ฝืนลิขิตสวรรค์ พลิกตำนานเทพ

    ตอนที่ 37 จุ่นถีและเจียอิ่นได้รับสืบทอดวิชาที่แท้จริงมาแล้วรึ?

      การที่สวีทงยังคงนิ่งเฉยไม่ยอมสละดินสวรรค์เก้าชั้นฟ้าออกมาเสียที ทำให้หงจวินเริ่มจะหมดความอดทนเข้าขั้นวิกฤต

     

      ตัวเขาโลดแล่นอยู่ในหงฮวงมานานนับกัลป์ นึกไม่ถึงว่าจะต้องมาเพลี่ยงพล้ำเสียท่าให้แก่เจ้าเด็กนี่ครั้งแล้วครั้งเล่า วันนี้หากเขามิอาจทำให้ทงเทียนก้มหัวยอมสยบได้ แล้วชื่อเสียงของมรรคาจารย์หงจวินจะยังหลงเหลือความน่าเกรงขามใดให้ผู้คนเคารพยำเกรงได้อีก?

     

      หงจวินมั่นใจว่า ด้วยฐานะผู้แข็งแกร่งอันดับหนึ่งแห่งพิภพหงฮวง และในฐานะผู้ที่กำลังจะผสานมรรคา ทงเทียนย่อมต้องมีความหวาดเกรงในตัวเขาอยู่บ้าง เพราะหากเขาลงมือขึ้นมาจริง ๆ เขามั่นใจว่าอีกฝ่ายย่อมมิอาจหลบหนีไปได้พ้น

     

      ทว่าเขาหารู้ไม่ว่า ความคิดเหล่านี้นั้นล้วนเข้าทางแผนการของสวีทงพอดิบพอดี

     

      “ท่านมรรคาจารย์หมายความว่า หากข้าไม่ยอมมอบสมบัติวิเศษให้แต่โดยดี ท่านจะลงมือชิงมันไปงั้นรึ?”

     

      “สหายเต๋าพูดเล่นแล้ว สมบัติวิเศษนั้นย่อมตกเป็นของผู้มีบุญบารมี”

     

      เมื่อได้ยินเช่นนั้น สวีทงก็เบ้ปากเล็กน้อย

     

      ตาแก่เอ๋ย เจ้าแน่ใจนะว่าไม่ได้คิดจะรับจุ่นถีกับเจียอิ่นเป็นศิษย์สายตรงน่ะ? ความหน้าด้านไร้ยางอายนี่ช่างถอดแบบกันมาไม่มีผิดเพี้ยนเลยจริง ๆ

     

      ผู้มีบุญบารมีย่อมได้ครองงั้นรึ? เหลวไหลสิ้นดี! สรุปแล้วมันก็แค่ใครหมัดใหญ่กว่า คนผู้นั้นก็คือความถูกต้องเท่านั้นแหละ

     

      เมื่อเห็นความไร้ยางอายของหงจวิน สวีทงพลันระเบิดเสียงหัวเราะออกมา

     

      “ฮ่า ๆ ๆ ท่านมรรคาจารย์พูดถูก สมบัติวิเศษย่อมต้องเป็นของผู้มีบุญบารมี”

     

      “หากในใต้หล้านี้ มีผู้ใดที่มี ‘จริยธรรม’ สูงส่งยิ่งกว่าข้าทงเทียนดั้นด้นมาทวงถาม ข้าย่อมไม่ขัดศรัทธา และจะขอมอบสมบัติวิเศษนี้ให้ด้วยความเต็มใจ ดินสวรรค์เก้าชั้นฟ้านี้ ผู้มีวาสนาย่อมมารับไปได้ทุกเมื่อ ทว่าข้าก็ไม่รู้... ว่าจะมีผู้ใดหาญกล้ามาประลองบุญบารมีกับข้าบ้าง”

     

      หงจวินขมวดคิ้วแน่น อีกฝ่ายคิดจะดื้อแพ่งชนกับเขาตรง ๆ งั้นรึ? หรือมันจะสำคัญตัวผิดว่าปีกกล้าขาแข็งพอจะต้านทานเขาได้? ต้องยอมรับว่า อวตารของสวีทงที่มีพลังถึงขอบเขตกึ่งปราชญ์ขั้นสูงสุดนั้น แข็งแกร่งทิ้งห่างเหล่ายอดฝีมือคนอื่น ๆ ในหงฮวงไปหลายขุม หากไม่นับผู้อาวุโสยุคบรรพกาลไม่กี่ท่าน ทงเทียนผู้นี้ก็คืออันดับหนึ่งแห่งพิภพหงฮวงอย่างแท้จริง

     

      ทว่าหากคิดจะหนีให้พ้นเงื้อมมือของเขา หงจวินเห็นว่าเป็นเรื่องน่าตลกขบขันสิ้นดี

     

      แต่ในขณะที่หงจวินเตรียมจะลงมือ สวีทงกลับเป็นฝ่ายเริ่มเคลื่อนไหวเสียก่อน

     

      อวตารของสวีทงสะบัดมือเพียงเบา ๆ ทันใดนั้น แสงเจิดจ้าจากบุญบารมีเบิกฟ้าพลันสว่างวาบขึ้นเบื้องหลังศีรษะ ควบแน่นกลายเป็น ‘กงล้อมหาบุญบารมี’ ที่ส่องสว่างจนทั่วทั้งตำหนักกลายเป็นสีทองอร่าม แสงนั้นแรงกล้าเสียจนนัยน์ตาของมรรคาจารย์แทบจะพร่ามัว

     

      เมื่อบุญบารมีเบิกฟ้าของทงเทียนปรากฏขึ้น วิถีสวรรค์ก็เกิดการขานรับทันที บุปผาสวรรค์ร่วงหล่น ปทุมทองผุดพราย กิเลนและหงส์มงคลปรากฏเค้าลาง

     

      สวีทงยืนสงบนิ่งมิได้ทำสิ่งใด เขาเพียงแค่จ้องมองหงจวินด้วยสายตาแฝงเล่ห์กล

     

      “ท่านมรรคาจารย์ นี่คือจริยธรรมและบุญบารมีที่ข้าทงเทียนแบกรับไว้ หากมีผู้ใดอ้างว่าตนมีบารมีลึกล้ำยิ่งกว่าข้า ก็เชิญเข้ามาสำแดงอานุภาพให้ประจักษ์เถิด หากเป็นเช่นนั้นจริง ข้าจะขอมอบดินสวรรค์เก้าชั้นฟ้านี้ให้แก่เขาด้วยมือตนเอง”

     

      เมื่อเห็นภาพนั้น หงจวินถึงกับน้ำท่วมปาก พูดไม่ออกแม้แต่ครึ่งคำ

     

      บัดซบ! ลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิทเลย!

     

      เดิมทีเขาคิดว่าทงเทียนจะใช้พลังฝีมือเข้าสู้ แต่นึกไม่ถึงว่าเจ้าเด็กนี่จะเอา ‘บุญบารมี’ มาเป็นโล่กำบัง ยามนี้หงจวินเริ่มสงบสติอารมณ์ลงได้บ้าง

     

      ให้ตายสิ ทงเทียนคือหนึ่งในสามวิสุทธิ์ ต่อให้เขาไม่บรรลุปราชญ์ แต่ในร่างกายเขาก็มีบุญบารมีเบิกฟ้ามหาศาลสถิตอยู่

     

      และตลอดหลายปีมานี้ เขาปิดด่านเงียบเชียบไม่เคยออกไปก่อกรรมสังหารผู้ใด บุญบารมีเบิกฟ้าจึงไม่เคยถูกบั่นทอนลงเลยแม้แต่นิดเดียว ต่อให้เอาเล่าจื๊อกับหยวนสื่อมารวมกัน บารมีและวาสนาของทั้งคู่ก็ยังมิอาจเทียบชั้นกับทงเทียนในยามนี้ได้เลย

     

      หากข้าลงมือสังหารเขา วิถีสวรรค์ย่อมต้องลงทัณฑ์ข้าทันที เมื่อนั้นแผนการผสานมรรคาของข้าคงพังพินาศย่อยยับเป็นแน่

     

      สวีทงคือทายาทที่แท้จริงของผานกู่ และบุญบารมีที่เขาแบกรับอยู่นั้นคือของจริงมิใช่ภาพลวงตา ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้หงจวินรู้สึกเหมือนถูกมัดมือมัดเท้า ทำอะไรลำบาก

     

      สถานการณ์พลันพลิกผันในพริบตา

     

      อวตารมองดูสีหน้าที่เต็มไปด้วยความลังเลของหงจวินแล้วลอบแค่นยิ้มอย่างดูแคลน สวีทงไม่เคยเชื่อใจในคุณธรรมของหงจวินอยู่แล้ว เขาจึงวางแผนซ้อนแผนโดยการถ่ายโอนบุญบารมีเบิกฟ้ามาไว้ที่อวตารร่างนี้เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน และมันก็ได้ผลจริง ๆ

     

      ความจริงแล้วบุญบารมีเหล่านี้ก็แค่มีไว้ข่มขวัญหงจวินเท่านั้น ต่อให้หงจวินลงมือทำลายอวตารร่างนี้จริง แต่ในเมื่อมิได้สังหารร่างต้นของสวีทง วิถีสวรรค์ก็คงมิได้ลงทัณฑ์รุนแรงถึงขั้นทำลายตบะของเขา อย่างมากก็แค่มีคำเตือนลงมาบ้าง

     

      ทว่าหงจวินไม่กล้าเสี่ยงดวง หลังจากนิ่งอึ้งอยู่นาน หงจวินก็จำต้องเก็บพลังกดดันของตนกลับไป แล้วปั้นหน้ายิ้มแย้มเอ่ยว่า

     

      “สหายเต๋าทงเทียนเอ่ยล้อเล่นแล้ว ในมหาพิภพหงฮวงแห่งนี้ จะมีผู้ใดมีบุญบารมีสูงส่งเกินหน้าเจ้าไปได้เล่า”

     

      “ข้าว่า... พวกเราลองมาหารือกันดูใหม่เถิด ว่าจะต้องใช้อะไรมาแลกเปลี่ยนกับดินสวรรค์เก้าชั้นฟ้านี้ดี”

     

      สุดท้าย หงจวินก็ยอมลงให้อีกฝ่าย

     

      เมื่อเห็นหงจวินยอมอ่อนข้อ สวีทงจึงพยักหน้าอย่างพึงพอใจ

     

      หึหึ พูดจาดี ๆ แบบนี้แต่แรกก็จบเรื่องแล้ว จะมาทำท่าข่มขู่กันทำไมให้เสียเวลา?

     

      สวีทงลอบต่อว่าในใจ

     

      เมื่อเห็นว่าหงจวินพร้อมที่จะเจรจาเงื่อนไข สวีทงก็นั่งลงที่เดิม

     

      “ท่านมรรคาจารย์ ข้ากล่าวตามตรงนะ มิใช่ว่าข้าจะหวงแหนสมบัติวิเศษอะไร แต่ดินสวรรค์เก้าชั้นฟ้านี้มีประโยชน์มหาศาลต่อการบำเพ็ญของข้า ข้าจึงมิอาจ ‘ยกให้’ ท่านได้ แต่หากท่านมรรคาจารย์ประสงค์จะ ‘หยิบยืม’ ข้าก็พอจะพิจารณาแลกเปลี่ยนกับสิ่งตอบแทนที่สมน้ำสมเนื้อได้อยู่บ้าง”

     

      สวีทงเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมา

     

      เรื่องนี้เขาวางแผนไว้อย่างดีแล้ว ดินสวรรค์เก้าชั้นฟ้าคือสิ่งใด? มันคือของที่จะใช้รังสรรค์มนุษย์ซึ่งเป็นเจ้าผู้ครองสวรรค์และพิภพในอนาคต หากเขายอมแลกเปลี่ยนยกให้หงจวินไปดื้อ ๆ สวีทงย่อมต้องขาดทุนย่อยยับ

     

      แต่หากให้หงจวิน ‘หยิบยืม’ ไปใช้จนหมด เมื่อนั้นบุญบารมีจากการรังสรรค์มนุษย์ในส่วนของดินสวรรค์ ย่อมต้องตกเป็นของสวีทงแต่เพียงผู้เดียว อีกทั้งหงจวินยังต้องติดค้างบ่วงกรรมต่อเขา และต้องมอบสิ่งชดเชยที่มหาศาลอีกด้วย

     

      การเจรจาครานี้ ฝ่ายใดได้ผลประโยชน์มากกว่ากัน สวีทงย่อมมองเห็นชัดเจน

     

      หงจวินสีหน้ามืดมน

     

      ให้ยืมงั้นรึ? นี่มิใช่สิ่งที่ข้าต้องการเลยสักนิด!

     

      “สหายเต๋า ข้าว่าพวกเราแลกเปลี่ยนกันเลยจะดีกว่า เจ้าต้องการสิ่งใดก็จงว่ามา ข้ายินดีจะมอบสมบัติวิญญาณปฐมกำเนิดเพิ่มให้เจ้าอีกสองชิ้นเป็นการชดเชย”

     

      หงจวินรู้ดีว่าดินสวรรค์เก้าชั้นฟ้านี้เกี่ยวพันกับบุญบารมีอันยิ่งใหญ่ในอนาคต เขาจึงมิอยากให้ลาภลอยนี้ตกไปอยู่ในมือของผู้อื่น โดยเฉพาะกับสวีทง ยิ่งยามนี้เขาเพิ่งจะเสียพลังวิถีสวรรค์ไปมหาศาล เขาจึงหวังจะอาศัยบุญบารมีจากการสร้างมนุษย์มาช่วยฟื้นฟูตบะของตนเอง

     

      ทว่าวันนี้เขาคงจะต้องผิดหวังเสียแล้ว

     

      “ท่านมรรคาจารย์ เรื่องนี้มิอาจเจรจาได้ ของสิ่งนี้ข้าให้ยืมได้เท่านั้น มิอาจแลกเปลี่ยน หากท่านอาจารย์ไม่ยินยอม เช่นนั้นการเจรจาในวันนี้ก็คงต้องจบลงเพียงเท่านี้”

     

      พูดจบ สวีทงก็เตรียมตัวจะลุกขึ้น

     

      เมื่อเห็นท่าทีเด็ดเดี่ยวของสวีทง หงจวินก็รู้สึกเลือดลมในกายสูบฉีดจนแทบระเบิด บำเพ็ญเต๋ามานานนับกัลป์ ทว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าเจ้าเด็กคนนี้ เขากลับมิอาจรักษาความเยือกเย็นไว้ได้เลยแม้แต่น้อย

     

      ทำอย่างไรได้ เจ้าเด็กนี่ช่างกวนประสาทนัก และที่สำคัญคือมันมักจะจี้ถูกจุดตายของเขาเสมอ

     

      หงจวินโกรธจนกัดฟันกรอด แต่ก็ไร้หนทางต่อกร

     

      เมื่อเห็นทงเทียนประกาศกร้าวชัดเจนเช่นนั้น หงจวินจึงจำต้องล้มเลิกแผนการเดิม

     

      “ก็ได้... ข้าจะขอ ‘หยิบยืม’ ดินสวรรค์เก้าชั้นฟ้าเพียงชั่วคราวเท่านั้น สหายเต๋าโปรดนำมันออกมาเถิด”

     

      ในใจของหงจวินนั้นเจ็บปวดรวดร้าวยิ่งนัก บุญบารมีมหาศาลเช่นนั้น กลับต้องหลุดมือไปตกอยู่ในมือผู้อื่น ซ้ำร้ายยังเป็นมือของทงเทียนอีกด้วย เขาทำใจยอมรับได้ยากยิ่ง

     

      แต่เมื่อได้ยินคำตกลง มุมปากของสวีทงกลับยกยิ้มขึ้น

     

      “ดูท่าท่านมรรคาจารย์จะหลงลืมไปบ้างนะ... ของสำคัญถึงเพียงนี้ ต่อให้เป็นเพียงการหยิบยืม แต่มันก็ต้องมี ‘ค่าตอบแทน’ ที่สมน้ำสมเนื้อเสียหน่อย มิฉะนั้นข้าไม่ขาดทุนย่อยยับหรอกหรือ?”

     

      ยามนี้สวีทงแสดงสีหน้าของ ‘พ่อค้าหน้าเลือด’ ออกมาอย่างชัดเจน

     

      “อะไรนะ! ทงเทียน เจ้าจะมากเกินไปแล้ว! ข้าแค่ขอยืมสมบัติวิเศษเพียงชั่วครู่ เจ้าถึงกับกล้าเรียกค่าตอบแทนเชียวรึ! เรื่องนี้มันเกี่ยวข้องกับ...”

     

      ด้วยโทสะที่พุ่งพล่าน หงจวินเกือบจะหลุดปากพูดออกมาแล้วว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับการบรรลุปราชญ์ ทว่าเขาก็ยั้งปากไว้ได้ทันท่วงที เพราะหากพูดออกไป สวีทงย่อมต้องอ้าปากเรียกราคาเพิ่มขึ้นอีกเป็นเท่าตัวแน่นอน

    คล้ายกับเรื่องฝืนลิขิตสวรรค์ พลิกตำนานเทพ ที่คุณอ่าน

    อัจฉริยะแห่งราชวงศ์ถัง

    อัจฉริยะแห่งราชวงศ์ถัง

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    450K 1842
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5K 89
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    นิยาย แฟนตาซี
    127K 373
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 134
    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.54M 3732
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258