เมื่อได้ยินว่าตนเองจะสามารถขึ้นไปยังพื้นผิวของดาวเคราะห์โลกได้ แววตาของทันย่าก็พลันเบิกกว้างไปด้วยความตื่นเต้น
“จริงเหรอครับท่านอาจารย์”
“ฉันสามารถออกไปได้แล้ว?!!”
ความกระตือร้นของทันย่าทำให้ผู้เป็อาจารย์อย่างเด็กสาวต้องเผยรอยยิ้มออกมา
[ถูกต้องแล้ว แต่ใช่ว่าตัวตนของเ้าจะขึ้นไปยังอาณาเขต้าได้เลย เพราะห้องทดลองลับแห่งนี้ตั้งอยู่ในจุดที่ลึกมากที่สุดของผืนทวีป]
[พวกมนุษย์เรียกสถานที่แห่งนี้ว่าทวีปมืด หลังจากที่ไวรัสเจเนซิสได้แพร่กระจายและเกิดาระหว่างสองเผ่าพันธุ์ขึ้น ทวีปดั่งเดิมส่วนนึงของโลกมนุษย์ก็ถูกปกครองโดยเหล่ามอนเตอร์]
[ไม่ใช่ซิ หลังจากที่สสารแห่งดวงดาวได้หลอมรวมเข้ากับดาวเคราะห์โลก ผืนดินและทวีปต่างๆที่ถูกคั้นกลางระหว่างมหาสมุทรขนาดใหญ่หลายแห่ง มันก็ได้เริ่มเชื่อมต่อกันเป็หนึ่งเดียว จนทำให้เกิดเป็ผืนทวีปขนาดั์ที่ไม่เคยมีมาก่อน]
“ไวรัสถูกเรียกว่าสสารแห่งดวงดาว?”
ทันย่านึกสงสัยแต่ก็ไม่ได้เอ่ยถามอะไร เขาจึงตั้งใจรับฟังคำพูดจากท่านอาจารย์อยู่เงียบๆ
[พื้นที่มากกว่า 40% ถูกปกครองโดยเหล่ามอนเตอร์ ส่วนอีกกว่า 60% พวกมนุษย์สามารถยึดคืนและสร้างรากฐานที่มั่นคงของตนได้]
[เ้าก็ถูกมอนเตอร์กลายพันธุ์อย่างอินทรีทองคำขนเพรชนำพามายังส่วนลึกของทวีปมืด แม้แต่นักสู้พันธุกรรมระดับสูงก็ยังไม่กล้ามา]
[ในสถานที่แห่งนี้เต็มไปด้วยมอนเตอร์ชั้นสูงที่มีสติปัญญาและแข็งแกร่งอยู่มากมาย พวกมันมีการปกครองและแบ่งอาณาเขตของตนกันอย่างชัดเจน ถ้ามีมอนเตอร์ภายนอกลุกล้ำเข้าไปในอาณาเขตของพวกมัน แน่นอนว่าจะต้องถูกสังหารจนไม่เหลือแม้แต่เศษซาก ด้วยระดับพลังของเ้าในตอนนี้ ต่อให้จะเป็เบฮีมอทก็ยังไม่อาจต่อกรได้ไหว จนกว่าที่เ้าจะมีพลังระดับ 8 หรือ 9 พวกเราจะไม่มายังส่วนลึกในบริเวณนี้เด็ดขาด]
[หลังจากนี้ไปพวกเราจะใช้เส้นทางโพรงใต้ดิน มุ่งลงใต้ไปยังริมขอบของทวีปมืด สถานที่แห่งนั้นเปรียบได้เป็สนามรบของเหล่ามอนเตอร์และมนุษย์ เต็มไปด้วยเมืองที่พังทลายอยู่มากมาย พวกมนุษย์เองก็ออกมาจากกำแพงของตน เข้ามายังอาณาเขตนี้เพื่อสังหารมอนเตอร์เช่นเดียวกัน]
[พอมีระดับพลังที่เพิ่มพูนมากขึ้นเรื่อยๆ พวกเราค่อยกลับมายังสถานที่แห่งนี้ เพื่อกลืนกินมอนเตอร์และขึ้นปกครองพวกมันทั้งหมด]
เมื่อรู้ว่าตนเองต้องเดินทางไปต่อ ทันย่าก็เข้าใจได้เป็อย่างดี ชายหนุ่มไม่ได้ปฏิเสธหรือร้องโอดครวญอะไรเลยซักนิด
“เข้าใจแล้วท่านอาจารย์!”
ตอนแรกก็คิดว่าตนได้ถูกพามายังสถานที่ใดสถานที่นึงในทวีปมืด แต่ใครจะไปคิดละว่าเ้านกบ้านั้นจะนำพาเขามายังส่วนลึกของทวีปมืด
ในสถานที่แห่งนี้นอกจากมหาสมุทรที่กว้างใหญ่และเป็อันตรายแล้ว มันก็ยังมีมอนเตอร์ผู้ปกครองที่ถูกเรียกว่าาาและจักรพรรดิ
พวกมันมีพลังที่แข็งแกร่ง มีระดับอยู่เหนือยิ่งกว่านักสู้พันธุกรรมระดับ 9 ไปอย่างมหาศาล หนึ่งการเคลื่อนไหวสามารถทำลายล้างเมืองได้ทั้งเมือง เพียงแค่การเคลื่อนไหวก็ทำให้ผืนดินต้องสั่นะเืเลือนลั่น รูปลักษณ์ใหญ่โตหลายร้อยเมตร บางตนก็มีขนาดใหญ่เทียบเท่ากับขุนเขา
ที่พวกนักสู้ไม่กล้าเคลื่อนไหวอย่างมั่วซั่ว ทั้งหมดก็เป็เพราะมอนเตอร์ระดับสูงนี้ทั้งสิ้น
เรียกได้ว่าเป็การถ่วงดุลอำนาจระหว่างทั้งสองฝ่ายอย่างแท้จริง แต่ก็มีบ่อยครั้งที่มอนเตอร์ระดับาาได้นำพามอนเตอร์ใต้อาณัติของตนเข้าโจมตีเมืองอาณาเขตในโลกมนุษย์ เมืองเทียนเมิ่งที่เขาอาศัยอยู่เองก็ถือเป็หนึ่งในนั้น
เมื่อหลายปีก่อน พญางูเก้าหัว มอนเตอร์ระดับาาได้นำพามอนเตอร์นับร้อยล้านตัวเข้าโจมตีป้อมปราการเมืองเทียนเมิ่ง
ผู้คนนับหลายสิบล้านต่างต้องตกตายลง นักสู้พันธุกรรมนับหมื่นนับแสนที่ปกป้องเมืองต่างเสียสละพลีชีพ ยังดีที่ผู้แข็งแกร่งสามารถทำการขับไล่พญางูเก้าหัวนี้ออกไป และสังหารมอนเตอร์ไปเป็จำนวนมาก ส่วนฉันก็ต้องพบเจอกับชะตากรรมที่โหดร้ายนับแต่นั้นเป็ต้นมา
พอคิดถึงโศกนาฏกรรมอันเลวร้ายนั่น
จิตใจของทันย่าก็เริ่มไม่มั่นคงขึ้น เขาจึงรีบเปิดใช้คริสตัลจิตดาวฤกษ์เพื่อควบคุมอารมณ์ของตนเอง ทำให้ละทิ้งห้วงอารมณ์อันฟุ้งซ่าน กลับมาเป็ปกติได้เหมือนเช่นเดิม แต่ก่อนที่พวกเราจะออกเดินทาง ทันย่าก็ได้สงสัยถึงบางสิ่ง
“แล้วห้องทดลองนี้ละท่านอาจารย์”
“ท่านจะทิ้งพวกมันเอาไว้อยู่เฉยๆ?”
คำถามของลูกศิษย์ตัวน้อยทำให้ดาวาลต้องยกยิ้มขึ้น เธอเริ่มบินวนรอบตัวของเขา และอธิบายให้กับลูกศิษย์ของตนได้รับฟัง
[คิกคิก แน่นอนว่าอาจารย์จะต้องเอามันไปด้วย ในจักรวาลที่กว้างใหญ่ มีเทคโนโลยีที่แข็งแกร่งและลี้ลับอยู่มากมาย โดยเฉพาะกับวัตถุที่เรียกว่าวงแหวนกาลอวกาศ มันคือสิ่งของเชิงมิติที่สามารถสร้างอาณาเขตขึ้นมาได้จากความว่างเปล่า ภายในเป็มิติช่องว่างที่กักเก็บ]
[คอยดูให้ดีนะ อาจารย์ของเ้าก็มีมันอยู่ชิ้นนึง ถูกเรียกว่าสามเหลี่ยมเชิงมิติ อุปกรณ์ระดับสุดยอดที่สามารถกักเก็บได้ทุกสิ่ง]
สิ้นคำพูดของเธอ ตอนนั้นอยู่ดีๆบริเวณเื้ัของดาวาลก็ได้มีบางสิ่งกำลังก่อตัวออกมา
ความว่างเปล่าได้เริ่มควบแน่นเป็สัญลักษณ์ของสามเหลี่ยมจัตุรัส มีความกว้างตลอดแนวที่เทียบเท่ากันกว่าหลายสิบเมตร
ขณะที่บริเวณกึ่งกลางก็เปล่งแสงประกายสีดำสลัวๆ ประหนึ่งเป็ห้วงอวกาศอันเวิ้งว้างที่เงียบสงัด ใจกลางเหมือนความว่างเปล่าที่ภายในสามารถบรรจุได้ทุกสิ่ง ถ้ามองสังเกตเข้าไปด้านในของห้วงมิติ จะเห็นว่ามันมีขนาดใหญ่โตจนไม่อาจประเมินเป็ความยาวตัวเลขได้เลยซักนิด
“ครืนนนนนนนนนนนน!”
เมื่อมันปรากฏออกมา ห้องทดลองขนาดใหญ่แห่งนี้ก็เริ่มสั่นะเื พวกมันเริ่มถูกแทรกแซงด้วยกฎเกณฑ์อันยิ่งใหญ่ และถูกแปรเปลี่ยนเป็ข้อมูลเชิงจินตภาพ ราวกับเป็ของเหลวที่ไร้รูปร่าง พร้อมถูกกฎเกณฑ์กาลอวกาศดึงดูดเข้าไปในช่องว่างของสามเหลี่ยมจัตุรัสนี้
“นี่คืออุปกรณ์เชิงมิติ”
“แถมท่านยังมีระดับสูงสุดอีกด้วย!!”
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นได้สร้างความประทับใจและตกตะลึงให้กับทันย่าเป็อย่างมาก
เทคโนโลยีเชิงมิติเหล่านี้จะถูกสร้างขึ้นได้โดยผู้แข็งแกร่งที่กฎเกณฑ์กาลอวกาศเพียงเท่านั้น พวกเขาถือเป็สุดยอดผู้ยิ่งใหญ่
มีคนไม่มากนักที่จะสามารถควบคุมมิติได้อย่างสมบูรณ์แบบ ควบคุมกฎเกณฑ์ต้นกำเนิดดั่งเดิมของจักรวาล ต่อให้เป็นักสู้ดาวเคราะห์หรือนักสู้ระดับดาวฤกษ์ พวกเขาก็ยังไม่มีคุณสมบัติเพียงพอ สามเหลี่ยมนี้อาจถูกสร้างขึ้นโดยผู้เป็ะ
ต้องบอกว่าสิ่งมีชีวิตที่ถูกเรียกว่าผู้เป็ะ พวกเขาคือนักสู้พันธุกรรมที่แข็งแกร่งอย่างแท้จริง
มีพลังที่สามารถทำลายล้างกาแล็กซี่ได้ทั้งอาณาเขต สามารถเคลื่อนไหวได้ยิ่งกว่าความเร็วแสงไปหลายร้อยเท่า ประหนึ่งเป็ภัยพิบัติแห่งจักรวาลที่เดินทางไปมาได้อย่างแท้จริง
เ้านายของท่านอาจารย์อย่างเลโกลัสก็อยู่ในระดับนี้ หรือไม่ก็อาจอยู่เหนือยิ่งกว่าผู้เป็ะไปอีกขั้นนึงเลยด้วยซ้ำ
[คิดอะไรอยู่ทันย่า?]
[ตอนนี้อย่าเพิ่งคิดอะไรที่ฟุ้งซ่าน]
เวลานั้นเสียงเด็กสาวได้ดังก้องเข้ามาในหัวสมอง ทำให้ทันย่ากลับมามีสติขึ้นอีกครั้งนึง
“ไม่มีอะไรท่านอาจารย์ ฉันคิดว่าเมื่อไหร่ตนเองจะมีพลังที่สามารถทำอะไรแบบนี้ได้มั้ง?”
คำตอบของทันย่าได้สร้างเสียงหัวเราะต่อเด็กสาวเป็อย่างมาก จากนั้นเธอก็เผยรอยยิ้มออกมาอยู่เล็กน้อย
[ไม่ต้องห่วงเ้าศิษย์รัก พวกเราคงใช้เวลาไม่นานนักหรอก เ้าจะต้องได้พลังระดับนี้อย่างแน่นอน]
[คนอื่นๆอาจใช้เวลานับสิบล้านปีในการพลังแบบนี้ แต่เ้าอาจใช้เวลาเพียงแค่นับแสนปีละมั้ง? แล้วการประเมินนี้ก็มีเราคอยช่วยเหลืออยู่ด้วยอะนะ ทว่าถ้าไม่มีสุดยอดปัญญาประดิษฐ์ของจักรวาลเช่นเรา เผลอๆเ้าอาจไปไม่ถึงแม้แต่ผู้เป็ะ ต้องจบสิ้นอายุขัยลงซะก่อน]
เมื่อรู้ว่าต้องใช้เวลานับแสนปี ใบหน้าของทันย่าก็เต็มไปด้วยความเหยเก ตอนนี้เขาเพิ่งมีอายุประมาณ 17-18 ปีเท่านั้น ถือเป็เวลาเพียงแค่เศษเสี้ยวนึงของพวกผู้ยิ่งใหญ่ในจักรวาล
ไม่อยากจะคิดเลยว่าตนเองจะต้องพยายามมากเพียงใดกับการไปถึงระดับขั้นดังกล่าว
เพียงไม่นาน หลังจากที่สามเหลี่ยมเชิงมิติได้ดูดกลืนห้องทดลองขนาดใหญ่ทั้งหมด ในที่สุดสถานที่แห่งนี้ก็เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็หลังมือ ห้องทดลองไม่มีอยู่อีกต่อไป มีเพียงโพรงถ้ำขนาดใหญ่ที่มีความกว้างกว่าหลายกิโลเมตร มันว่างเปล่าและแตกต่างไปจากก่อนหน้านี้อย่างลิบลับ
ทว่าเมื่อเห็นถึงร่างดาวาลที่ยังคงปรากฏตัวขึ้นอยู่ ทันย่าก็ได้แต่ประหลาดใจและเอ่ยถามออกมา
“ท่านอาจารย์ ท่านเป็ปัญญาประดิษฐ์ที่มีชีวิตใช่ไหม? แล้วทำไมท่านถึงไม่หายไปพร้อมกับห้องทดลองละ”
“ฉันคิดว่าท่านอาจารย์จะถูกเชื่อมต่อเข้ากับห้องทดลองแห่งนี้ซะอีก”