ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    เล่มที่ 2 บทที่ 54 ทวงคืนความยุติธรรม

            หลังจากที่หลิวซื่อได้รู้ถึงเรื่องราวที่ผ่านมานางไม่ได้สงสัยในความสามารถด้านวิชาแพทย์ของหลี่ชิงชิงเลยแม้แต่น้อยโทสะของหญิงชราพุ่งสูงถึงขีดสุด นางโกรธจนเกือบจะทะยานไปยังบ้านของสองแม่ลูกโจวทงกับไห่ซื่อและทำการทุบตีพวกเขาให้ตายเสียเดี๋ยวนั้น

            หวังเยวี่ยนึกถึงวันคืนอันแสนอัปยศอดสูและน่าอับอายในครอบครัวสกุลโจวหญิงสาวรู้สึกเสียใจในภายหลังจนถึงแก่น นางคุกเข่าลงแทบเท้าของหลิวซื่อ ก่อนจะร้องไห้ออกมาด้วยความรวดร้าว“ท่านแม่ ข้าผิดไปแล้ว ปีนั้นเป็นข้าที่ผิดเองเจ้าค่ะข้าไม่ควรไม่เชื่อฟังคำที่ท่านบอก ข้าไม่ควรแต่งให้โจวทง...”

            หัวใจของหลิวซื่อเจ็บปวดเหลือจะกล่าวนางคว้าตัวหวังเยวี่ยมากอดไว้ ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันเอ่ยพร้อมหยาดน้ำตาที่ร่วงหล่น“โจวทงผู้นี้ต่ำช้ายิ่งกว่าสัตว์ แม้แต่ล่อก็ยังมิอาจสู้เขาดูถูกหัวใจที่บริสุทธิ์และไร้เดียงสาของเจ้า หลอกลวงเจ้าซ้ำไปซ้ำมาและใช้เจ้าเป็นโล่กำบัง!

            ยายแก่ไห่ซื่อเองก็เช่นกันใจดำอำมหิตนักถึงได้กลั่นแกล้งเจ้าเช่นนี้เดิมทีพวกเขาก็ไม่เห็นเจ้าเป็นคนด้วยซ้ำ! แม่จะคืนความยุติธรรมให้เจ้าเอง เจ้าหย่ากับโจวทงเสีย!ไปหย่าวันนี้เลย!”

            “พี่สาวท่านดูสิเจ้าคะ ข้ารู้อยู่แล้วว่าท่านแม่ถนอมรักท่านมากที่สุดท่านแม่จะต้องทวงคืนความยุติธรรมให้แก่ท่านได้อย่างแน่นอนเจ้าค่ะ”หลี่ชิงชิงปรบมือให้หลิวซื่อในใจ หวังเยวี่ยมีมารดาที่ดีเช่นนี้ นับว่าเป็นผลบุญที่นางสั่งสมมาตั้งแต่ชาติปางก่อน

            หวังเยวี่ยร่ำไห้“ออกเรือนไปต้องเชื่อฟังสามี ต่อให้โจวทงจะไร้สมรรถภาพทางเพศ แต่คนในใต้หล้านี้ก็ยังคิดว่าคนที่ผิดคือข้าอยู่ดีมิใช่เขา ข้าคงมิอาจมีหน้าไปบอกคนอื่นว่าข้ายังเป็นหญิงแก่บริสุทธิ์แล้วข้าจะเอ่ยเรื่องหย่ากับเขาได้อย่างไร?”

            ในปีนั้นนางตกหลุมรักโจวทงตั้งแต่แรกพบต่อให้ที่บ้านจะคัดค้านเพียงใด นางก็ยังยืนกรานจะแต่งออกไปให้ได้ผู้ใดจะรู้ว่าหลังจากแต่งงาน วันคืนของนางจะผ่านไปอย่างทุกข์ทรมานยิ่ง

            โจวทงเรี่ยวแรงน้อยกว่าบุรุษทั่วๆไป งานบ้านที่ต้องออกแรงจึงเป็นนางที่รับผิดชอบทั้งสิ้นโจวทงทำงานด้านนอกได้เงินกลับมาก็ไม่เคยมอบให้นางแม้แต่แดงเดียวเดิมทีก็ไม่แม้แต่จะมองนางเป็นภรรยาของเขาด้วยซ้ำ

            หลังจากแต่งงานกันมาหลายปีโจวทงไม่เคยซื้อสิ่งของให้นางเลยสักชิ้น

            เสื้อผ้าที่นางสวมใส่ยามนี้ล้วนนำมาจากบ้านเดิมก่อนที่นางจะแต่งงานด้วยซ้ำ

            อย่างคราวนี้สกุลหวังสร้างเรือนอิฐสำเร็จและเชิญโจวทงมาร่วมงานเลี้ยงทว่าโจวทงกลับยืนกรานที่จะไม่มา ชายหนุ่มไม่คิดจะไว้หน้านางเลยสักนิด

            ส่วนไห่ซื่อยิ่งไม่ต้องพูดถึงตั้งแต่วันแรกที่นางแต่งเข้าบ้าน หญิงชราก็รังเกียจเป็นที่สุด ต่อให้นางจะกตัญญูเพียงใดไห่ซื่อก็ไม่เคยมอบสีหน้าดีๆ ให้นางเลยสักครั้งพอหงุดหงิดไม่ได้ดั่งใจก็เปิดปากด่ากราด ถึงขนาดเคยลงไม้ลงมือตีนางด้วยซ้ำ

            ญาติตระกูลโจวเห็นว่าทั้งโจวทงทั้งไห่ซื่อไม่ให้ค่านางพวกเขาก็ยิ่งรังแกนางทั้งในที่ลับและที่แจ้ง

            ความรักที่นางมีต่อโจวทงได้มลายหายในช่วงหลายปีที่ผ่านมาแล้ว

            นางเคยคิดถึงเรื่องการหย่าร้างทว่าทันทีที่คิดถึงมารดาของนางหลิวซื่อที่เคยถูกครอบครัวสกุลหลิวรังเกียจเพียงเพราะการหย่าร้างด้วยครอบครัวสกุลหลิวกลัวว่าเรื่องของหลิวซื่อจะส่งผลให้สตรีคนอื่นๆในตระกูลหลิวมิอาจหาสามีที่ดีได้ พวกเขาจึงไม่รับหลิวซื่อกลับไป สุดท้ายหลิวซื่อจึงทำได้เพียงตัดความสัมพันธ์กับครอบครัวสกุลหลิว...

            หลิวซื่อรีบร้อนเอ่ยว่า“ตราบใดที่เจ้าเชื่อฟังคำแม่ หย่ากับโจวทงเสีย เรื่องอื่นเจ้าไม่ต้องไปสนใจไม่ต้องกังวลอันใดอีก เจ้ามีทั้งพ่อ มีพี่ชาย มีคนในตระกูลมากมายเดิมทีก็ไม่จำเป็นให้เจ้าต้องออกหน้า เจ้าแค่รออยู่ในบ้านก็พอ”

            หวังเยวี่ยเคยคิดถึงเรื่องการออกจากบ้านสกุลโจวทว่าการกลับไปยังบ้านเดิมนั้น ทุกวันนี้สตรีที่หย่าร้างมักจะสร้างผลกระทบต่อสตรีคนอื่นในตระกูลที่ต้องเจรจาเรื่องออกเรือนโดยเฉพาะอย่างยิ่งสตรีในบ้านเดิมของตน นางร่ำไห้พลางเอ่ยถามว่า “หากข้าหย่าร้างแล้วน้องสาวหลานสาวทั้งสาม และสตรีคนอื่นๆ ในตระกูลจะยังพูดคุยเรื่องการแต่งงานได้อย่างไรเจ้าคะ?”

            “ยามนี้เจ้าควรเป็นห่วงเรื่องของตนเองก่อนเจ้าไปหย่ากับโจวทงเสีย หลังจากนั้นก็หาตระกูลดีๆ แล้วออกเรือนครั้งใหม่ รอกระทั่งเจ้าเริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้งยามนั้นผู้ใดจะไปสนว่าเจ้าเคยหย่ามาก่อนกันเล่า?” หลิวซื่อเอ่ยอีกครั้งว่า“เจ้าดูแม่ที่แต่งงานใหม่สิ วันคืนผันผ่านเป็นอย่างไรอีกทั้งสภาพยามที่ข้าต้องแต่งใหม่ยังมิสู้เจ้าในยามนี้ด้วยซ้ำ”

            หลิวซื่อรู้แก่ใจและเข้าใจว่าการหย่าร้างของหวังเยวี่ยย่อมส่งผลกระทบต่อสตรีในครอบครัวสกุลหวังรวมถึงสตรีคนอื่นๆ ในหมู่บ้านสกุลหวังด้วยทว่านางก็มิอาจยืนมองหวังเยวี่ยทุกข์ทรมานจนตายไปเฉยๆ ได้เช่นกัน

            “พี่สาวเชื่อฟังคำของท่านแม่ และทำตามที่ท่านแม่บอกเถิดเจ้าค่ะ”หลี่ชิงชิงตั้งใจจะให้เวลาสองแม่ลูก จึงได้เดินออกไปจากห้องนอนทันทีที่ผ่านพ้นบานประตู นางก็เห็นผู้เฒ่าหวังที่ยืนอยู่ไม่ไกลสีหน้าของชายชราอาบย้อมไปด้วยความสับสน นางเอ่ยว่า “ท่านพ่อ ได้ยินทั้งหมดแล้วหรือเจ้าคะ?”

            เสียงของหลิวซื่อดังก้องขนาดนั้นต่อให้ปิดประตูแล้วยืนในลานเรือนก็ยังได้ยินชัดเต็มสองรูหู

            ผู้เฒ่าหวังถอนหายใจยาวครอบครัวเพิ่งจะสร้างเรือนอิฐได้สำเร็จ บรรยากาศกำลังอบอวลไปด้วยกลิ่นอายความมั่งคั่งรุ่งเรืองทว่าบุตรสาวที่ออกเรือนไปแล้วกลับมีเรื่องให้ต้องหย่าร้าง

            แม้ว่าหวังเยวี่ยจะเป็นลูกติดของหลิวซื่อทว่านางอายุยังไม่ถึงสองขวบก็ถูกย้ายเข้าบ้านสกุลหวังและเริ่มเรียกขานเขาว่าท่านพ่อแล้ว

            ผู้เฒ่าหวังปฏิบัติต่อหวังเยวี่ยเสมือนนางเป็นบุตรสาวแท้ๆของเขาเอง

            ยามที่หวังเยวี่ยออกเรือนสินเดิมที่ผู้เฒ่าหวังมอบให้เป็นเงินถึงสามตำลึง และยังไม่รวมเครื่องนอนและเสื้อผ้าด้วยซ้ำ

            ผู้เฒ่าหวังกำลังคิดจะถามหลี่ชิงชิงว่าตกลงแล้วเกิดอะไรขึ้นกันแน่ด้านในห้องนอนก็แว่วเสียงเร่งเร้าของหลิวซื่อดังขึ้น “ตาแก่ เข้ามาเร็วเข้า!”

            ผ่านไปชั่วครู่หวังจื้อพี่น้องก็กลับมาจากในเมืองพร้อมความตื่นเต้นเบิกบานใจ ทว่ายังไม่ทันได้ขนส่วนผสมที่ใช้ทำซาลาเปาทั้งแป้ง เนื้อหมู และเครื่องปรุงรสลงมา ก็ถูกหลิวซื่อเรียกให้เข้าไปปรึกษาหารือเรื่องการหย่าร้างระหว่างหวังเยวี่ยและโจวทงเสียก่อน

            ด้านหนึ่ง ตระกูลหวังเกลียดจนแทบจะเลาะกระดูกโจวทงออกมาแล้วอีกด้านหนึ่งทางฝั่งสกุลโจว ไห่ซื่อก็กำลังก่นด่าหวังเยวี่ยด้วยสีหน้าบูดบึ้งให้โจวทงที่เพิ่งกลับมาจากการทำงานไม้ด้านนอกฟัง

            “นางสตรีไร้ยางอายหน้าตาน่าเกลียดแล้วยังมิอาจตั้งครรภ์มีลูกได้อีกเสียเวลาเสียข้าวเสียน้ำเลี้ยงดูมากี่ปีแล้ว แม้แต่บุตรสักคนก็ยังไม่มีให้

            หากเป็นคนอื่นคงหย่าร้างไปตั้งนานแล้วมีเพียงข้าที่จิตใจดีงาม ปล่อยให้นางอยู่ต่อปีแล้วปีเล่า

            ทว่าทั้งๆที่ข้าจิตใจดีเช่นนี้ นางสตรีไร้ยางอายหัวใจไร้เลือดเนื้อคนนั้นยังไม่ยอมรับน้ำใจด้วยคำขอบคุณนางไม่แม้แต่จะกตัญญูต่อข้าเลยสักนิด

            เจ้าดูนางสิ กลับบ้านเดิมหนึ่งครั้งก็ใช้เวลาเสียนานโขอีกทั้งยังนำของกลับไปมากมาย นางได้ลองไตร่ตรองดูสักนิดหรือไม่ว่า ยามนี้นางกินนางดื่มนางอาศัยอยู่ที่บ้านของผู้ใด?

            ทำตามที่ข้าบอกเจ้ายังจะต้องรับอนุภรรยาอะไรอีก แค่หย่ากับนางสตรีไร้ยางอายผู้นั้นเสีย แล้วแต่งลูกสะใภ้คนใหม่ให้ข้า

            ด้วยเงื่อนไขของครอบครัวเราและรูปร่างหน้าตาของเจ้าบุตรชายของข้า ต่อให้ไม่มีเรือนอิฐ แต่เราก็มีบรรพบุรุษที่เก่งกาจด้านงานฝีมือดีกว่าพวกทำไร่ทำนาหรือคนค้าขายเหล่านั้นมากมาย มีสตรีใดบ้างที่บ้านเราต้องการแล้วจะหามาไม่ได้เฮอะ มีแต่จะมีสตรีงดงามบริสุทธิ์มากมายที่อยากแต่งเข้าตระกูลของเรา!”

            ไห่ซื่อถูกหวังเยวี่ยปรนนิบัติจนเคยตัวนางกลายเป็นคนใจจืดใจดำที่แม้แต่ขวดน้ำมันตกก็ยังยืนอยู่เฉยๆ ไม่ช่วยเก็บ ความสัมพันธ์ของไห่ซื่อกับตระกูลโจวยิ่งนับว่าธรรมดาสามัญไม่มีที่ใดให้เอาเปรียบกัน

            สองสามวันที่ผ่านมานี้หวังเยวี่ยกลับไปเยี่ยมบ้านเดิมในบ้านไม่มีคนทำงานบ้านไม่มีคนทำอาหาร ไห่ซื่อต้องทำอาหารเองมื้อหนึ่งก็ทำเผื่อมื้ออื่นๆ และแต่ละมื้อก็กินของที่เหลือไปเช่นนั้นในบ้านไม่มีคนทำความสะอาด เสื้อผ้าไม่มีคนซัก กระโถนที่ใช้ตอนกลางคืนก็ไม่มีคนคว่ำล้างวันเวลาผ่านไปอย่างยากลำบากยิ่ง

            สีหน้าของโจวทงอ่อนล้าเขาฟังไห่ซื่อที่ด่าหวังเยวี่ยอย่างเต็มที่ แต่กลับไม่คิดจะเทน้ำสักชามให้บุตรชายที่เหนื่อยล้าจากการทำงานด้านนอกได้ดื่มเลย

            ก่อนที่หวังเยวี่ยจะแต่งเข้ามาไห่ซื่อนั้นก็ชื่นชอบการด่าคนเช่นนี้อยู่แล้ว ทว่านางกลับใส่ใจและรักใคร่โจวทงที่เป็นบุตรชายยิ่งนัก

            ทว่าหลังจากหวังเยวี่ยแต่งเข้ามานางก็เป็นคนที่ปรนนิบัติไห่ซื่อและโจวทงไห่ซื่อรู้สึกว่าตนได้เลื่อนระดับเป็นแม่สามี ยามนี้จึงทำเพียงดื่มด่ำกับความสะดวกสบายไม่สนใจจะดูแลโจวทงแม้แต่ohvp

            “หากวันนี้นางสตรีไร้ยางอายไม่กลับมาเจ้าก็หย่าแล้วแต่งงานใหม่เสีย!” ไห่ซื่อเอ่ยเรื่องหย่าร้างหวังเยวี่ยจนชินปากแล้ว

            “ไม่หย่าหากหย่าแล้วที่ดินในบ้านจะให้ผู้ใดเป็นคนเพาะปลูกเป็นคนดูแลงานในบ้านจะให้ผู้ใดเป็นคนทำเล่าขอรับ?” ยามที่โจวทงอายุได้สิบปี เขาก็พบว่าหนอนน้อยของตนเล็กกว่าสหายรุ่นราวคราวเดียวกันยิ่งนักเหล่าสหายของเขายามตื่นนอน หนอนน้อยก็จะขยายใหญ่ ทว่าเขากลับไม่เป็นเช่นนั้น

            นับว่าโจวทงเฉลียวฉลาดเขาไม่บอกเรื่องนี้กับใครทั้งสิ้น รอกระทั่งผ่านการเรียนรู้งานฝีมือสามปีสำเร็จเขาก็ออกไปทำงานอิสระเพื่อหาเงินในฐานะช่างไม้ ครานั้นเขาแอบเดินทางไปยังสถานที่ห่างไกลถึงร้อยลี้เพื่อให้หมอสองสามคนตรวจดู

            บรรดาหมอเหล่านั้นบอกว่าส่วนล่างของเขาไม่มีการพัฒนา ร่างกายไร้สมรรถภาพ มิใช่บุรุษอกสามศอกมิอาจทำให้สตรีคนใดตั้งท้องได้

            ยามนั้นเขาหวาดกลัวเป็นอย่างยิ่งกลัวว่าคนอื่นจะรู้เรื่องนี้ ต่อให้ไปที่ใดก็จะต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวไปชั่วชีวิต

    คล้ายกับเรื่องข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ] ที่คุณอ่าน

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    [จบแล้ว] คุณหนูสี่ สตรีเปื้อนเลือด

    นิยาย รัก
    324K 1320
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    หลินเว่ยเว่ยสาวน้อยจอมพลัง (นิยายแปล)***จบแล้ว***

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    355K 668