หลังจากที่สองลูกน้องหมิงและเป๋ากลับไปกันแล้วอลินตาก็ปิดประตูลงกลอนแน่นหนาพร้อมกับปิดผนึกยันต์กันภูตผีวิญญาณไว้ที่หน้าประตูห้องอีกชั้นนั่นก็หมายความว่าห้ามเข้าไม่ว่าจะเป็นมนุษย์หรือว่าสิ่งที่ไม่ใช่มนุษย์ก็ห้ามเข้า เนื่องจากอลินตาพบปริศนามากมายจากการย้อนอดีตไปปราบผีที่เมืองเชียงภูแสนและตอนนี้หญิงสาวต้องการทบทวน และใคร่ครวญเหตุการ์ที่เพิ่งผ่านมา
อลินตาปิดประตูห้องเรียบร้อยแล้วก็เข้าห้องน้ำอาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาดหญิงสาวเกล้าขมวดผมขึ้นเผยให้เห็นใบหน้ารูปไข่นวลลออดุจดั่งเทพปั้นพร้อมกับแต่งชุดขาวเป็นแม่ชีชั่วคราว ถ้าให้เป็นชีตลอดชีวิตไม่มีทางแน่ๆเนื่องจากกิเลสด้านการเงินยังคงหนาเตอะเกินกว่าจะขจัดออกได้ในชาติเดียว แต่ถ้าเป็นผีแม่ชีล่ะก็ไม่แน่เพราะแม่เฮี้ยนเกินผีตัวจริงไปหลายขุมนัก
เมื่อแต่งกายเรียบร้อยแล้ว อลินตาเดินอย่างสำรวมเข้าห้องพระเมื่อถึงหน้าหิ้งพระขนาดใหญ่ตั้งเด่นสะอาดและสวยงามอยู่ที่ผนังห้องด้านในสุด หญิงสาวก็ค่อยๆคุกเข่าคลานเข้าไปยังหน้าหิ้งพระ และเมื่อมาถึงบริเวณหน้าหิ้งพระซึ่งปูพรมสีน้ำเงินมีลวดลายพองาม ซึ่งสั่งตรงมาจากอินเดียกันเลยทีเดียว
รสนิยมที่เป็นสหนิยมมากกว่าประเทศไหนมีอะไรสวยงามแปลกตานางก็จิ้มสั่งๆโดยที่ไม่ได้คิดหรือออกแบบก่อนว่าสิ่งที่สั่งนำเข้ามามันจะเข้ากันกับสิ่งของในห้องเธอด้วยหรือเปล่าแต่เมื่อสั่งมาแล้วและเห็นว่าไม่เข้ากัน ก็จะขายทอดตลาดต่อไป หรือไม่ก็ขายผ่อนส่งให้กับเป๋าและหมิงสองลูกน้องที่ค่อนข้างดวงซวยเมื่ออยู่กับเจ้านายตัวเอง
อลินตาคุกเข่าประนมมืออยู่หน้าหิ้งพระก่อนจะก้มลงกราบพระรัตนตรัยด้วยท่วงท่าที่อ่อนช้อยสง่างามราวนางอัปสรบนสรวงสวรรค์ ซึ่งเจ้าตัวมิเคยได้ฝึกหัดในกิริยาเช่นนี้หากมันเป็นเองราวกับว่าท่วงท่าอันสุดแสนสง่างามนี้อยู่ในสายเลือดของเธอมาแสนนาน เมื่อกราบพระเสร็จแล้วอลินตาก็สวดมนต์ทำวัตรเย็นโดยไม่ต้องอาศัยดูหนังสือเลยสักบรรทัดเดียวเพราะบทสวดทุกบทหญิงสาวจดจำได้แม่นยำ สวดมาตั้งแต่ไหนแต่ไร สวดมาไม่รู้ตั้งกี่ชาติต่อกี่ชาติแล้วทำไมจะจำไม่ได้เล่า
เมื่อสวดมนต์เสร็จอลินตาก็เริ่มนั่งขัดสมาธิบัลลังก์เพื่อพักกายพักจิต หญิงสาวภาวนาพุทโธจนกระทั่งลมหายใจหายเงียบสนิทคงเหลือแต่ความว่างเปล่าจากนั้นจิตของอลินตาก็ล่องลอยอยู่ในความเงียบสงบนิ่งนานกระทั่งเกิดเป็นพลังขึ้นมาในขณะที่อลินตากำลังนั่งหลับตาทำสมาธิ พลันรอบตัวก็เกิดเป็นแสงสีน้ำเงินระเรื่อและเป็นสีน้ำเงินเข้มตามกำลังสมาธิของจิตที่กล้าแกร่งจากกำลังของฌานที่ส่งผ่านสู่รัศมีรอบกาย
สิ่งที่หลายคนคิด นั่นคือเมื่ออลินตาเสร็จภาระกิจการปราบผีอันแสนจะหนักหน่วงแล้วหญิงสาวจะต้องนอนหลับพักผ่อนและอาบน้ำประโคมเครื่องประทินผิวเต็มประดามี ทว่าสิ่งเหล่านี้ถูกต้องเพียงส่วนเดียวเพราะแท้ที่จริงแล้วการพักผ่อนและเพิ่งพลังให้กับกายใจของอลินตาก็คือการเข้าสู่สมาบัติฌานอันแสนสงบนั่นเอง
หลังจากนั่งสมาธิเข้าฌานได้พอประมาณหมอผีสาวฝีมือฉกาจก็ลืมตาขึ้นช้าๆแต่ยังคงนั่งอยู่ที่เดิมเพื่อสำรวจสติสัมปชัญญะ และปัญญาอันบริบูรณ์ของตนก่อนจะค่อยๆคลานเข่าถอยหลังออกมาจากบริเวณหน้าหิ้งพระเมื่ออยู่ห่างพอสมควรแล้วอลินตาก็นั่งคุกเข่าอยู่ในท่าเตรียมพร้อม เพราะคิดที่จะทำอะไรบางอย่าง
อลินตานั่งคุกเข่าแล้วก็เอื้อมไปหยิบมีดสั้นเล่มที่เอาติดตัวไปปราบผีที่เมืองเชียงภูแสนขึ้นพลิกดูด้ามมีดซึ่งด้ามมีดเล่มนี้มีขวดแก้วขนาดเล็กซ่อนอยู่และในขวดแก้วนี้ได้บรรจุควันดำอาคมเอาไว้ และควันดำนี้... อลินตามั่นใจว่ามีความเกี่ยวข้องกับการตายของแพงอรที่สำคัญตอนที่เธอถอดลิ่มอาคมให้ปู่โสมควันดำอาคมนี่ก็ลอยออกมาจากลิ่มด้วย และน่าสงสัยยิ่งกว่านั้นนั่นคือควันดำมันล่องลอยอยู่ในป่าใหญ่วนเวียนรอบเธอและทุกคนไม่ห่างซึ่งอลินตาค่อนข้างมั่นใจว่าควันนี้คงไม่ได้คิดเอาชีวิตแพงอรเพียงคนเดียวเป็นแน่
เมื่อคิดดังนั้นอลินตาจึงอยากจะรู้ว่าควันดำเป็นกระแสวิญญาณของใครมาจากภพชาติไหน?และควันดำนี้มาจากใคร? เป็นแค่เครื่องมืออาคมหรือที่แท้ควันดำนี้คือศัตรูที่แฝงเร้นอยู่ในเงามืด! คอยยืมมือคนอื่นมาเล่นงานคนที่ขวางทางมันถ้าเช่นนั้นขวางทางอะไรจากมัน? มันต้องการอะไรกันแน่จากสิ่งที่มันกำลังทำอยู่ที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือควันดำนี้ มีพลังวิญญาณที่ไม่ธรรมดามันซ่อนทุกอย่างจากระบบสัมผัสทางวิญญาณของอลินตาได้อย่างแนบเนียนชนิดที่ตามหาต้นตอไม่เจอ นั่นทำให้อลินตาอยากรู้ว่าใครกันแน่ที่ครอบครองควันดำอาคมนี้อยู่!
อลินตามองไปที่ขวดแก้วบรรจุควันดำจากนั้นก็หยิบขวดแก้วขนาดเล็กที่ซ่อนอยู่ปลายด้ามมีดออกมาหญิงสาวหยิบขวดแก้วขึ้นมาดูในระดับสายตา วาบหนึ่งดวงตาของอลินตาก็เปล่งประกายสีน้ำเงินเข้มอลินตาดึงจุกฝาขวดที่ปิดทับด้วยผ้ายันต์สีน้ำเงินขนาดเล็กออก
ฉับพลัน...ควันดำในขวดแก้วก็พวยพุ่งเป็นลำแสงสีดำขนาดใหญ่ก่อนจะทะยานเข้าหาอลินตาที่นั่งชันเข่าอยู่ในท่าเตรียมพร้อมแต่ควันดำในขวดแก้วนั้นมันก็รวดเร็วเหมือนดังว่าเตรียมพร้อมรออยู่แล้วเช่นกัน
มันพุ่งเข้าหาอลินตาจนต้องยกมือขึ้นป้องที่ใบหน้าอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นว่ามันกำลังพุ่งจู่โจมมาทางเธอจังหวะนั้นตาข่ายสีน้ำเงินก็ขยายเป็นตาข่ายขนาดใหญ่ครอบร่างของอลินตาเอาไว้พร้อมกับส่องแสงประกายเป็นคริสตัลตกผลึกสีน้ำเงินพวยพุ่งเป็นสายลอยเข้าปะทะกับควันดำอย่างรวดเร็วในจังหวะที่ปะทะกันก็เกิดลู่ลมขึ้นอย่างแรง
“เพล้ง!!” เป็นเหตุให้กระจกหน้าต่างของอลินตาแตกกระจายและในพื้นที่อันจำกัดอลินตาที่ตะลึงกับพลังอำนาจนั้น เธอเพิ่งเคยพบเห็นพลังอันมหาศาลก็วันนี้ควันดำนั้นพยายามที่จะดันกลุ่มคริสตัลสีน้ำเงินเข้ามาหาอลินตา อลินตาเห็นท่าไม่ดีแต่สติของเธอดีและสมบูรณ์หญิงสาวยืนนิ่งหลับตาพึมพำขอพึ่งอำนาจพุทธคุณธรรมคุณและสังฆคุณแล้วพึมพำคาถากำแพงแก้วยันตรารวดเร็ว
และเพียงไม่นานคริสตัลสีน้ำเงินก็เพิ่มขนาดและทำท่าจะล้อมควันดำเอาไว้ได้ขณะนั้นเองหูของอลินตาก็ได้ยินเสียงขู่คำรามแหลมราวปีศาจร้ายซึ่งหญิงสาวพยายามจะจับว่าเสียงนั้นเป็นหญิงหรือชายแต่ฟังไม่ถนัดจังหวะเดียวกันนั้นควันดำก็เพิ่มเป็นลำแสงสีดำขนาดใหญ่ก่อนจะพุ่งเข้ากระแทกที่ตัวของอลินตากระเด็นไปกระแทกกำพงอย่างแรง
เป็นเหตุให้เศษกระจกบาดเข้าที่หัวไหล่ของอลินตาเกิดเป็นแผลยาวแต่ขนาดไม่ใหญ่แล้วควันดำกลุ่มนั้นก็ลอยวับเตลิดหายออกไปทางหน้าต่างที่แตกละเอียดอย่างรวดเร็ว กระทั่งทุกอย่างเงียบลงสนิทดุจพายุเพิ่งสงบแสงสีน้ำเงินและประกายคริสตัลต่างๆหายวับไปทันทีเมื่อพบว่าผู้เป็นเจ้าของปลอดภัยจากภยันตราย
อลินตาตั้งสติรีบลุกขึ้นแล้วออกไปยังระเบียงอันเชื่อมต่อจากประตูกระจกที่แตกเมื่อกี้สองมือกำแน่นเพราะรู้สึกได้ถึงอำนาจลี้ลับที่แฝงตัวในเงามืด และมันฉายแววประกาศตัวว่าเป็นศัตรูของเธอมันเข้ามาวนเวียนอยู่ใกล้ตัวเธอทุกทีเสียแล้วอลินตาคลำไปที่บาดแผลของตัวเองซึ่งเลือดที่ไหลออกมามันกำลังตกผลึกเป็นคริสตัลเช่นเดียวกับตาข่ายสีน้ำเงิน!! อลินตารีบใช้มือปิดบาดแผลราวกับว่ากลัวใครมาเห็นจากนั้นก็เดินเข้าห้องน้ำอย่างรวดเร็วพลางคิดไปถึงแพงอร
มิน่าเล่าแม่หญิงนามว่าแพงอรคนนั้นถึงตายง่ายๆก็เพราะมันร้ายกาจอย่างนี้ไงใครจะทัดทานมันได้ในหัวของอลินตาคิดหาผู้ช่วยที่พอจะขอความช่วยเหลือได้ แต่ทุกคนไม่อยู่ในข่ายผู้ช่วยหากแต่.. ทุกคนอยู่ในข่ายผู้ต้องสงสัยทั้งสิ้น!!