พรหมรัก พรหมลวง…
“แม่ ขอตังค์ 200 ดิ” สาวสวยวัย 19 ปี ประจำเกาะสีคราม นามว่ามาลินีแบมือขอเงินมารดาั้แ่เช้า
“200 กับผีมึงสิอีมิว ไม่มีโว้ยพายุเข้ามึงไม่เห็นเหรอ กูมีเงินติดตัวแค่ 120 บาทยังไม่พอค่าข้าว ค่าแกงเลย” แล้วนางมาลีจะเอาเงินที่ไหนมอบให้ลูกสาวคนเดียวได้
“เอาว่ะ 120 ก็เอาแม่ก็ลองไปขอพ่อเสริมสิ พ่อเสริมน่าจะมีเงินบ้างล่ะน่า”
“พี่เสริมจะไปเอาเงินมาจากไหน?” งานการก็ไม่มีทำเพราะถูกไล่ออกจากงานเมื่อ 2 เดือนก่อนความเป็อยู่ยิ่งลำบากกันไปหมดทั้งครอบครัว สามีใหม่วัย 48 ปีของนางชื่อว่านายเสริมเมฆสีคราม เพื่อนบ้านที่เคยเห็นหน้าค่าตามาั้แ่เด็กๆมาลีและเสริมเพิ่งจะผูกข้อมือ ข้อไม้เป็ผัวเมียกันเมื่อ 3 ปีที่แล้วนางนั้นสามีเก่าทิ้งไป ส่วนฝ่ายชายเมียเก่าก็เสียชีวิตลงเพราะมีอาการเืคลั่งในสมอง
“ก็ฉันเห็นพ่อเสริมนั่งกินเหล้ากับแกล้มนี่เต็มโต๊ะเมื่อวานตอนเย็น จะไม่มีเงินได้ไงล่ะแม่ก็” พูดแล้วก็ไม่สนใจ รีบคว้ากระเป๋าสตังค์ใบจิ๋วของมารดา ล้วงเอาธนบัตรสีแดงสีเขียวไปทันที
“เห้ย อีมิว อีลูกชั่ว เอาของกูไม่หมดเลย” มาลีถอดถอนใจ มีลูกคนเดียวก็ไม่ได้ดั่งใจ พึ่งพาอะไรไม่ได้หนังสือหนังหาก็ไม่ร่ำเรียน มิหน่ำซ้ำงานการอะไรก็ไม่ทำสักอย่าง
มาลินี กิน นอน เที่ยวคำนิยามของลูกเทวดามีแค่นั้นจริงๆ
“โอ้ยยย ปวดหัวโว้ย นังมาลีมีอะไรกินบ้าง?” ถัดจากลูกก็เป็ผัวเทวดาของหล่อน...นายเสริม
“มีข้าวต้มกุ้ยกับไข่เค็มอยู่ในตู้กับข้าวพี่”
“มีแค่เนี่ยน่ะ อะไรกันว่ะนังมาลี” ข้าวกับไข่เค็มอีกแล้วเหรอ กินเมนูซ้ำๆมา 2 วันแล้วใครจะไปทนได้
“ก็บ้านเราไม่มีเงิน จะมีกับข้าวดีๆได้ไงล่ะพี่”มีนางคนเดียวที่ทำงานรับจ้างทำปลา งานแม่บ้านบ้างวันไหนไม่มีงานเลย...เท่ากับว่าวันนั้นไม่มีรายได้
“บ่นจริงๆ เอาไป” สามียื่นธนบัตรมาให้
“พี่เสริม...” น้ำเสียงภรรยาวัย46 ปีมีแต่ความดีใจ นางมาลีตาลุกวาวยิ้มรับธนบัตรสีม่วงอย่างเปรมปรีดา
“ให้เอาไปซื้อกับข้าวมากินนะเว้ยอย่าเอาเงินไปซื้อเสื้อผ้า ไปเสริมสวยอีกล่ะ” ซื้อจริงๆซื้อได้ทุกอาทิตย์ ทั้งๆที่เงินซื้อข้าวกรอกหม้อแทบไม่มีอยู่แล้ว
“รู้แล้วน่า ว่าแต่พี่เอาเงินมาจากไหน?” คู่ชีวิตล่ะอยากรู้จริงๆ
“ไอ้นางให้มาเมื่อวาน” เสริมอยู่บ้านก็รู้สึกเบื่อๆจึงตัดสินใจกลับบ้านเก่าไปเยี่ยมลูกสาวแท้ๆที่อาศัยกระท่อมเล็กๆอยู่คนเดียวท้ายเกาะแค่มันเห็นหน้าพ่อของมันในรอบหลายเดือนซูบผอมลงไปมากนังเด็กกตัญญูกตเวทีนั่นก็ควักแบงค์ใหญ่ 2 ใบส่งให้บิดาเพียงคนเดียวทันทีหลังจากนั้นก็ค่อยๆถามไถ่สารทุกข์สุกดิบตามประสาพ่อลูกที่ไม่ได้อยู่ด้วยกัน
“แหม่ๆ อีนางมันใจดีเหลือเกินน่ะ” นางมาลีไม่ชอบให้สามีของตัวเองไปยุ่งเกี่ยวกับยัยเด็กคนนั้นเลยแม้จะรู้ดีว่าเขาเป็พ่อลูกกันก็เถอะ เพราะเหตุนี้นายเสริมที่แต่งงานใหม่จึงต้องย้ายมาอยู่บ้านใหม่ตามลำพังมาลีและมาลินีไม่ยอมให้นาลิน ลูกติดของนายเสริมมาอยู่ร่วมชายคาเดียวกันเด็ดขาด
“อ้าว! ก็กูเป็พ่อมันนี่หว่า” เป็พ่อ เป็ญาติเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่บนโลกใบนี้สำหรับนางสาวนาลินเมฆสีคราม วัย 19 ปีนั่นเอง
“นางเอ๊ย นาง” หญิงสูงวัยะโเรียกโหวกเหวกอยู่หน้ากระท่อมหลังน้อยชิดเนินหินขลุขละริมชายหาด
“จ๋ายาย” ผู้อยู่อาศัยหนึ่งเดียวที่นี่ขานรับด้วยความคุ้นชินยายมะลิและตาผ่องคือผู้มีบุญคุณของเธอเ้าของที่ดินผืนนี้ที่เธออาศัยอยู่มาั้แ่เกิด
“เดี๋ยวเช้านี้ข้าจะให้เอ็งไปช่วยตาผ่องมันทำความสะอาดบ้านหลังใหญ่นะคุณๆเขาจะมาพักผ่อนกันเย็นนี้แล้ว”
“จ๊ะยาย” นาลินจดจำได้ดี่นี้ของทุกๆปี เ้านายที่อยู่กรุงเทพมักจะพาครอบครัวมาพักผ่อนเสมอ
“แล้วเื่อาหารต้องดูแลเหมือนเดิมหรือเปล่าจ๊ะยาย?”เมื่อก่อนสาวน้อยช่วยมารดาและยายมะลิอยู่ทุกปีเพิ่งจะปีก่อนๆที่ต้องรับผิดชอบคนเดียวเนื่องจากมารดาเสียชีวิตส่วนยายมะลินั้นก็อายุเยอะเต็มที อย่าว่าแต่ทำงานเลย ลำพังแค่เดินเหินก็ลำบากแล้ว
“ไม่ต้องนางครั้งนี้คุณอัฐเธอจะพาเพื่อนๆมาปาร์ตี้กัน พวกอาหารเครื่องดื่มก็จ้างโรงแรมบนฝั่งทั้งหมดจัดการดูแลเอ็งแค่ไปทำความสะอาดให้เรียบร้อย ส่วนตอนพวกเขากลับก็ค่อยไปดูอีกทีนึงเอานี่ค่าจ้างของวันนี้รับไปสิ” นางมะลิยื่นธนบัตรสีม่วงส่งมาให้หากเป็งานของเ้านายทางกรุงเทพเธอมักได้เงินจำนวนมากเช่นนี้เสมอ 500 บาทกับการปัดกวาดเช็ดถู ซักเครื่องนอนของบ้านพักตากอากาศชิดริมทะเลที่อยู่ห่างออกไปสุดลูกตาถือว่าคุ้มค่าเหนื่อยเลยทีเดียว
ปืออออออออ ปืออออออออออเสียงเครื่องยนต์บังคับฝ่าคลื่นมาทั้งเร็วและแรงตามแต่ใจของคนบังคับพวงมาลัย
“กูยังไม่อยากตายนะเว้ยไอ้ห่าบรู๊ค เมียก็ยังไม่มี”อัฐกรนั่งเกร็งบนสปีดโบทแต่ดูเหมือนคำพูดของเขาจะไม่กระทบหูของเพื่อนสนิทได้เลย
“ก็ใครใช้ให้มึงเสือกชวนลิต้ามาด้วยว่ะมึงก็รู้ว่างานนี้กูให้ความสำคัญขนาดไหน?” งานปาร์ตี้บนเกาะสุราชั้นยอด นารีชั้นเยี่ยมแต่ไอ้เพื่อนบ้ายังส่งเทียบเชิญไปให้ชาลิตาคู่หมั้นคนสวยของเขามาด้วยเสียนี่
แล้วมันจะไปสนุกได้อย่างไงนอกจากเป็ปาร์ตี้ใหญ่แล้วงานนี้ยังถือว่าเป็งานเลี้ยงปลอบใจตัวเขาเองที่ต้องก้าวเข้าไปรับตำแหน่งสำคัญในบริษัทอีกชีวิตที่กำลังสนุกสุดเหวี่ยงกำลังจะหายไป เข้าโหมดการทำงานอย่างจริงจัง
“เฮ้อ กูเซ็ง” บดีศวรเซ็งจัดปลัดบอกจริงๆเ้าของบ้านพักตากอากาศอย่างอัฐกรยิ้มแห้งๆกลับไป
“ก็กูคิดว่ามึงน่าจะอยากให้คู่หมั้นมาอยู่ใกล้ๆนี่หว่าก็เลยเชิญยัยนั่นมาด้วยโดยไม่ได้ถามก่อน ลิต้ามาแกไม่ดีใจเหรอว่ะเพื่อน...อีกไม่กี่เดือนก็จะเลื่อนตำแหน่งมาเป็เมียตามกฎหมายมึงแล้วน่ะไอ้บรู๊ค”ไอ้นี่ก็แปลก ก็เห็นตัวชอบติดกันอย่างกะตังเม ขยันควงกันไปกินข้าวดูหนัง ออกสื่อชิบหาย แต่พอเขาชวนมาที่นี่ด้วยกันหน่อย...ทำหน้าเหมือนจะตาย
“แล้วมึงคิดว่ากูดีใจมั้ยล่ะ?” อีกไม่ถึงเดือน 6 ตระกูลใหญ่จะต้องเกี่ยวดองกันก็จริงบดีศวรก็ยอมรับได้ที่จะต้องแต่งงานกับชาลิตาคู่หมั้นของเขาแต่่เวลาที่ยังมาไม่ถึงนี่สิ...ขอใช้ชีวิตให้มันสุดเหวี่ยงหน่อยไม่ได้เหรอว่ะ
ยังคิดไม่ออกเลยเนี่ย...ถ้าต้องเรียนรู้งานที่บริษัทไปด้วยแล้วไหนจะต้องแต่งงานมีครอบครัวอีก
คนหล่อเซ็ง
“งั้นมึงรีบขับเลยเพื่อนเดี๋ยวกูดื่มเป็เพื่อนย้อมใจ” อัฐกรชักเริ่มจะเป็ห่วงเพื่อนแล้วเหมือนกันเขาเองยังมีชีวิตอิสระ ไร้พันธะที่ไหน รู้ดีว่าชีวิตของชายไทยวัย 27 ปีมันลั้นล้า...สนุกจะตาย
“คุณอัฐสวัสดีครับ” ชายชราผมขาวแต่ยังกระชับกระแชงวิ่งเข้ามาต้อนรับนายน้อยของบ้านตาผ่องและภรรยารับใช้คุณท่านผู้ชาย ท่านผู้หญิงมาั้แ่วัยหนุ่มสาวอยู่บนเกาะสีคราม คอยดูแลบ้านพักตากอากาศให้เรียบร้อยสวยงามตลอด 50 ปี
“ตาผ่อง เรียบร้อยดีใช่ไหมครับ?” อัฐกรพอคุ้นเคยกับลูกน้องของมารดาอยู่บ้าง แม้เขาจะไม่ได้มาที่นี่บ่อยเท่าไรก็ตามที
“เรียบร้อยตามที่สั่งไว้ทุกอย่างครับคนของทางโรงแรมก็นำอาหาร เครื่องดื่มเตรียมเอาไว้แล้ว” รายงานความคืบหน้า
“ดีครับ นี่เป็น้ำใจเล็กๆ”
“ขอบคุณมากครับคุณอัฐ” ชายชรายกมือไหว้ท่วมหัวก่อนจะมองเ้านายและแขกสำคัญก้าวเข้าไปในบ้าน
“นาง นางเอ๊ย” ร้องเรียกเมื่อเห็นเด็กสาวก้าวออกมาจากทางหลังบ้านพอดี
“จ๋าตา” นาลินขานเสียงเพราะ ในมือมีอุปกรณ์ทำความสะอาดมากมาย
“เสร็จเรียบร้อยแล้วใช่มั้ย?”
“จ๊ะตา” ทุกอย่างดูใหม่เอี่ยมห้องนั่งเล่น ห้องครัว ห้องนอน ตลอดยันห้องน้ำ
“เออดี เอานี่รับเงินไป” ธนบัตรใหญ่อีกใบถูกส่งต่อมาให้หญิงสาว
“เงินอะไรจ๊ะ เมื่อเช้ายายก็ให้นางมาแล้ว”
“รับไปเถอะ คุณเขาให้ข้ามา เอ็งก็แบ่งไปด้วยทำงานไม่ได้พักผ่อนทั้งวันแล้ว” ถ้าไม่ได้เด็กสาวคนนี้ตาผ่องก็คงทำความสะอาดคนเดียวไม่ไหว
“ขอบคุณจ๊ะ” นาลินไหว้ผู้มีพระคุณตัวโยน
“แล้วพรุ่งนี้สัก่บ่ายๆก็มาช่วยข้าเก็บกวาดเหมือนเดิมนะ พวกเรากลับบ้านกันได้แล้ว คุณๆเขา้าความสงบ”
“เ้านายมาแล้วเหรอตา?” เพราะเธอยังไม่เห็นใครเลยน่ะสิ
“คุณอัฐกับเพื่อนอีกคนมาแล้วส่วนคนอื่นเดี๋ยวคงตามมานั่นแหละ” เมื่อเธอพยักหน้าเข้าใจทั้งคู่กับเดินกลับไปพักผ่อนยังบ้านพักของตน
“เด็กสาวคนนั้นใครว่ะ?” บดีศวรถามเพื่อน
“กูไม่รู้จักว่ะ ลูกหลานตาผ่องล่ะมั้งไม่ก็ลูกชาวบ้านแถวนี้”อัฐกรตอบ ไม่แม้แต่จะมองตาม
“อ่อเหรอ?” บดีศวรยังคงจับจ้องมองสาวน้อยร่างบางอย่างไม่วางตา
“ไง มึงสนใจเหรอว่ะไอ้บรู๊ค?” อัฐกรจ้องจับผิดเพื่อนไม่ห่าง
“เฮ้ย! นี่กระผมนายบดีศวรพงษ์ไพบูลย์เกียรตินะครับเพื่อน” อย่างเขาน่ะเหรอจะสนใจเด็กชาวบ้านธรรมดาแบบนั้นลดตัวไปมองก็ขยะแขยงเต็มทน พวกคนจนคงเหม็นสาบไม่น่าอภิรมย์แต่ถ้าเป็น้องๆพริตตี้เบอร์ต้นๆของเมืองไทยคืนนี้นะสิ...ไม่แน่
บดีศวรต้องหาโอกาสลับหลังคู่หมั้นสาวสักหน่อยเเล้ว...ไม่งั้น
เสียดายเเย่เลย
การทำงานทั้งวันของวันนี้ได้เงินตอบแทนมามากถึง1,500 บาทก็จริงแต่นาลินยังใช้ชีวิตตามปกตินั่นก็คือทานข้าวกับปลากระป๋องที่เหลือจากเมื่อเช้าและปลาแห้งตกเกรดที่ชาวบ้านแถบนี้แบ่งมาให้ครั้นไปช่วยพวกเขาทำปลาแห้งส่งขายเป็สินค้าโอท๊อป
กระท่อมที่อยู่มาั้แ่เกิดเป็กระท่อมยกสูงหนีแนวคลื่นให้่มรสุมมีเนินหินขนาดใหญ่เสมือนเป็ูเาขนาดย่อมคอยกันแสงแดดกลางวัน กันคลื่นลมกลางคืนที่นี่อากาศดีจนไม่ต้องใช้พัดลมเลยด้วยซ้ำ
“นาง นางอยู่บ้านหรือเปล่าลูก?” เสียงดังของบิดาดังมาจากด้านนอกตอนที่นาลินอาบน้ำแต่งกายเสร็จพร้อมเข้านอนแต่หัวค่ำวันนี้เธอเหนื่อยเมื่อยล้าเต็มที
“อยู่ค่ะพ่อ” ลูกสาวเปิดประตูออกให้พ่อได้ก้าวเข้ามาด้านใน
“พ่อเอาเสื้อผ้าสวยๆมาให้น่ะ” เสื้อผ้าเก่าของมาลินีแทบทั้งสิ้นแต่มันดูใหม่เอี่ยมเพราะผู้เป็เ้าของใส่ได้ครั้ง 2 ครั้งเท่านั้นก็ไม่สนใจ
“ขอบคุณค่ะพ่อ” นาลินเก็บถุงผ้าเอาไว้ใกล้ๆฟูกนอนคิดว่าอีกเดี๋ยวบิดาคงจะกลับ
แต่ไม่ใช่เลย
“นาง”
“ขาพ่อ”
“พ่อขอยืมเงินนางหน่อยสิลูกนางก็รู้ว่า่นี้พ่อตกงานไม่มีรายได้อะไรเลย”
“แต่นางเพิ่งจะให้เงินพ่อไปเมื่อวาน 2,000 นี่คะ” เงินจำนวนนั้นเธอหามาทั้งอาทิตย์เชียวน่ะ
“ก็นังมาลีกับนางลูกสาวน่ะสิขโมยของพ่อไปเกลี้ยงกระเป๋า ดูสิทั้งเนื้อทั้งตัวของพ่อมีเงินอยู่แค่ 15 บาทแล้วลูก” สิ่งที่เสริมพูดมาทั้งหมดเป็ความจริงร้อยเปอร์เซ็นต์สองแม่ลูกนั้นพอเห็นเขามีเงินเข้าหน่อยก็มาขูดรีด ขโมยไปหมด
“ถ้าอย่างนั้นนางให้พ่อใช้จ่ายเป็รายวันดีมั้ยจ้ะพ่อจะได้ไม่ถูกขโมยเงินอีก” นาลินพยายามช่วยหาทางออก
“ดีลูก ขอบใจมากลูก นางของพ่อกตัญญูกตเวทีพ่อขอให้นางเจริญๆ อยู่ดีมีสุขนะลูกนะ พ่อสัญญาจะหางานใหม่ให้ได้เร็วๆจะได้ไม่เป็ภาระของนางอีก” มีลูกกับเขาคนเดียวนายเสริมรู้สึกโชคดียิ่งหนัก นาลินเป็ยิ่งกว่าอภิชาตบุตรไม่เคยทำเื่ให้เขาเดือดเนื้อร้อนใจ ช่วยเหลือทำงานบ้านไม่ขาดตกบกพร่อง...เหมือนแม่ของลูกไม่มีผิด
เป็ตัวเขาเองแต่งงานใหม่ตัดช่องน้อยแต่พอตัว หนีไปมีความสุข ความสบายอยู่คนเดียวทิ้งให้ลูกน้อยต้องใช้ชีวิตตามลำพังั้แ่อายุ 15-16 ยามเขามีก็ไม่ค่อยได้คิดถึงลูกสาวคนนี้สักเท่าไรแต่พอยามตกทุกข์ได้ยากคราใด...ก็ลูกสาวแท้ๆคนนี้แหละ...ที่ไม่เคยทอดทิ้งพ่อของมันเลย
“พ่ออยากได้วันละเท่าไร่ล่ะคะ?” นาลินต้องถามเพราะไม่ได้อยู่อาศัยกับบิดามานานมากแล้วจึงไม่รู้ว่าท่านมีค่าใช้จ่ายมากน้อยเพียงใดในแต่ละวัน ส่วนตัวเธอเองนั่นแทบจะไม่มีรายจ่ายอะไรเลย
“วันละ100ลูก วันละ100 ก็พอ” มีความเกรงใจอยู่ในตัวลูกสาวของเสริมเพิ่งจะอายุ 18-19 แต่ว่าแต่ละวันทำงานตัวเป็เกลียวหัวเป็นอต งานเบา งานหนักนาลินไม่เคยเกี่ยงขอแค่ได้เงินและเป็งานสุจริตก็ทำทั้งหมดนั่นแหละ
“นี่จ๊ะพ่อ” สาวน้อยพอรับได้ทำงานหนึ่งวันขั้นต่ำก็พอได้เงิน 150-200 บาทแต่ส่วนใหญ่ถ้าขยันหน่อยก็ได้มากกว่า 200 ตลอดแบ่งให้บิดาใช้กึ่งหนึ่งยามที่ท่านลำบากก็ยังพอเหลือเงินเก็บอยู่บ้างเหลือกันแค่สองคนพ่อลูกแล้ว ยังไงเธอก็ต้องตอบแทนท่านให้ถึงที่สุด
“ขอบใจน่ะนางลูก พ่อกลับบ้านก่อนล่ะนี่ก็ค่ำมืดแล้วนางจะได้พักผ่อน” เมื่อได้สิ่งที่ประสงค์เสริมก็ขอตัวกลับไป...พรุ่งนี้เขาค่อยแวะมาใหม่มาเอาเงินรายวันที่ลูกสาวจะมอบให้นั่นเอง
เสียงเพลงดังกระหึ่มเช่นเดียวกับอารมณ์ของหนุ่มสาวนับสิบคนที่ดื่ม กิน เต้น อย่างสนุกสนานบริเวณบ้านพักตากอากาศหรูริมทะเล
“อัฐ เมาแล้วหรือยัง?”
“ยางงงงงง” คนยังไม่เมาแต่ตอบเสียงยาน
“ยังเหรอ? แล้วทำไมถึงให้ทริปน้องๆมือเติบอย่างนั้นล่ะ”แรกๆ พริตตี้นมโตชงเหล้าให้ก็ได้ไปครั้งละ 500 แต่พอ่หลังๆ แบงค์พันนี่ว่อนกระจุยกระจาย ชาลิตารู้ดีว่านี่เป็แค่เศษเงินเท่านั้นแต่ที่ต่อว่าอัฐกรไป...จริงๆแล้ว คุณหนูไฮโซไม่พอใจคู่หมั้นตัวเองต่างหาก
บดีศวรแอบส่งสายตาให้พวกโสเภณีชั้นสูงพวกนี้ที่เหล่าคนรวยจ้างวานมาเป็ของเล่นสร้างสีสันให้กับงานเลี้ยงเท่านั้นเองส่วนเหล่าพริตตี้พวกนั้นก็ชักจะเหิมเกริม ส่งสายตาให้คู่หมั้นของเขาอย่างไม่คิดหลบซ่อนหรือเกรงใจเธอเลยสักนิด
เพี๊ยะ!
เพี๊ยะ !
ว่าแล้วชาลิตาก็ตบสั่งสอนเพราะเธอทนไม่ไหวแล้วอีกต่อไป
“โอ้ยยย คุณลิต้าตบจุ๊บแจงทำไมคะ?” ดวงตาวาวโรจ แต่ก็ไม่กล้าทำอะไรรุนแรงตอบกลับกับพวกไฮโซ
“ก็ตบสั่งสอนพวกที่เล่นหูเล่นตาผัวชาวบ้านยังไงล่ะ”
“อุ้ย! ยังไม่แต่งงานแต่มีผัวแล้วเหรอคะ?” จีบปากจีบคอถามตอบ
เพี๊ยะ! ตบอีกครั้งครั้งนี้แรงกว่าเดิม
“ใช่ บรู๊คเป็ผัวฉันและเราก็กำลังจะแต่งงานกันไม่เหมือนเธอหรือเพื่อนๆของเธอหรอกน่ะที่มีผัวมาเป็ร้อยเป็พันแต่ไม่มีใครมาขอแต่งงานเป็ตัวเป็ตน” ขายเรือนร่าง ชิส์ นังโสเภณีเอ๊ย ต่ำตมยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉานสมสู่บางจำพวกอีก
“กรี๊ดดด อุ๊บ” สาวสวยนามว่าจุ๊บแจงอยากจะตบปากคุณหนูไฮโซให้ปากฉีกเหลือเกินแต่เพื่อนๆพริตตี้ที่มาด้วยกันนะสิ ห้ามเอาไว้เสียก่อน
“ไม่เอาน่าลิต้า ไม่มีอะไรเลยครับ”
“ไม่มีอะไรแล้วเมื่อกี้บรู๊คหายไปเข้าห้องน้ำนานเกือบครึ่งชั่วโมงล่ะคะอย่าบอกน่ะว่าท้องเสียเพราะลิต้าไม่เชื่อ” บดีศวรกลืนน้ำลายลงคอเขารู้ดีว่าชาลิตาไม่ใช่คนโง่ที่เขาจะหลอกได้ง่ายๆเสียด้วย
ส่วนภารกิจปลดปล่อยฉบับเร่งรัดเมื่อสักครู่ชายหนุ่มคิดว่าตัวเองก็ทำเวลาดีที่สุดแล้วน่ะ...ทำไงได้ล่ะก็เขาเป็คนเสร็จช้าจะตาย พริตตี้สาวสวยอย่างจุ๊บแจงก็ลีลาเหลือรับประทาน...หากใครผ่านไปผ่านมาหน้าห้องน้ำเริงรักเมื่อสักครู่คงรู้ว่าข้างในมันส์สุดกู่เพียงใด
“อย่ามีเื่กันเลยน่า”
“คุณบรู๊คขา แต่จุ๊บแจงไม่ยอมนะคะ” อยากจะป่าวประกาศไปให้ดังๆเหมือนกัน ว่าเมื่อชั่วโมงก่อนหนุ่มหล่อหมื่นล้านตรงหน้าก็เป็สามีคนล่าสุดของเธอไม่ต่างไปจากนังคุณหนูนั้นแต่ถ้าพูดออกไปอย่างนั้นเธอมีหวังเจ็บตัวมากกว่านี้แน่
“เอานี่ไป” มันคือธนบัตรปึกใหญ่บดีศวรหวังว่าพริตตี้นมโตตรงหน้าจะจบเื่ แล้วมันก็เหมือนที่เขาคิดไว้ไม่มีผิด
สาวนามว่าจุ๊บแจงรับเงินจำนวนหลายหมื่นออกไปจากโซนที่เขานั่งอยู่อย่างไร้ปากเสียง
เื่ยุติโดยดี
ผู้หญิงริมทางก็เป็แบบนี้เงินตราบันดาลสุขได้และยังช่วยปัดเป่าความไม่สบายใจออกไปได้เช่นกัน
“บรู๊คให้เงินนังนั่นเท่ากับว่าสิ่งที่ลิต้าคิดเป็ความจริงใช่มั้ยคะ?” มันน่าตบให้แรงกว่านั้นจริงๆยัยโสเภณีชั้นต่ำ มันมายุ่งกับผู้ชายของเธอจนได้สินะ
ขนาดตามมาเฝ้าถึงที่แล้วน่ะบรู๊คน่ะบรู๊ค
ผัวตามพฤตินัยและว่าที่ผัวตามนิตินัยของเธอเองก็ใช่ย่อยที่ไหนล่ะ
“เอาน่าลิต้าอย่างไปถือสาหาความผู้หญิงต่ำๆพันนั้นเลย นะครับ นะครับ” ฟอดฟอด เขาหอมแก้มเธออย่างเอาใจ
“ก็ได้ค่ะ” นี่คืออีกอย่างที่ชาลิตาโกรธได้ไม่นานเพราะรู้ดีว่าผู้ชายเฟอร์เฟคอย่างบดีศวรรังเกียจพวกคนจนขึ้นสมอง ก็เพราะพวกยากไร้พวกอนาถาจำพวกนี้แหละที่ทำให้มารดาของเขาต้องจากไปตลอดกาล ทิ้งให้บดีศวรเป็กำพร้าอยู่กับบิดาและคุณย่าตามลำพังั้แ่ยังเป็เด็ก
“เราไปหาที่สงบๆ คุยกันดีมั้ยครับที่รัก?”
“อื้อ ที่ไหนคะ?” สายตาต่างสบตาเหตุผลสำคัญอีกอย่างที่ชาลิตาไม่มีวันเปลี่ยนใจจากบดีศวรคนนี้ นอกจากทรัพย์สินสมบัติ ฐานะ การศึกษาที่ควรคู่
เซ็กส์บนเตียงของเขาก็ช่างเผ็ดร้อนสมใจเหลือเกิน
“ไอ้อัฐ”
“อืออออ” เ้าของบ้านเมาแทบพับ
“กุญแจเรือหน่อยสิว่ะ”
“นี่หมายความว่า...บรู๊คส์ขา” ชาลิตากลืนน้ำลายลงคอเธออดใจรอแทบไม่ไหว
“เราไปโต้คลื่นแรงๆดีกว่าครับลิต้า” เขาจะขี่ จะโยกเธอกลางทะเลให้ถึงเช้าเลยคอยดูเพราะการได้ปลดปล่อยไปกับพริตตี้นมโตแค่ครั้งเดียวมันยังไม่พอสำหรับบดีศวรนั่นเอง
"มึงจะเอากุญเเจไปไหนว่ะ?" คนเมามีกระใจห่วงใยเพื่อน
"เอาเถอะน่าาา" บดีศวรคึกคักเต็มทีเขาอยากไปลอยลำกลางทะเลใจจะขาดอยู่เเล้ว
"เเต่ลมมันเเรงน่ะเว้อ จะมีพายุหรือเปล่า?"คนเมาเตือนสติคนไม่เมา
"ไอ้อัฐ กูไม่เด็กเเล้วนะโว้ยย กูรู้ตัวกูดีเอามานี่เลย" บดีศวรคว้ากุญเเจมาได้สำเร็จแล้วลากจูงคู่หมั้นสาวสวยมุ่งหน้าสู่ท่าเรือทันที
ลมเเรงที่ไหวว่ะลมทะเลธรรมดานั่นเเหละ หรือต่อให้มีพายุเข้าจริงๆก็หยุดไอ้บดีศวรคนนี้ไม่ได้หรอกโว้ย