"หรือท่านไม่้า"จินหลงเอ่ยออกมา
"แน่นอน..แน่นอนว่าข้ายินดีเป็อย่างยิ่ง"ชิงิกล่าวอย่างตะกุกตะกัก
"เช่นนั้นก็ดี"
"อวิ๋นเฟยหลังจากนี้เ้าจะกลับสำนักหรือไปกับข้า" จินหลงเอ่ยถาม
"ข้าจะติดตามท่านไป"อวิ๋นเฟยตอบกลับในทันที
"เื่นั้นมันก็ได้อยู่แต่เ้าต้องออกจากสำนักก่อนถึงมีสิทธิ์ที่จะติดตามข้า" จินหลงเอ่ยต่อ
"ข้าจะออกจากสำนักแล้วตามท่านไป"อวิ๋นเฟยตอบกลับอย่างไม่ลังเล
อันที่จริงแล้วอวิ๋นเฟยเป็เ้าสำนักตะวันฉายแค่ในนามเท่านั้นหลังจากที่แขนพิการไปหนึ่งข้างทำให้วรยุทธถดถอยมิหนำซ้ำมืออีกเหลือยังไม่ค่อยมีเรี่ยวแรงอีกทำให้ทางผู้าุโในสำนักต่างร่วมกันถอดถอนตำแหน่งและตั้งเ้าสำนักใหม่แทน
"ดีมากอวิ๋นเฟย..นับจากนี้เ้าจะเป็สมาชิกคนที่สองของพลับพลาแห่งนิรันดร์ของข้า"จินหลงประกาศเสียงดัง
"ถือเป็เกียรติของข้าอย่างยิ่ง"อวิ๋นเฟยตอบกลับอย่างภูมิใจ
"อะไรนะสมาชิกคนที่สอง"
"ข้าก็พึ่งรู้ว่าพลับพลาแห่งนิรันดร์มีสมาชิกคนแรกก็ตอนนี้แหละ"
"ข้าอยากรู้จริงๆว่าสมาชิกคนแรกจะน่าเกรงขามขนาดไหน"
ผู้คนต่างพูดคุยกันเสียงดัง
" นี่คือสมาชิกคนแรกของข้า 'ไป๋หู่' " จินหลงเอ่ยออกมา
"ตึก..ตึก" ไป๋หู่เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็เดินออกมาทางหน้าห้องเดือนดารา
"เป็คนผู้นั้น..ข้าจำชุดคลุมได้"
"ไม่ผิดแน่..คนที่ไปถล่มนิกายผลาญฟ้าด้วยตัวคนเดียว"
"แค่สมาชิกคนแรกยังแกร่งกล้าถึงเพียงนี้เลย"
ผู้คนต่างแตกตื่นขึ้นเมื่อไป๋หู่เดินออกมาปรากฏตัวให้ผู้คนได้เห็นแต่ก็เห็นได้ไม่ชัดเจนเพราะชุดคลุมสีดำทมิฬที่จินหลงมอบให้นั้นปกปิดส่วนใบหน้าที่แท้จริงเอาไว้และผ้าคลุมที่ไป๋หู่สวมใส่อยู่นั้นมีตัวอักษรเพลิงสีขาวเขียนเลขหนึ่งเอาไว้
"คาราวะท่านพี่ไป๋หู่"อวิ๋นเฟยกล่าวออกมาอย่างนอบน้อม
"อืม"ไป๋หู่เพียงตอบสั้นๆเพราะมันไม่เคยได้รับความเคารพจากใครมาก่อนจึงทำตัวไม่ถูก
ทันใดนั้น
"หากเ้ายังไม่เลิกตรวจสอบตัวข้าข้าจะควักลูกตาของเ้าและทำลายพลังยุทธของเ้าทิ้งเสียให้หมด"ไป๋หู่ตวาดออกมาพร้อมปล่อยพลังปราณที่แฝงด้วยจิตสังหาร
"อั๊ก.."เ้าสำนักอารามหยกกระอักโลหิตออกมา
"พลังปราณรุนแรงซะจริงขนาดข้าไม่ได้โดนเต็มๆยังรู้สึกได้เลย" อู่เวยพูดออกมาเบาๆ
"เฉียบคมยิ่งนัก.. ขนาดเป็อิสตรียังลงมือไม่ไว้หน้า"หรงเจียชื่นชมออกมาเบาๆ
"ขอ.. ขออภัย"ฝูหยากล่าวออกมาพร้อมโลหิตที่ริมฝีปาก
ในตอนนี้ตัวไป๋หู่มีพลังระดับจอมภูตขั้นสูง (ขั้น 7) หลังจากที่ได้รับคำชี้แนะจากจินหลงและโอสถบางส่วนส่วนตัวฝูหยามีพลังระดับจอมภูตขั้นกลาง (ขั้น 5) ทำให้ตรวจสอบพลังที่แท้จริงของไป๋หู่ไม่ได้มิหนำซ้ำยังถูกไป่หู่จับได้และปล่อยพลังปราณใส่จนได้รับาเ็
"พวกเ้าสองคนนั้นด้วยแย่งกันประมูลเศษซากวิชากับสนับมือห่วยๆอยู่ได้ไม่ต้องรอเ้าฝึกวิชาสำเร็จหรือได้สนับมือห่วยๆอันนั้นหรอก ข้านี่แหละจะไปถล่มสำนักพวกเ้าด้วยตัวข้าเอง"ไป๋หู่พาลใส่อู่เวยและหรงเจีย
"ข้าน้อยขออภัยท่านไป๋หู่ด้วยพวกข้าสองคนจะไม่ทะเลาะกันแล้ว"อู่เวยแทบกระอักโลหิตเมื่อได้ยินว่าไป๋หู่จะมาถล่มสำนักตน
"ข้าเองก็เหมือนกันท่านไป๋หู่พวกข้าจะไม่ทะเลาะกันอีกแล้ว" หรงเจียเองก็แทบจะล้มคะมำเหมือนกันที่ไป๋หู่จะมาถล่มสำนักตน
"ก็ขอให้เป็อย่างที่พวกเ้าสองคนว่ามา"ไป๋หู่ตอบปัดด้วยความรำคาญ
"ส่วนนี่ของเ้าอวิ๋นเฟยรับไปแล้วรีบใส่ซะ" ไป๋หู่โยนแหวนมิติให้อวิ๋นเฟย
อวิ๋นเฟยรับแหวนมิติมาแล้วเรียกดูของภายในแหวนพบแค่ชุดคลุมที่เหมือนกับของไป๋หู่แบบไม่มีผิดแต่ที่ต่างไปคืออักษรเพลิงสีขาวเป็หมายเลขสอง
"พรึบ"อวิ๋นเฟยสวมใส่อย่างรวดเร็ว
"ทีนี้เ้าก็เป็สมาชิกของพลับพลาแห่งนิรันดร์เต็มตัวแล้ว"จินหลงเอ่ยขึ้นมาอีกครั้ง
"ท่านเจี้ยนกังเชิญท่านทำงานต่อเถอะข้ารบกวนเวลาท่านมามากแล้ว" จินหลงเอ่ย
"เอาหละทุกท่านการประมูลในวันนี้ก็จบลงแล้วข้าในฐานะเ้าของโรงประมูลวังน้ำเขียวต้องขอขอบคุณทุกท่านอย่างมากที่ให้เกียรติมาเข้าร่วมในวันนี้"เจี้ยนกังรีบกล่าวปิดงานประมูลอย่างรวดเร็ว
ผู้คนต่างแยกย้ายกันกลับแน่นอนว่าการประมูลในวันนี้ต้องถูกเล่าต่อกันไปแน่ไหนจะเื่ผู้ปกครองพลับพลาแห่งนิรันดร์ไหนจะเื่สมาชิกคนที่สองของพลับพลาแห่งนิรันดร์รวมไปถึงวีรกรรมของจินหลงในวันนี้ไปจนถึงโอสถวิเศษทั้งสองชนิด