พิชิตสวรรค์สะท้านฟ้า

    บทที่ 51 คนไร้ยางอายย่อมอยู่เหนือใต้หล้า

    บทที่ 51 คนไร้ยางอายย่อมอยู่เหนือใต้หล้า


    การมาเยือนของกงซุนหนาน ทำให้เฉินชิงหยวนรู้สึกกดดันมิน้อย หลังจากเดินเตร่ในสำนักอยู่หลายชั่วยาม เฉินชิงหยวนก็กลับมาที่ของตนเองพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ว่า “ผ่านมาเนิ่นนานป่านนี้ นางน่าจะไปแล้วมั้ง!”


    ใครจะรู้ว่าความจริงไม่ได้เป็นไปอย่างที่เฉินชิงหยวนคาดไว้ กงซุนหนานยังคงนั่งอยู่ในลานบ้าน ปล่อยให้สายลมพัดผ่าน รื่นรมย์กับการชมดอกไม้จิบชา


    “พี่หญิง ท่านยังไม่ไปอีกหรือ?” เฉินชิงหยวนตัวสั่น


    “ข้ามีธุระอยู่ช่วงนี้ ต้องไปคารวะท่านอาจารย์หลี่เป็นครั้งคราว ดังนั้นจึงขออาศัยอยู่ในดินแดนฝูหลิวซิงชั่วคราว”


    กงซุนหนานกล่าวอ้าง ท่านอาจารย์หลี่ที่นางเอ่ยถึงคือเซียนกระบี่ฉางเกิงผู้มีนามเดิมว่า หลี่มู่หยาง


    “อ้อ ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้นี่เอง” เฉินชิงหยวนเข้าใจ พยักหน้าเบา ๆ 


    “พี่หญิง ท่านอยากจะใช้สำนักเสวียนชิงเป็นที่พำนักชั่วคราวใช่หรือไม่?”


    “ข้านิสัยแปลก ไม่ชอบสุงสิงกับคนแปลกหน้า ในเมื่อรู้จักกับเจ้าแล้ว พักอยู่ที่นี่ชั่วคราวก็น่าจะเหมาะสมที่สุด”กงซุนหนานยังคงไว้ซึ่งสีหน้าเย็นชา น้ำเสียงเรียบเฉย แต่ในใจกลับยินดีเล็กน้อย


    ‘เจ้าเด็กน้อย คำพูดของข้าชัดเจนขนาดนี้แล้ว เจ้ายังไม่รีบเชิญข้าเป็นผู้อาวุโสชั้นสูงอีกหรือจะรอถึงเมื่อไหร่กัน!’


    ดวงตาคู่สวยจ้องมองเฉินชิงหยวน อย่างลึกซึ้ง ภายในแฝงไปด้วยความคาดหวัง


    ครั้งนี้ เพียงแค่เฉินชิงหยวนเอ่ยปากเชิญ กงซุนหนานจะตอบตกลงโดยไม่ลังเลแน่นอน


    ยามนั้นเซียนกระบี่ฉางเกิงเคยกล่าวไว้ว่า หากเฉินชิงหยวนเป็นฝ่ายเอ่ยปากเชิญเขา เขาก็เต็มใจที่จะเป็นผู้อาวุโสชั้นสูงของสำนักเสวียนชิง เพื่อผูกสัมพันธ์ไมตรีที่ดีนี้ไว้


    ถ้าเฉินชิงหยวนรู้เข้า คงจะต้องยกเกี้ยวแปดคนมารับเซียนกระบี่ฉางเกิงแน่นอน ตีฆ้องตีกลองบอกให้โลกรู้ เพียงแต่โชคชะตาวาสนาเช่นนี้ ไม่อาจฝืนใจกันได้ มิเช่นนั้นอาจได้ผลตรงกันข้าม


    ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ ล้วนอาศัย ‘โชคชะตา’ บังคับกันไม่ได้


    “เรื่องนี้ง่ายมาก”


    เฉินชิงหยวน คิดว่ากงซุนหนานแค่อยากจะขออาศัยในสำนักเสวียนชิงชั่วคราว ไม่ได้คิดไปไกลกว่านั้น จึงยิ้มแย้มพูดว่า 


    “พี่หญิง ข้าจะจัดเตรียมสถานที่เงียบสงบให้ท่านพักอาศัย ท่านเห็นว่าอย่างไร?”


    “ตกลง”


    ‘เด็กดี สอนง่ายจริง ๆ’


    กงซุนหนานพึงพอใจอย่างยิ่ง มุมปากเผยรอยยิ้มจาง ๆ


    ทว่า คำพูดต่อมาของเฉินชิงหยวนทำให้กงซุนหนานโมโหจนแทบจะทนไม่ไหว อยากจะตบเฉินชิงหยวนสักฉาด


    “เอาเป็นว่า พวกเราน่ะมีวาสนา โชคชะตาผลักดันให้มาพบเจอกัน เช่นนั้นในแต่ละวัน ข้าขอเก็บค่าบริการจากท่านเพียงวันละหนึ่งร้อยหินวิญญาณระดับกลาง ราคานี้ถือว่าถูกมากแล้ว แน่นอนว่า หากพี่หญิงไม่มีหินวิญญาณ โอสถวิญญาณหรือหญ้าวิญญาณก็ใช้แทนได้หมดเลย”


    เห็นได้ชัดว่า เฉินชิงหยวนกำลังหมายตากับโอสถวิญญาณในมือของกงซุนหนาน


    “...” รอยยิ้มใต้ผ้าคลุมหน้าของกงซุนหนานแข็งค้าง มือบางกำแน่นจ้องเขม็ง “เจ้าพูดว่าอะไรนะ? เจ้าจะให้ข้าจ่ายเงิน?”


    “แฮ่ม” ถูกกงซุนหนานจ้องมองเฉินชิงหยวน ตกใจจนเซถอยหลังไปสองก้าว เตรียมพร้อมที่จะวิ่งหนีได้ทุกเมื่อ 


    “พี่หญิง ข้าน่ะลำบากยากจน! ท่านคงไม่อยากให้คนอื่นรู้ที่อยู่ของท่าน ไม่อยากถูกผู้อื่นรบกวนหรอกใช่ไหม? ถึงแม้ว่าสำนักเสวียนชิงจะมีโถงว่างอยู่มากมาย แต่ก็ต้องจ่ายหินวิญญาณในจำนวนหนึ่งถึงจะเข้าพักได้!”


    “ครั้งนี้ที่เจ้าถูกกองกำลังต่างๆ ในดินแดนฝูหลิวซิงอวี้ล้อมไว้ ไม่ใช่ข้าที่ออกหน้าช่วยเหลือหรอกหรือ?” กงซุนหนานเย้ยหยัน


    “ขอบพระคุณพี่หญิงที่ช่วยเหลือ หากข้าร่ำรวยในวันข้างหน้า ข้าจะตอบแทนท่านอย่างดีแน่นอน” เฉินชิงหยวนกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึมพลางประสานมือคารวะ


    “กว่าเจ้าจะร่ำรวย ดอกหวงฮวาคงเย็นหมดแล้ว*[1]” กงซุนหนานพูดอย่างไม่สบอารมณ์ “ไปจัดเตรียมที่พักเหมาะสมให้ข้า แต่ข้าจะไม่จ่ายเงินให้เจ้าหรอก ฝันไปเถอะ!”


    “ก็ได้” เฉินชิงหยวน ทำสีหน้าจนใจ ค่าเช่าที่พักครั้งนี้คงต้องจ่ายเอง


    หากสำนักเสวียนชิง รู้ว่าเป็นกงซุนหนานมาขอพักอาศัย คงจะไม่เก็บหินวิญญาณแม้แต่ก้อนเดียว แถมยังเอาอกเอาใจอย่างดี ปัญหาคือเฉินชิงหยวนไม่อาจคาดเดาความตั้งใจของกงซุนหนานได้ จึงไม่กล้าเปิดเผยที่อยู่ของนาง ต้องจัดการอย่างลับ ๆ


    ดังนั้น หินวิญญาณที่ต้องจ่ายก็ต้องจ่าย


    “ดูท่าทางขี้งกของเจ้า ไม่มีวิธีอื่นแล้วหรือไง นอกจากต้องจ่ายเงิน?”


    กงซุนหนานพยายามชักจูง


    “พี่หญิงท่านแอบมาที่นี่ คงไม่อยากให้คนอื่นรู้ ข้าต้องจัดเตรียมที่พักที่ดีให้กับท่าน แน่นอนว่าใช้ชื่อท่านไม่ได้ ข้าคงทำได้แค่จ่ายเงินเอง”


    เฉินชิงหยวนถอนหายใจเบา ๆ “เฮ้อ! หากพี่หญิงสามารถเป็นผู้อาวุโสชั้นสูงของสำนักเสวียนชิงได้ ทุกอย่างก็คงจะง่ายดาย เพียงแค่ไม่ใช่ข้อเรียกร้องที่มากเกินไป สำนักเสวียนชิงจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อสนองความต้องการของพี่หญิง แต่น่าเสียดายสำนักเสวียนชิงแห่งนี้คงเล็กเกินไป คงจะดูแลพี่หญิงไม่ไหว ช่างเถอะ! ข้าไม่พูดถึงเรื่องผู้อาวุโสแล้ว พูดไปเดี๋ยวท่านจะโกรธเอา”


    จากนั้น เฉินชิงหยวนก็ประสานมือคารวะกงซุนหนาน พูดอะไรบางอย่างแล้วเดินจากไป 


    “พี่หญิง ข้าขอไปจัดเตรียมที่พักให้ท่านก่อน”


    ตอนที่ได้ยินคำว่า ‘ผู้อาวุโสชั้นสูง’ กงซุนหนานก็ตาเป็นประกาย ริมฝีปากเผยอออกเล็กน้อย รอเพียงแค่คำเชิญจากเฉินชิงหยวน ทว่าเจ้าเด็กนี่กลับไม่เล่นตามบท ทำให้กงซุนหนานรู้สึกสับสน


    กงซุนหนานมองไปยังทิศทางที่เฉินชิงหยวนจากไป บีบถ้วยชาบนโต๊ะจนแตกละเอียด พึมพำด้วยความโกรธ 


    “เฉินชิงหยวน เจ้าเด็กนี่น่าตีจริง ๆ”


    เฉินชิงหยวนไหนเลยจะรู้ถึงความคิดในใจของกงซุนหนาน เขาเชื่อคำพูดของนางจริง ๆ คิดว่านางแค่อยากหาที่พักชั่วคราวเพื่อไปเยี่ยมท่านเซียนกระบี่ เพราะครั้งที่แล้วเฉินชิงหยวนบังอาจเอ่ยปากเชิญ กงซุนหนานก็ บอกว่าต้องการเส้นชีพจรวิญญาณชั้นเลิศหนึ่งเส้นในแต่ละปี ถึงจะลองพิจารณาดู


    สำนักเสวียนชิงยากจนขนาดนี้ เลี้ยงดูกงซุนหนานไม่ไหว และเพื่อไม่ให้ตัวเองต้องอับอายขายหน้า เฉินชิงหยวนจึงไม่กล้าเอ่ยปากเชิญซ้ำสอง ไม่อย่างนั้นจะทำให้กงซุนหนานรังเกียจเอา


    เฉินชิงหยวนทำงานอย่างรวดเร็ว ภายในเวลาเพียงหนึ่งชั่วยามก็จัดการทุกอย่างเรียบร้อย ให้กงซุนหนานย้ายไปยังที่เงียบสงบโดยไม่ให้ใครรู้ มีการติดตั้งค่ายกลป้องกันรอบด้าน ไม่อนุญาตให้ใครรบกวน


    นอกจากนี้ เฉินชิงหยวนยังเตรียมผลไม้ล้ำค่าและชาชั้นเลิศไว้ให้กงซุนหนานอีกด้วย


    “พี่หญิง ช่วงนี้ท่านก็พักอยู่ที่นี่ก่อน ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ข้าขอตัวก่อน” เฉินชิงหยวนไม่อยากอยู่กับกงซุนหนาน เพราะรู้สึกกดดันเกินไป


    “เจ้าไม่มีอะไรจะบอกข้าหน่อยหรือ?” กงซุนหนานในชุดดำหรี่ตาลงเล็กน้อย น้ำเสียงแฝงเป็นนัย ๆ


    เฉินชิงหยวนได้ยินดังนั้นก็คิดอยู่ครู่หนึ่ง ไม่พบว่ามีอะไรผิดปกติจึงส่ายหน้า “ไม่มีอะไรนี่”


    “เช่นนั้นก็แล้วไป” กงซุนหนานรู้สึกเหนื่อยใจ น่าเสียดายที่พลาดโอกาสไปแล้ว และก็ไม่รู้ว่าต้องรออีกนานแค่ไหน กงซุนหนานตัดสินใจที่จะพักอยู่ในสำนักเสวียนชิง ระยะยาว เชื่อว่าต้องมีโอกาสอีกครั้งแน่ ๆ


    “ถ้าอย่างนั้นข้าไปล่ะ” ก่อนไปเฉินชิงหยวนยังพูดทิ้งท้ายอีกว่า 


    “พี่หญิงถ้าท่านคิดว่าข้าทำงานได้ดี ก็ให้รางวัลข้าเล็กๆ น้อยๆ ก็ได้”


    ‘คนไร้ยางอาย ย่อมอยู่เหนือใต้หล้า! เห็นทีคำนี้คงมิเกินจริง!!’


    ได้ยินดังนั้น กงซุนหนานก็หน้าบึ้ง “ไสหัวไป”


    “ได้เลย!” เฉินชิงหยวนไม่รู้สึกอับอายแม้แต่น้อย เขารีบหันหลังวิ่งออกไป


    ตอนที่เฉินชิงหยวนกำลังจะก้าวพ้นประตู กงซุนหนานก็โยนกล่องหยกมาให้ 


    “มันสามารถช่วยเจ้าสร้างรากฐานที่ดีขึ้นได้ เอื้อต่อการบำเพ็ญ เอาของไป แล้วก็ไสหัวไปไกล ๆ ข้าเลย!”


    “ขอบคุณพี่หญิง ท่านช่างงดงามยิ่งนัก นางฟ้ามาจุติชัด ๆ !” เฉินชิงหยวนดีใจ รีบรับกล่องหยกมาพลางเอ่ยปากพูดชมเชยแล้วจากไป



    [1]เป็นสำนวนจีนเพื่อใช้อธิบายการมาถึงที่ล่าช้าและความผิดหวังของบางสิ่งบางอย่าง

    คล้ายกับเรื่องพิชิตสวรรค์สะท้านฟ้า ที่คุณอ่าน