“เป็นเรื่องจริงนะเจ้าคะท่านพ่อที่ลูกเล่าเป็นความจริงทุกอย่างเจ้าค่ะ” ไห่จินจูยืนยันหนักแน่น
“อีกสามวันทางสำนักให้พวกลูกไปสำนักพร้อมพวกเขาใช่หรือไม่?”
“ใช่เจ้าค่ะ”
“นี่ก็แปลก...แต่เดิมสำนักสวรรค์จะใช้เวลาสอบนานพอสอบเสร็จก็จะพาเหล่ารุ่นเยาว์กลับสำนักไปพร้อมกันเลยแต่หนนี้กลับทิ้งเวลาไปถึงสามวัน”
“อาจจะเป็นเพราะการสอบเสร็จเร็วเกินไปทั้งยังต้องทำการสอบของสาขาปรุงโอสถก็ได้นะเจ้าคะ” ไห่ฮูหยินเอ่ย
“ก็อาจจะจริง”ได้ยินว่าสำนักอื่นๆนอกจากสำนักสวรรค์เองก็สอบเสร็จสิ้นไปก่อนหน้าแล้วเช่นกันเร่งการสอบถึงเพียงนี้ไม่รู้ว่ามีเบื้องลึกเบื้องหลังอันใดหรือไม่
“แล้วเรื่องที่พวกเจ้ามีเรื่องกับคุณชายโม่และคุณหนูมู่เรื่องเป็นมาอย่างไรกันแน่เหตุใดจึงได้มีเรื่องกันเช่นนั้น?” เรื่องที่ไห่ฮูหยินกังวลยิ่งกว่าก็คือเรื่องที่บุตรสาวนางไปมีเรื่องกับคุณชายคุณหนูคู่นี้มากกว่า
“เป็นพวกเขาหาเรื่องก่อนนะเจ้าคะท่านแม่ท่านพ่อเจ้าขาคุณชายโม่ผู้นั้นถึงกับทำตัวเป็นโจรปล้นชิงผู้อื่นเลยนะเจ้าคะบิดามีชื่อเสียงขจรไกลว่าเป็นแม่ทัพผู้มากคุณธรรมไฉนบุตรชายกลับทำตัวเป็นโจรเสียเอง ข้าเตือนก็ไม่ฟังถึงกับจะใช้กำลังแย่งชิงเลยนะเจ้าคะ! หากไม่มีเหล่าสหาย ข้าก็คงสอบตกไปแล้วเจ้าค่ะ!”ไห่จินจูเล่าอย่างใส่อารมณ์
ผู้เป็นบิดาได้ฟังก็ถึงกับโมโหเช่นกัน
ปัง!
“เหลวไหล เหลวไหลใหญ่แล้ว!บิดาเป็นถึงพยัคฆ์แต่กลับมีบุตรชายเป็นสุนัขเขาไม่คิดว่าชื่อเสียงบิดาของเขาจะป่นปี้เพราะตัวเขาเองหรืออย่างไรกัน!”
“ใช่เจ้าค่ะท่านพ่อ ข้า...”ไห่จินจูกำลังจะเอ่ยเสริม ทว่าถูกสายตาของมารดาตวัดมอง ทำให้ต้องกลืนคำพูดลงไป
ไห่ฮูหยินสั่งให้บุตรสาวเงียบลงทางสายตาแล้วก็หันมาหาผู้เป็นสามี รินน้ำชาให้เขาใจเย็นลง ทว่านายท่านไห่กำลังโกรธยกชาดื่มแล้ววางจอกลงกับโต๊ะดังปัง
“เจ้าวางใจเถอะเรื่องนี้บิดาไม่ปล่อยผ่านแน่แม่ทัพโม่เป็นคนยุติธรรม หลังจากนี้พ่อจะพาเจ้าไปเรียกร้องความเป็นธรรมเอง”แม่ทัพโม่ไม่มีทางปล่อยเรื่องนี้ไป เขาแน่ใจว่าหากรู้เรื่องนี้เข้าเขาจะต้องคืนความเป็นธรรมให้แก่บุตรสาวของเขาแน่
เมื่อก่อนตอนที่บุตรชายของเขามีเรื่องเขาถึงกับลากบุตรชายไปทุบตีขอโทษอยู่หน้าบ้านคนที่บุตรชายทำตัวกร่างใช้อำนาจของบิดาในทางมิชอบตอนได้ยินเรื่องนี้ยังนับถือน้ำใจของแม่ทัพผู้นี้ไม่หาย
“เจ้าค่ะท่านพ่อ”ไห่จินจูยิ้มกว้างที่บิดาเข้าข้าง ก่อนจะหดคอลงอีกครั้งเมื่อสบสายตาของมารดา
“เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเถอะ”ไห่ฮูหยินนั่งลงข้างสามีก่อนจะยกชาขึ้นจิบ “แล้วเรื่องของคุณหนูมู่เล่าเหตุใดสหายของเจ้าถึงไปหาเรื่องนาง”
ไห่ฮูหยินเอ่ยปัดประเด็นร้อนไปหวังเบี่ยงประเด็นไปเรื่องอื่นแทนทว่าคาดไม่ถึงว่าเรื่องต่อไปกลับเป็นประเด็นเดือดยิ่งกว่า
“คุณชายโม่ผู้นั้นไม่มีทางคิดเรื่องนี้เองแน่คนอื่นตั้งมากมายกลับไม่ไปปล้น แต่กลับเจาะจงปล้นพวกข้าแทนตอนทดสอบคุณสมบัติมีใครบ้างไม่รู้ว่าซูซูมีระดับพลังอยู่ในขั้นสูงลำพังเพียงนางคนเดียวก็เอาชนะพวกเขาได้ทุกคนคุณหนูมู่ผู้นั้นต้องเป็นผู้อยู่เบื้องหลังแน่”ไห่จินจูเล่าเรื่องนี้ไม่ค่อยเต็มเสียงนัก
เรื่องนี้นางก็ไม่ค่อยแน่ใจเหมือนกัน เพราะสหายของนางก็ไม่ได้พูดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้เพียงบอกว่าจะไปปล้นต่อแล้วก็มุ่งตรงไปหาคุณหนูผู้นั้นเลยแต่ค่อนข้างมั่นใจว่าต้องเรื่องนี้ต้องเกี่ยวกับคุณหนูผู้นั้นแน่ไม่เช่นนั้นสหายของนางจะมุ่งตรงไปหาเรื่องโดยไม่ไว้หน้าเช่นนั้นได้อย่างไรกัน
ถึงจะรู้จักกันได้ไม่นานแต่นางก็มั่นใจว่าสหายของนางผู้นี้เป็นคนที่ไม่ชอบหาเรื่องใครก่อนแต่จะเอาคืนอย่างสาสมเช่นกัน
ดังนั้นเรื่องที่นางบอกจึงเป็นเพียงการคาดเดาของนางเท่านั้นแต่งเรื่องนิดหน่อยแต่ก็น่าจะเป็นเรื่องจริงอยู่บ้าง...มั้งนะ
“แล้วนางจะมาหาเรื่องพวกเจ้าทำไมกัน?” ไห่ฮูหยินถามอย่างไม่เข้าใจ
ครอบครัวของนางไม่เคยรู้จักกับตระกูลขุนนางเป็นการส่วนตัวไม่น่าจะมีเรื่องบาดหมางจนต้องมาหาเรื่องกันเช่นนี้
“มะ...ไม่รู้เจ้าค่ะ” ไห่จินจูหลบตาสายวูบ
ทว่าไม่อาจพ้นสายตาที่จับจ้องของผู้เป็นมารดาพอจะเดาเรื่องได้อยู่หลายส่วน หากไม่เป็นเพราะบุตรสาวของนางก็คงเป็นเพราะสหายกลุ่มนั้นพวกนางอาจจะเคยมีเรื่องกันมาก่อน แล้วบุตรสาวของนางก็เพียงถูกลูกหลงไปด้วย
นายท่านไห่เองก็พอจะเดาเรื่องได้เช่นกันคิ้วเข้มขมวดลง หากมีเรื่องกับตระกูลขุนนางพร้อมกันทั้งสองตระกูลพวกเขาแย่แน่พวกเขาเป็นเพียงตระกูลพ่อค้าอย่างไรก็เสียเปรียบพวกขุนนางไม่ต้องพูดถึงขุนนางใหญ่อย่างเสนาบดีกับแม่ทัพของแคว้นเลย
อีกอย่างเรื่องของคุณหนูมู่ไม่มีหลักฐานไม่อาจเอาเรื่องนางได้ไม่เช่นนั้นจะเป็นพวกเขาเองที่เดือดร้อนนายท่านไห่จึงไม่พูดในเรื่องนี้ เหลือบมองภรรยาที่ทำหน้ากลุ้มใจอยู่ด้านข้างก็คิดจะเปลี่ยนประเด็นอีกหน
“แล้วเรื่องของคนแคว้นโจวเล่า?” ครั้งนี้ได้ผลทุกคนต่างให้ความสนใจกับเรื่องของคนแคว้นโจวเป็นอย่างมาก
“ก่อนหน้านี้มีข่าวลือว่าแคว้นโจวพ้นคำสาปแล้วรุ่นเยาว์ต่างถูกส่งมาเข้าร่วมสำนักต่างๆ ก่อนหน้านี้ยังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งไม่คิดว่าจะเป็นความจริง” บุตรชายคนโตเป็นผู้เอ่ยขึ้น
บุตรชายทั้งสองคนของสกุลไห่ต่างมีพรสวรรค์ในการค้าหยิบจับสิ่งใดล้วนเป็นเงินเป็นทอง ช่วยงานของครอบครัวได้เป็นอย่างดีทว่าด้านการฝึกตนกลับไม่ก้าวหน้า
บุตรชายคนโตท่าทีสุขุม ใบหน้าคมเข้มถอดแบบมาจากบิดาเรื่องการค้าขายนับว่าเก่งกาจ
“นั่นสิขอรับเรื่องนี้วานน้องสาวรองเล่าให้ฟังอย่างละเอียดอีกทีคนแคว้นโจวมีท่าทางเป็นอย่างไร?” บุตรชายคนรองเอ่ยถามพร้อมรอยยิ้ม
เขามีใบหน้าเกลี้ยงเกลาผิวขาวท่าทีเจ้าสำราญเล็กน้อย เรื่องการเจรจาต่อรองนับว่าไม่เป็นรองใครเล่ห์เหลี่ยมล้วนแพรวพราว
ไห่จินจูยังรู้สึกเคืองอยู่เล็กน้อยนางเมินคำพูดของพี่ชายอย่างสิ้นเชิง ทำเอารอยยิ้มของพี่ชายคนรองแข็งค้างได้แต่มองพี่ชายกับบิดาไปมา
“เล่ามาเถอะ พ่อเองก็อยากรู้”นายท่านไห่จึงต้องออกหน้า ส่ายหน้าเอือมระอากับบุตรชายทั้งสองคน
“เจ้าค่ะ คนแคว้นโจวทางท่าเก่งกาจตอนทดสอบคุณสมบัติพวกเขาล้วนมีระดับพลังอยู่ในระดับสูงแม้ไม่สูงที่สุดแต่ก็สูงกว่าผู้เข้าสอบคนอื่นๆหลายคนเจ้าค่ะล้วนแต่เป็นที่จับตามองแม้แต่อาจารย์ทั้งสามท่านเองก็ด้วยตอนอยู่ในป่าข้าไม่พบพวกเขาจึงไม่รู้ว่าเป็นอย่างไร ทว่าในตอนส่งมอบของในตอนท้ายสิ่งของที่พวกเขาเอาออกมาล้วนแต่เป็นของระดับสูงทุกชิ้นไม่ต่ำกว่าระดับห้าขั้นกลาง”
“ระดับห้าขั้นกลาง?!”นายท่านไห่ถึงกับอุทาน ราคาในตลาดของชิ้นส่วนของสัตว์อสูรระดับห้าคือร้อยเหรียญทองแม้ของที่มีระดับต่ำที่สุดก็ยังมากถึงหกสิบเหรียญทองหากเป็นแก่นอสูรจะมีราคามากกว่าหลายสิบเท่า หากนำเข้าโรงประมูลก็จะมากกว่านี้อีก