แสงอาทิตย์สาดส่องเข้ามายังห้องนอนเด็กหญิงตัวน้อยนั่งอ่านหนังสืออยู่บนโต๊ะแม้จะไม่เป็ปกติดั่งเช่นเมื่อก่อนแต่ตอนนี้จางจูก็เริ่มคุ้นชินกับภาพที่เห็นไม่น้อย
“คุณหนูชอบอ่านหนังสือหรือเ้าคะเมื่อก่อนไม่เคยเห็นชอบอ่าน”
“ข้าโตขึ้นทุกวันหากข้าไม่มีความรู้ประดับสมองยามเมื่อข้าถูกรังแกข้าจะทำเช่นใด”
“ใครกันจะกล้ารังแกคุณหนูกลัวแต่คุณหนูจะรังแกผู้อื่นเสียมากกว่า อุ๊ย!!!..”
จางจูรีบเอามือปิดปากตนในทันทีหลันหลันที่ได้ยินสิ่งที่จางจูพูดแต่กลับทำเป็ไม่สนใจเพราะหญิงสาวรู้ดีว่าบ่าวรับใช้คนสนิทมิได้พูดถึงตนเองแต่พูดถึงเ้าของร่างเดิมเสียมากกว่า
“ข้าเบื่อแล้วอยากไปเดินแล่น”
หลันหลันเดินออกจากห้องไปโดยมีจางจูเดินตามอยู่ด้านข้างหญิงสาวเดินสำรวจรอบ ๆจวนอย่างตื่นตาตื่นใจและรู้สึกคุ้นชินมากขึ้นก่อนจะหยุดเท้าอยู่บริเวณเรือนทางตะวันออก
“พี่ใหญ่กับพี่รองเรียนอยู่หรือ”
“เ้าค่ะเมื่อก่อนนายท่านมักจะให้คุณหนูเรียนด้วยแต่คุณหนูร้องงอแงจึงทำให้นายท่านยอมแพ้ไป”
หลันหลันพยักหน้าช้าๆ สตรีในยุคสมัยนี้ยากนักที่จะได้ร่ำเรียนนอกจากสตรีในตระกูลสูงศักดิ์ราชครูถิงย่อมอยากให้บุตรสาวมีความรู้ไม่แพ้สตรีใดในเมืองนี้แต่ถิงหลันกลับไม่รู้ความไม่สนใจที่จะร่ำเรียน แต่จะว่าไปถิงหลันแม้จะไม่สนใจแต่ก็มีความรู้อยู่ไม่น้อยเท่าที่หลันหลันเปิดตำราที่มีอยู่มาอ่านจากตัวอักษรในความจำของถิงหลันปรากฎว่าเด็กหญิงสามารถจำตัวอักษรได้ไม่น้อยเลยทีเดียว
“เช่นนั้นเราไปทางโน้นกันเถอะ”
หลันหลันเดินเลี่ยงไปเพราะรู้ว่าคงมิได้มีเพียงพี่ใหญ่และพี่รองของนางเท่านั้นที่อยู่ในเรือนนั้นย่อมต้องมีองค์รัชทายาทและองค์ชายรองอยู่ด้วยอย่างแน่นอนเพราะทั้งสองพระองค์มักจะมาจวนถิงอยู่บ่อยๆ ลับหลังหลันหลันบุรุษทั้งสี่ที่ทันเห็นเด็กหญิงเดินมามองหน้ากันอย่างสงสัย
“ทำไมหลันหลันถึงไม่เข้ามา”
“ใช่ๆ หากเป็ทุกทีนางต้องมาป่วนจนพวกเราเรียนไม่ได้ก่อนจึงจะหนีไป”
ถิงโม่หานและถิงอู่มองหน้ากันก่อนจะส่ายหน้าช้าๆ เพราะไม่รู้จะตอบเช่นไรเหมือนกัน
“ดูเหมือนน้องสาวของกระหม่อมตอนนี้จะมีความคิดอ่านมากขึ้นกระมัง”
ถิงโม่หานเอ่ยขึ้นก่อนจะมองตามทางที่เด็กหญิงเดินหายไปองค์รัชทายาทและองค์ชายรองมองไปตามทางที่เด็กหญิงหายไปก่อนจะรู้สึกแปลก ๆ ในใจ ‘ทำไมครั้งนี้รู้สึกเหมือนอะไรหายไปกันนะ’แม้จะรับรู้ถึงความรู้สึกแปลก ๆแต่พวกเขากลับมิได้พยายามจะหาคำตอบให้กับตนเองแต่กลับเลือกที่จะปัดทิ้งความรู้สึกนั้นไปก่อนจะที่จะนั่งเรียนตามเดิม
“ที่นี่ที่ไหนกัน”
หลันหลันเอ่ยถามขึ้นก่อนจะเดินเข้าไปยังสุดฝั่งตะวันออกของจวนบริเวณเรือนสุดฝั่งตะวันออกนั้นตกแต่งเรียบ ๆ มิต่างจากเรือนของหลันหลันมากนักแม้จะดูเรียบ ๆ แต่กลับดูหรูหราขณะที่หญิงสาวกำลังจะก้าวเข้าไปกลับได้ยินเสียงดุจากสตรีดังขึ้นมาจากหน้าเรือน
“จางจูใครใช้ให้เ้าพาคุณหนูมาที่นี่”
“จี้หมัวมัวคุณหนูเพียงแค่เดินเล่นและผ่านมาทางนี้จึง..”
“เ้ารีบพาคุณหนูออกไป”
“จะเ้าค่ะ”
จางจูรีบดึงเด็กหญิงออกไปในทันทีแม้หลันหลันจะไม่รู้เหตุผลแต่ก็ยอมตามไปแต่โดยดีทั้งสองเดินมาหยุดเท้าตรงทางเชื่อมระหว่างเรือนต่าง ๆ
“ทำไมจี้หมัวมัวต้องไล่พวกเราออกมาด้วย”
หลันหลันเอ่ยถามด้วยความสงสัยและทำท่าทีไม่พอใจจนจางจูกลัวว่าคุณหนูของตนจะอาละวาด
“คุณหนูคงลืมไปแล้วที่นั่นเป็เรือนของท่านย่าของคุณหนูอย่างไรล่ะเ้าคะแต่เพราะฮูหยินใหญ่เป็โรคประหลาดรักษาอย่างไรก็กลับมาเป็อีกจึงทำให้ฮูหยินใหญ่ขังตัวเองอยู่แต่ในเรือนและมิยอมพบปะผู้ใดเ้าค่ะ”
“ท่านย่าเช่นนั้นหรือแล้วเหตุใดต้องขังตัวเอง ท่านพ่อมิได้ตามหมอหลวงมารักษาหรอกหรือ”
“ตามมาแล้วเ้าค่ะแต่รักษาได้ไม่นานก็กลับมาเป็อีกจนฮูหยินทนทรมานไม่ไหวขอไม่รักษาแล้วเ้าค่ะ”
“อื่ม”
เมื่อเห็นคนไข้อยู่ต่อหน้าหญิงสาวจึงอดไม่ได้ที่จะอยากรู้ว่าโรคที่คนสมัยนี้รักษาให้หายขาดไม่ได้คือโรคอะไรกันแน่‘พอดีเลย’ หญิงสาวจึงค่อย ๆย่องกลับไปที่เรือนตะวันออกอีกครั้งแม้จะถูกจางจูจะห้ามไว้จนเด็กหญิงแทบจะอยากร้องไห้ในความเอาแต่ใจของนายตนแต่ก็ยอมตามมาแต่โดยดี
เท้าน้อยๆ ค่อย ๆ ย่องขึ้นเรือนฮูหยินใหญ่ มือน้อย ๆ ค่อย ๆแง้มประตูให้เปิดออกก่อนจะพาตัวเองเข้ามาในเรือนอย่างรวดเร็วในเรือนมีเครื่องเรือนเพียงไม่กี่ชิ้นแต่ทุกชิ้นกลับถูกแกะสลักอย่างงดงามประตูหน้าต่างถูกปิดไว้อย่างมิดชิด กลิ่นยาตลบอบอวลในห้องจนฉุน เด็กหญิงค่อย ๆเดินไปยังห้องพักของฮูหยินใหญ่ในทันที
“นั่นใคร!!!”
เสียงเอ่ยทักที่ดูทรงพลังและมีอำนาจดังมาจากร่างที่นอนอยู่บนเตียงนั้นหลันหลันและจางจูหยุดเท้าในทันที หญิงสาวสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเอ่ยตอบเสียงนั้น
“หลันหลันเองเ้าค่ะหลันหลันมิพบท่านย่ามานานมากแล้วจึงอยากมาคารวะท่านย่าเ้าค่ะ”
“หลันหลันงั้นหรือปีนี้เ้าอายุเท่าไหร่แล้ว”
“ปีนี้หลันหลันอายุได้8 ขวบแล้วเ้าค่ะ”
“8 ขวบหรือ เช่นนั้นปีนี้ก็เป็ปีที่ 4 ที่ข้ามิได้ออกไปข้างนอกสินะ”
เสียงที่ดังออกมาจากสตรีที่นอนอยู่บนเตียงแฝงด้วยความรู้สึกน้อยเยื้อต่ำใจอยู่หลายส่วน
“เ้ามาคารวะข้าเ้าแน่ใจหรือว่าจะไม่กลัวข้า”
หลันหลันส่ายหน้าไปมาต่างจากจางจูที่เกาะแขนเสื้อของคุณหนูตนแน่น
“ไม่กลัวเ้าค่ะ”
“ถ้าเ้าแน่ใจว่าเ้าจะไม่กลัวจนร้องไห้หรือเป็ลมไปก็เข้ามาสิ”
หลันหลันเดินผ่านฉากกั้นเข้าไปสตรีมากอายุผมขาวค่อย ๆ ลุกจากเตียงด้วยใบหน้าที่ปูดบวมน่าเกลียดดวงตาทั้งสองไม่สามารถมองเห็นสิ่งใดเพราะถูกเนื้อที่บวมแดงปิดไว้จนมิดหลันหลันประเมินทุกอย่างในใจก่อนจะเดินเข้าไปนั่งข้างเตียงแล้วใช้มือน้อย ๆยกมือของหญิงชรามาจับไว้อย่างเบามือ
“ท่านย่าเมื่อก่อนหลันหลันมิรู้ความจึงมิได้มาเยี่ยมท่านย่าท่านย่าโปรดลงโทษหลานที่อกตัญญูด้วย”
เสียงใสแจ๋วดั่งกระดิ่งยามเช้าของหลันหลันดั่งน้ำค้างยามเช้าที่เข้ามาชโลมจิตใจที่ห่อเหี่ยวของสตรีมากอายุสี่ปีที่นางขังตัวเองอยู่ในเรือนมิยอมพบปะผู้ใดเพราะกลัวผู้คนจะรังเกียจแต่หลานสาวตัวน้อยของนางกลับมิได้รังเกียจนางแม้แต่น้อยแต่กลับเดินเข้ามาหานางด้วยตัวเอง‘การมีหลานสาวมันดีเช่นนี้เองหรือ’ หญิงชราคิดเอาเองในใจ
“หลันหลันเด็กดีจะให้ย่าลงโทษเ้าได้อย่างไรกัน เป็ย่าที่ป่วยจนไม่สามารถออกไปพบปะใครได้จึงทำให้ย่าต้องขังตัวเองแบบนี้”
ขณะที่พูดยังไม่ทันจบร่างของหญิงชราสะดุ้งน้อย ๆ เมื่อมีมือเล็ก ๆ อุ่น ๆ แตะัับนใบหน้านาง
“ท่านย่าเจ็บมากหรือไม่เ้าคะ”
หญิงชราพยายามยิ้มทั้งที่ใบหน้าปูดบวมแดง
“ไม่เลย”
หญิงชราจับมือน้อยนั้นอย่างทนุถนอมก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเอ็นดู
“เ้ามิรังเกียจใบหน้าที่น่าเกลียดของย่าจริงๆ หรือ”
“หากหลันหลันจะบอกท่านย่าว่าหลันหลันมิได้รังเกียจแต่อยากช่วยรักษาท่านย่าให้หายท่านย่าจะเชื่อหรือไม่เ้าคะ”
มือหยาบเหี่ยวยกมาลูบศีรษะเด็กน้อยอย่างเบามือน้ำตาที่กลั้นไว้ค่อย ๆ ไหลริน
“เชื่อสิย่าเชื่อหลันหลันแน่นอน”
“เช่นนั้นท่านย่ารอหลันหลันนะเ้าคะหลันหลันจะหาทางรักษาท่านย่าให้ได้”
“ได้ๆ ย่าจะรอ”
แม้จะรักษาได้หรือไม่แต่คำพูดของหลันหลันทำให้หญิงชรามีแรงใจในการมีชีวิตอยู่มากขึ้นหลันหลันอยู่คุยกับหญิงชราไม่นานจี้หมัวมัวที่ออกไปต้มยาได้เข้ามาพบสตรีมากอายุแปลกใจกับท่าทางของสองย่าหลานเป็อย่างยิ่งแต่มิได้กล่าวสิ่งใดจนเมื่อหลันหลันขอตัวลากลับไปแล้วนางจึงเอ่ยเื่ที่ข้องใจออกไป
“ฮูหยินใหญ่ดูท่านแช่มชื่นกว่าเมื่อก่อนมากนะเ้าคะ”
“แน่นอนสิหลานสาวตัวน้อยของข้ามิรังเกียจข้าอีกทั้งยังกล้าเข้าหาข้าเช่นนี้ข้าย่อมต้องดีใจมิใช่หรือ”
“เช่นนั้นฮูหยินจะยอมรัก...”
“หากหลันหลัน้าข้าข้าต้องรักษาโรคนี้ให้หายและอยู่เคียงข้างนางอย่างแน่นอนข้าจะไม่ยอมเป็อะไรจนกว่าจะเห็นนางขึ้นเกี้ยวแดงและมีเหลนให้ข้า”
จี้หมัวมัวนั่งคุกเข่าลงข้างหญิงชราก่อนจะร้องไห้ด้วยความดีใจนางพยายามเกลี้ยกล่อมให้นายของตนรักษาเป็ร้อยครั้งแต่ฮูหยินใหญ่ก็ไม่ยอมเพราะการรักษาแต่ละครั้งนั้นเ็ปและทรมานมากอีกทั้งยังไม่หายขาดนางจึงใช้การขังตัวเองแทนที่จะหาหมอมารักษาอีก ‘คุณหนูหากคุณหนูทำให้ฮูหยินใหญ่หายได้บ่าวขอสาบานว่าจะยินดีถวายชีวิตให้คุณหนูตราบเท่าวันตายเ้าค่ะ’