จักรพรรดิเซียน

    ตอนที่ 40 ก่อร่างสายสัมพันธ์

    ตอนที่ 40 ก่อร่างสายสัมพันธ์

     

    “ข้าก็ไม่มั่นใจในระดับพลังของท่านปู่เท่าไหร่ ตอนข้ายังเด็ก ท่านปู่จะชอบพาเที่ยวชมทั่วทวีปมังกร บางทีข้าก็อยากเห็นทะเล ท่านปู่ก็พาบินข้ามไปยังมหาสมุทร อาจเพราะข้าเป็นเด็กไร้เดียงสา ที่คิดว่าผู้ฝึกยุทธทุกคนก็คงทำได้แบบท่านปู่” เจียวอ้าวเว้นจังหวะราวสามลมหายใจ เมื่อหวนนึกถึงตอนนั้น นางรู้สึกเขินอายขึ้นมา “พอข้าโตถึงได้รู้ว่าข้านั้นโง่เขลาเพียงใด มีเพียงผู้ฝึกยุทธชนชั้นจักรพรรดิเท่านั้นที่บินได้ แต่ถ้าการคาดการณ์ของข้าไม่ผิดพลาด ท่านปู่ต้องอยู่ในชนชั้นราชันจักรพรรดิเป็นแน่”

     

    เฟยอวี่กลืนน้ำลายคำโตด้วยความตื่นตระหนกลึกล้ำ ชายหนุ่มทราบดีว่าเจียวอ้าวนั้นเป็นบุตรีของหนึ่งในเจ็ดตระกูลใหญ่ แต่ทว่า เหมือนทางตระกูลจะทอดทิ้งนางซึ่งไม่สนใจใยดีแม้แต่น้อย เขาคิดว่าปู่ของนางคงไม่มีอิทธิพลอะไรในตระกูลแน่ๆ อาจเป็นจอมยุทธขั้นต่ำหรือต่ำกว่านั้น…  แต่คำตอบนั้นกลับตบหน้าของชายหนุ่มฉาดใหญ่

     

    …ราชันจักรพรรดิในตำนาน!!

     

    “นะ…นี่ นี่มันไม่สมเหตุสมผลเลยสักนิด!” เฟยอวี่กล่าวขึ้น ไม่ว่าจะครุ่นคิดยังไงก็มิอาจเข้าใจได้ ฟังจากที่นางเล่า เห็นได้ชัดว่านางเป็นที่โปรดปรานของปู่ ในเมื่อปู่เป็นถึงราชันจักรพรรดิ… เหตุใดนางยังถูกรังแกเล่า? “ถ้าปู่เจ้าเป็นถึงผู้บรรลุชนชั้นราชันจักรพรรดิจริง… ทำไมยังมีคนหาญลงมือกับเจ้า?”

     

    สีหน้าของเจียวอ้าวหมองหม่นลง “ไม่มีใครรู้เรื่องนี้ น้อยคนที่รู้ว่าท่านปู่นั้นแข็งแกร่ง มีวันหนึ่งที่ข้ากำลังจะถูกขับออกจากตระกูลเจียว จู่ๆ คนใช้สองคนก็วิ่งเข้ามาห้ามผู้ขับส่งเหล่านั้น มันอาจเกี่ยวข้องกับท่านปู่ ท่านอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ข้ายังไม่ถูกขับไล่ออกจากตระกูล”

     

    “อีกอย่าง… ข้ารังเกียจการกระทำแบบนั้น ให้ข้าหลบอยู่หลังท่านปู่คอยพึ่งบารมีท่าน ข้าไม่เอาแบบนั้นเด็ดขาด! ข้าจะต้องแข็งแกร่งขึ้นด้วยตัวเอง ให้ความแข็งแกร่งของข้าเป็นเครื่องยืนยันว่าข้านั้นมีคุณสมบัติมากพอจะโอ้อวดต่อผู้คนทั่วหล้า”

     

    เฟยอวี่สดับฟังอย่างตั้งใจ ชายหนุ่มปรบมือขึ้นมา “ข้าคิดไม่ผิด ท่านนี่เหมือนกับข้านัก เราจะต้องเข้ากันได้ดีแน่ๆ”

     

    นัยน์ตาเยือกเย็นดุจน้ำแข็งของเจียวอ้าวจับจ้องชายหนุ่มเบื้องหน้า หญิสาวหยิบบางสิ่งที่ถูกหุ้มด้วยผ้าราวกับสมบัติล้ำค่า ใต้ผ้าสีขาวนั้นปรากฏเม็ดขนาดเท่าไข่มุกหนึ่งเม็ด “นี่รางวัลการประลองประจำปี แกนพลังงานของอสูรระดับเชี่ยวชาญขั้นสูง” เจียวอ้าวเคลื่อนสมบัติชิ้นนี้เข้าหาเฟยอวี่

     

    ทันใดนั้น เฟยอวี่พลันเคลื่อนมันกลับมาหาเจียวอ้าว ชายหนุ่มเปิดกล่าวขึ้นด้วยสีหน้าเที่ยงธรรมว่า “ท่านเป็นผู้ชนะเลิศอย่างถูกต้องตามกฎประลอง รางวัลชิ้นนี้ย่อมตกเป็นของท่านโดยไร้ซึ่งข้อขาใดๆจากผู้คน”

     

    บนใบหน้าของหญิงสาวปรากฏความรู้สึกผิดลึกล้ำ นางถูกเขาช่วยเหลือไว้ ทุกผู้คนต่างเห็นพ้องต้องกันว่ารางวัลนั้นสมควรเป็นของบุรุษผู้นี้อย่างแท้จริง จวบจนกระทั่งวินาทีนี้ เขากลับพูดปัดรางวัลอันล้ำค่าให้นางอย่างไม่ลังเล

     

    “แต่ว่า สิทธิ์ในรางวัลนี้ควรเป็นของท่าน ข้ามิอาจรับน้ำใจที่มากมายในครั้งนี้ได้จริงๆ มันมากเกินไป…”

     

    หากไม่ใช่คนโง่หรือคนตาบอด ไม่ใช่เทพเซียนหรือราชันที่มากมายด้วยกองสมบัติ คนปกติต่างมองเห็นคุณค่าอันสูงส่งหาใดเปรียบของแกนพลังงานชิ้นนี้ได้ดี กระทั่ง ในแดนราชัน แกนพลังงานระดับเชี่ยวชาญขั้นสูงยังนับว่าเป็นที่ต้องการของตลาด แล้วทวีปมังกรแห่งนี้เล่า… เหล่าตระกูลใหญ่ล้วนปรารถนาที่จะทุ่มทรัพย์สมบัติเพื่อให้ได้มาซึ่งรางวัลในครั้งนี้!!

     

    “สิทธิ์อันใดกัน ในเมื่อท่านเป็นผู้ชนะเลิศ ท่านสิถึงเป็นคนถือครองสิทธิ์นั้นอย่างแท้จริง”

     

    เฟยอวี่ที่พูดบ่ายเบี่ยงขนาดนี้ เจียวอ้าวก็จนปัญญา นางจึงเอ่ยอ้างว่า “เอ่อ… ถึงได้มันมา ข้าก็มิอาจดูดซับมันได้ แกนพลังงานนี้เข้มข้นถึงระดับเชี่ยวชาญขั้นสูง มันจะเป็นอันตรายต่อร่างกายข้า ต่อให้ใช้วิธีค่อยๆดูดซับก็มิอาจทานรับปริมาณนั้นได้ไหวอยู่ดี”

     

    อย่างที่ทราบโดยทั่วกัน ผู้ฝึกตนนั้นสามารถดูดซับแกนพลังงานได้สูงสุดอยู่ที่เหนือกว่าในช่วงหนึ่งชั้นลมปราณ สำหรับเจียวอ้าว มันมีความต่างมากถึงสองช่วงชั้นลมปราณ นี่ไม่ต่างอันใดไปจากการฆ่าตัวตาย… เฟยอวี่ครุ่นคิดเล็กน้อยก่อนเอ่ยขึ้น “แต่ท่านเป็นคู่ของข้า ถ้าระดับพลังยุทธของเราทิ้งห่างกันมากเกินไป นั่นย่อมส่งผลต่อระดับภารกิจที่เราจะได้รับ มันรวมถึงความไว้เนื้อเชื่อใจของเจ้าสำนักและบรรดาผู้อาวุโสเช่นกัน”

     

    หางคิ้วของเจียวอ้าวพลันบิดกระตุก นางราวกับถูกหาว่าเป็นตัวถ่วง ซึ่งมันก็ใช่จริงๆ

     

    เฟยอวี่สัมผัสได้แจ่มชัดจากท่าทางของนาง ประหนึ่งว่าบนใบหน้าของเขาตอนนี้มีคำว่า “ตัวถ่วง” ขนาดใหญ่ประดับหน้า ชายหนุ่มพยายามปลอบประโลมนาง “งั้นเราก็มาบำเพ็ญเพียรคู่ ข้าจะคอยดูดซับพลังงานที่ทะลักล้น เพื่อให้ท่านดูดซับปราณได้อย่างเหมาะสมพอดี”

     

    “ดะ…ได้ บำเพ็ญคู่ เอ๊ะ? บำเพ็ญคู่…เอ๋!!” เจียวอ้าวราวกับสมองตอบสนองช้าไปจังหวะหนึ่ง การบำเพ็ญคู่ที่นางรู้จักคืออะไรอย่างว่าเท่านั้น การผสมผสานระหว่างหยินและหยาง ใบหน้าของหญิงสาวกลับกลายเป็นสีแดงระเรื่อ แม้นางจะเย่อหยิ่งทระนงปราศจากความหวั่นไหวใดต่อผู้คน ถึงกระนั้น นางไม่ได้มีภูมิคุ้มกันในเรื่องนี้

     

    เฟยอวี่กุมขมับ ชายหนุ่มทราบดีว่านางนั้นคิดเลยเถิดไปไกลแล้ว “ไม่ใช่ทำอะไรแบบที่ท่านคิด ก็แค่ท่านและข้านั่งใกล้กันแล้วก็เริ่มดูดซับมัน”

     

    “มีวิธีการพิสดารเช่นนั้นด้วย?” เจียวอ้าวไถ่ถาม นางอ่านหนังสือมาก็มาก แต่นั่นคงเทียบไม่ได้หากเปรียบกับอดีตคุณชายตระกูลซู เขาอ่านตำราทุกเล่มของตระกูลซูมาหมดสิ้น! แน่นอนว่าวิธีการนี้อันตรายอย่างมาก มันจึงถูกนำออกไปจากหนังสือใหม่ๆ ถ้าผู้ที่คอยช่วยดูดซับวัดปริมาณของปราณผิด นั่นหมายถึงชีวิตของอีกคน…

     

    ชายหนุ่มตัดสินใจที่จะไม่บอกผลกระทบอันเลวร้ายนี้ เขาต้องการให้เจียวอ้าวนั้นมีความมั่นใจ หากบอกผลกระทบที่เลวร้ายขั้นสุดไป นางคงปฏิเสธวิธีการนี้เป็นแน่…

     

    เจียวอ้าวนำแกนพลังงานนั้นเดินตรงมายังเตียงนอนขนาดใหญ่ หญิงสาวนั่งลงบนเตียงเรียบร้อย มองแกนพลังงานด้วยนัยน์ตาเปล่งประกายดุจดารา “เช่นนั้นก็ลงมือกันเถอะ” เจียวอ้าวยื่นฝ่ามือออกไป ฝ่ามือเรียวขาวราวหิมะลอยเหนือแกนพลังงานเล็กน้อย

     

    บุรุษหนุ่มหาได้เอื้อนเอ่ยวาจาใดต่อ เขาเดินลงมาจากเก้าอี้พลันยื่นฝ่ามือออกไป เฟยอวี่ผงกศีรษะเบาบางราวกับต้องการสื่อให้นางเริ่ม เจียวอ้าวปิดเปลือกตาลง นางเพ่งสมาธิกับการดูดซับแกนพลังงานเบื้องหน้า ทันใดนั้น ลมปราณอันมหาศาลพลันหลั่งไหลเข้ามาราวกับคลื่นสมุทรอันบ้าคลั่ง ภายใต้การช่วยเหลือของเฟยอวี่ ชายหนุ่มคอยดูดซับปราณและหลงเหลือปริมาณให้พอดีกับร่างกายของเจียวอ้าว

     

    เสียงปะทุดังขึ้น ปุ! เป็นฝ่ายของเจียวอ้าวที่ความเข้มข้นของลมปราณภายในร่างพุ่งทะยานสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ทุกครั้งที่ระดับพลังยุทธสูงขึ้น เปรียบประหนึ่ง บ่อน้ำที่มีความจุเพิ่มขึ้น แทบจะในทันทีที่ปริมาณน้ำมหาศาลเทลงบ่อน้ำจนเต็มอีกครั้ง ปุ! บ่อน้ำนั้นขยายขึ้นไปอีก…

     

    การดูดซับของหนึ่งอิสตรีหนึ่งบุรุษเป็นไปอย่างไม่ช้าไม่เร็ว เสียงปะทุอันเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความสำเร็จดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่ใช่เพียงแค่เจียวอ้าว แม้กระทั่งเฟยอวี่เองก็ทะลวงระดับขั้น ขนาดชายหนุ่มดูดซับปราณเล็กน้อยเท่านั้น มันยังมากพอจะทะลวงระดับ! หลังจากหนึ่งชั่วโมงผ่านไป แกนพลังงานระดับเชี่ยวชาญขั้นสูงล้วนถูกดูดซับโดยสมบูรณ์

     

    ชายหญิงทั้งสองค่อยๆเปิดตาขึ้นอย่างเชื่องช้า เฟยอวี่รู้สึกได้ถึงระดับพลังยุทธที่สูงขึ้นมาสามขั้น…ระดับเริ่มต้นขั้นเจ็ด นัยน์ตากลมโตของหญิงสาวขยายโตกว้างด้วยความตกตะลึงงัน จากระดับรากฐานขั้นหกสู่ระดับเริ่มต้นขั้นสี่… นี่มันเป็นความรวดเร็วในการพัฒนาที่น่ากลัวอย่างถึงที่สุด ความแข็งแกร่งที่แยกฟ้าผ่าปฐพี บนใบหน้าของหญิงสาวปรากฏรอยยิ้มเริงร่า

     

    รอยยิ้มนั้นมีเสน่ห์มากพอจะดึงเฟยอวี่ให้ตกสู่ห้วงภวังค์ลึก เจียวอ้าวราวกับเทพธิดาสรวงสวรรค์ผู้ใสซื่อบริสุทธิ์ นางหาได้ทราบไม่ว่ารอยยิ้มนี้สามารถคร่าชีวิตบุรุษได้ ด้วยความดีใจของหญิงสาว นางชูแขนขึ้นพร้อมกับเอนกายไปข้างหลังเล็กน้อย นางคงลืมไปว่ามีโซ่ตรวนที่รัดข้อมือไว้อยู่ การกระทำนี้ทำให้เฟยอวี่เสียการทรงตัว ผนวกกับเตียงนอนอันนุ่มฟู เพียงสัมผัสก็จมลงราวกับกองหิมะ เจียวอ้าวหงายหลังลง ทันใดนั้น เรือนร่างของบุรุษหนุ่มพลันร่วงหล่นตามลงมา

     

    เฟยอวี่ใช้สองแขนค้ำยันเตียงไว้ เสียงแกร๊กๆของโซ่ตรวนดังขึ้น นัยน์ตาอันคมกล้าประดุจคมเพชรของชายหนุ่มประสานกับแววตาอันเย่อหยิ่งของหญิงสาว ระยะห่างของใบหน้านั้นราวกับหนึ่งฝ่ามือกั้น เมื่อได้เชยชมความงดงามอย่างกระชั้นชิด ประดุจต้องมนต์สะกด กลิ่นตัวของนางหอมราวกับดอกไม้ ดวงตาสีทองคำของเจียวอ้าวมีความงามมากกว่าที่ตาเห็น เฟยอวี่มิอาจละสายตาไปจากภาพตรงหน้าได้ ส่วนดวงตาของเฟยอวี่คงองค์ประกอบภายในที่ละเอียดลึกซึ้ง เส้นสายมากมายในแววตาของเขาก่อเกิดแรงดึงดูดประหลาด หนึ่งสตรีหนึ่งบุรุษจ้องกันค้างได้ราวสิบลมหายใจ

     

    เป็นฝ่ายของเจียวอ้าวที่คืนสติกลับมาได้ หญิงสาวเบี่ยงศีรษะหลบด้วยสีหน้าเรียบสงบดุจผิวน้ำ ริมฝีปากชมพูเปี่ยมเสน่ห์เปิดขึ้น “เจ้าลุกขึ้นได้หรือยัง?”

     

    ถ้อยคำนั้นปลุกสติของเฟยอวี่ “อะ…เอ่อ” ชายหนุ่มลุกขึ้นจากเตียง ทำลายบรรยากาศพิศวารลงในทันที มันสังเกตเห็นได้อย่างแจ่มชัด เป็นฝ่ายของเฟยอวี่ที่สูญเสียความสุขุมไป ใบหน้าของเขาฉาบผ่านด้วยริบบิ้นแดงอยู่ขณะหนึ่ง เขาอดที่จะสงสัยไม่ได้ว่าแม่นางผู้นี้เขินอายเป็นกับคนอื่นหรือไม่? จวบจนกระทั่งเมื่อครู่ นางก็ไม่เผยท่าทางขวยเขินอันใดนอกจากความสงบ

     

    ต่อให้เฟยอวี่เคยผ่านพ้นสถานการณ์อย่างการจุมพิตมาก่อน แต่เขาไม่ได้โชกโชนพอที่จะคุ้นชินกับมัน ชายหนุ่มไม่สามารถข่มความตื่นตระหนกที่เกิดขึ้นในจิตใจ ยิ่งเป็นอิสตรีที่งดงามอย่างถึงที่สุด มันยิ่งเป็นไปไม่ได้… 

     

    “ข้าจะไปอาบน้ำ” เจียวอ้าวเคลื่อนกายลงจากเตียง หญิงสาวจ้องมองมาทางบุรุษที่ตัวแข็งทื่อราวกับก้อนหิน นางยกข้อมือขึ้น เสียงแกร๊กๆของโซ่ตรวนย้ำเตือนสติเขา

     

    เฟยอวี่เดินตรงตามหญิงสาวไปยังห้องอาบน้ำ นางเปิดประตูเข้าไปก่อนหันขวับมาทางเขา “ห้ามแอบมองเชียว! พอมีโซ่ตรวนแล้วประตูมันปิดไม่ได้”

     

    “ขะ…ข้าไม่มีทางทำเรื่องหยาบช้าแบบนั้น!” เฟยอวี่กล่าวรับปาก ทว่ากลับเป็นน้ำเสียงที่สั่นเครือ นี่ล้วนทำให้เจียวอ้าวขมวดคิ้วมุ่น “น้ำเสียงของเจ้าไม่หนักแน่นเลยนะ”

     

    “ข้าไม่แอบดูเจ้าแน่นอน!!” คราวนี้เป็นการรับปากที่หนักแน่น เจียวอ้าวสบตากับเขาราวสามลมหายใจ ก่อนหญิงสาวจะย่างกรายเข้าสู่ห้องน้ำโดยสมบูรณ์ บานประตูสี่เหลี่ยมนั้นแง้มไว้เล็กน้อยเพื่อให้เส้นโซ่ผ่านเข้ามาได้ ชายหนุ่มยืนเฝ้าที่หน้าประตูห้องน้ำ นี่ล้วนเป็นการฝืนสัญชาตญาณของบุรุษอย่างถึงที่สุด

     

    ไม่นานนัก สิ่งที่เฟยอวี่กังวลก็บังเกิดขึ้น ข้างในห้องน้ำนั้นเรียกได้ว่าหรูหราปราศจากข้อครหาใดๆ แม้ประตูจะถูกออกแบบมาไม่ใหญ่ ทว่า ภายในนั้นมีขนาดใหญ่พอสมควร มันมีอ่างน้ำสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่อยู่ใจกลางห้อง มันสามารถจุคนห้าคนให้ไปแช่น้ำในอ่างได้อย่างสบายๆ ในห้องน้ำนั้นไม่มีสมุนไพรใดเพื่อทำความสะอาดร่างกาย หรือขับเน้นให้เรือนร่างหอมหวนชวนดม แต่ระยะของโซ่ที่ไม่มากพอที่จะทำให้เจียวอ้าวแช่น้ำได้…

     

    “เข้ามาใกล้อีกนิด ความยาวโซ่มันไม่พอน่ะ”

     

    เฟยอวี่ที่ได้ยินดังนั้นก็เดินเข้าไปใกล้บานประตูที่แง้มออกมาเล็กน้อยได้ราวห้าช่วงก้าว “เพียงพอหรือไม่?”

     

    เสียงอันอ่อนโยนของอิสตรีตอบกลับ “อืม”

     

    เจียวอ้าวที่เข้ามาข้างในห้องน้ำ …จู่ๆ ภาพจำบนเตียงก็วาบผ่านเข้ามาในสมอง ใบหน้าน้ำนวลกลับกลายเป็นสีแดงระเรื่อลามไปถึงใบหู นางสามารถเมินเฉยต่อผู้คนทั่วหล้า เนื่องจากการสั่งสอนของเจียวหั่วที่เปรียบคนธรรมดาประหนึ่งมดปลวกไร้ค่า การสั่งสอนนี้ฝังรากลึกถึงกระดูกดำอันกอปรให้นิสัยของนางเป็นเย่อหยิ่งถือดี โชคดีนักที่นางไม่ได้หนักข้อระดับเดียวกันกับเจียวหั่ว แต่ทว่า หญิงสาวผู้เย็นชาในขณะนี้กลับเผยท่าทางเขินอาย…

     

    หญิงสาวเคลื่อนฝ่ามือสัมผัสบริเวณหน้าอก สุ้มเสียงของหัวใจนั้นเต้นกระหน่ำรุนแรง นางส่ายศีรษะเพื่อสลัดความคิดนี้ทิ้งไป ทันใดนั้นเองที่หญิงสาวเริ่มเคลื่อนฝ่ามือปลดเปลื้องผ้าแพรฟ้าขาวราวกับเกล็ดน้ำแข็งออก เผยเนินอกขาวราวหิมะกระเพื่อมขึ้นลง ในขณะนี้ เรือนร่างอันสมบูรณ์ของสตรีปราศจากเครื่องนุ่งห่มปิดบัง ใต้ผ้าแพรนั้นยังมีเสื้อชั้นในสองตัวที่ปกปิดพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ไว้ นางปล่อยอาภรณ์ เสียงผ้าแพรร่วงหล่นสู่พื้นดังขึ้นแผ่วเบา ถึงกระนั้น มันมากพอที่จะทำให้เฟยอวี่ได้ยินเสียง…

     

    ชายหนุ่มกลืนน้ำลายคำโต พร้อมกันนั้น เป็นจังหวะที่สมองทำงานอย่างชาญฉลาดราวกับได้เป็นมหาปราชญ์ในชั่วอึดใจ จินตนาการอันล้ำเลิศของบุรุษแล่นผ่านอย่างไม่อาจควบคุม เพลิงปรารถนาดุจเดรัจฉานลุกท่วมจิตใจ ความรู้สึกปั่นป่วนรัญจวนเข้าคุกคาม…

     

    เจียวอ้าวปลดสายชั้นในที่ผูกคล้องคอไว้อย่างชำนาญ เสียงเสื้อชั้นในร่วงหล่น เปิดเผยหนึ่งในสองพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์แก่โลกหล้า นางราวกับสตรีซ่อนรูป นี่เห็นได้ชัดว่าขนาดหน้าอกนั้นไม่สอดคล้องกับอายุของนางแม้แต่น้อย ร่างกายที่ราวกับสลักเสลาจากหยกเคลื่อนไหวเล็กน้อย เรือนร่างอันน่าหลงใหล เพรียวบางราวกับกิ่งหลิวต้องลม ยอดปทุมถันชมพูละเมียดงามยากทาบเทียม

     

    …นี่นางกำลังทรมานข้าชัดๆ !!