แสงแดดยามเช้าส่องผ่านเข้ามาภายในห้องที่เงียบสนิทเสียงลมหายใจที่ยังคงดังขึ้นอย่างสม่ำเสมอบ่งบอกได้ว่าคนที่กำลังนอนอยู่บนเตียงหลังใหญ่นั้นยังคงอยู่ในห้วงนิทรา
ร่างบางขยับตัวเล็กน้อยเมื่อเริ่มรู้สึกตัว เปลือกตาบางๆ ค่อยเปิดออกอย่างเชื่องช้าภาพแรกที่พุ่งเข้าสู่ประสาทการมองเห็นคือลวดลายบนม่านมุ่ง้าที่ดูแปลกตาก่อนจะค่อยๆ เบนสายตามองสิ่งรอบๆ อย่างสงบนิ่งภาพสิ่งของแปลกตาปรากฎอยู่เบื้องหน้า หลังจากนิ่งเงียบอยู่นานจึงได้ยินเสียงแหบแห้งพึมพำบางอย่างออกมาว่า
“...ที่ไหน?”
เสียงเคลื่อนไหวภายในห้องแม้จะเพียงน้อยนิดแต่ก็ไม่อาจจะหลุดรอดความสามารถของสาวใช้ที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าห้องไปได้
“ฮูหยิน ตื่นแล้วหรือเ้าคะ?” ไม่ต้องรอให้มีเสียงตอบรับมาจากภายในห้องสาวใช้ผู้นั้นก็เปิดประตูแล้วเดินตรงเข้ามาในทันที นางเดินมาหยุดที่หน้าเตียงแล้วจึงช่วยพยุงร่างบางที่นอนนิ่งมองมาราวกับไม่เคยรู้จักกันมาก่อนขึ้นนั่ง
“ฮูหยิน ท่านรู้สึกไม่สบายตัวที่ตรงไหนหรือไม่เ้าคะ?”สายตาที่แสดงความเป็ห่วงเป็ใยทอดมองร่างบางที่ยังคงนั่งสงบนิ่งอยู่อย่างเดิม
ฮูหยิน? ผู้หญิงคนนี้เรียกเธอว่า ฮูหยิน อย่างนั้นเหรอ?
หากให้พิจารณาสิ่งรอบข้างกับคนที่อยู่ตรงหน้านี้ดูแล้วก็คงบอกได้ว่าแปลกประหลาดทั้งการแต่งตัวและคำพูดแต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงแสดงท่าท่างสงบนิ่งเพื่อรอดูท่าทีของอีกฝ่ายไปก่อน
“หิวน้ำ” เสียงแหบแห้งร้องบอกอย่างแ่เบาหญิงสาวคนนั้นเมื่อเห็นว่าเธอบอกว่าหิวน้ำก็รีบวิ่งไปเทน้ำมาให้อย่างรวดเร็วในขณะที่กำลังดื่มน้ำเพื่อดับกระหายอยู่นั้นสมองก็รีบประมวลผลอย่างรวดเร็วกับสิ่งที่เกิดขึ้น
เธอจำได้ว่าเมื่อคืนตนเองกลับมาจากที่ทำงานก็ดึกมากแล้วหลังจากอาบน้ำเสร็จก็ะโขึ้นเตียงนอนทันทีแต่ถึงแม้จะเหนื่อยขนาดไหนก็ยังอุตส่าห์หยิบหนังสือนิยายที่ไปยืมมาจากห้องสมุดสาธารณะขึ้นมาอ่านอีกสักบทสองบทจำไม่ได้ว่าอ่านไปถึงตอนไหนถึงได้เคลิ้มหลับไปพอลืมตาขึ้นมาอีกทีก็กลายเป็อย่างที่เห็นแล้ว
ลองหยิกหลังมือที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าห่มเผื่อว่านี่อาจจะเป็ความฝันแต่กลับรู้สึกเจ็บซะอย่างนั้นไม่ได้ฝัน นี่ก็แสดงว่าเป็ความจริงอย่างนั้นเหรอ
“ฮูหยิน ท่านเป็อะไรไปเ้าคะ?” หญิงสาวตรงหน้าถามขึ้นเมื่อเห็นว่าเธอเอาแต่นิ่งเงียบ
“...คือว่า ที่นี่ที่ไหนเหรอ?” ถึงแม้จะถูกมองด้วยสายตาแปลกใจจากผู้หญิงตรงหน้าแต่จะให้ทำไงได้ในเมื่อเธอไม่มีข้อมูลอะไรเกี่ยวกับที่นี่เลย
“ฮูหยิน... ท่านลืมไปแล้วหรือเ้าคะ?” ฉันไม่ได้ลืมแต่ไม่รู้ต่างหากเล่า “ที่นี่ก็คือจวนเสนาบดีหานสามีของท่านอย่างไรล่ะเ้าคะ”
เสนาบดีหาน? สามี? ห๊ะ! นี่ฉันควรจะใกับเื่ไหนก่อนดีล่ะ ระหว่างเสนาบดีหานนี่เป็ใครหรือว่าจู่ๆก็ได้สามีอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัว
“เมื่อวานท่านเพิ่งจะเข้าพิธีแต่งงานกับท่านเสนาบดีหานจึงได้ย้ายมาอยู่ที่เรือนนี้อย่างไรล่ะเ้าคะ”ท่าทางของหญิงสาวตรงหน้าไม่ได้ดูโกรธที่จู่ๆ เธอถามแบบนั้นแต่กลับดูเป็ห่วงแทน
“ท่านคงจะเสียใจมากจนไม่อยากจะรับรู้สิ่งใดแล้วใช่หรือไม่เ้าคะโถ คุณหนูของบ่าว” หญิงสาวฟุบหน้าร้องไห้กับตักของเธอทันทีที่พูดจบ
ไม่ได้เสียใจจนไม่อยากรับรู้แต่ไม่เคยรู้เื่นี้มากก่อนต่างหากนี่น้องสาว เธออย่างเพิ่งร้องห่มร้องไห้สิ ลุกขึ้นมาเล่าเื่นี้ให้ฉันฟังก่อน
“ฮึก ฮึก คุณหนูที่น่าสงสารของบ่าว”
อ่า นี่ฉันควรจะต้องปลอบเธอให้เงียบก่อนสินะ แต่เดี๋ยวก่อน...
“ลู่ลู่?”
“ฮึก เ้าคะ?” ผู้หญิงที่เอาแต่ร้องไห้เมื่อครู่เงยใบหน้าที่เปียกปอนไปด้วยน้ำตาขึ้นมองอย่างรอคอยว่าอีกฝ่าย้าจะถามอะไร
ใช่ด้วย? ถ้าอย่างนั้น
“...มู่ถงเหยา?”
“เ้าคะ ฮึก ฮูหยินเรียกชื่อตนเองทำไมเ้าคะ?”
บ้าน่า!! นี่ฉันคงไม่ได้เข้ามาอยู่ในนิยายที่เพิ่งจะอ่านไปหรอกนะตอนที่อ่านนิยายแนวนี้ก็ชอบอยู่หรอกแต่คิดไม่ถึงว่าจะต้องมาเผชิญชะตากรรมนี้ซะเองอ่า แล้วจะกลับยังไงดีละเนี่ย
“ข้า... อยากอาบน้ำ” ตอนนี้ไม่ไหวแล้วต้องผ่อนคลายสักหน่อยหัวสมองจะได้ปลอดโปร่งขืนเป็แบบนี้ต่อไปคงได้เป็ประสาทก่อนแน่เธอต้องสงบอารมณ์ลงมาให้ได้เสียก่อน
“เ้าค่ะ” หญิงสาวตรงหน้าหรือที่ในตอนนี้ก็คือลู่ลู่สาวใช้ของเธอเข้ามาช่วยพยุงให้ลุกขึ้นไปห้องอาบน้ำ
“อ๊ะ!” เสียงอุทานหลุดออกมาทันทีเมื่อขยับร่างกาย่ล่างมันรู้สึกขัดๆ ยังไงก็ไม่ทั้งยังรู้สึกว่าคล้ายมีของเหลวไหลออกมาจากที่ตรงนั้นเลยหรือว่าประจำเดือนมานะ
“ฮูหยิน เอ่อ คือ...” ลู่ลู่ที่เข้าใจว่าฮูหยินเป็อะไรก็ได้แต่อ้ำๆอึ้งๆ ไม่กล้าพูดมากใบหน้าของนางแดงก่ำไม่กล้าที่จะสบตากับอีกฝ่าย
“มีอะไรหรือ?” เธอถามเมื่อเห็นอีกฝ่ายพยายามหลบตา
“บ่าวจะไปหายามาทาให้ท่านหลังจากอาบน้ำเสร็จนะเ้าคะเมื่อคืน... ท่านเสนาบดีคงจะไม่ได้อ่อนโยนกับท่านสักเท่าไร”
เมื่อคืน? ท่านเสนาบดี?