โชคดีฉันได้สามีสามคน

    52 ภายใต้ความมืดมิด

            เสียงวรเมธขยับตัวดังเบาๆ เขาพยายามจะลุกขึ้นจากโซฟาแต่แล้วก็นั่งลงที่เดิมมีเส้นเลือดปูดขึ้นที่ขมับ ทว่าก็มีบรรยากาศแปลกๆ ที่ทำให้มารตีรู้สึกตัวว่าตอนนี้ไม่ใช่แค่ความมืดและอากาศเย็น แต่มันคือบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความคาดหวัง

            ในความมืดสนิท มารตีค่อยๆยกมือข้างหนึ่งคลำไปตามแนวไหล่ปพนต์นิ้วเรียวงามลูบไล้ผิวเนียนสากใต้เสื้อยืดบางเบา แรงกอดแน่นขึ้นเมื่อปพนต์พยักหน้าให้ก้าวต่อช่วงเวลาชั่วขณะหญิงสาววางฝ่ามือบนซอกคอของสามี นิ้วหัวแม่โป้งทาบทับเบาๆ แล้วค่อยๆลากลงมาถึงต้นคอแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ นั่นคือ “รอยจูบ” แรกในคืนที่ไม่มีแสงสว่าง

            ปพนต์สะอึกเล็กน้อยเมื่อริมฝีปากมารตีร้อนวาบผ่านซอกคอ แล้วจุมพิตเบาๆ ซ้ำๆ เป็นจังหวะชวนให้ใจเต้นไม่เป็นจังหวะ

            สาวสวยเองก็ไม่ได้ตั้งใจจะรุกรุนแรงเพียงแต่ความละมุนของริมฝีปากและไออุ่นจากลมหายใจใกล้ๆทำให้โลกทั้งใบในความมืดยิ่งยาวนานและกว้างใหญ่เกินกว่าจะต้านทาน

            ปพนต์มือคลำไปตามชายชุดเดรสของมารตีในความมืดไล้มือขึ้นผ่านจนถึงหน้าขาสัมผัสเนื้อนุ่มที่ปราศจากชั้นใน มารตีสะดุ้งเมื่อรู้สึกถึงนิ้วอวบของสามีที่ป้วนเปี้ยนอยู่ที่ปากทางเข้าสู่ร่างกายเธอแต่มารตีก็ไม่ห้าม กลับคล้อยตามเหมือนไม่อยากให้หยุด

            “รตี…อึดอัดไหมจ๊ะ?” ปพนต์เว้นช่วงเสียงกระซิบเบาๆ

    เธอส่ายหน้าแผ่ว “ไม่อึดอัด…แค่…ตื่นเต้นค่ะ”

            ผู้เป็นสามีหัวเราะเบาๆก่อนจะเลื่อนมือขยับนิ้วเข้าไปจนสุดความยาว พลางขยับไปมา และถอนออกมาในที่สุด ลมหายใจของทั้งคู่สลับกับเสียงจังหวะหัวใจที่เต้นแรงทว่าในหัวใจวรเมธที่นั่งอยู่ใกล้ๆ กลับเงียบสงบและเหมือนไม่สนใจ

            วรเมธไม่อาจมีอารมณ์ร่วมกับความเร่าร้อนครั้งนี้แต่เขากลับเฝ้าดูนิ่งๆ ด้วยแววตาเศร้าๆ แต่เต็มไปด้วยความเข้าใจเขารู้ดีว่านี่ไม่ใช่เรื่องผิดแต่เป็นเพื่อนรักสองคนที่กำลังเยียวยาหัวใจของกันและกัน

            มารตีลากปลายนิ้วลงมาตามลำคอปพนต์อีกครั้งชวนให้เขาสะบัดคอเล็กน้อยก่อนจะจูบซอกคอซ้ำๆราวกับว่าทุกจูบกำลังปลุกความอบอุ่นในอกที่เย็นเฉียบ

            ปพนต์ตอบสนองด้วยการโอบเอวเธอให้เข้ามาแนบอกแล้วค่อยๆ โน้มหน้าลงจูบที่ริมฝีปากเพียงเบาๆ แต่พอสัมผัสก็รู้สึกถึงความนุ่มชื้นเรียวลิ้นเกี่ยวกวัดพัวพันกัน แม้เพียงชั่ววินาทีก็ทำให้หัวใจของทั้งคู่เร่าร้อนแล้ว

            มารตีถอนหายใจ“เราจะทำอะไรได้มากกว่านี้ไหมคะ?” ช่วงคำถามนั้นเต็มไปด้วยความลังเลแต่ก็แอบคาดหวัง

            ปพนต์ลูบผมเธอ“คืนนี้…ให้มันมืด แล้วปล่อยให้ใจนำทาง”

            น้ำเสียงอ่อนโยนทำให้หัวใจของมารตีสั่นไหวชั่วขณะหนึ่งทั่วทั้งห้องกลับเงียบสงัด จนได้ยินเพียงเสียงสั่นจากโทรศัพท์ปพนต์เมื่อมีข้อความเข้า

            คืนนั้นไฟฟ้ายังไม่มา พัดลมเพดานหยุดหมุนจนห้องนิ่งสงัดยิ่งกว่าเดิม มารตีและปพนต์ต่างคลอเคลียกันในมิติของความมืดแต่ทว่าคืนนี้ แม้ใจจะพะว้าพะวังเพราะไม่แน่ใจว่าควรจะก้าวต่อไปแค่ไหนแต่ท้ายที่สุด พวกเขาเลือกเพียงปลอบกันเบาๆ ไม่อาจเกินเลยจนถึงขั้นปกติ

            ในความมืดสนิทเสียงหัวใจสองดวงเต้นสอดประสาน เสียงลมหายใจใกล้ชิด และสัมผัสละมุนเคล้าและคลอเบาๆรวมกันเป็นบทเพลงฉบับพิเศษเฉพาะคืนนี้

            ส่วนวรเมธนั่งอยู่บนโซฟาถัดออกไป มือคลำผ้าห่มอบอุ่นที่มารตีพาดไว้ให้ เขายิ้มน้อยๆรู้สึกได้ว่าในความมืดมิดนี้เพื่อนรักกำลังสร้างบทเรียนใหม่ให้กัน บทเรียนแห่งความใกล้ชิดและการเยียวยาโดยไม่ต้องใช้คำพูด

            แม้ไฟฟ้าจะดับมืดแต่ไฟในใจของทั้งสามคนเปล่งแสงน้อยๆ  ขึ้นมาอีกครั้ง ในคืนที่รอยจูบเกาะกุมหัวใจและบทสนทนาในเสียงหายใจนั้นคงอยู่ในความทรงจำไปอีกนานแสนนาน เสียงฝนเริ่มตกดังซู่เบาๆกระทบหลังคาบ้าน นอกหน้าต่างห้องนั่งเล่นเสียงหยดน้ำร่วงหล่นจากชายคาทำให้บรรยากาศชื้นแฉะยิ่งขึ้น

            แต่ในความมืดนั้นแสงไฟฉายจากโทรศัพท์ของปพนต์ยังคงส่องลอดมุมหนึ่งของโซฟา แสงจางๆ ตัดกับเงาเร้นลับเหมือนหุ้นส่วนของความสัมพันธ์ครั้งใหม่ระหว่างมารตีและปพนต์ ขณะที่พวกเขาจับมือและกอดกันเบาๆริมฝีปากกระซิบกระซาบปลายซอกคอและซอกไหล่ ด้วยความรู้สึกกุ๊กกิ๊กปนเร่าร้อนที่ยังไม่มีการปลดปล่อย

            หลังกระซิบจูบอ่อนนุ่มครั้งแล้วครั้งเล่ามารตีและปพนต์หลับตา พาตัวเองลอยตามลมหายใจของกันและกันในห้วงเวลาอันอบอุ่น ทำให้ฝนข้างนอกยิ่งดูสวยงามราวกับฝนกำลังหล่อเลี้ยงหัวใจที่บอบบางให้เติบโต ทว่าในมุมมืดอีกด้านหนึ่งของโซฟาเดียวกัน วรเมธกลับนั่งนิ่ง มือหนึ่งกำผ้าห่มบางรอบเอวร่างกายสั่นเทาเพราะความเย็นปนเหงา หัวใจเขายังไม่อาจรับความใกล้ชิดที่เบ่งบานระหว่างเพื่อนรักอีกสองคนได้

            สายตาวรเมธทอดมองออกไปนอกหน้าต่างเขาไม่เห็นสายฝนชัดเจนนัก แต่กลับเห็นเป็นภาพของจิรภา

    ภาพหน้าจิรภาราวกับฉาบไว้ในม่านน้ำ หญิงสาวผมสีดำเป็นประกายทองในยามแสงแดดอ่อนกำลังยิ้มให้เขาอย่างสดใส ภาพนั้นวนซ้ำในหัวราวภาพยนตร์ฉายวนไม่รู้จบ ดวงตาจิรภานั้นชวนให้เขาหลุดเข้าไปในความทรงจำ

            “จิรภา…” วรเมธสูดหายใจลมในอกสะท้อนเป็นเสียงสะอื้นเบาๆ เขากำผ้าห่มแน่นจนรู้สึกถึงความหนาแน่นที่โอบกอดเขาไว้สัมผัสนั้นกลับยิ่งเร่งให้ภาพจิรภาเคลื่อนไหวตัดสลับไปมา ชนิดที่ทำให้เขารู้สึกหายใจติดขัดราวกับกำลังจะขาดอากาศหายใจ

            ภาพแรกคือเช้าวันหนึ่งที่จิรภาปีนขึ้นมาบนระเบียงห้องนอนใส่ชุดนอนผ้าซาตินหลวมๆ สีครีม ปลายผ้าพริ้วไหวในสายลมอ่อน เธอก้าวเท้าลงบนพื้นไม้แล้วยื่นมือมาดึงเขาลุกขึ้นจากเตียง “ตื่นได้แล้ว วันนี้เราไปทานแพนเค้กกัน” จิรภาน่ารักในชุดนอนที่ดูเซ็กซี่อ่อนหวานนั้นทำให้เขาอดยิ้มน้อยๆ ไม่ได้ วินาทีนั้นเขารู้สึกอบอุ่นจนอกชา

            ภาพสองปรากฏเมื่อเขาและจิรภาเดินจูงมือกันตามถนนเล็กๆของย่านเก่าแก่ แสงโคมไฟถูกจัดประดับเป็นเส้นตามต้นไม้สองข้างทาง จิรภาสวมเดรสผ้าลูกไม้สีขาวแผ่นหลังบางเผยให้เห็นผิวเนียนระเรื่อดวงตาของเธอเปล่งประกายเมื่อเขาเล่าเรื่องตลกบางอย่าง ทำให้เธอหัวเราะร่วนเสียงหัวเราะนั้นก้องอยู่ในหัวของวรเมธจนเขารู้สึกได้ถึงแรงสั่นสะเทือนไปทั่วร่างกาย

            ภาพล่าสุดคือตอนค่ำคืนที่เขาและจิรภากลับมานั่งใกล้กันบนโซฟาตัวเก่าในห้องนั่งเล่นบ้านเงียบเกินไปเหมือนเช่นคืนนี้ แต่เขาและจิรภาเปิดโคมไฟตั้งโต๊ะดวงเล็ก ที่กระจายแสงสลัวสวยงาม

            จิรภาซบไหล่เขาแล้วกระซิบบอกว่า “ฉันกลัวความมืดนะ ถ้าไม่มีคุณอยู่ด้วย” เขากอดจิรภาไว้แน่นพร้อมกระซิบตอบว่า “ผมจะไม่ปล่อยมือคุณไปไหน” ความทรงจำนั้นหอมหวานจนเขารู้สึกว่าร่างกายเขาเต็มไปด้วยไออุ่น

            ในยามที่ภาพความทรงจำวนเวียนซ้อนทับวรเมธก็รู้สึกถึงความเจ็บปวดฉับพลันหัวใจเหมือนถูกบีบรัดจนแผ่นอกคับแน่นราวกับไม่มีที่ให้ลมหายใจอีกทว่าในความเจ็บปวดนั้น ก็ยังมีรอยยิ้มเจือปนอยู่ เมื่อเขารู้ว่าเคยมีช่วงเวลาที่งดงามราวกับความฝัน

            มารตีและปพนต์ยังคงกอดกันอย่างแนบสนิทในความมืดแต่สัญชาตญาณของเพื่อนรักทำให้มารตีสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงของวรเมธ หญิงสาวที่นั่งอยู่ระหว่างกลางละมือจากเอวของปพนต์ขยับไปกุมมือเขาไว้เบาๆ ความอบอุ่นจากฝ่าของมือมารตีถูกส่งผ่านมาด้วยสัมผัสแผ่วเบาแต่เปี่ยมด้วยความตั้งใจ

            “วรเมธ…”เสียงกระซิบอ่อนโยนก้องแผ่วในความมืด มารตีใช้ปลายนิ้วสัมผัสหลังมือของเขาเป็นจังหวะช้าๆ

            “พวกเราอยู่ตรงนี้อย่าทิ้งกันไปไหนนะ”

            ปพนต์เงยหน้าจากการฝังจูบซอกคอมารตียื่นมื่อผ่านภรรยาสาวไปวางแขนโอบประคองปลอบเบาๆ ที่บ่าของวรเมธ อีกมือหนึ่งยันพื้นพยุงลำตัวไม่ให้ล้มลงบนโซฟา “น้องต้องเข้มแข็งนะ” ปพนต์เอ่ยหนักแน่นแต่เสียงก็สั่นเทา ไม่ต่างจากมารตี “เราไม่อยากเห็นนายทำร้ายตัวเอง”

     

            วรเมธหลับตาลง รวบรวมลมหายใจให้กลับสู่จังหวะปกติความอบอุ่นจากสองเพื่อนรักค่อยซึมซาบเข้าไปในหัวใจที่แตกสลาย หยาดน้ำตาใสไหลออกจากหัวตาลงมาถูกมือมารตีอย่างแผ่วเบา

    คล้ายกับเรื่องโชคดีฉันได้สามีสามคน ที่คุณอ่าน