“โอ๊ย เงินห้าร้อยจากในเมืองมาถึงนี่ก็ถือว่าสมน้ำสมเนื้อดีแล้ว”
“แต่ที่ตกลงกันไว้มันไม่ใช่อย่างนี้นี่ ลุงรับปากว่าจะไปส่งฉันให้ถึงรีสอร์ทนั้นเลย”
“ขอโทษโว๊ยที่ต้องยกเลิกกลางคันโดยที่ไม่ได้แจ้งล่วงหน้า”
ว่าแล้วลุงคนขับรถสองแถวจอมแสบก็เปิดประตูลงมาแล้วขึ้นไปทางด้านหลังรถจัดการขนกระเป๋าของหญิงสาวลงมาทันที
“ลุงทำอย่างนี้แล้วฉันจะทำยังไงล่ะ”
หญิงสาวร้องโวยวายด้วยความเดือดเนื้อร้อนใจ
“ก็เดินต่อไปสิว่ะ เหลืออีกแค่ห้ากิโลเอง”
ว่าแล้วอีตาลุงโชเฟอร์ที่กลัวฝนเหลือเกินนั้นก็รีบวิ่งไปขึ้นรถแล้วขับตีวงเลี้ยวกลับไปทันที
“ลุง เดี๋ยวก่อนสิ เดี๋ยวก่อน โธ่เอ๊ย อีตาลุงบ้า”
หญิงสาวร้องเอะอะ พยายามจะให้แกหยุดก่อน แต่แกก็ไม่ฟังเสียงกลับรีบเร่งความเร็วขึ้นอีกจนไปลิบโน้นแล้ว
“บ้าที่สุดเลย”
ณิชาภัทรบ่นอย่างหัวเสียเมื่อมาเจอกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดนี้เข้า แล้วจะทำอย่างไรดีล่ะที่นี้ แถมฝนเ้ากรรมก็ยังเทกระหน่ำซ้ำเติมลงมาอีก อีตาลุงนั้นบอกว่าเหลือระยะทางอีกตั้งห้ากิโล โอ๊ย...ก็แล้วใครจะไปเดินไหวล่ะ
เจอเข้ากับความลำบากอย่างนี้หญิงสาวก็นึกโกรธเคืองไปถึงคนที่ผลักไสให้เธอต้องมาเผชิญกับชะตากรรมอย่างนี้ ฮึ พ่อนะพ่อ หลงเมียใหม่จนลืมลูกลืมเต้าทีเดียว
หญิงสาวยืนถือกระเป๋าเสื้อผ้าตากฝนอยู่ตรงทางแยกนั้นอย่างปลงใจไม่ตกว่าควรจะทำอย่างไรดี ฝนหรือก็ตกลงมาอย่างหนาเม็ดจนทำให้ทั่วบริเวณมืดมัวไปหมดทั้งที่เวลาจริงๆแล้วพึ่งจะบ่ายสามโมงเท่านั้น ผ่านไปอีกราวสิบนาทีก็รู้สึกว่าเหมือนเทวดามาโปรดเมื่อได้ยินเสียงรถยนต์แล่นออกมาจากทางแยกหญิงสาวใจชื้นขึ้นมาทันทีเมื่อคิดว่าจะได้ขอความช่วยเหลือจากเ้าของรถคันนั้น เธอรีบยกมือขึ้นโบกทันทีเมื่อเห็นรถคันนั้นวิ่งฝ่าสายฝนตรงมา โชคดีจริงๆที่คนขับจอดรถ หญิงสาวรีบวิ่งไปที่ข้างประตูด้านคนขับ และเขาก็ลดกระจกลง
“คุณคะ ช่วยฉันด้วยค่ะ ฉัน้าความช่วยเหลือ”
ณิชาภัทรรีบออกปากขอร้องไปก่อนที่จะทันเห็นหน้าคนขับแต่เมื่อได้เห็นหน้าเขาแล้วก็ถึงกับสะดุ้งในใจเพราะเขาดูไม่น่าไว้ใจเอาเสียเลยคนขับรถคันนั้นเป็ผู้ชายหน้าคมเข้ม แววตาคมดุ สีหน้าเรียบเฉยจนถึงขั้นเ็า แถมตามไรคางยังมีหนวดเคราขึ้นครึ้มเหมือนไม่ได้โกนมาแล้วหลายวัน ผมเผ้าก็ยาวกระเซอะกระเซิงไม่เป็รูปเป็ทรง หญิงสาวกลืนน้ำลายแทบไม่ลงคอเมื่อชักไม่แน่ใจเสียแล้วว่าเขาจะเป็ผู้ดีหรือผู้ร้ายกันแน่
“ขอความช่วยเหลือเื่อะไร”
เสียงห้าวๆห้วนๆถามขึ้น
“เอ่อ คุณกำลังจะไปไหนคะ”
หญิงสาวย้อนถามเมื่อไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นบอกความจำเป็ของตนกับเขาไปอย่างไรดี
“ฉันจะไปที่ไหนนั้น ก็คงไม่เกี่ยวกับเธอมั้ง”
ผู้ชายคนนั้นกล่าวเรื่อยๆอย่างไม่สนใจเลยว่าณิชาภัทรนั้นกำลังยืนตากฝนอยู่จนหนาวสั่นไปหมดทั้งตัวแล้ว นี่เธอได้เจอเทวดาหรือว่าซาตานกันแน่น่ะ
หญิงสาวคิดอย่างหงุดหงิดใจ แต่เธอก็คงแสดงกิริยาอะไรออกไปไม่ได้มากนัก เพราะเธอกำลัง้าความช่วยเหลือจากเขาอยู่จริงๆ
“คือ ทีแรกฉันตั้งใจว่าจะเดินทางไปที่รีสอร์ทไร่ไผ่เขียว แต่หากคุณไม่สะดวกที่จะย้อนกลับไปส่งฉัน ฉันก็จะขอติดรถคุณเข้าไปในเมืองก็ได้”
หญิงสาวบอกออกไปเมื่อคิดว่าหากได้ย้อนกลับเข้าไปในเมืองก่อนก็คงพอจะหาโรงแรมเป็ที่พักสำหรับคืนนี้ให้กับตัวเองได้ คงดีกว่าต้องยืนตากฝนเคว้งคว้างอยู่กลางที่เปลี่ยวๆอย่างนี้แน่นอน
“เธอจะไปทำอะไรที่รีสอร์ทไร่ไผ่เขียว”
เขาย้อนถาม สายตามองสำรวจเธอั้แ่ศรีษะจรดปลายเท้า