เมื่อเงาหมืดจากอดีตบุกประชิดประตูบ้านคมดาบศิลาที่เคยใช้เพื่อการทำลายล้างจึงต้องประสานเข้ากับศรพฤกษาแห่งการเยียวยาการรบครั้งนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อชัยชนะอันว่างเปล่าของสภามืดแต่เพื่อปกป้องผืนดินที่โอบอุ้มหัวใจของสองเรา
สายลมหนาวพัดกรรโชกหวีดหวิวผ่านช่องแคบหุบเขาทิศเหนือหิมะแรกของฤดูกาลเริ่มโปรยปรายละอองสีขาวละเอียดลงมาปกคลุมผืนป่าที่เหี่ยวเฉาทว่าความหนาวเย็นทางกายภาพไม่อาจเทียบได้กับความะเืที่แผ่ออกมาจากร่างทหารศิลาอัญมณีทมิฬของสภามืดที่กำลังเคลื่อนพลเข้ามากลิ่นอายของพิษสีดำลอยอบอวลปะปนกับกลิ่นไหม้ของเปลือกไม้ส่งสัญญาณชัดเจนว่าพวกมันกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ประตูหมู่บ้านทุกขณะ
เพล้ง!
เสียงม่านพลังพรีไนท์มรกตแตกร้าวออกเป็วงกว้างแสงสีเขียวโปร่งแสงประกายสะท้อนกับละอองหิมะก่อนจะสลายหายไปเป็จุดๆทหารศิลาอัญมณีทมิฬร่างั์ตนแรกก้าวผ่านรอยร้าวของเขตอาคมเข้ามาดวงตาศิลาของมันเปล่งแสงสีม่วงเข้มอันเยือกเย็น มืออันแข็งแกร่งกำดาบั์ที่หล่อขึ้นจากแร่ดำหนาทึบ
"พลธนูพฤกษาเวหาเตรียมตัว!" ซีดริกะโก้องจากชะง่อนผาสูงชันเสียงของเขาดังกังวานสู้กับเสียงลมพายุมือขวาของเขากระชับคันธนูเงินแกะสลักอย่างมั่นคง โดยมีเหยี่ยว Swiftบินวนเวียนอยู่บนฟากฟ้าเหนือกลุ่มเมฆทึบเพื่อคอยบอกทิศทางลม
บนยอดผาฝั่งตะวันออกรินหมอบตัวอยู่บนแผ่นหลังกว้างและนุ่มฟูของเ้าหยกแววตาสีเทาสลัดความเปราะบางออกจนสิ้นเหลือเพียงสัญชาตญาณอันเด็ดเดี่ยวของนักรบผู้เจนสนามรบเธอจ้องมองขบวนทหารศิลาที่ทยอยเดินเข้ามาในช่องแคบลาดชันนิ้วมือเรียวยาวััที่ด้ามมีดสลักหิน ที่ร้อยรัดอยู่กับข้อมืออย่างคุ้นเคย
"ใจเย็นไว้ เ้าหยก..."รินกระซิบแ่เบาข้างหูสามเหลี่ยมของแมวั์ มันส่งเสียงครางต่ำตอบรับในลำคอกรงเล็บหินมาลาไคต์กางออกจิกแน่นกับแผ่นน้ำแข็งดำเพื่อเตรียมพุ่งตัว
เมื่อกองกำลังของสภามืดเคลื่อนตัวเข้ามาถึงกึ่งกลางทางเดินลาดชันที่เต็มไปด้วยโคลนเหลวและหิมะกึ่งละลายรินก็ยกมือขึ้นส่งสัญญาณไฟสีเขียวขึ้นฟ้า
"ยิงได้!"ซีดริกสั่งการทันที พลธนูหลายสิบนายบนหน้าผาร่วมกันปล่อยลูกธนูเวทมนตร์พฤกษาเวหาสายลมอันบ้าคลั่งถูกควบรวมเข้ากับลูกธนูและร่ายใส่ผืนดินรอบๆก่อเกิดเป็มนตราลมกรดพัดกระหน่ำป่าส่งผลให้ดินโคลนที่ลื่นไหลอยู่แล้วถล่มลงมาเป็โคลนถล่มขนาดย่อม
ครืน!
โคลนเหลวและหินผาถล่มลงทับถมทหารเกราะศิลาที่มีน้ำหนักตัวมหาศาลพวกมันไม่มีข้อต่อที่ยืดหยุ่นเหมือนมนุษย์ และ boots หินไม่มีแรงยึดเกาะกับดินเหลวทำให้ร่างั์ลื่นไถลเสียหลักล้มระเนระนาดเสียงเกราะหินกระแทกกันดังสนั่นหวั่นไหว
"เล็งไปที่ข้อต่อหัวเข่าและหลังคอ!"ซีดริกะโสั่งพลธนูอีกครั้งลูกธนูสายลมหมุนติ้วพุ่งดิ่งลงมาจากฟากฟ้าอย่างแม่นยำเจาะเข้าที่ช่องว่างระหว่างแผ่นเกราะดำตรงข้อพับหัวเข่าของทหารศิลาเสียงหินแตกหน่อดังเปรี๊ยะ เมื่อข้อต่อถูกทำลาย เวทมนตร์ที่ยึดโครงสร้างหินไว้ก็หลุดลอยส่งผลให้ร่างั์พังครืนลงกับพื้นโคลนและขยับเขยื้อนไม่ได้
ทว่าในขณะที่แนวหน้าของศัตรูกำลังระส่ำระสาย เครื่องดูดซับพลังงานทั้งสามจุดที่ด้านหลังเริ่มส่องแสงสีม่วงสว่างวาบพวกมันกำลังดึงเอาพลังงานพรีไนท์ที่กระจายอยู่รอบๆเข้าไปเติมเต็มเพื่อเร่งการซ่อมแซมร่างกายของทหารศิลาที่ล้มลงเศษหินเริ่มลอยกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง
"ถึงเวลาของเราแล้ว เ้าหยก...บุก!" รินสั่งการ
โฮก!
เ้าหยกแผดเสียงคำรามลั่นหุบเขามันกระโจนตัวลงมาจากหน้าผาฝั่งตะวันออกที่สูงชันและเต็มไปด้วยน้ำแข็งดำรินยึดเกาะขนหนาของมันไว้แน่นสัญชาตญาณการควบคุมธรณีของเธอประสานเข้ากับกรงเล็บมาลาไคต์ของเ้าหยกทำให้การเคลื่อนที่ลงจากหน้าผาเป็ไปอย่างรวดเร็วและปลอดภัยโดยที่ศัตรูไม่ทันตั้งตัว
ทันทีที่แตะพื้นรินดีดตัวออกจากหลังของเ้าหยก มือขวาเรียกมนตราพฤกษาศิลาดึงเอาพลังดินใต้ฝ่าเท้าขึ้นมาควบแน่นจนกลายเป็ "ดาบศิลาแกร่งสีเทา"ที่ล้อมรอบด้วยเถาวัลย์หนามเวทมนตร์ เธอพุ่งตัวราวกับสายฟ้าแลบทะลวงเข้าหาทหารศิลาที่คุมเครื่อง catalysts ตัวแรก
เกร๊ง!
ดาบศิลาปะทะกับเกราะดำอย่างแรงรินอาศัยความพริ้วไหวของนักฆ่าเบี่ยงตัวหลบคมขวานของศัตรูก่อนจะแทงดาบสลักหนามเข้าที่ซอกคอของมันจนร่างศิลาแตกสลายเป็ชิ้นๆจากนั้นเธอหมุนตัวกวัดแกว่งดาบฟันเข้าที่แกนกลางพลังงานของเครื่องดูดซับจนแตกละเอียดไปหนึ่งเครื่อง
เ้าหยกพุ่งเข้าใช้เขี้ยวผลึกมรกตกัดขย้ำแกนพลังงานของเครื่องที่สองจนะเิออกแรงอัดเวทมนตร์ส่งผลให้หิมะรอบข้างละลายฟุ้งกระจาย ทว่า ศัตรูเริ่มจับทิศทางได้ทหารศิลาเกราะหนาห้าตนนรุดเข้ามาล้อมรินไว้ทุกทิศทาง
"ริน! ระวัง!"เสียงของเอวาดังก้องมาจากเนินเขาด้านหลัง
เอวายืนเด่นอยู่บนเนินหินเตี้ยมือทั้งสองข้างประสานร่ายเวทมนตร์พรีไนท์โบราณแสงสีเขียวบริสุทธิ์นุ่มนวลพุ่งเป็สายใยพลังงานเข้าโอบล้อมร่างของรินก่อเกิดเป็เกราะป้องกันรูปใบไม้เวทมนตร์ที่ต้านทานคมดาบสีดำที่ฟาดฟันลงมาได้อย่างหวุดหวิดพลังของเอวาไม่เพียงแต่ปกป้องแต่ยังส่งผ่านพลังชีวิตเข้าไปชะล้างไอพิษอัญมณีทมิฬที่เริ่มปกคลุมร่างของรินทำให้พลังพฤกษาศิลาในกายของรินทวีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น
รินสูดหายใจลึกกลิ่นไอฝนและพรีไนท์จากเวทมนตร์ของเอวาชะล้างความเหนื่อยล้าไปจนสิ้นเธอกระชับดาบศิลาตวาดลั่นพลางปลดปล่อยพลังคลื่นกระแทกธรณีพุ่งตรงเข้าใส่ศัตรูที่ล้อมรอบจนกระจัดกระจายไปคนละทิศละทางก่อนที่เธอจะพุ่งเข้าไปทำลายเครื่องระบายพลังงานเครื่องสุดท้ายได้สำเร็จ
บัดนี้เหลือเพียงข้าศึกคนสำคัญสูงสุด...
กัปตันหน่วยล่าสังหารของสภามืดก้าวออกออกมาจากเงามืดของพายุหิมะร่างกายของมันสูงใหญ่กว่าทหารศิลาตนอื่นเกือบเท่าตัวออร่าสีม่วงเข้มของพิษอัญมณีทมิฬแผ่ออกมาหนาทึบจนมองเห็นเป็หมอกควันมือขวาของมันถือแร่ดำเหลวที่แปรสภาพเป็แส้หินแหลมคมที่สามารถยืดหดได้ตามใจชอบและที่กลางหน้าอกของมันมีผลึกแกนกลางบัญชาการ (Commander's Crystal)ขนาดใหญ่เปล่งแสงวับวาบ
"ผู้ทรยศ..."เสียงทุ้มแหบต่ำของกัปตันดังลอดมาจากเกราะเหล็ก "มาสเตอร์ซีลอนส่งเ้ามาทำงานแต่เ้ากลับเลือกที่จะมานอนรังกับหนอนพฤกษาผู้อ่อนแอ...ความตายคือสิ่งเดียวที่เ้าสมควรได้รับ"
แส้หินทมิฬถูกฟาดฟันออกมาราวกับอสรพิษรินะโหลบฉากฉับพลัน ทว่าความเร็วของแส้นั้นน่ากลัวเกินไปมันตวัดเกี่ยวเข้าที่ท่อนแขนซ้ายของเธอจนเกิดรอยแผลลึกเืสีแดงสดไหลซึมออกมาปะปนกับไอพิษสีดำที่พยายามแล่นเข้าสู่าแ
"อึก..."รินทรุดเข่าลงข้างหนึ่ง พิษอัญมณีดำทำให้วิสัยทัศน์ของเธอเริ่มมืดดับลงความกลัวเก่าๆในวัยเยาว์ยามเผชิญหน้ากับอำนาจอันทารุณของสภามืดเริ่มย้อนกลับเข้ามาหลอกหลอนในใจเสียงแส้และการลงทัณฑ์ในอ้อมอกของมาสเตอร์ซีลอนดังก้องในหัว
‘เ้ามันก็แค่ขยะ...ไม่มีประโยชน์ก็ต้องตาย...’
"ไม่จริง!"เสียงะโอันเด็ดเดี่ยวของเอวาดังก้องขึ้นท่ามกลางเสียงสายลม
เอวาวิ่งฝ่าความหนาวเหน็บและกองโคลนเข้ามาใกล้แนวรบมือบางสองข้างกุมพรีไนท์ amulet ที่คอแน่นแสงมรกตสว่างจ้าเจิดจ้าขึ้นมาโอบคลุมตัวรินอีกครั้งอย่างรุนแรง พลังงานธรรมชาติที่บริสุทธิ์ไหลบ่าเข้าชะล้างความมืดดำในห้วงคิดของรินจนสลายไปความอบอุ่นไหลผ่าน Life-link ตรงเข้าสู่ใจกลางหน้าอกของรินอย่างชัดเจน
‘ริน... เชื่อใจฉันนะ!เธอไม่ได้อยู่คนเดียวอีกต่อไปแล้ว!’ เสียงของเอวาดังขึ้นในความคิดของเธอ
รินลืมตาขึ้นแววตาสีเทากลับมาสว่างวาบไร้ซึ่งความหวาดกลัวดั่งเช่นในอดีตเธอรู้แล้วว่าเธอไม่ได้ต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดอย่างไร้ค่าแต่เธอสู้เพื่อปกป้องคนรักและผืนป่าที่เลือกต้อนรับเธอ
รินปักดาบศิลาลงกับผืนดินปลดปล่อยพลังเวทพฤกษาศิลาขั้นสูงสุด!
ครืน! ครืน!
หนามศิลาขนาดใหญ่และเถาวัลย์รากไม้หนาทึบพุ่งทะยานขึ้นมาจากใต้พื้นดินรอบตัวกัปตันอย่างรวดเร็วและรุนแรงพวกมันม้วนรัดและตรึงร่างั์ของกัปตันไว้กับพื้นหินจนขยับเขยื้อนไม่ได้แม้กัปตันจะพยายามสะบัดแส้ทำลายหนามศิลาแต่รากไม้พฤกษาเวทกลับงอกเงยขึ้นมาทดแทนอย่างไม่จบสิ้นตามพลังชีวิตที่เอวาส่งมาสนับสนุน
รินดีดตัวขึ้นจากพื้นพุ่งร่างลอยตัวอยู่เหนือหัวของกัปตัน มือขวาเงื้อดาบศิลาแกร่งขึ้นสูงแสงประกายของเวทมนตร์สองสายประสานกันที่ตัวดาบ—พลังธรณีสีเทาแกร่งและแสงสีเขียวพรีไนท์แห่งการชะล้าง
"เพื่อบ้านของพวกเรา!"
รินปักคมดาบดิ่งลงมาเสียบเข้าที่กลางหน้าอกของกัปตันอย่างแม่นยำและรุนแรง!
เพล้ง!!!
เสียงผลึกแกนกลางบัญชาการ(Commander's Crystal) แตกกระจายเป็ผงละเอียดออร่าสีม่วงเข้มะเิออกก่อนจะสลายหายไปในอากาศธาตุร่างั์ของกัปตันทหารศิลากลายสภาพกลับเป็หินหยาบธรรมดาและค่อยๆพังทลายกลายเป็เศษตะกอนกองอยู่บนพื้นดิน
ในเวลาเดียวกันทหารศิลาอัญมณีทมิฬที่เหลืออยู่ทั่วทั้งแนวรบต่างหยุดนิ่งสนิทแสงสีม่วงในดวงตาดับลงก่อนที่ร่างของพวกมันทั้งหมดจะพังครืนกลายเป็หินไร้ชีวิตตามธรรมชาติรอบตัว
สายลมหนาวพัดเอาละอองหิมะสีขาวสะอาดมากลบเขม่าสีดำจนหมดสิ้นหมู่บ้านพฤกษาศิลากลับคืนสู่ความสงบเงียบอีกครั้ง
"เรา... ชนะแล้ว..."เสียงของนักรบหนุ่มคนหนึ่งดังกขึ้นตามมาด้วยเสียงโห่ร้องยินดีของชาวบ้านและพลธนูที่ดังก้องไปทั่วหุบเขาพวกเขามองลงมาจากหน้าผาด้วยความซาบซึ้งและทึ่งในแผนการรบของอดีตนักฆ่าสาว
รินยืนหอบหายใจ ดาบศิลาในมือค่อยๆสลายกลับคืนสู่ผืนดิน แขนซ้ายของเธอมีเืไหลซึมและรู้สึกชาจากาแ
"ริน!"
เอวาวิ่งถลาเข้ามากอดประคองตัวรินไว้แน่นด้วยความห่วงใย แววตาสีเขียวพรีไนท์คลอไปด้วยหยาดน้ำตามือบางทั้งสองข้างรีบกุมแผลที่แขนของรินแสงสีเขียวแห่งการรักษาเปล่งประกายขึ้นทันทีเพื่อสมานเนื้อและ Purgeพิษที่เหลืออยู่ออกไป
"ฉันบอกแล้วไง...ว่าห้ามผิดสัญญา" เอวากระซิบพลางแนบหน้าผากของเธอกับหน้าผากของรินหายใจหอบด้วยความโล่งใจ
รินยิ้มบางแขนขวาโอบกอดร่างบางของคนรักไว้แน่นท่ามกลางละอองหิมะโปรยปรายและสายตาของชาวบ้านที่ค่อยๆเปลี่ยนแปรความหวาดระแวงเป็ความยอมรับและขอบคุณอย่างแท้จริง
"ฉันกลับมาหาเธอแล้วค่ะ...เอวา" รินเอ่ยคำสัญญาแ่เบา ทว่ามั่นคงดั่งหินผาที่ไม่มีวันสั่นคลอน