บทที่ 3
เื่ในอดีต
“ เหล่ากุ้ย!!! ” เสียงะโอย่างเสียสติ จางอี้ในตอนนี้ใบหน้าเต็มไปด้วยความสุขเ็ป
ั้แ่จำความได้ก็มีเพียงแค่เหล่ากุ้ยที่อยู่กับเขามาในตอนนี้อีกฝ่ายนั้นเป็เหมือนกับญาติเพียงคนเดียวของเขา ภาพที่กระบี่หินนั้นแทงทะลุร่างกายแน่นอนว่ามันคงจะแฝงลึกอยู่ภายในความทรงจำไปอีกนาน
เหล่ากุ้ยกัดฟันแน่นดวงตาเป็ประกายไปด้วยคลื่นพลัง ใน่วินาทีที่โดนโจมตีจนทะลุร่างกายอีกมือนึงก็คว้าจับนักรบหินเอาไว้
“ อ๊าก!!!! ”
“ พลังสายเื!!! ” พลังมากมายถูกะเิออกมาจากเส้นเืหลังจากนั้นเหล่ากุ้ยก็กัดฟันแน่นผนึกพลังที่คุมขังเ่าั้เข้ามาใส่ที่ฝ่ามือข้างขวาของตนเอง
เขาตั้งใจจะรักชีวิตการโจมตีนี้ทุ่มพลังทั้งหมดของตนเองเพื่อกำราบเ้านักรบหินที่อยู่บริเวณด้านหน้า
หลังจากกัดฟันแน่นพลัง ที่ถูกผนึกรวมกันอยู่บริเวณฝ่ามือข้างขวาพุ่งทะยานตรงไปด้านหน้ามันถูกทำท่าทางคล้ายกระบี่แทงทะลุร่างกายของเ้าสิ่งตกทอดจากยุคโบราณนั้นจนทะลุไปอีกฝั่งนึง
การโจมตีนี้พุ่งทะยานขึ้นสูงเสียดฟ้าม่านเมฆสีดำที่อยู่้ากระจายออกเป็วงกว้างบ่งบอกถึงอนุภาพการโจมตีที่รุนแรง
หลังจากที่โจมตีใส่ร่างกายของนักรบหินสำเร็จนักรบหินค่อยค่อยแน่นิ่งไปก่อนที่มันจะค่อยค่อยคุกเข่าลงไปที่พื้น
ท่าทางของมันไม่มีการตอบสนองอันใดแถมในตอนนี้ มันเองก็เหมือนกับว่านักรบหินที่อยู่บริเวณด้านหน้าจะตายลงไปเรียบร้อยแล้ว
พลังก่อนหน้านี้อันแข็งแกร่งของมันหายไปจากภายในบรรยากาศอย่างชัดเจน จางอี้ที่ไม่สามารถขยับตัวได้อย่างสะดวกก่อนหน้านี้ตอนนี้ลมหายใจก็เริ่มกลับมาเป็ปกติแต่ว่าตกอยู่ในห้วงภวังค์แห่งความสับสน
ร่างของเหล่ากุ้ยเซไปเซมาก่อนที่จะดึงกระบี่ที่ปักอยู่ที่ท้องของตนเองออกทรุดตัวลงใต้ต้นไม้ใหญ่หายใจรวยริน
จากอีได้สติรีบพุ่งเข้ามาหาเรากู้อย่างรวดเร็วส่งเสียงร้องยังตระหนก “ เหล่ากุ้ยเ้า!!!! ”
“ ข้าจะรีบพาเ้าไปหาหมอ!!! ” จางอี้ทำท่าทางจะแบกร่างของเหล่ากุ้ยขึ้นหลัง
แต่ว่าเหล่ากุ้ยจับมือของจางอี้เอาไว้แน่นก่อนที่จะส่งเสียงอย่างแ่เบา “ ไม่ต้องแล้วการโจมตีนี้ทะลวงเข้ามาถึงจุดสำคัญ ”
“ ยังไงซะก็ไม่รอดต่อให้คนที่เก่งกาจขนาดไหนมารักษาโดนการโจมตีนี้ไปยังไงซะก็ไม่รอดอย่างแน่นอนเพราะแบบนั้นไม่ต้องรักษาแล้ว ”
เสียงอันแ่เบาของชายชราเปล่งออกมา ดวงตาทั้งสองข้างของจางอี้ค่อยค่อยเอ่อล้นออกมาด้วยน้ำตาแห่งความโศกเศร้า
“ ไม่ได้นะเ้าเป็เพียงครอบครัวคนเดียวของข้า ”
“ ไม่ใช่ขอรับไม่ใช่ครอบครัวเพียงคนเดียว ท่านน่ะ.. เป็คนจากโลกเบื้องบน ” ความจริงที่ออกมาจากปากของชายชราที่กำลังใกล้จะตายทำให้จางอี้ใ
“ เ้าพูดอะไรของเ้าน่ะ? ”
“ ท่านน่ะเป็หลานของนายท่านของข้า เมื่อหลายปีก่อนตอนที่ท่านเพิ่งเกิดมาตอนนั้นนายท่านเดินทางออกไปจากบ้าน ”
“ มันเป็่เวลาที่ผนวกพอดีเมื่อท่านนั้นเกิดมาในตอนนั้นท่านพ่อและท่านแม่ของท่านได้พบเจอว่าตัวของท่านน่ะมีสายเืที่หายาก เป็สายเืที่เรียกว่าจันทรานิรันดร์ ”
“ ในตอนนั้นแน่นอนว่าเมื่อท่านถือกำเนิดมาโดยที่มีสายเืสูงส่งท่านเองก็คงจะมีอนาคตที่สดใสคงจะกลายเป็ผู้ที่โดดเด่นภายในดินแดนโลกเบื้องบนอย่างแน่นอน แต่ในตอนนั้นผู้คนมากมายต่างมองเห็นประโยชน์พวกเขาได้ลงมือโจมตีทั้งพ่อและท่านแม่ของท่าน จากนั้นก็นำเอาเืภายในตัวของท่านไปกว่าเจ็ดส่วน เพื่อที่พวกมันจะใช้พลังเืพวกนั้นไปบำเพ็ญภายในร่างกายของตนเองและลูกหลานของพวกมัน ”
“ แค่ก!!! แค่ก!!! ” ในขณะที่กำลังเล่าเื่ราวโลหิตจำนวนมากก็กระอักออกมาจากปาก
“ เหล่ากุ้ย!!! ” จางอี้สับสนจนทำตัวไม่ถูก
“ หลังจากที่พวกมันลงมือทำแบบนั้นท่านพ่อของท่านโดนโจมตีาเ็สาหัสพวกมันมีจำนวนมากกว่าตระกูลใหญ่มากมายภายในดินแดนโลกเบื้องบนลงมือกับท่านพ่อและท่านแม่ของท่าน สุดท้ายแล้วท่านพ่อของท่านก็ตกไปภายในหุบเหวลึก ”
“ ท่านแม่ของท่านถูกขังอยู่ภายในคุกเย็นแต่ว่า ในตอนนั้นตัวของนายท่านและตัวของบ่าวผู้นี้กลับมาพอดีในตอนนั้นนายท่านเข้าประเชิญหน้ากับพวกมัน ”
“ ท่านปู่ของท่านคือผู้ที่ผู้คนมากมายภายในโลกเบื้องบนต่างหวาดกลัวเรียกเขาว่าเทพปีศาจ แต่ผู้ใดจะคาดคิดตระกูลใหญ่มากมายที่เคยเป็พันธมิตรของพวกเรา ต่างพากันบุกมาโจมตีพวกมันใช้วิธีที่ขี้ขลาดสุดท้ายก็ปิดผนึกนายท่านอยู่ภายในค่ายกลสะกด ”
“ ในตอนนั้นข้าทำได้เพียงอย่างเดียวเพียงพอนายน้อยเดินทางออกมา ”
“ ในตอนนั้นท่านสภาพร่อแร่เพราะว่าโดนนำเอาเืภายในกลายไปเป็จำนวนมากสุดท้ายแล้วข้าก็ตัดสินใจหนีการตามล่าของพวกมันลงมาโลกเบื้องล่าง ”
“ หลังจากที่หนีลงมาข้าเองก็ได้พาท่านเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆสุดท้ายก็รักษาชีวิตเอาไว้ได้ แต่ว่าคนพวกนั้นนั้นโง่เขาพวกมันต่าง้าเืภายในตัวของท่านโดยที่ไม่รู้เลยว่านายน้อยมีสิ่งที่พิเศษกว่านั้น ” เหล่ากุ้ยยกมือขึ้นมาชี้ตรงไปตรงหน้าอกของจางอี้
“ ท่านมีกระดูกที่วิเศษกระดูกปราณภายในร่างกายเป็สิ่งที่เป็รากฐานของผู้บ่มเพาะ ”
“ กระดูกที่ท่านมีมันแตกต่างจากกระดูกของคนอื่นๆเป็พร์ที่หาได้ยากมันคือกระดูก์นิรันดร์ ”
“ มันสามารถดูดซับทักษะได้อย่างไร้ขีดจำกัดบวกกับเืภายในกายของท่านในตอนนี้ที่ฟื้นคืนมาจากเมื่อ 16 ปีก่อนเป็เืจันทานิรันดร์ทั้งสองอย่างคงจะทำให้ท่านสามารถบรรลุวิถีแห่งการบ่มเพาะได้ในไม่ช้า”
“ นายน้อยทำการบ่มเพาะแข็งแกร่งขึ้นแล้วก็ไปช่วยได้ทันด้วย นายท่านแล้วท่านแม่ของท่านยังมีชีวิตอยู่ที่โลกเบื้องบน พวกเขากำลัง.. แค่ก!!! ”
“ เหล่ากุ้ย!!! ” เมื่อได้ฟังความจริงทั้งหมดที่เกิดขึ้นในตอนนี้เรากับบทนิยายเื่หนึ่งที่ไม่อยากจะเชื่อ
เหล่ากุ้ยรู้ดีขีดจำกัดของตนเองเดินทางมาถึงแล้วในตอนนี้ยื่นของสองสิ่งให้กับนายน้อยของตนที่เฝ้าดูแลมาตลอด 16 ปี
“ นี่คือบันทึกพี่บ่าวผู้นี้เขียนมาเป็เวลานานทั้งหมดจะบอกถึงรายละเอียดมากมาย ทั้งวิธีของการฝึกฝนทั้งการเอาตัวรอดแล้วก็ข้อมูลต่างๆที่จำเป็ ”
“ สิ่งนี้!!! ” ของอีกสิ่งหนึ่งที่อยู่ภายในมือเปล่งแสงสว่างไสวเป็อย่างมาก
ดวงตาของจางอี้จ้องมองมันดวงตาที่เต็มไปด้วยน้ำตาหลั่งไหล สะท้อนภาพของแผ่นหินที่ส่องแสงสว่าง มันมีออร่าที่แข็งแกร่งปกคลุม
“ เ้านั่นเป็ขอบเขตของมรดกตกทอดจากยุคโบราณมันอยู่ในระดับบ่มเพราะา ไม่เพียงเท่านั้นสายเืของมันยังเป็สายเืาคาดการณ์มันคงจะไม่ธรรมดานี่คือแก่นดวงจิตของมัน ”
“ ตอนที่ข้าใช้การโจมตีใส่มันตอนนั้นก็สังหารมันได้แก่นดวงจิตนี้เองก็ออกมาจากตัวของมัน ”
“ ทำการหลอมรวมมันเข้าไปมันจะกลายเป็พลังให้กับท่านนายน้อยวิธีการหลอมรวมอยู่ภายในตำราแล้ว… ”
ที่แท้แล้วของสิ่งนี้มันก็คือแกนกลางของนักรบหินตัวนั้นเป็เหมือนกับแก่นจิตอสูร ที่ผู้บ่มเพาะทำการหลอมรวมเพื่อเพิ่มพูนทักษะให้กับตนเอง
หลังจากข่าวจนจบประโยคเหล่ากุ้ยเงยหน้าขึ้นมองท้องนภาที่มืดมิดกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงแ่เบา “ นายท่าน~ บ่าวไม่สามารถกลับไปพบท่านได้แล้ว ”
สิ้นสุดเสียงลมหายใจเฮือกสุดท้ายก็จบลงล่างของเหล่ากุ้ยนอนแน่นิ่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่
จางอี่ส่งเสียงคำราม “ เหล่ากุ้ย!!! ”
จบบท