handsome is sin คนอื่นมีดีที่วิชา แต่ข้ามีหน้าตาเป็นอาวุธ

    ตอนที่ 14 เจียมใจแต่ไม่ฝ่อ

              ซึ่งตอนนั้นฟงหมิงที่ได้ยิน ก็เตรียมทำใจไว้ตั้งแต่เนิ่นๆทันที ตนเองเวลานี้อยู่ขั้นดินระดับที่ 1 ไม่ต่างกับเด็กพึ่งฝึกหัดเดิน ดูแล้วในลูกศิษย์พันกว่าคน เขาคงรั้งท้ายเป็นแน่       ตอนนั้นรอยยิ้มเล็กน้อยของเขาก็ปรากฏขึ้นมาในมุมปากทันที เพราะรู้สึกว่างานแข่งประลองครั้งนี้ คงไม่มีอะไรที่ทำให้เขาคาดหวังได้เลยและด้วยเหตุนั้นมันจึงทำให้ใจเขารู้สึกสงบลง และคิดว่าบางทีเรื่องนี้อาจจะเป็นเรื่องดี เมื่อไม่มีอะไรให้ห่วง ก็ไม่มีอะไรให้เศร้า       ทว่ารอยยิ้มที่เขาปล่อยออกมา กลับไม่รู้ว่าทำให้หญิงสาวรอบข้างแปลความผิดไป        ‘ชายคนนี้ดูท่าจะมีความเป็นมาไม่ธรรมดาจริงๆ ถึงได้ดูมีความมั่นใจแบบนี้’ ฝูหนิง และหลินฉีต่างแอบลอบมองกันและนึกคิดในใจ เพราะคิดว่าเขายิ้มออกมาหลังจากที่ได้ยินคงเห็นว่าพลังระดับแค่นี้เป็นเรื่องธรรมดา       ส่วนทางด้านซีเหนียง ตอนนี้นางแทบไม่มองชายหนุ่มเลย เมื่อสำหรับนางพวกสหายนางทั้งสองที่เข้าหาตอนนี้ ต่างเหมือนแมวโจร ที่พร้อมจะหยิบฉกเอาผู้ชายที่นางแอบหมายตาเอาไว้ไป       โดยตอนนั้นเมื่อลูกศิษย์มารวมตัวกันตามเวลาที่ได้นัดหมายไว้ เสียงระฆังก็ดังไปทั่วพื้นที่บริเวณ ก่อนที่บนอากาศจะปรากฏซึ่งชายชราผู้หนึ่งที่ถือไม้เท้า และถูกล้อมด้วยชายวัยกลางคนที่ยืนนำมือไขว้หลังตามติดอยู่ไม่ห่าง       “ เอาล่ะการประลองใกล้เข้ามาแล้ว ใครได้คู่ใครก็ไปเตรียมตัวในลานกว้างให้พร้อม เพราะการประลองครั้งนี้ก็เช่นเดิม แสดงพลังและความสามารถของพวกเจ้าออกมาทั้งหมด ไม่ต้องกั๊กหรือปิดซ่อนใดๆ เพราะนิกายของพวกเราจะประเมินคุณค่าของพวกเจ้าผ่านทางความสามารถ ดังนั้นกัดฟันและปลดปล่อยให้เต็มที่ เวลา 15 วันนี้การแข่งขันจะดำเนินไป ข้าหวังว่าจะไม่มีใครเล่นอะไรแผลงๆลับหลังงานนี้นะ” เสียงกล่าวของชายชรากล่าวออกมาอย่างช้าๆ แต่มันก็คล้ายว่าทุกอย่างทุกเคลือบไปด้วยเวทย์มนต์ ตอนนั้นทุกคนที่ได้ฟังต่างก็รับฟังคำกล่าวอย่างไม่รู้สึกโต้แย้ง                  ก่อนที่ระฆังจะดังอีกรอบ การประลองครั้งนี้ก็ได้เริ่มขึ้นทันที       โดยรายชื่อที่แปะอยู่ในกระดาษตามต้นไม้ใหญ่ ก็ลอยขึ้นบนฟ้า และปรากฏถึงกลุ่มคนที่ต้องประลองในเช้านี้       และแน่นอนว่าพวกของหญิงสาวและคนอื่นๆ ต่างก็มีคู่ประลองอยู่ ทว่าพอคู่ประลองเห็นชื่อว่าเป็นพวกนาง ก็ได้ถอนตัวออกไปทันที เหลือเพียงฟงหมิงที่มีคู่ประลอง และชายคนนั้นก็ดูเหมือนจะไปรอเขาอยู่แล้ว ณ สนามด้านข้าง       “ นี่พวกเจ้าแข็งแกร่งกันขนาดนั้นเลยหรือ? ” ฟงหมิงที่เห็นรายชื่อขีดฆ่าตัวแดงไป สำหรับคู่ต่อสู้ของพวกซีเหนียง เขาก็อดไม่ได้ที่จะถาม ระหว่างเดินไปยังสนามที่ 10 ตามรายชื่อที่ถูกส่งมา       “ เรื่องนั้นข้าก็ไม่แน่ใจ บางทีอาจจะเป็นเพราะพวกเขาติดธุระก็เป็นได้ ” โดยอี้หลานที่เงียบตลอดเวลา ตอนนั้นพอเห็นฟงหมิงถาม ก็รีบชิงตอบทันที ไม่ให้คนอื่นได้โอกาส       “ ถ้างั้นเดี๋ยวข้าจะไปประลองก่อน บางทีอาจจะแพ้ไว พวกเจ้าก็กลับไปพักเลยก็ได้นะ ข้ากลัวจะแสดงภาพที่ไม่น่าดูให้เห็นน่ะ ” ซึ่งฟงหมิงเห็นหญิงสาวคิดเดินตามมาระหว่างเขาเดินไป ก็กล่าวออกมาด้วยท่าทีอายๆเล็กน้อย       พูดตามตรงพลังของเขา ก็รู้ได้เลยว่าต้องแพ้ยับแน่ๆ เพราะลูกศิษย์กลุ่มนี้แต่ละคน ก็ฝึกกันเกิน 1 ปีมาแล้วทั้งนั้น แถมพลังของแต่ละคนก็สูงเสียด้วย เพราะนิกายนี้ทั้งชื่อเสียงก็ไม่ธรรมดา ดังนั้นเกณฑ์รับลูกศิษย์ก็ต้องสูงเช่นเดียวกัน       โดยพวกอี้หลาน ซีเหนียงได้ยินสิ่งที่ฟงหมิงกล่าว ก็ยิ้มทันที แต่ก็ไม่กล่าวอะไรและเดินตามต่อ ยกเว้นแต่ว่าพวกฝูหนิง และหลิงฉี ที่พวกนางรู้สึกว่าฟงหมิงกล่าวตามจริงไม่ได้ถ่อมตัว       ทว่าพวกนางที่เห็นพวกอี้หลานยังตามชายหนุ่มไป พวกนางก็ไม่คิดจะถอยและเดินตามไปทันที       และในตอนนั้นพวกนางก็ไม่ได้สังเกตว่ามีสายตา 2 คู่จ้องมองพวกนางจากที่ไม่ห่างไกลอยู่       “ เจ้านั่นมันเป็นใคร ” ดวงตาสีเทาเข้มของสงเหลา ตอนนั้นได้จ้องเขม็งไปทางฟงหมิงชายหนุ่มที่เดินและถูกล้อมไปด้วยสาวงาม ที่ตอนนั้นตัวเขากำลังถูกตกเป็นสายตาของเหล่าผู้คนภายในสำนัก(จบ)