'ข่าวลือ' มักถูกสร้างโดยคนที่เกลียด จากนั้น จะถูกส่งต่อโดยคนที่ตกเป็เครื่องมือและ ถูกเชื่อโดย คนหูเบา
ผู้คนในเมืองโจวถิง เมืองเล็กๆในเขตทุรกันดารที่ห่างไกลจากเมืองหลวงไป๋ซ่านลี่ของแคว้นไป๋กว๋อต่างร่ำลือกันว่าบุตรสาวคนโตของนายอำเภอหลานนายอำเภอคนปัจจุบันของโจวถิงนั้นเป็โรคประหลาดที่ยากจะหาหมอมารักษาได้ร่างกายนางทรุดโทรมลงทุกวัน สารรูปราวกับผีตายซาก นางคงได้แต่รอวันตายเท่านั้น นั่นเป็เพราะชาติที่แล้วนางเป็มารชาตินี้์จึงลงทัณฑ์
หลานฮุ่ยเจินตาเบิกโพลงนางจ้องผ้าสีแดงยาวสามฉื่อผืนนั้นตาไม่กระพริบผ้าสีแดงผืนนั้นบัดนี้อยู่ในมือของผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็น้องสาวของนางหลานฮุ่ยเหมยแสยะยิ้มอย่างเหี้ยมเกรียม นางถือผ้าสีแดงผืนนั้นมั่นไว้ในมือขาก็ก้าวเข้ามาหาผู้เป็พี่สาวอย่างช้าๆ
“พี่ใหญ่ท่านอย่าดื้อนักเลย ทำตามวิธีที่ข้าบอกเถอะ ท่านจะได้ทรมานน้อยหน่อยอย่างไรล่ะ”
“ทะ...ทำ...ทำไมทำไมเ้าถึงต้องทำเช่นนี้ นี่ข้าไม่ใช่พี่สาวของเ้าอย่างนั้นรึ?” หลานฮุ่ยเจินละล่ำละลักถามออกไป
โฉมสะคราญที่ยืนมาดมั่นอยู่เบื้องหน้าถอนหายใจเฮือกใหญ่ก่อนที่จะนั่งลงบนขอนไม้ใกล้ๆกับที่ที่ผู้เป็พี่สาวนั่งคุกเข่าอยู่นางยิ้มเยือกเย็นก่อนที่จะเอื้อนเอ่ยออกมาอย่างช้าๆ
“ใช่แล้วอย่างไรล่ะพี่ใหญ่ ท่านเป็พี่สาวที่ข้ารักมากซะเหลือเกิน ั้แ่จำความได้ ท่านก็แย่งชิงทุกสิ่งทุกอย่างไปจากข้าในฐานะที่ท่านเป็บุตรสาวคนโตของท่านนายอำเภอกับฮูหยินใหญ่ข้าวของทุกสิ่งที่จัดว่าดีล้วนประเคนมาให้ท่านท่านพ่อก็ยกย่องท่านออกหน้าออกตา ทั้งๆที่ท่านน่ะไม่ได้มีอะไรที่ดีพิเศษกว่าคนอื่นหรือแม้กระทั่งข้าผู้เป็น้องสาวของท่านหน้าตาท่านก็สุดแสนจะธรรมดาเปรียบกับหญิงงามอันดับหนึ่งอย่างข้าแล้วท่านก็เปรียบเหมือนกับฝุ่นผงเท่านั้นท่านย่าเองก็ลำเอียง พอมีเื่อะไรก็เข้าข้างท่านตลอดท่านรู้หรือไม่ว่าข้ากับท่านแม่ของข้าต้องอดทนมานานแค่ไหนนานแค่ไหนแล้วที่พวกเราต้องอดทนอยู่ในสภาพเป็รอง”
หลานฮุ่ยเจินพยายามยามประคองร่างที่ดูเสมือนไร้ิญญาของตนขยับถอยไปด้านหลังเวลานี้นางแทบจะไร้เรี่ยวแรงอีกทั้งยังรู้สึกเ็ปราวกับร่างกายจะแตกเป็เสี่ยงๆหญิงสาวทั้งโดนวางยาให้ร่างกายอ่อนแอผ่ายผอม ขี้โรค และทั้งโดนรุมทำร้ายมา
“แต่ข้าก็ไม่เคยทำร้ายเ้า ข้าเห็นเ้าเป็น้องสาวและปฏิบัติต่อเ้าเป็อย่างดี”
“ฮึ!ปฎิบัติต่อข้าเป็อย่างดี โดยการโยนของเก่าที่ใช้แล้วของท่านให้ข้าอย่างนั้นรึ?”
“เ้าก็รู้ว่าสกุลเราเป็สกุลขุนนางเล็กๆไม่ได้มีฐานะมั่งคั่งร่ำรวยอย่างพวกขุนนางใหญ่ๆ อะไรที่พวกเราช่วยท่านพ่อประหยัดได้เราก็ควรทำมิใช่หรืออีกอย่างข้าวของที่ข้าให้เ้านั้นล้วนยังไม่ผ่านการใช้ทั้งสิ้น”
“ฮึ!เื่ข้าวของนั้นมันเื่เล็ก ยังมีเื่ใหญ่กว่านั้น”
“ระ...เื่..เื่อะไรงั้นรึ?” หลานฮุ่ยเจินพยายามเค้นเสียงที่แหบแห้งของตนถามออกไปร่างกายของนางก็เ็ปราวกับจะแตกออกเป็เสี่ยงๆ
“เื่คุณชายซืออย่างไรล่ะท่านก็รู้ว่าข้าหมายตาเขาอยู่ แต่ท่านก็ยังให้ท่าเขา”
“เ้าเข้าใจผิดแล้วความจริงหาได้เป็เช่นนั้นไม่”
“ท่านคงอยากแต่งออกไปกับบุตรชายคหบดีผู้ร่ำรวยละสิชีวิตจะได้เหมือนโรยด้วยกลีบกุหลาบ จะใช้ชีวิตหรูหราฟุ่มเฟือยอย่างไรก็ย่อมได้”
“อ็อก!”หลานฮุ่ยเจินกระอักเืออกมานางสังเกตุเห็นว่าลิ่มเืสีดำที่เพิ่งออกมาจากปากของนางนั้นมีเกล็ดสีม่วงปนออกมาด้วยหญิงสาวตาเบิกโพลงอย่างใกลัว นางจ้องหน้าน้องสาวต่างมารดาด้วยความหวาดกลัว
“ท่านยังไม่รู้ตัวอีกหรือว่าโดนวางยาฮึ! โง่เหมือนท่านแม่ของท่านเลย”
หลานฮุ่ยเจินมือไม้สั่นเทาปากสั่นระริกพลางเค้นเสียงอันแหบแห้งพูดออกไป
“นี่เ้าเ้าวางยาท่านแม่ข้าด้วยเช่นนั้นรึ?”
“เป็ท่านแม่ของข้าทำส่วนท่าน...ข้าเองแหละที่เป็คนทำ ส่วนผู้ช่วยก็...สาวใช้คนสนิททั้งสองของท่านอย่างไรล่ะ”
“ว่าอย่างไรนะ?” หลานฮุ่ยเจินพยายามตะเบ็งเสียงออกมาอย่างไม่เชื่อหูของตน
“เป็เื่ธรรมดาที่สาวใช้จะขายผู้เป็นายหากถูกซื้อด้วยเงินจำนวนมากเื่นี้...ท่านเองก็น่าจะรู้”
“ไม่จริงจิ้งอี้กับมู่หลินไม่มีวันทรยศข้า”
หลานฮุ่ยเหมยยักไหล่ไม่แยแสก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินตรงไปหาผู้เป็พี่แล้วจิกหัวหลานฮุ่ยเจินดึงรั้งไปทางด้านหลัง
“โอ๊ย!ปล่อยข้า”
“นังโง่จะตายอยู่แล้วยังไม่หายโง่อีกแหกตาดูซะว่านังสาวใช้คนสนิททั้งสองของเ้านั้นมันเป็คนของใครกัน”
หลานฮุ่ยเจินเงยหน้าขึ้นตามแรงดึงรั้งหญิงสาวเป็ต้องใจนแทบเสียสติเมื่อจิ้งอี้กับมู่หลินนั้นก้าวช้าๆออกมาจากด้านหลังพุ่มไม้จิ้งอี้นั้นเผยรอยยิ้มเยาะที่มุมปากอย่างไม่คิดจะปิดบังส่วนมู่หลินนั้นเอาแต่ก้มหน้าก้มตา ตัวสั่นเทาไปหมด นางเอ่ยเพียงเบาๆว่า
“คุณหนูขะ...ข้า...ข้าขอโทษ”
หลานฮุ่ยเจินมือไม้อ่อนแรงนางเริ่มมีอาการหายใจหอบเหนื่อย ปากซีด มือไม้สั่น
“พี่ใหญ่ ดูท่าทางแล้วท่านคงจะอยู่ต่อได้อีกไม่นาน เพื่อไม่ให้ท่านต้องทนทรมานอีกต่อไปข้าจะให้สองสาวใช้ของท่านช่วยสงเคราะห์ให้ท่านไปปรโลกได้เร็วขึ้น จิ้งอี้ มู่หลิน...”หลานฮุ่ยเหมยหันไปสั่งสองสาวใช้ทรยศของผู้เป็พี่สาว
“เ้าค่ะ”จิ้งอี้เอ่ยรับเสียงหนักแน่น ใครที่ให้เงินนางมากกว่า นางย่อมเลือกอยู่ข้างคนผู้นั้น
“จัดการแขวนคอคุณหนูของพวกเ้าแล้วเฝ้ารอดูนางจนสิ้นลมจากนั้นให้จิ้งอี้วิ่งไปรายงานฮูหยินผู้เฒ่าว่าหลานสาวคนโปรดของท่านคิดสั้นเพราะหมดหวังท้อแท้ในชีวิตที่มีแต่โรคภัยไข้เจ็บ ส่วนเ้า มู่หลิน เ้าเป็คนเฝ้าศพนางไว้จากนั้นทางจวนสกุลหลานจะส่งคนมาเก็บศพนางไป พวกเ้าอย่าทำงานพลาดล่ะใครพลาดก็เตรียมตัวตามนายเก่าของพวกเ้าไปปรโลกได้เลย”พูดจบหลานฮุ่ยเหมยก็เดินฉับๆจากไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองหน้าผู้เป็พี่สาวต่างมารดาที่นั่งฟุบลงกับพื้นอย่างหมดอาลัยตายอยาก
“คราวนี้ข้าจะได้หมดเสี้ยนหนามหัวใจเสียที”หลานฮุ่ยเหมยเอ่ยเบาๆกับตนเองในขณะที่กำลังนั่งรอให้จิ้งอี้วิ่งกระหืดกระหอบมารายงานฮูหยินผู้เฒ่าสกุลหลานแปลกเสียจริง วันนี้อากาศนั้นช่างหนาวเหน็บ แต่ใจของหลานฮุ่ยเหมยกลับร้อนรุ่มไม่เพียงแต่จิตใจเท่านั้นที่อยู่ไม่เป็สุข ตามฝ่ามือของนางนั้นมีเหงื่อเต็มฝ่ามือทั้งสองข้างหัวใจก็เต้นรัวเร็วถึงแม้ว่านางจะมีจิตคิดริษยาและเกลียดชังหลานฮุ่ยเจินมาั้แ่จำความได้แต่ก็ยังไม่เคยคิดลงมือฆ่าสักครั้ง แต่ครั้งนี้มันจำเป็จริงๆส่วนสาเหตุนั้นก็มาจากคุณชายซือ หรือซื้อจิ้นหยาง นั่นเอง