สิ่งแรกที่ทุกคนชอบตั้งคำถามในชีวิต เสมือนคำถามที่ว่ามนุษย์คืออะไรของคนในโลกนี้กลับเป็….มิราสคืออะไร? บางทีคนอาจจะเข้าใจว่ามันเป็แค่ความสามารถพิเศษ แต่ที่จริงแล้วในตัวของมันมีความพิเศษที่เป็มากกว่าความสามารถ
และมิราสจะแบ่งออกเป็ 4 ประเภทมี การควบคุม อวตาร การสรรค์สร้าง และสุดท้ายการอัญเชิญ...
ซึ่งขณะนี้ในโลกที่ไม่รู้ว่าทรงกลมรึเปล่าที่มีสถานที่หนึ่งชื่อป่าซูริน…
ในป่าซูริน ณ ขอบป่าจะมีฐานที่ถูกสร้างขึ้น ซึ่งตอนนี้ก็มีเด็กชายอายุ 15 ปีกำลังนั่งทบทวนเกี่ยวกับข้อมูลหลังจากที่เขาเกิดใหม่อยู่ในนั้น
"เป็เวลา 12 ปีแล้วสินะที่เราเกิดใหม่ สิ่งที่เรารู้ก็คือในโลกนี้ที่ไม่ใช้โลกเดียวกับโลกที่เราเคยอยู่เพราะมันมีสิ่งที่เรียกว่ามิราส”
“และทุกคนต่างก็มีสิ่งนี้รวมถึงตัวของเราด้วยและเ้ามิราสเนี่ย มันมีการแบ่งขั้นอย่างชัดเจนแต่ขั้นสุดท้ายคืออะไรเราก็ยังไม่แน่ใจเพราะเรารู้แค่ผู้ใช้มิราสระดับ 1-33 แต่ที่แน่นอนก็คือมิราสของเรามีชื่อว่าการแปลงรูปโลหะ" เด็กชายพึมพำ
การแปลงรูปโลหะเรียกย่อๆว่าการแปลงรูป เป็ความสามารถที่ผู้คนพูดกันว่าพิเศษที่สุดและกระจอกที่สุดด้วยกัน
ส่วนสาเหตุที่มันพิเศษก็เพราะว่าโดยปกติแล้วมิราสจะแบ่งออกเป็ 4 ประเภท แต่การแปลงรูปโลหะเป็อะไรที่แตกต่างจากทั้ง 4 โดยสิ้นเชิง
และถ้าอยากจะเข้าใจในมิราสให้มากขึ้น ต้องรู้ก่อนว่ามิราสคือแกนพลังที่มีอยู่ในตัวเราเป็สิ่งที่ทุกคนมีมันเพื่อใช้พลังต่างๆ และมิราสแต่ล่ะประเภทจะมีแกนที่ต่างกันออกไป
การควบคุมความสามารถคือควบคุมสิ่งต่างๆผ่านแกนควบคุม โดยมีระยะตามที่ผู้ใช้สามารถแผ่พลังออกไปได้ เช่นควบคุมน้ำ ควบคุมไฟ ควบคุมต้นไม้
ส่วนใหญ่คนที่มีมิราสประเภทนี้ตอนแรกอาจจะใช้พลังยากหน่อย เพราะเราต้องหาสถานที่ที่มีสิ่งที่จะควบคุมเมื่อจะใช้พลัง
เช่นคนที่มีมิราสประเภทควบคุมและเป็น้ำที่ยังระดับต่ำอยู่เมื่อไปทะเลทราย เขาหรือต้องพกน้ำไปด้วยเพราะถ้าไม่มีน้ำให้ควบคุมผู้ใช้จะทำอะไรไม่ได้เลย
แต่เมื่อระดับสูงมากพอก็จะสามารถสร้างสิ่งของจากอากาศว่างเปล่าได้ เช่นผู้ควบคุมน้ำระดับสูงไม่จำเป็ต้องมีน้ำเขาหรือเธอสามารถสร้างมันจากความว่างเปล่าได้อย่างทันที
แต่ถ้าจะถามว่าคนที่มีมิราสเป็น้ำสามารถใช้ไฮโดรเจนกับออกซิเจนอยู่ในอากาศควบแน่นเป็น้ำได้ไหม
ขอตอบเลยว่าเป็ไปได้ยาก..ทำไหมถึงเป็แบบนั้น? ก็เพราะว่าคนที่มีมิราสแระเภทควบคุมและมิราสคือน้ำกรด จะสามารถเข้าควบน้ำธรรมดาซึ่งมันจะเปลี่ยนน้ำตรงนั้นเป็น้ำกรด และเมื่อเลิกควบคุมมันก็จะกลับไปเป็ปกติ
จากสิ่งนี้ทำให้รู้ว่าพลังงานจากมิราสไม่ใช้พลังงานที่จะสลายพันธะโคเวเลนต์*ได้ แต่กลับเปลี่ยนโคลงสร้างโมเลกุลแทน...
ซึ่งมิราสประเภทควบคุมส่วนใหญ่เหมาะสำหรับสายสร้างความเสียหายระยะไกล...
อันที่สองคือการสรรค์สร้าง แกนสรรค์สร้างจะคล้ายๆกับแกนควบคุม สิ่งที่ต่างออกไปก็คือแกนสรรค์สร้างจะสามารถสร้างแกนย่อย ซึ่งก็คือแกนการสร้างซึ่งจะๆคล้ายกับก้อนแสงหลากหลายสี
และสิ่งที่ผู้มีมิราสประเภทนี้สร้างขึ้นมาจะมีเอกลักษณ์ของมัน
อีกอย่างที่แตกต่างจากมิราสประเภทควบคุมคือพวกเขาไม่สามารถเคลื่อนย้ายสิ่งที่สร้างออกจากแกนการสร้างได้ ต้องยกเลิกอันเก่าและเสกแกนการสร้างใหม่เท่านั้น
มาทำให้เข้าใจมากขึ้นกันดีกว่า คิดภาพที่มีคนเสกแกนการสีส้มห่างจากตัวเอง50เมตร จากนั้นก็มีไฟพุ่งออกมาจากก้อนแสงสีส้มอันนั้น หรือเสกแกนสร้างสีน้ำตาลไว้ใต้ดินและก็มีกำแพงดินที่เหมือนพุ่งออกมาจากพื้น
ตัวอย่างสุดท้ายมันอาจจะเหมือนเป็การซุ่มโจมตีที่ดี แต่การจะสังเกตก็แค่ถ่ายทอดพลังงานไปไว้ที่ตาก็จะสามารถเห็นแกนการสร้างได้ผ่านพื้นดินได้
ต่อมาคือมิราสประเภทอวตาร อวตารคือการใช้แกนภายในที่คล้ายกับๆแกนสรรค์สร้าง แต่ใช้ผ่านร่างของตนเองเพื่อกลายเป็สิ่งๆหนึ่ง
เช่นถ้าเขาหรือเธอมีราสเป็ไฟประเภทควบคุมจะสามารถทำให้ร่างกายบางส่วนเปลี่ยนเป็ไฟได้
แต่บางครั้งมันก็จะเป็สิ่งคล้ายที่ๆการแปลงร่าง เช่นบางคนอาจจะสามารถกลายร่างเป็นายทหารเกราะเหล็ก แต่บางคนกลับเป็เทพศักดิ์สิทธิ์
ซึ่งมิราสประเภทนี่เหมาะกับทุกสายแล้วแต่อวตารที่เป็
ตัวอย่างสายสนับสนุนมิราสประเภทอวตาร แปลงร่างเป็นักบวชเพื่อฮีล หรืออาจจะสามารถเปลี่ยนร่างกายเป็โพชั่นและใช้ร่างกายห่อหุ้มคนที่าเ็ได้
ตัวอย่างสายโจมตีระยะระชิดมิราสประเภทอวตาร ก็อาจจะเป็จอมทยุทธ์ หรือนักบวชวัดเส้าหลิน…
อย่างสุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด...การอัญเชิญ...ตรงตามชื่อของมันเลย การอัญเชิญคือการเสกอาวุธหรือสิ่งๆหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็ดาบเป็โล่เอฟเฟคต่างกันออกไปตัวอย่าง เช่นดาบไฟที่มีอุณหภูมิ2ร้อยองศา
หรือจะเป็ของที่ใช้ทั่วไปแต่มีเอฟเฟคพิเศษ เช่นกระดาษที่มีความแข็งเท่าโลหะ ธนูที่ยิงใส่ใครแล้วจะทำให้คนๆนั้นแข็งแกร่งขึ้น่ขณะหนึ่ง
พวกนี้ล้วนแล้วแต่อัศจรรย์ แต่สำหรับการแปลงรูปโลหะมันก็แค่ทำให้โลหะเปลี่ยนรูปได้แค่นั้นไม่มีความหลากหลายอะไรเลย บวกกับแกนที่ไม่มีวิธีระบุในหนังสือก็คงไม่แปลกที่จะรู้ว่าไม่ค่อยจะมีคนให้ความสนใจกับสิ่งนี้
ทำให้ไม่จัดในประเภทใดสักประเภท และไม่ได้ยอมรับว่าเป็มิราสประเภทที่5 สรุปง่ายๆคนที่เกิดมามีมิราสประเภทนี้ส่วนใหญ่อนาคตล้วนจบสิ้น
“วันนี้แล้วสินะที่เราจะปลุกความสามารถ ให้รอมาตั้งนาน แต่ก็คงไม่มีใครสนใจยกเว้นแม่ของเรา" ชายหนุ่มพึมพำ
เมื่อเกิดมาพวกเขาจะใช้วิธีพิเศษในการทราบประเภทและพลัง แต่จะยังใช้พลังไม่ได้มันต้องรอให้อายุถึง15ปีก่อน
และยังไม่หมดเพียงชาตินี้เขายังเกิดมาพร้อมกับความทรงจำของนักวิทยาศาสตร์ ที่มันออกจะแปลกนิดหน่อย..
ทำไมเขาถึงว่าแปลก? ก็เพราะมันว่ามาจากอนาคต! ดูเหมือนว่านักวิทยาสตร์คนนี้เขาได้ตายลงเพราะทดลองเกี่ยวกับเวลา และน่าจะเป็สาเหตุที่ทำให้เขามาเกิดใหม่ในโลกี่แสนแปลกประหลาด แทนที่จะเป็โลกเก่าที่เขาเคยอยู่
ส่วนความทรงของนักวิทยาศาสตร์มันก็ความทรงจำที่ดี แต่มีข้อเสียใหญ่ๆอยู่นั่นก็คือมันมีส่วนที่เสียหายอยู่
ในชิ้นส่วนความทรงจำมีวิทยาการหุ่นยนต์มีปืนแม่เหล็กไฟฟ้า แต่ไม่มีอะไรง่ายๆอย่างการสร้างปืนในยุคที่เขาจากมา การสร้างเทคโนโลยีการสื่อสาวและยานพาหนะขั้นพื้นฐานก็ยังไม่มี
‘โชคดีที่ชีวิตก่อนได้เรียนเื่พวกนี้มาพอสมควร’ ชายที่นั่งอยู่ในฐานคิด
ชายคนนี้ชื่อหลี่จินชาติก่อนเขาเป็ผู้ป่วยจิตเวชถึงจะไม่ได้อยู่ในโรงพยาบาลก็เถอะ...
หลังจากที่หลี่จินทบทวนข้อมูลทั้งหมดเสร็จความคิดของเขาก็เริ่มลอยล่องเพื่อรอการตื่นขึ้นของพลัง
ถึงจะบอกว่าความคิดล่องลอยก็เถอะ แต่ในหัวก็ไม่คิดเื่ที่ดีเท่าไหร่นัก มันกลับเป็ภาพเหตุการณ์แปลกๆแทน อย่างมีคนจะมาทำร้ายแม่ของเขาทำให้เขาต้องฟันร่างของมันออกเป็สองส่วน
บางภาพก็เป็คนที่ใส่หน้ากากแม่ของเขาจนเหมือนพร้อมกับกำลังจะลวนลามแม่ของเขา ทำให้เขาต้องคิดภาพการถอดหน้ากากแม่ของเขาออก สวมหน้ากากหน้าครึ่งหนึงเป็หน้าของหลี่จินครึ่งหนึ่งเป็หน้าในโลกของเขาแทน จากนั้นก็ตัดอวัยวะเพศชายทิ้ง
ตามด้วยหน้ากากที่บีบตัวจนหัวของศัตรูแตก ซึ่งมันต้องจิตนาการภาพที่กระโหลกแตกสมองกระจายรวมไปด้วย
ถ้าไม่ทำแบบนี้ภาพในหัวที่มีคนมาลวนลามแม่ของเขาก็จะค้างสติจะเริ่มหลุด แต่ถึงทำไปกลุ่มภาพแบบเดิมก็จะมาปรากฏซ้ำๆกระบวนการแบบเดิมก็จะเริ่มใหม่ไปเรื่อยๆ
อาการภาพในหัวผิดปกติพวกนี้จะเกิดในตอนที่สมาธิของเขาเพ่งเล็งบางอย่าง หรือตอนที่เขาอยู่เฉยๆไม่มีอะไรมาเบี่ยงเบนความคิด มันเป็อาการจากโลกเก่าเนื่องจากเขาอยู่คนเดียวมากไป
ทำให้นามธรรมกับรูปธรรมรวมกันมากขึ้นเรื่อยๆ ความคิดที่โผล่ในหัวจากไม่ควรเกิดปฏิกิริยา กลับเกิดขึ้นเพราะการที่ไม่ัักับโลกความจริงมากเกินไปนามธรรมเข้าใกล้ความเป็จริง
โชคดีที่เขาไม่มีเพื่อนเพศชายในโลกนี้ไม่งั้นคนร้ายจากที่เป็ชายยุโรปในโลกเก่าจะเป็เพื่อนเขาแทน และเขาก็ต้องฆ่าเพื่อนคนนั้นซ้ำๆในหัว...
ในขณะที่หลี่จินกำลังคิดเรื่อยเปื่อยอยู่หรือก็คือฆ่าคนซ้ำๆในหัวอยู่นั้น เขาก็รู้สึกว่ามีพลังบางอย่างปะทุขึ้น เป็กระบวนการง่ายๆไม่มีฉากเท่ๆแบบในหนังหรืออนิเมะ
"เฮ้อเหมือนที่ในหนังสือบอกเลย คนอื่นเวลาปะทุจะมีเหตุการณ์เกิดขึ้นมากกว่านี้ แต่การแปลงรูปโลหะไม่มีอะไรเลย…”
หลี่จินพูดพร้อมกับหลับตาเพื่อเพ่งสมาธิตรวจสอบร่างกาย และเขาก็ััพลังงานแปลกๆได้จริงๆ พลังงานนี้มันให้ความรู้สึกเหมือนเป็แขนขาของเขาควบคุมได้ไม่ยากเท่าไหร่
หลังจากตรวจสอบพลังแล้วเด็กหนุ่มก็หยิบเหล็กข้างๆขึ้นมา มันเป็เหล็กก้อนขนาดประมาณ10คูณ10ซม.ที่เตรียมเอาไว้ หลี่จินเอามือทาบเหล็กและเริ่มถ่ายทอดพลังเข้าไปเหล็กที่ถืออยู่ซึ่งคนส่วนใหญ่เรียกกันว่าพลังแฝง...
สิ่งที่หลี่จินถือเริ่มเปลี่ยนรูปเหมือนกับเป็ก้อนดินน้ำมันที่ค่อยๆยืดออกเป็ใบดาบ
''โอ้! น่าทึ่งจริงๆแต่ระยะน้อยไปหน่อย น้อยจนต้องเอามือััเพื่อใช้ความสามารถ” หลี่จินพูด
การที่เราอยู่คนเดียวและพูดออกมาคงไม่เป็อะไร ทั้งมันยังช่วยให้เราจำการกระทำดังกล่าวได้ดีขึ้นด้วยซ้ำ
'เสียทีที่ระยะใกล้ไปหน่อย ต้องค่อยเอามือไปัักับสิ่งที่้าแปลงรูป และดูเหมือนมันจะไม่ใช้การเทความร้อนเพื่อทำให้เหล็กอ่อนตัวและเปลี่ยนรูปร่าง'
หลี่จินประเมินและเอาใบดาบไปเข้ากองไฟจนใบดาบเริ่มแดง จากนั้นชุบน้ำต่อด้วยการควบคุมให้ใบดาบแน่นขึ้น...
ทำแบบที่กล่าวไป10ครั้ง เขาก็อัดมันต่อไม่ได้แล้วคงเป็เพราะพลังของเขาพึ่งตื่นด้วย
เมื่อสร้างดาบเสร็จหลี่จินก็เริ่มประเมินอย่างจริงจังว่าความสามารถนี้เป็ยังไงกันแน่...จากการคำนวณของเขาบวกกับความทรงจำของนักวิทยาศาสตร์หลี่จินก็ได้ผลสรุปในที่สุด
เขาคิดว่าความสามารถการแปลงรูปโลหะมันเป็การปล่อยพลังงานบางอย่างออกมา และแบ่งพลังงานนั้นออกเป็ส่วนๆซึ่งเล็กมากๆ เล็กมากจนสามารถเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของโลหะได้
และถ้ามันเป็ไปตามที่หลี่จินคิดจริงๆมันจะทรงพลังมาก พูดให้เห็นภาพถ้าเราสามารถแบ่งพลังงานจนมันเล็กมาก มากจนสามารถบังคับการรวมตัวของอะตอมธาตุเบา
ผสมกับระยะขอบเขตที่อภิมหากว้างใหญ่ เราก็จะสามารถสร้างดวงอาทิตย์ใหม่ขึ้นมาได้เลยแต่แน่นอนว่ามันไม่ง่ายขนาดนั้น...
เมื่อทำดาบเสร็จแล้วต่อไปก็ต้องทำฝักดาบจากเหล็ก เมื่อเสร็จหลี่จินก็ลุกขึ้นเพื่อที่จะกลับไปเมืองที่เขาอยู่ เมืองนี้มีชื่อว่าอารอน
เป็เมืองขนาดกลางถึงเล็ก มีผู้ใช้มิราสอยู่พอสมควร ซึ่งกำลังสำคัญของเมืองคือสมาคมอัคคีเผาผลาญ และระดับของผู้ใช้มิราสที่สูงที่สุดอยู่ที่ระดับ20
ครอบครัวของเขาเปิดร้านอาหาร ส่วนพ่อของเขาตายั้แ่ก่อนที่เขาจะเกิดและแม่ของเขาก็ไม่เคยบอกเขาเกี่ยวกับเื่นี้เลย
แม่ของเขาชื่อหลี่ซูหรง เป็ผู้ใช้มิราสระดับ3มาตรฐานของเมืองอารอน ทำไมหลี่จินถึงรู้ก็เพราะเขาเคยถามเธอในตอนที่เขาสงสัย
"ท่านแม่ขอรับข้ากลับมาแล้ว!" หลี่จินเปิดประตูบ้านและพูดด้วยสีหน้า 'ไร้เดียงสา' ถึงภายในจะมืดมน แต่ก็ต้องเก็บเอาไว้เพราะเขาจะต้องทำให้ครอบครัวในชีวิตนี้ของเขามีความสุข
และโลกนี้ก็ยังเป็โลกแบบนิยายเวทมนต์กับจีนกำลังภายใน ที่มีคำพูดว่านับถือความแข็งแกร่งนั่น ทำให้เขาต้องแข็งแกร่งขึ้นถึงมันจะเป็แบบไหนก็ตาม เพื่อจะสู้กับเพื่อที่จะมารุกรานมามของเขา
"ไปไหนอีกแล้วล่ะเสี่ยวจิน...ตอนนี้ก็เที่ยงแล้วรับมากินข้าวเร็ว'' แม่ของเขาหลี่ซูหรงกล่าวที่บ้านเขาเปิดร้านอาหาร ฐานะก็สูงอยู่พอสมควรทำให้แม่ของเขาไม่ต้องออกไปทำงานตลอดเวลา...
ได้ยินคำพูดของแม่ตัวเองหลี่จินก็ยิ้ม พร้อมกับเดินไปที่โต๊ะแล้วนั่งลง…
'ลูกของข้า…ทำไมโชคชะตาของเ้าถึงได้ร้ายแบบนี้ พ่อของเ้าหลี่คุนต้องมาจากตายเพราะพวกมัน แถมมิราศของเ้ายังต้องเป็มิราศการแปรงรูปโลหะ...' ถึงจะไม่แสดงออกทางสีหน้าแต่ตอนนี้หลี่ซูหรงกังวลมาก
วันนี้เป็วันเกิดรบรอบ15ปีของหลี่จิน มันควรเป็วันที่ต้องฉลองอย่างยิ่งใหญ่แต่เด็กคนนี้กลับเงียบไม่บอกกล่าวและออกจากเหมือนบ้านทุกวันโดยที่เธอไม่รู้ว่าไปทำอะไร…
"เสี่ยวจินเ้าปลุกมิราสแล้วหรือ พลังของเ้าเป็ยังไงบ้าง?" หลี่ซูหรงถามด้วยความเป็ห่วง
'เราทำให้แม่เป็ห่วงอีกแล้ว' ชีวิตก่อนเขาเป็คนที่ต้องเห็นจิตใจด้านไม่ดีของมนุษย์อยู่ตลอดเวลา ทำให้หลี่จินดูอารมณ์ของแม่ตัวเองออกอย่างง่ายดาย
หลี่จินเอาดาบที่ตัวเองทำไว้ออกจากกระเป้าเสื้อพร้อมกับยืนให้แม่ของเขาดูด้วยรอยยิ้มสดใส "นี้คือผลงานของข้า”
ได้ยินคำพูดของลูกชายหลี่ซูรงก็ยกดาบมาดูด้วยความแปลกใจ เรียกดาบน้ำออกมาจากความว่างเปล่าและใช้มันกระแทกดาบที่หลี่จินทำ
"นี้มัน...เป็ดาบสั้นที่ดีจริงๆ แม้แต่ดาบของผู้ใช้มิราสระดับ3อย่างข้ายังตัดไม่ขาดในทีเดี่ยว! เสี่ยวจิน!เ้าทำมันได้ยังไง?!"
ถึงจะไม่ได้เชี่ยวชาญดาบแต่เพราะอดีต ทำให้รู้เื่พวกนี้อยู่บ้างและอาวุธที่มิราสตัดไม่ขาดในทีเดียวไม่ใช้สิ่งที่คนที่มิราสพึ่งตื่นจะทำได้
แน่นอนความรู้เื่อนาคปี2019กับนักวิทยาศาสตร์ในหัวไม่ได้เปล่าประโยชน์ ปกติเวลาคนใช้ความสามารถทำดาบส่วนใหญ่จะใช้แต่ความสามารถเปลี่ยนรูป ซึ่งข้อดีคือเหล็กมันจะเรียบสวยเหมือนใช้เครื่องทำ
แต่ของเขาไม่ใช้เขาทั้งชุบแข็งและออกแบบด้วยการใช้หลักฟิสิทส์เข้าช่วย ต่างจากของคนอื่นที่เอาความสวยเป็หลักอย่างลิบลับ
“เออ..ข้าก็แค่ทำมั่วมันๆก็เป็เช่นนี้เอง" จะให้พูดว่า 'แม่!ลูกของแม่มีคำทรงจำของชาติคนในอนาคต’ ก่อนก็ไม่ได้โกหกไปก็แล้วกัน
หลี่ซูหรงเอามือลูบหัวของหลี่จินและพูดว่า "เก่งมาก" แต่ในใจรำพึงว่า 'ลูกของเรามีพร์ที่ดีจริงๆ เสียดายที่มิราศของเขาเป็...'
แน่นอนว่าหลี่จินสังเกตเห็นความเศร้าของแม่ตัวเอง แต่เขาก็เลือกที่จะไม่พูดอะไร ใช้การกระทำพิสูจน์เหมือนกับชีวิตที่แล้วของเขา...
หลังจากกินข้าวเสร็จเขาก็ขอออกไปข้างนอกเพื่อไปเพิ่มระดับมิราส แม่ของเขาก็ออกไปเช่นกันโดยสาเหตุไม่ใช้ไปทำงานแต่อย่างใดแต่เป็เพราะ..
“ดาบของเ้าแม่ของนะ! แม่จะไปให้ผู้เชียญชาญประเมิน!” กล่าวจบแม่ของเขาก็ออกไปทันที ทึ้งหลี่จินที่กำลังจะเอามือคว้าไหล่เพื่อห้ามแต่ไม่ทันเอาไว้...
หลี่จินถอนหายใจด้วยรอยยิ้มละเดินออกจากบ้านด้วยและข้อดีอีกอย่างของโลกนี้คือไม่ต้องมีกุญแจพกติดตัวเพราะล็อคจะปลดก็ต่อเมื่อมันมีพลังแฝงที่ตรงกับที่บันทึกเอาไว้เท่านั้น