่อเนื่องซึ่งเป็การบอกเล่าที่ละเอียดกว่าการเล่าบรรยายของนุดีเป็อย่างมาก
“ในสมัยนั้นวัดพระแก้วใช้เป็ที่บวชนาคหลวงและประชุมข้าทูลละอองพระบาทถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา”ขณะที่บอกเล่าประวัติคร่าวๆคุณหลวงภัสดาก็ลอยผ่านเข้าไปในตัววัดชั้นในโดยมีเมขลาเดินฟังอย่างสนใจคุณหลวงเห็นว่าเมขลาสนใจมากจึงอธิบายต่อ
“สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงโปรดเกล้าฯ ให้วัดพระศรีรัตนศาสดารามเป็ที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตซึ่งเป็พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของสยามเรา”
“สวยสมคำร่ำลือจริงๆ ค่ะ” เมขลาเอ่ยน้ำเสียงจริงใจ ระหว่างนั้นเสียงดาด้าก็ดังขึ้น
“เมย์ เข้ามากราบพระแก้วมรกตเร็วเข้า” เมขลาได้ยินเพื่อนเรียกก็รีบเดินไปทันทีคุณหลวงภัสดาตามไปห่างๆ เมขลาสังเกตเห็นว่าตัวอุโบสถมีระเบียงเดินได้รอบประดับประดาไปด้วยครุฑยุดนาคหล่อด้วยโลหะปิดทองเมื่อเข้าไปภายในอุโบสถอันเป็ที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตเธอถึงกับตกตะลึงในความงดงามและความขรึมขลังความศักดิ์สิทธิ์ฉายบารมีแผ่มายังประชาชนที่พากันเข้ามากราบไหว้
หญิงสาวเดินเข้าไปนั่งแล้วก้มลงกราบอย่างนอบน้อมิญญาของคุณหลวงภัสดาเองก็ทำเช่นเดียวกับเมขลาิญญาชายหนุ่มกราบพระได้งดงามยิ่งนัก จนเมขลาอดชื่นชมในใจไม่ได้เธอเห็นใครหลายคนกราบพระมาก็มากแต่ทำไมบุรุษผู้นี้แลดูสง่าผ่าเผยแม้กระทั่งหน้าผากจรดลงสู่พื้นอันแสดงความเคารพสักการะต่อพระรัตนตรัยเบื้องหน้าอย่างสูงสุดขณะที่เมขลากราบพระเสร็จเธอก็นึกอะไรขึ้นได้
“คุณหลวงคะ การกราบไหว้พระด้วยใจที่ระลึกถึงพระรัตนตรัยเป็บุญหรือเปล่าคะ?” หญิงสาวหันมาถามิญญาคุณหลวงภัสดาอย่างสงสัย
“ได้แน่นอน ถ้าตอนที่กราบจิตใจของหล่อนอิ่มเอิบผ่องใสและระลึกถึงคุณพระพุทธ คุณพระธรรม คุณพระสงฆ์ เป็สรณะ” คุณหลวงภัสดาตอบเสียงอ่อนโยนหญิงสาวมองหน้าคุณหลวงยิ้มๆ เธอหลับตาลงประนมมือสวยงามก่อนอธิษฐานออกมาเบาๆแต่คุณหลวงภัสดาได้ยินชัดเจน
“ด้วยบุญที่ลูกทำครั้งนี้ ลูกขออุทิศให้แม่ประไพผู้ล่วงลับ และอุทิศให้คุณหลวงภัสดาปรีชานุภาพขอให้ท่านทั้งสองมีความสุขในภพภูมิที่ท่านอยู่ ปราศจากความทุกข์ใดๆทั้งปวงด้วยเถิด” กล่าวจบก็กราบลงไปสามครั้งด้วยความเคารพและรำลึกถึงคุณพระรัตนตรัยจากใจจริงเ้าตัวหารู้ไม่ว่ากริยาในการกราบไหว้ของตัวเองก็งดงามหาที่ติไม่ได้เช่นกันคุณหลวงภัสดาที่นั่งอยู่ข้างๆใบหน้าอิ่มเอิบด้วยกระแสบุญเขารู้สึกตื้นตันที่เมขลานึกถึงเขา
“ขอบใจหล่อนนัก” คุณหลวงบอกอย่างซาบซึ้งนานมากแล้วที่เขาไม่ได้รับกระแสบุญเช่นนี้ เมขลามองหน้าคุณหลวงภัสดาเธอยิ้มในหน้าแต่ไม่พูดอะไรคุณหลวงนึกสงสัยในรอยยิ้มนั้นแต่ก็มิได้ถามขึ้นมาในขณะนั้น
เมื่อทุกคนเที่ยวชมความงดงามของวัดพระแก้วจนอิ่มเอมใจแล้วก็เตรียมตัวแยกย้ายกันกลับบ้านเมขลาร่ำลาดาด้าและนุดีทั้งยังกำชับให้ลุงชิดขับรถไปส่งทั้งสองให้ถึงที่ดาด้ามองหน้าเมขลาด้วยสายตาแปลกๆ จนเมขลาอดถามขึ้นไม่ได้
“เป็อะไรยัยดาด้านึกอยากอยู่กับฉันอีกสักคืนรึไง?” เมขลาแกล้งแหย่ดาด้ารีบเปลี่ยนสีหน้าทันทีก่อนจะพูดจริงจัง
“เมย์ ดูแลตัวเองด้วยนะมีอะไรก็โทรหาฉันได้ตลอดเวลาเธอก็รู้ว่าปรึกษาฉันได้ทุกเื่” ดาด้าพูดเป็นัยเพราะั้แ่มาที่วัดพระแก้วเธอสังเกตเห็นเพื่อนสนิทพูดคุยและยิ้มคนเดียวซึ่งดาด้าเองค่อนข้างหนักอกเพราะเล่าให้ใครฟังไม่ได้และอีกอย่างเธอรู้สึกใจหายอย่างไรไม่รู้ เหมือนจะไม่ได้เจอเพื่อนรักอีกตลอดไป!เมขลาเองก็รู้สึกว่าการพบกันครั้งนี้จะเป็การพบกันครั้งสุดท้ายเช่นกัน!!!ทั้งสองแม้จะไม่ได้พูดออกมา แต่ความรู้สึกกลับส่งผ่านสายตาสื่อถึงกันเมขลาสะบัดความคิดนั้นออกเพราะคิดว่าเป็เพียงแค่ความคิดไร้สาระเท่านั้นหญิงสาวเดินเข้ามาจับไหล่เพื่อนสาวร่างอวบเบาๆ
“ดาด้า ขอบใจเธอมาก ฉันดูแลตัวเองได้เธอไม่ต้องเป็ห่วงส่วนเธอเองก็ดูแลตัวเองด้วยนะ” ทั้งสองมองหน้ากันอย่างซาบซึ้งในความเป็เพื่อนที่มีให้แก่กันมานานแสนนาน
เมื่อทุกคนแยกย้ายกันแล้วเมขลาก็นั่งแท็กซี่มาที่บริษัทของคุณการุญผู้เป็พ่อทันทีโดยมีคุณหลวงภัสดาตามมาด้วย
หญิงสาวมาถึงหน้าห้องทำงานของคุณการุญก็พบว่าพ่อของเธอมี แขกซึ่งก็คือ อธิปลูกชายของคุณอาวาทินทั้งสองคุยกันค่อนข้างเคร่งเครียดทางด้านเมขลามองหามินตราแต่ไม่พบหญิงสาวจึงหันไปถามเลขาฯ หน้าห้องของผู้เป็พ่อ ก็ได้รับรู้ว่ามินตราฝึกงานอยู่ที่แผนกบุคคลโดยมีห้องส่วนตัวเป็ของตัวเองเมขลานึกขอบคุณผู้เป็พ่อในใจที่ให้มินตราทำงานอยู่ในตำแหน่งที่เธอร่ำเรียนมาและสมฐานะลูกสาวอย่างแท้จริงเมขลารีบเดินไปหาน้องสาวทันทีเมื่อเข้าไปก็พบว่ามินตรานั่งหน้าเครียดอยู่ที่โต๊ะทำงาน เมขลาเห็นสีหน้าน้องสาวก็ถามขึ้น
“มิน เป็อะไร งานหนักเหรอ?” น้ำเสียงอาทรเช่นเคย
“เปล่าค่ะ แต่...” เมขลานึกสงสัยในคำตอบ
“มีอะไร บอกพี่ซิ” เสียงถามเร่งเร้าขึ้น
“คือ..คุณพ่อกับคุณอาวาทิน้าให้คุณอธิปหมั้นกับลูกสาวคนใดคนหนึ่งของคุณพ่อค่ะแต่คุณอธิป เอ่อ...” มินตราอึกอัก เลิ่กลั่กพิกลเมขลายิ่งสงสัยเข้าไปใหญ่
“มีอะไร...” คราวนี้เสียงห้วนชัดเจนตามประสาคนใจร้อนมินตรารับรู้ได้ทันทีว่าพี่สาวเริ่มไม่สบอารมณ์และคงจะพาลไปถึงผู้เป็พ่ออีกแน่จึงรีบโพล่งไปในที่สุด
“คุณอธิปเขาบอกว่าอยากจะหมั้นกับมินค่ะแต่มินเพิ่งเห็นหน้าเขาแล้วก็ยังไม่ได้รักชอบอะไรเขาด้วยค่ะพี่เมย์” เมขลานิ่งฟังแล้วครุ่นคิดทันทีเพราะเรืองรินแสดงท่าทีว่ารักใคร่ลูกชายของเพื่อนคุณพ่อคนนี้ให้เห็นอย่างโจ่งแจ้งแต่นายอธิปคนนี้กลับให้ความสนใจมินตราน้องสาวของเธอจากแววตาที่เขาได้แสดงออกมาอย่างชัดเจนเช่นเดียวกันสมองของเมขลาประมวลข้อมูลต่างๆ ทันที
“จะกังวลไปทำไมก็แค่หมั้นยังไม่ได้แต่งซักหน่อย” น้ำเสียงเมขลาบอกเรียบเฉยไม่แสดงอาการใจนมินตราแปลกใจเธอไม่รู้เลยว่าผู้เป็พี่สาวถามเพื่อหยั่งเชิงเท่านั้น
“แล้วเรืองรินล่ะคะ มินมองออกว่ารินสนใจคุณอธิปอยู่ไม่น้อยมินไม่อยากมีปัญหากับเรืองรินเพราะผู้ชายคนเดียวค่ะ” เมื่อพี่สาวได้ฟังคำตอบจากน้องสาวก็ยิ้มเ้าเล่ห์ทันทีและอากัปกิริยานี้ก็หาพ้นสายตาของคุณหลวงภัสดาไม่เขาถามขึ้นอย่างรวดเร็ว
“หล่อนคิดจะทำอะไร?” เมขลาไม่ตอบหันไปเลิกคิ้วข้างเดียวแบบกวนๆให้กับคนถามส่งสัญญาณเ้าแผนการให้รับรู้ หากแต่ิญญาคุณหลวงตามไม่ทันเสียแล้วหญิงสาวหันไปบอกกับน้องสาว
“เดี๋ยวพี่มา มินทำงานต่อไปเถอะพี่ไม่กวนละ” พูดจบก็รีบแจ้นออกจากห้องไปทันทีจุดมุ่งหมายคือห้องทำงานของคุณการุญผู้เป็พ่อของเธอคุณหลวงภัสดาเห็นดังนั้นก็ไม่รอช้าจะตามไปเช่นกัน เขาข้องใจในสิ่งที่เมขลาคิดและจะทำแต่ขณะที่กำลังจะตามไป เขาหันมาทางมินตราผู้เคยเป็น้องสาวในอดีตชาติซึ่งตอนนี้นั่งทำหน้าบอกบุญไม่รับเพราะคิดมากในเื่หมั้นทั้งเื่พี่สาวที่มักจะใจร้อนและทำอะไรปุบปับแบบนี้อยู่เป็ประจำคุณหลวงภัสดาเข้าใจทุกเหตุการณ์ได้ดีจึงเคลื่อนตัวล่องลอยไปนั่งฝั่งตรงข้ามโต๊ะทำงานของมินตราก่อนจะพึมพำออกมา
“แม่ลำเภา”
เมื่อเมขลาเดินมาถึงหน้าห้องทำงานของคุณการุญก็พอดีกับที่อธิปเดินออกมาจากห้องทำงานของพ่อเธอชายหนุ่มชะงักไปเล็กน้อยเมื่อพบว่า พี่สาวของมินตรามาปรากฏตัวที่นี่เขาเรียกชื่อเธอเบาๆ
“คุณเมขลา” คนที่ถูกเรียกชื่อยิ้มน้อยๆ ก่อนกล่าวขึ้นนิ่งๆ
“ฉันเพิ่งมาจากห้องของยัยมินค่ะ”อธิปถึงกับหน้าเจื่อนไปในทันที พร้อมสีแดงระเรื่อปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขาชายหนุ่มถามขึ้นอย่างสุภาพ
“คุณมินตราเล่าเื่ให้คุณฟังแล้วใช่ไหมครับ?” เมขลาแกล้งปั้นหน้านิ่ง
“เล่าแล้วค่ะ” เธอตอบรับเสียงเรียบและรีบพูดต่อทันทีเพราะรู้ว่าอีกไม่นานคุณรัศมีและเรืองรินสองแม่ลูกนั่นจะมาที่นี่จึง้าจัดการเื่ราวบางอย่างให้เรียบร้อยก่อนที่สองคนนั้นจะถึงที่ทำงาน!
“ฉันมีเื่จะคุยกับคุณสักหน่อย ขอเวลาสักนิดได้ไหมคะ?” เมขลาเอ่ยทันทีพร้อมสายตาที่มีแววขอร้องกรายๆ
“ครับ ได้ครับ” อธิปตอบรับเสียงหนักแน่นเขาก็อยากจะรู้เช่นกันว่าพี่สาวของมินตรา้าจะคุยกับเขาในเื่อะไรเมขลารีบเดินนำออกไปทันที ชายหนุ่มก็เดินตามอย่างว่าง่าย
บนดาดฟ้าของบริษัทสายลมเย็นปะทะใบหน้าของเมขลาและอธิปเมขลาเดินไปตรงกลางลานโล่งสองมือซุกเข้าในกระเป๋ากางเกงยีนส์เข้ารูปซึ่งเน้นให้เห็นรูปขาของคนใส่ว่าหุ่นดีเพียงใดทางด้านอธิปเขาสังเกตเห็นความหยิ่งในศักดิ์ศรี ความมั่นใจในตัวเองและแววตาที่ไม่ยอมคนจากหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างหน้าชั่วเพียงแว้บหนึ่งเขากลับรู้สึกเหมือนคุ้นๆดั่งเคยเห็นสีหน้าท่าทางแบบนี้ที่ไหนมาก่อนหากก็นึกไม่ออก แต่ดูคุ้นเสียจริง
“คุณเมย์มีอะไรจะคุยกับผมเหรอครับ”อธิปเอ่ยถามเมื่อเดินมาหยุดยืนเคียงข้างหญิงสาว
“ฉันจะหมั้นกับคุณเองค่ะ คุณอธิป”เมขลาพูดขึ้นทันที
“ห๊า...!!”เสียงอุทานใแต่คนบอกเล่ากลับไม่ได้มีอาการเขินอายหรือว่าอาการอื่นใดนอกจากสีหน้าที่เอาจริงเอาจังกับเื่ที่เพิ่งบอกไป
“เอ่อ... คือผม” อธิปกังวลเพราะเขาไม่ได้รักเมขลาทั้งยังสงสัยว่าทำไมจู่ๆ หญิงสาวถึงเอ่ยเื่หมั้นกับเขา...