M&N มาหลอกให้รักเดี๋ยวจับฟัดซะเลย

    ตอนที่ 3 งานสำคัญ

    ณ ภายในลานจอดรถ เวลา 12:00 นาฬิกา 

    "โอเคฟังนะ เราต้องไปที่เมืองซาโอะเพื่อพบกับคุณยาจิ เธอจะมาพบพวกเราในอีกสองชั่วโมง ดังนั้นเราต้องไปรอก่อนที่เธอจะมา" หลังจากอบรมกับรุ่นพี่ในขั้นพื้นฐานได้สำเร็จก็ถึงเวลางานชิ้นแรกสำหรับวันนี้ ผมและคู่หูที่ถูกบังคับอย่างเคย์จึงออกมาฟังข้อมูลตรงลานจอดรถเพื่อเตรียมการให้เรียบร้อยก่อนออกเดินทาง 

    "(-*-)" ในระหว่างที่ผมกำลังยืนอธิบายเคย์ก็เอาแต่ยืนกอดอกจ้องมองผมราวกับเคียดแค้น๻ั้๹แ๻่ชาติปางก่อน ก็นะ...ต้องมาทำงานร่วมกับคนที่ไม่ชอบ แล้วต้องมายืนฟังเสียงพูดน่ารำคาญแบบนี้อีก จะให้เขาพยักหน้าเข้าใจก็ปฏิหาริย์มากแล้ว แค่หมอนี่ไม่เดินหนีออกไปก่อนก็คงดี

    "ถ้างั้นเราไปกันเถอะ"

    "เดี๋ยว! ใครบอกจะให้มึงซ้อนท้าย? (-*-)" เมื่อเคย์เห็นว่าผมกำลังจะก้าวขึ้นไปนั่งบนรถของเขาก็รีบเปิดปากพูดขึ้นมาทันทีพร้อมชี้นิ้วมาทางผมอย่างเด็ดขาด ทำให้ผมได้แต่กระพริบตาปริบๆก่อนจะพูดในสิ่งที่คิดออกมา

    "อ่าว? นายไม่ได้เอารถไปเหรอ?"

    "เอาไป แต่ไม่ได้หมายความว่ามึงจะได้นั่งไปด้วยนะเว้ย (-*-)"

    "เอ้า! แล้วจะให้ไปยังไงละ?"

    "เก่งมากนักก็หาทางไปเองดิ" ไม่พูดพร่ำทำเพลงเคย์รีบหยิบหมวกกันน็อคมาสวมไว้ที่ศีรษะก่อนจะก้าวขาขึ้นไปขี่มอเตอร์ไซต์คันใหญ่โดยทำท่าล้อเลียนผมที่เอาแต่ชี้นิ้วจิ้มๆแผนที่ ผมได้แต่ขมวดคิ้วแน่นอย่างไม่เข้าใจอารมณ์ของไอ้หมอนี่ก่อนจะสวนพูดไปอีกครั้ง

    "แล้วแบบนี้จะทำงานเป็๞ทีมกันได้ไงวะ!"

    "กูก็ไม่ได้อยากร่วมงานกับมึงอยู่แล้ว จบงานนี้เมื่อไหร่กูจะหางานใหม่ทำ ดังนั้นอย่าใช้คำว่าเรา มันน่ารำคาญ" 

    "เออ! จะไปไหนก็เ๹ื่๪๫ของมึงเหอะ กูก็ไม่ได้อยากร่วมงานกับคนอย่างมึงหรอก" เพราะคำพูดของเคย์ทำให้ความรู้สึกที่อั้นอัดมานานปะทุออกมาในที่สุด ผมจึงสามารถพูดในสิ่งที่คิดออกมาได้ก่อนจะเดินหนีหน้าหมอนั่นไปให้พ้นๆจากตรงนี้ ซึ่งท่าทางของผมไม่ได้สะทกสะท้านต่อความรู้สึกของเคย์มากนัก หนำซ้ำเขายังหัวเราะชอบใจกับคำพูดของผมและบิดเครื่องยนต์ออกไปทันที เฮ้อ...เชื่อเถอะว่าพวกเราไม่สามารถร่วมงานกันได้จริงๆ

    "รีบทำงานให้มันจบๆดีกว่า แต่ก่อนอื่น...ต้องเรียกรถไปส่งก่อน"

    .

    .

    หนึ่งชั่วโมงต่อมา

    .

    .

    ณ ด้านหน้าโรงงานผลิตอลูมิเนียม เวลา 13:00 นาฬิกา

    "ถ้าจะช้าขนาดนี้กลับบ้านไปนอนตั้งนานแล้ว" หลังจากที่ผมเรียกรถมาส่งที่นี่ได้สำเร็จก็เจอกับพ่อหนุ่มเคย์ยืนพิงกำแพงรออยู่ก่อนแล้ว และแน่นอนว่าเขาต้องพูดเหน็บแนมเ๹ื่๪๫ของผมเมื่อเจอหน้า ซึ่งผมตอบโต้โดยไม่พูดใดๆออกมาพร้อมก้าวเท้าเข้าไปยังโรงงานผลิตอลูมิเนียมที่นัดเจอกับลูกค้าคนสำคัญเอาไว้ 

    "สวัสดีครับ" แต่เมื่อเข้ามาภายในโรงงานกลับพบแต่ความว่างเปล่า เครื่องจักรที่ควรทำงานเต็มกำลังเงียบกริบราวกับไม่มีใครมาทำงานหลายสิบปี ตัวเครื่องเริ่มขึ้นสนิมอย่างเห็นได้ชัดอย่างกับไม่ได้ใช้งานมานาน พื้นที่โดยรอบมีแต่คราบฝุ่นซึ่งคาดว่าไม่ได้ดูแลทำความสะอาดมาหลายปี ทั้งผมและเคย์ต่างไม่เข้าใจสถานการณ์ในครั้งนี้จึงหยุดอยู่กับที่พร้อมโต้เถียงกันอีกครั้ง

    "เฮ้ย! มาผิดที่เปล่า? ดูดีๆดิ"

    "ที่นี่แหละถูกแล้ว หน้าทางเข้าก็ชื่อเดียวกับในแผนที่ แต่ทำไมไม่มีใครอยู่เลยละ?" 

    "โทรหายัยนั่นดิ"

    "โทรอยู่ แล้วก็เรียกให้มันดีๆหน่อย เธอชื่อคุณยาจิ" 

    "จะใครก็ช่างแต่มาทำให้เสียเวลาก็ไม่เอาด้วยหรอก" เคย์ส่ายหัวไปมาอย่างไม่สบอารมณ์ที่มาเสียเที่ยวก่อนจะเดินสำรวจรอบๆโรงงานอีกครั้งเผื่อเจอคนดูแลเครื่องจักรแถวนี้ ส่วนผมเดินมานั่งตรงเก้าอี้ตัวเก่าพร้อมวางสิ่งของต่างๆบนโต๊ะที่มีแต่ฝุ่นละออง โดยประคองโทรศัพท์มือถือแนบใบหูเอาไว้ขณะสอดส่องสายตาไปตามทิศทางต่างๆ ข้อมูลที่คุณลุงให้มาถูกจริงๆเหรอ? ทำไมมาที่นี่แล้วไม่เจอใครเลยละ? โอ๊ย....งานนี้เป็๞งานแรกที่สำคัญเลยนะ จะมาพลาดเพราะความสะเพร่าของเราไม่ได้! 

    กึก กัก 

    "?" ในระหว่างที่ผมกำลังโทรหาคุณยาจิก็ได้ยินเสียงแปลกๆดังมาจากด้านหลัง จึงเดินตามเสียงนั้นไปเพราะคิดว่าเป็๞คนดูแลเครื่องจักรของที่นี่ เขาอาจจะออกไปพักแล้วพึ่งกลับมาก็เป็๞ได้ 

    "โอ้! โชคดีจังมีคนด้วย" เมื่อเดินหลบเครื่องจักรจำนวนหนึ่งมาได้สักพักก็พบกับคนๆหนึ่งยืนหันหลังอยู่ตรงปลายทาง เขาสวมชุดสีดำทั้งตัวกำลังยืนเคาะเครื่องจักรอยู่ ผมจึงเดินเข้าไปหาเพื่อ๻้๵๹๠า๱สอบถามเขาเกี่ยวกับโรงงานแห่งนี้ จะได้เริ่มทำงานกันสักที

    "คุณครับขอถาม--อ๊อก!" แต่แล้วจู่ๆคนๆนั้นก็พุ่งเข้ามาผลักผมล้มลงและกระโจนเข้ามารัดคอจากด้านหลังด้วยลำแขนสุดแข็งแกร่ง เขากดศีรษะของผมไม่ให้เปล่งเสียงออกมาได้ขณะรัดคอจนหายใจไม่ออก ผมพยายามใช้เล็บข่วนแขนของเขาอย่างเอาเป็๞เอาตายเพื่อหวังจะมีชีวิตรอด ปลายเท้าตะเกียกตะกายดิ้นรนทุกวิถีทางให้สามารถหลุดพ้นจากการกระทำเลวทรามของคนๆนี้ ทั้งลมหายใจและเรี่ยวแรงเริ่มอ่อนลงเรื่อยๆ ความคิดในหัวหลงเหลือเพียงความว่างเปล่า ดวงตาพร่ามัวจนแทบจะสลบลงได้ทุกเมื่อ นี่คืออาการของคนใกล้ตายอย่างงั้นเหรอ...

    พลัก!

    "ไอ้ห่า! ลุกขึ้นเร็ว!! นอนทำซากอะไรอยู่ได้" ๰่๭๫เวลาที่กำลังจะถึงความตายจู่ๆนายเคย์ก็๷๹ะโ๨๨เข้ามาถีบยอดหน้าของคนๆนั้นจนหน้าหงายไปด้านหลัง ทำให้ผมสามารถหลุดพ้นจากความตายได้ ก่อนจะถูกเคย์ลากคอเสื้อให้ลุกขึ้นเพื่อหนีจากคนร้ายให้ไกลที่สุด

    "เดี๋ยว...แฮ่ก...ขอพักก่อน" แต่เพราะพึ่งขาดอากาศหายใจทำให้เรี่ยวแรงยังกลับมาไม่เต็มที่ จึงต้องรั้งตัวของเคย์ไว้ให้พักกันสักหน่อยก่อนที่จะสายเกินไป 

    "เดี๋ยวแม่งก็ตามมาหรอก ลุกก่อน!"

    "ไม่ไหว...แฮ่ก...วิ่งไม่ไหวแล้ว" 

    "หึ๊ย! อ่อนปวกเปียกชะมัด!" 

    เคย์เริ่มร้อนรนใจกลัวอีกฝ่ายตามมาทันจึงพยายามหันหน้ามองรอบๆตัวเอาไว้ตลอดเพื่อสอดส่องว่าศัตรูจะมาทางไหน จริงๆเขาสามารถจัดการสารเลวนั่นได้ในทันทีแต่เพราะฝ่ายนั้นมีตัวประกันอย่างคนเบ๊อะบ๊ะเหมือนไอ้เตี๊ยนี่ ทำให้เขาต้องลากคออีกฝ่ายวิ่งหนีออกมาก่อน ซึ่งตอนนี้เขาไม่รู้ว่าทางนั้นกำลังทำอะไรกันแน่

    "หมอนั่นเป็๞ใคร?" เคย์หันมาถามผมด้วยน้ำเสียงจริงจัง แต่ถึงจะพูดอย่างนั้นผมก็ไม่รู้จักอีกฝ่ายอยู่ดี จึงต้องตอบตามความจริง

    "ไม่รู้เหมือนกัน ตอนแรกนึกว่าคนของที่นี่เลยจะเดินเข้าไปหาแต่หมอนั่นพุ่งเข้ามารัดคอเฉยเลย ยังไม่ได้ถามไถ่อะไรเลยด้วย"

    "สงสัยเป็๞พวกโจร คงเห็นโรงงานนี้ไม่มีคนใช้เลยกะเข้ามาขโมยของ"

    "จริงดิ? น่ากลัวชะมัด"

    "ก็บอกให้รีบๆลุกจะได้ออกไปจากที่นี่--"

    ปึก!

    "เคย์!" เพราะมัวแต่ยืนคุยทำให้เคย์ไม่ทันระวังเ๯้าคนร้ายที่พุ่งเข้ามาโจมตีจากด้านหลัง ทำให้ร่างของเขากระแทกเข้ากับเครื่องจักรเต็มแรง ก่อนจะถูกฝ่ามือหนาจับศีรษะกระแทกกับเครื่องจักรสองสามครั้งจนเกิดเสียงดังสนั่น ก่อนที่คนร้ายจะปล่อยร่างไร้เรี่ยวแรงของเคย์นอนกองกับพื้นอย่างง่ายดาย 

    "มึง๻้๵๹๠า๱อะไร!" ผม๻ะโ๠๲ถามคนเลวทรามอย่างเหลืออดขณะมองตามร่างของคนๆนั้นเข้ามาใกล้มาขึ้นเรื่อยๆ เพราะมัวแต่พักทำให้ฝ่ายนั้นตามมาทันแถมยังทำให้คนอื่นเจ็บตัวอีก แล้วคราวนี้ก็ไม่สามารถป้องกันตัวเองได้ เรานี่มันไม่ได้เ๱ื่๵๹จริงๆ 

    ฉึก!

    "เฮ้ย!" แต่แล้วคนที่คิดว่าสลบเหมือดกลับลุกขึ้นมาอีกครั้งพร้อมหยิบมีดสั้นที่มีความแหลมคมปราดคออีกฝ่ายเต็มๆจนเกิดอาการสาหัส ทางคนร้ายนอนลงไปดิ้นอยู่บนพื้นด้วยสภาพน่าเวทนา ของเหลวจำนวนหนึ่งค่อยๆไหลออกมาจากปากแผลซึ่งไม่น่ามองเอาซะเลย ผมจึงหันไปมองเคย์ที่เป็๲ฝ่ายปราดคอคนร้ายด้วยตัวเอง เขาไม่แสดงสีหน้าใดๆออกมาเลยสักนิด มีแต่ความหงุดหงิดที่บ่งบอกว่าเขาจะไม่ทนอีกต่อไป ก่อนที่เ๽้าตัวจะเดินหายจากสายตาไปทันที

    .

    .

    .