ณ ภายในลานจอดรถ เวลา 12:00 นาฬิกา
"โอเคฟังนะ เราต้องไปที่เมืองซาโอะเพื่อพบกับคุณยาจิ เธอจะมาพบพวกเราในอีกสองชั่วโมง ดังนั้นเราต้องไปรอก่อนที่เธอจะมา" หลังจากอบรมกับรุ่นพี่ในขั้นพื้นฐานได้สำเร็จก็ถึงเวลางานชิ้นแรกสำหรับวันนี้ ผมและคู่หูที่ถูกบังคับอย่างเคย์จึงออกมาฟังข้อมูลตรงลานจอดรถเพื่อเตรียมการให้เรียบร้อยก่อนออกเดินทาง
"(-*-)" ในระหว่างที่ผมกำลังยืนอธิบายเคย์ก็เอาแต่ยืนกอดอกจ้องมองผมราวกับเคียดแค้นั้แ่ชาติปางก่อน ก็นะ...ต้องมาทำงานร่วมกับคนที่ไม่ชอบ แล้วต้องมายืนฟังเสียงพูดน่ารำคาญแบบนี้อีก จะให้เขาพยักหน้าเข้าใจก็ปฏิหาริย์มากแล้ว แค่หมอนี่ไม่เดินหนีออกไปก่อนก็คงดี
"ถ้างั้นเราไปกันเถอะ"
"เดี๋ยว! ใครบอกจะให้มึงซ้อนท้าย? (-*-)" เมื่อเคย์เห็นว่าผมกำลังจะก้าวขึ้นไปนั่งบนรถของเขาก็รีบเปิดปากพูดขึ้นมาทันทีพร้อมชี้นิ้วมาทางผมอย่างเด็ดขาด ทำให้ผมได้แต่กระพริบตาปริบๆก่อนจะพูดในสิ่งที่คิดออกมา
"อ่าว? นายไม่ได้เอารถไปเหรอ?"
"เอาไป แต่ไม่ได้หมายความว่ามึงจะได้นั่งไปด้วยนะเว้ย (-*-)"
"เอ้า! แล้วจะให้ไปยังไงละ?"
"เก่งมากนักก็หาทางไปเองดิ" ไม่พูดพร่ำทำเพลงเคย์รีบหยิบหมวกกันน็อคมาสวมไว้ที่ศีรษะก่อนจะก้าวขาขึ้นไปขี่มอเตอร์ไซต์คันใหญ่โดยทำท่าล้อเลียนผมที่เอาแต่ชี้นิ้วจิ้มๆแผนที่ ผมได้แต่ขมวดคิ้วแน่นอย่างไม่เข้าใจอารมณ์ของไอ้หมอนี่ก่อนจะสวนพูดไปอีกครั้ง
"แล้วแบบนี้จะทำงานเป็ทีมกันได้ไงวะ!"
"กูก็ไม่ได้อยากร่วมงานกับมึงอยู่แล้ว จบงานนี้เมื่อไหร่กูจะหางานใหม่ทำ ดังนั้นอย่าใช้คำว่าเรา มันน่ารำคาญ"
"เออ! จะไปไหนก็เื่ของมึงเหอะ กูก็ไม่ได้อยากร่วมงานกับคนอย่างมึงหรอก" เพราะคำพูดของเคย์ทำให้ความรู้สึกที่อั้นอัดมานานปะทุออกมาในที่สุด ผมจึงสามารถพูดในสิ่งที่คิดออกมาได้ก่อนจะเดินหนีหน้าหมอนั่นไปให้พ้นๆจากตรงนี้ ซึ่งท่าทางของผมไม่ได้สะทกสะท้านต่อความรู้สึกของเคย์มากนัก หนำซ้ำเขายังหัวเราะชอบใจกับคำพูดของผมและบิดเครื่องยนต์ออกไปทันที เฮ้อ...เชื่อเถอะว่าพวกเราไม่สามารถร่วมงานกันได้จริงๆ
"รีบทำงานให้มันจบๆดีกว่า แต่ก่อนอื่น...ต้องเรียกรถไปส่งก่อน"
.
.
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
.
.
ณ ด้านหน้าโรงงานผลิตอลูมิเนียม เวลา 13:00 นาฬิกา
"ถ้าจะช้าขนาดนี้กลับบ้านไปนอนตั้งนานแล้ว" หลังจากที่ผมเรียกรถมาส่งที่นี่ได้สำเร็จก็เจอกับพ่อหนุ่มเคย์ยืนพิงกำแพงรออยู่ก่อนแล้ว และแน่นอนว่าเขาต้องพูดเหน็บแนมเื่ของผมเมื่อเจอหน้า ซึ่งผมตอบโต้โดยไม่พูดใดๆออกมาพร้อมก้าวเท้าเข้าไปยังโรงงานผลิตอลูมิเนียมที่นัดเจอกับลูกค้าคนสำคัญเอาไว้
"สวัสดีครับ" แต่เมื่อเข้ามาภายในโรงงานกลับพบแต่ความว่างเปล่า เครื่องจักรที่ควรทำงานเต็มกำลังเงียบกริบราวกับไม่มีใครมาทำงานหลายสิบปี ตัวเครื่องเริ่มขึ้นสนิมอย่างเห็นได้ชัดอย่างกับไม่ได้ใช้งานมานาน พื้นที่โดยรอบมีแต่คราบฝุ่นซึ่งคาดว่าไม่ได้ดูแลทำความสะอาดมาหลายปี ทั้งผมและเคย์ต่างไม่เข้าใจสถานการณ์ในครั้งนี้จึงหยุดอยู่กับที่พร้อมโต้เถียงกันอีกครั้ง
"เฮ้ย! มาผิดที่เปล่า? ดูดีๆดิ"
"ที่นี่แหละถูกแล้ว หน้าทางเข้าก็ชื่อเดียวกับในแผนที่ แต่ทำไมไม่มีใครอยู่เลยละ?"
"โทรหายัยนั่นดิ"
"โทรอยู่ แล้วก็เรียกให้มันดีๆหน่อย เธอชื่อคุณยาจิ"
"จะใครก็ช่างแต่มาทำให้เสียเวลาก็ไม่เอาด้วยหรอก" เคย์ส่ายหัวไปมาอย่างไม่สบอารมณ์ที่มาเสียเที่ยวก่อนจะเดินสำรวจรอบๆโรงงานอีกครั้งเผื่อเจอคนดูแลเครื่องจักรแถวนี้ ส่วนผมเดินมานั่งตรงเก้าอี้ตัวเก่าพร้อมวางสิ่งของต่างๆบนโต๊ะที่มีแต่ฝุ่นละออง โดยประคองโทรศัพท์มือถือแนบใบหูเอาไว้ขณะสอดส่องสายตาไปตามทิศทางต่างๆ ข้อมูลที่คุณลุงให้มาถูกจริงๆเหรอ? ทำไมมาที่นี่แล้วไม่เจอใครเลยละ? โอ๊ย....งานนี้เป็งานแรกที่สำคัญเลยนะ จะมาพลาดเพราะความสะเพร่าของเราไม่ได้!
กึก กัก
"?" ในระหว่างที่ผมกำลังโทรหาคุณยาจิก็ได้ยินเสียงแปลกๆดังมาจากด้านหลัง จึงเดินตามเสียงนั้นไปเพราะคิดว่าเป็คนดูแลเครื่องจักรของที่นี่ เขาอาจจะออกไปพักแล้วพึ่งกลับมาก็เป็ได้
"โอ้! โชคดีจังมีคนด้วย" เมื่อเดินหลบเครื่องจักรจำนวนหนึ่งมาได้สักพักก็พบกับคนๆหนึ่งยืนหันหลังอยู่ตรงปลายทาง เขาสวมชุดสีดำทั้งตัวกำลังยืนเคาะเครื่องจักรอยู่ ผมจึงเดินเข้าไปหาเพื่อ้าสอบถามเขาเกี่ยวกับโรงงานแห่งนี้ จะได้เริ่มทำงานกันสักที
"คุณครับขอถาม--อ๊อก!" แต่แล้วจู่ๆคนๆนั้นก็พุ่งเข้ามาผลักผมล้มลงและกระโจนเข้ามารัดคอจากด้านหลังด้วยลำแขนสุดแข็งแกร่ง เขากดศีรษะของผมไม่ให้เปล่งเสียงออกมาได้ขณะรัดคอจนหายใจไม่ออก ผมพยายามใช้เล็บข่วนแขนของเขาอย่างเอาเป็เอาตายเพื่อหวังจะมีชีวิตรอด ปลายเท้าตะเกียกตะกายดิ้นรนทุกวิถีทางให้สามารถหลุดพ้นจากการกระทำเลวทรามของคนๆนี้ ทั้งลมหายใจและเรี่ยวแรงเริ่มอ่อนลงเรื่อยๆ ความคิดในหัวหลงเหลือเพียงความว่างเปล่า ดวงตาพร่ามัวจนแทบจะสลบลงได้ทุกเมื่อ นี่คืออาการของคนใกล้ตายอย่างงั้นเหรอ...
พลัก!
"ไอ้ห่า! ลุกขึ้นเร็ว!! นอนทำซากอะไรอยู่ได้" ่เวลาที่กำลังจะถึงความตายจู่ๆนายเคย์ก็ะโเข้ามาถีบยอดหน้าของคนๆนั้นจนหน้าหงายไปด้านหลัง ทำให้ผมสามารถหลุดพ้นจากความตายได้ ก่อนจะถูกเคย์ลากคอเสื้อให้ลุกขึ้นเพื่อหนีจากคนร้ายให้ไกลที่สุด
"เดี๋ยว...แฮ่ก...ขอพักก่อน" แต่เพราะพึ่งขาดอากาศหายใจทำให้เรี่ยวแรงยังกลับมาไม่เต็มที่ จึงต้องรั้งตัวของเคย์ไว้ให้พักกันสักหน่อยก่อนที่จะสายเกินไป
"เดี๋ยวแม่งก็ตามมาหรอก ลุกก่อน!"
"ไม่ไหว...แฮ่ก...วิ่งไม่ไหวแล้ว"
"หึ๊ย! อ่อนปวกเปียกชะมัด!"
เคย์เริ่มร้อนรนใจกลัวอีกฝ่ายตามมาทันจึงพยายามหันหน้ามองรอบๆตัวเอาไว้ตลอดเพื่อสอดส่องว่าศัตรูจะมาทางไหน จริงๆเขาสามารถจัดการสารเลวนั่นได้ในทันทีแต่เพราะฝ่ายนั้นมีตัวประกันอย่างคนเบ๊อะบ๊ะเหมือนไอ้เตี๊ยนี่ ทำให้เขาต้องลากคออีกฝ่ายวิ่งหนีออกมาก่อน ซึ่งตอนนี้เขาไม่รู้ว่าทางนั้นกำลังทำอะไรกันแน่
"หมอนั่นเป็ใคร?" เคย์หันมาถามผมด้วยน้ำเสียงจริงจัง แต่ถึงจะพูดอย่างนั้นผมก็ไม่รู้จักอีกฝ่ายอยู่ดี จึงต้องตอบตามความจริง
"ไม่รู้เหมือนกัน ตอนแรกนึกว่าคนของที่นี่เลยจะเดินเข้าไปหาแต่หมอนั่นพุ่งเข้ามารัดคอเฉยเลย ยังไม่ได้ถามไถ่อะไรเลยด้วย"
"สงสัยเป็พวกโจร คงเห็นโรงงานนี้ไม่มีคนใช้เลยกะเข้ามาขโมยของ"
"จริงดิ? น่ากลัวชะมัด"
"ก็บอกให้รีบๆลุกจะได้ออกไปจากที่นี่--"
ปึก!
"เคย์!" เพราะมัวแต่ยืนคุยทำให้เคย์ไม่ทันระวังเ้าคนร้ายที่พุ่งเข้ามาโจมตีจากด้านหลัง ทำให้ร่างของเขากระแทกเข้ากับเครื่องจักรเต็มแรง ก่อนจะถูกฝ่ามือหนาจับศีรษะกระแทกกับเครื่องจักรสองสามครั้งจนเกิดเสียงดังสนั่น ก่อนที่คนร้ายจะปล่อยร่างไร้เรี่ยวแรงของเคย์นอนกองกับพื้นอย่างง่ายดาย
"มึง้าอะไร!" ผมะโถามคนเลวทรามอย่างเหลืออดขณะมองตามร่างของคนๆนั้นเข้ามาใกล้มาขึ้นเรื่อยๆ เพราะมัวแต่พักทำให้ฝ่ายนั้นตามมาทันแถมยังทำให้คนอื่นเจ็บตัวอีก แล้วคราวนี้ก็ไม่สามารถป้องกันตัวเองได้ เรานี่มันไม่ได้เื่จริงๆ
ฉึก!
"เฮ้ย!" แต่แล้วคนที่คิดว่าสลบเหมือดกลับลุกขึ้นมาอีกครั้งพร้อมหยิบมีดสั้นที่มีความแหลมคมปราดคออีกฝ่ายเต็มๆจนเกิดอาการสาหัส ทางคนร้ายนอนลงไปดิ้นอยู่บนพื้นด้วยสภาพน่าเวทนา ของเหลวจำนวนหนึ่งค่อยๆไหลออกมาจากปากแผลซึ่งไม่น่ามองเอาซะเลย ผมจึงหันไปมองเคย์ที่เป็ฝ่ายปราดคอคนร้ายด้วยตัวเอง เขาไม่แสดงสีหน้าใดๆออกมาเลยสักนิด มีแต่ความหงุดหงิดที่บ่งบอกว่าเขาจะไม่ทนอีกต่อไป ก่อนที่เ้าตัวจะเดินหายจากสายตาไปทันที
.
.
.