ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    เล่มที่ 2 บทที่ 37 อดเอ่ยฟ้องไม่ได้

            หลี่ชิงชิงกางสองมือออก“ข้าเพียงคาดเดาเท่านั้น สถานการณ์ยามนั้นจะเป็นอย่างไร รอให้พวกเขากลับมาถึงจะรู้ได้เจ้าค่ะ”

            หลี่หลานหลานอดร้อนรนขึ้นมาไม่ได้แล้ว

            หลังจากวิ่งกลับมาส่งข่าวเสร็จเฝิงซื่อสี่ก็วิ่งกลับไปยังริมแม่น้ำเพื่อซักผ้าต่อ

            อากาศยามเช้าของฤดูใบไม้ร่วงเย็นสบายสดชื่นในตลาดเล็กๆ ทั้งสองฝั่งของถนนหลักนอกเขตอำเภอหมิงเฉิง มีชาวบ้านต่างพากันออกมาจับจ่ายกันขวักไขว่

            ตลาดเล็กๆ แห่งนี้ได้รับการอนุมัติจากนายอำเภอให้ประชากรบ้านใกล้เรือนเคียงได้ตั้งแผงเพื่อขายพืชผลทางการเกษตร รวมถึงสัตว์ปีกเลี้ยงต่างๆนานา เพื่อความสะดวกของผู้อยู่อาศัยในเขตอำเภอ

            เหล่าชาวไร่ชาวนาพ่อค้าส่วนใหญ่ล้วนมากันเป็นประจำ จึงคุ้นหน้าคุ้นตากันดี

            ทว่าวันนี้กลับมีชาวบ้านสี่คนมาตั้งแผงลอยขายอาหารจำพวกแป้งเมื่อนับชาวไร่ชาวนาหรือพ่อค้าแม่ค้าทั้งหมดในตลาด ล้วนไม่มีผู้ใดรู้จักพวกเขา

            ในบรรดาคนสี่คนหนึ่งคนคือชายหนุ่มรูปร่างสูงผอม หนึ่งคนคือเด็กหนุ่มรูปร่างสูงผอมส่วนอีกสองคนเป็นเด็กชายตัวน้อย

            เด็กชายที่มีรูปร่างหน้าตาน่ามองที่สุดตะโกนเร่ขายเสียงดังติดต่อกันทีละประโยคว่า “ซาลาเปาหวาน ซาลาเปาใส่น้ำตาลหวานๆรสเลิศขอรับ หนึ่งลูกราคาสองเหรียญ สองลูกราคาเพียงสามเหรียญเท่านั้นทุกคนรีบเข้ามาเลือกซื้อเลือกกินกันเร็วเข้า

            ซาลาเปาหวานเพิ่งออกจากซึ้งนึ่งทั้งขาวทั้งหวาน คนแก่ลูกเล็กเด็กแดงไม่มีฟันล้วนทานได้รีบมาซื้อกินสักลูกสองลูกดูขอรับ

            ซาลาเปาบ้านสกุลเฝิงแห่งตำบลไท่ทั้งอร่อยทั้งถูก รีบมาซื้อเร็วเข้า เดินเร่เข้ามาได้แต่อย่าเดินผ่านออกไปนะขอรับ!”

            มีเพียงหนุ่มน้อยคนนี้คนเดียวที่ตะโกนร้องเร่ทักทายชาวบ้านที่กำลังเดินผ่านไปมาในขณะที่อีกสามคนล้วนใบหน้าแดงก่ำ ระมัดระวังจนเอ่ยคำใดไม่ออก

            เพียงครู่เดียวก็มีหญิงชรารูปร่างอวบอ้วนค่อยๆเดินเข้ามาช้าๆ แล้วถามว่า “ซาลาเปาหรือ? มิใช่ซาลาเปาไส้หวานหรอกหรือ?”

            ยังคงเป็นเด็กชายตัวน้อยที่เดินเข้ามาข้างหน้าเขาแย้มยิ้มต้อนรับก่อนตอบว่า “ท่านป้า ท่านเอ่ยได้ถูกต้องแล้วมิใช่ซาลาเปาไส้หวาน แต่ในซาลาเปาใส่น้ำตาล เป็นรสหวานขอรับ”

            หนุ่มน้อยช่างเจรจาคนนี้ก็คือหวังเลี่ยงผู้ผ่านการค้าขายเล็กๆมาหลายครั้งหลายคราแล้ว

            ส่วนอีกสามคนที่เหลือย่อมเป็นสามพี่น้องตระกูลเฝิงนั่นเอง

            วันนี้เป็นวันแรกที่สามพี่น้องตระกูลเฝิงเริ่มขายอาหารยามที่พวกเขาขายซาลาเปาหวานอยู่ในตำบลไท่ก็ขลาดเขินไม่กล้าเปิดปากร้องเรียกลูกค้ากระทั่งเดินทางมาถึงอำเภอหมิงเฉิงแล้วก็ยังยืนเงียบไม่กล้าอ้าปากตะโกนอยู่ดี

            ในเมื่อทำอะไรไม่ได้หวังเลี่ยงจึงได้แต่ตะโกนเรียกลูกค้าพร้อมร้องให้กำลังใจพวกเขาไปด้วย

            ดวงตาของหญิงชราเป็นประกายทว่านางยังต้องการถามให้แน่ใจว่า “ใส่น้ำตาลลงไปด้วยหรือ?”

            “ใส่ขอรับ ซาลาเปาเป็นรสหวานขอรับ”หวังเลี่ยงกระตือรือร้นหยิบชามไม้ที่มีซาลาเปาถูกตัดเป็นชิ้นเล็กๆ ขึ้นมา ก่อนยื่นให้หญิงชรา“ท่านป้าลองชิมดูก็รู้แล้วขอรับ ลองชิมชิ้นเล็กๆ ไม่มีคิดเงินขอรับ”

            “ยังสามารถชิมโดยไม่เสียเงินได้ด้วย”หญิงชราอดหัวเราะออกมาไม่ได้ นางอายุมากแล้ว ย่อมชื่นชอบกำไรเล็กๆ น้อยๆ เช่นนี้

            มีสตรีวัยกลางคนรูปร่างเตี้ยผอมสวมกระโปรงลายดอกไม้ตัวค่อนข้างใหม่ ปักปิ่นเงินใหม่เอี่ยมโน้มตัวเข้ามามองก่อนเอ่ยถามหญิงชราว่า “อร่อยหรือไม่? หวานหรือไม่?”

            “อร่อย หวานหวานจริงๆ” หญิงชราเอ่ยขณะลิ้มรสชิ้นซาลาเปาที่เต็มไปด้วยรสข้าวสาลีและรสหวาน ก่อนเอ่ยว่า“ข้าซื้อทั้งหมดหกเหรียญทองแดง ตาแก่ที่บ้านข้าชอบกินของหวาน แต่ฟันของเขาร่วงหมดปากแล้วจะให้กินแบะแชก็แข็งเกินไป และยังติดฟันอีก ข้าว่าให้เขากินซาลาเปาหวานนี้ย่อมเหมาะสม”

            แบะแชราคาแพงเพียงชิ้นเล็กๆ ชิ้นเดียวก็ราคาสูงถึงหกเหรียญทองแดงแล้ว จะคุ้มค่าเท่าซาลาเปาหวานได้อย่างไร?

            หญิงวัยกลางคนร่างผอมลองชิมเพียงชิ้นเดียวแต่กลับใช้เงินรวดเดียวถึงสามสิบเหรียญทองแดงซื้อซาลาเปาหวานยี่สิบลูก ทั้งยังเอ่ยอีกว่า“ข้าพกตะกร้ามาด้วย พวกเจ้าปูใบบัวก่อนแล้วค่อยนำซาลาเปาหวานวางไว้ด้านบน”

            ขณะที่หญิงชรากำลังจ่ายเงินนางได้เอ่ยถามด้วยความสงสัย “เหตุใดเจ้าถึงซื้อไปมากมายขนาดนี้?”

            “บ้านข้ามีแขกมาเยือนมีทั้งคนแก่ทั้งเด็กเล็ก ข้าจึงซื้อซาลาเปาหวานกลับไปให้พวกเขาลองชิม”หญิงวัยกลางคนแย้มยิ้มอย่างภาคภูมิใจ ลอบพึมพำกับตัวเองว่า ในเหลาอาหารเซียงเยวี่ยไจหากอาหารจานนี้ขึ้นโต๊ะหนึ่งจานเล็กมีซาลาเปาเพียงสี่ถึงห้าลูกเท่านั้น ก็ราคายี่สิบอีแปะแล้วนางซื้อมากขนาดนี้แต่จ่ายไปเพียงสามสิบอีแปะ อีกทั้งซาลาเปาเหล่านี้ยังใส่น้ำตาลอีกด้วย

            ในตำบลไท่และอำเภอเหอย่อมมีเหลาอาหารเพียงแต่มิได้ขายอาหารประเภทแป้งเท่านั้น

            เหล่าประชากรที่มีทางเลือกในเมืองเช่นสตรีวัยกลางคนที่เคยไปเมืองเซียงย่อมเคยเห็นโลกกว้างและเคยลิ้มรสซาลาเปามาก่อน

            หวังเลี่ยงใช้ตะเกียบค่อยๆคีบซาลาเปาทั้งหมดยี่สิบลูกใส่ลงในตะกร้าไม้ไผ่ทีละลูก ทั้งยังถามว่า “ท่านป้าท่านลองดูก่อนว่าจัดวางเช่นนี้ดีหรือไม่?”

            หญิงวัยกลางคนพยักหน้าด้วยความพึงพอใจนางจ่ายเงินให้เฝิงต้าจู้ ก่อนเหลือบมองพี่น้องสกุลเฝิงทั้งสามอีกครั้งนางเปล่งเสียงประหลาดใจก่อนเอ่ยว่า “เหตุใดข้าถึงได้รู้สึกคุ้นตาพวกเจ้านัก?”

            เฝิงต้าจู้อธิบายด้วยสีหน้าที่ค่อนข้างราบเรียบว่า“ท่านป้า ครอบครัวของข้าคือตระกูลเฝิง ก่อนหน้านี้เราเคยอาศัยอยู่ในเมืองมาตลอดก่อนจะย้ายออกไปเมื่อไม่กี่ปีมานี้ขอรับ”

            พี่น้องสกุลเฝิงทั้งสามล้วนทำงานในเมืองจึงมักมีคนถามคำถามเช่นนี้กับพวกเขาเสมอ

            “ข้าก็ว่าแล้วเชียวที่แท้ก็เป็นเพื่อนบ้านเก่าแก่นี่เอง” หญิงวัยกลางคนยกตะกร้าไม้ไผ่ ยิ่งมองซาลาเปาหวานมากเท่าไรก็ยิ่งพอใจขึ้นเท่านั้นสุดท้ายก็เอ่ยปากชมว่า “สะใภ้บ้านเจ้ามีฝีมือการทำอาหารที่ยอดเยี่ยมนัก ซาลาเปาหวานที่ทำอร่อยไม่แพ้เหลาอาหารเซียงเยวี่ยไจเลย”

            ใบหน้าเฝิงต้าจู้อาบย้อมไปด้วยความภาคภูมิใจทันที

            หวังเลี่ยงเอ่ยพร้อมสีหน้าที่เต็มไปด้วยความอิจฉา“ที่แท้ท่านป้าก็เคยลิ้มรสอาหารจากเซียงเยวี่ยไจนี่เอง!”

            “ถูกต้อง”หญิงวัยกลางคนคนนั้นเดินจากไปด้วยท่าทีได้ใจ

            เฝิงซานจู้มองหวังเลี่ยงด้วยประกายตาที่แฝงไปด้วยความชื่นชมในที่สุดเขาก็สามารถรวบรวมความกล้าเปิดปากพูดได้สำเร็จ “ซาลาเปาหวานขอรับ ซาลาเปาหวานทั้งอร่อยทั้งราคาถูกและยังใส่น้ำตาลอีกด้วย รีบมาซื้อกันเร็วเข้า”

            เขาตะโกนทุกสิ่งออกไปจนหมดในลมหายใจเดียวใบหน้าของเขาแดงก่ำ ในใจรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อยที่แท้แล้วตัวเขาเองก็สามารถทำได้เช่นกัน

            หวังเลี่ยงกวาดสายตามองเหล่าชาวบ้านที่พากันเดินจับจ่ายซื้อของผ่านแผงลอยต่างๆขอเพียงมีคนมองมา พวกเขาก็จะร้องเรียกอย่างกระตือรือร้นนี่คือประสบการณ์ที่เขาได้รับจากการขายครั้งที่แล้ว

            เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วครึ่งชั่วยามต่อมายามที่พี่น้องสกุลเฝิงเปิดผ้าฝ้ายขึ้นมาอีกครั้งก็พบว่ามันว่างเปล่า ซาลาเปาหวานกว่าสามร้อยชิ้นที่พวกเขานำมาวันนี้ถูกขายออกไปจนหมดเกลี้ยง

            เฝิงเอ้อร์จู้ซึ่งปกติไม่ค่อยพูดยังอดไม่ได้ที่จะเอ่ยด้วยความตื่นเต้นดีใจ “หวังเลี่ยงเอ่ยได้ถูกต้อง ขายในอำเภอเร็วกว่าในตำบลมากจริงๆด้วย”

            เฝิงซานจู้หัวเราะร่าพลางลูบศีรษะเขาเอ่ยว่า “คิดไม่ถึงว่าคนในอำเภอจะมีเงินมากกว่าในตำบล คนในตำบลเอาแต่บอกว่าแพงอีกทั้งยังต่อรองราคากับเราด้วย”

            เหรียญทองแดงในอ้อมแขนของเฝิงต้าจู้หนักอึ้งปากของเขาฉีกยิ้มมีความสุขจนแทบจะหุบไม่ลง

            หวังเลี่ยงยิ้มกว้างพลางส่งเสียงเร่งเร้า“พี่ต้าจู้ พวกเรารีบกลับไปที่ตำบลกันเถิด นำข่าวดีไปบอกพี่หลานหลานกับพี่สะใภ้สามของข้า”

            ในใจของเฝิงต้าจู้รู้สึกขอบคุณหลี่ชิงชิงยิ่งเขาวางแผนที่จะซื้อหมูหนึ่งชิ้น ทว่าเมื่อคิดได้ว่าเนื้อหมูในตำบลถูกกว่าในอำเภออีกทั้งยามนี้ยังพกเงินติดตัวไม่น้อย ดังนั้นจึงไม่กล้ารีรออยู่ข้างนอกนาน

            ทั้งสี่คนเดินทางกลับพร้อมกับตะกร้าว่างเปล่ายามที่มาถึงบ้านยังเป็นเวลาก่อนเที่ยงถึงครึ่งชั่วยาม

            เฝิงต้าจู้ครุ่นคิดในใจว่าใช้เวลาน้อยทว่าได้เงินมากมาย ทั้งยังสะอาดไม่สกปรกอีก การค้าซาลาเปาหวานนี้ช่างรื่นรมย์ยิ่งนักดีกว่าการทำงานในเมืองหลายสิบเท่า

            หวังเลี่ยงวิ่งนำไปหาหลี่ชิงชิงก่อนเอ่ยด้วยความตื่นเต้น “พี่สะใภ้สาม ซาลาเปาหวานขายหมดเกลี้ยง คนในเมืองชื่นชอบอาหารประเภทแป้งมากเลยขอรับ”

            หลังจากที่หลี่หลานหลานได้ฟังเรื่องราวที่สามีและน้องสามีเล่าจบนางก็หัวเราะคิกคักด้วยความดีใจ ทั้งยังไม่ลืมที่จะชื่นชมตนเองด้วย “ดูสิ ซาลาเปาหวานที่ข้าทำนั้นดีเพียงใดถึงกับขายหมดซึ้งเลยทีเดียว” จากนั้นนางก็กวาดตามองทั้งสามคนพร้อมกล่าวว่า“น้องสาวของข้าช่วยครอบครัวเราเอาไว้ครั้งใหญ่ นางหาลู่ทางร่ำรวยมาให้พวกเราจริงๆ”

            เป็นอีกครั้งที่ครอบครัวเฝิงขอบคุณหลี่ชิงชิง

            “นั่นก็เป็นเพราะพวกท่านยินดีที่จะเชื่อในตัวข้าด้วย”หลี่ชิงชิงค่อนข้างถ่อมตัว

            เฝิงต้าจู้เอ่ยกับหลี่ชิงชิงเป็นการเฉพาะว่า“วันนี้ต้องยกความดีความชอบให้หวังเลี่ยงที่มาช่วยเหลือ”

            เฝิงซานจู้เปิดปากเอ่ยว่า“พี่สาวชิงชิง คนในตำบลต้องการให้พี่ใหญ่ลดราคา พี่ใหญ่ไม่อยากเสียหน้า ยังเป็นหวังเลี่ยงที่เอ่ยเตือนว่าร้านค้าเล็กๆเช่นพวกเราไม่อาจลดราคาลงได้ง่ายๆ มิเช่นนั้นพี่ใหญ่คงลดราคาไปแล้ว”

            อย่าโทษที่เขาต้องเอ่ยฟ้องเพราะเขากลัวว่าครั้งหน้าเฝิงต้าจู้จะลดราคาลงจริงๆ

            ครอบครัวของพวกเขาผ่านวันคืนมาอย่างยากลำบากแล้วเหตุใดเขาถึงต้องลดราคาซาลาเปาหวานลง เพียงเพราะคำพูดหนึ่งประโยคของคนอื่นด้วยเล่า

    คล้ายกับเรื่องข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ] ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788