จ้าวเลี่ยงเฟิ่งมองไปยังกองผ้าที่ปักเสร็จแล้วในหีบตรงมุมห้อง กองผ้านั้นล้นหีบออกมาเทินกันสูงจนแทบจะมิดหัวคนผู้หนึ่ง ในใจก็นึกสงสัยขึ้นมาว่าจะต้องใช้เวลาปักกี่ปีถึงจะได้กองผ้าที่สูงท่วมหัวกองนี้ ดูท่าทางแล้วแม่นางน้อยผู้นี้คงปักแบบเอาเป็เอาตายมาั้แ่จำความได้แล้วกระมัง
ผ้าที่อยู่ในหีบนั้นเป็ผ้าเนื้อหยาบราคาถูกมีหลากหลายสีหลากหลายชนิดแตกต่างกันไปตามแหล่งที่มา ส่วนผู้ที่นำผ้าพวกนี้มาให้นางเป็คนเก่าคนแก่ของตระกูลมารดาที่ทำหน้าที่รับผ้าจากแหล่งต่างๆ มาวางขายที่ร้านผ้าในตระกูล ทว่านานหลายเดือนถึงจะผ่านมาที่เมืองหลวงหนึ่งครั้ง และนำผ้าที่ไม่ได้ใช้แล้วมาให้
แม้เนื้อผ้าจะไม่ใช่เนื้อดี ทว่าทุกผืนที่นางปักนั้นมีลวดลายที่วิจิตรงดงาม ทั้งยังแปลกตาอยู่ไม่น้อย นางมักผสมผสานสิ่งที่คนทั่วไปมองไม่เห็นลงไปด้วยอยู่บ่อยครั้ง ทำให้ลายปักเ่าั้ดูมีเอกลักษณ์ชัดเจน
“เหตุใดจึงต้องปักผ้ามากมายถึงเพียงนั้น” จ้าวเลี่ยงเฟิ่งเอ่ยด้วยความสงสัย
“เพราะว่าเครื่องมือปักผ้าพวกนี้เป็สิ่งเดียวที่มารดาของข้าทิ้งไว้ให้” หลินเยว่ชิงตอบ
หลินเยว่ชิ่งเริ่มปักผ้าั้แ่เด็ก ทุกครั้งที่หลินเยว่ชิงปักผ้าก็จะรู้สึกอุ่นใจเหมือนมีมารดาอยู่ใกล้ๆ ถึงแม้ว่านางจะมองเห็นิญญาก็จริง นางกลับไม่เคยได้เห็นมารดาของตนเองเลยสักครั้ง แต่ก็รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นในตอนที่จับเข็มกับสะดึงซึ่งเป็ของเก่าแก่ของมารดา
หลินเยว่ชิงมองไปที่กองผ้านั้นเช่นกันแล้วพูดต่อว่า “อีกเหตุผลหนึ่งคือข้าปักผ้าเพื่อที่จะได้จดจ่ออยู่กับมันจนไม่ต้องสนใจิญญารอบข้าง นี่เป็วิธีเดียวที่ทำให้สงบใจลงได้บ้าง ปักไปปักมารู้ตัวอีกทีผ้าก็มากมายก่ายกองแล้ว”
การปักผ้านั้นมีข้อดีคือนางจะได้ก้มหน้าอยู่ตลอดเวลาและเพ่งสมาธิไปบนเข็มกับผ้าที่อยู่ตรงหน้า เมื่อสมาธิจดจ่อแล้วก็คล้ายกับว่ามองไม่เห็นสิ่งต่างๆ รอบตัว เพราะฉะนั้นถึงแม้ว่าิญญาเ่าั้จะพยายามเรียกร้องความสนใจเท่าไรนางก็ไม่ได้สนใจมัน อาจจะมีบางครั้งหางตาจะเหลือบไปเห็นบ้างแต่ก็แสร้งทำเป็ไม่เห็นไปเสียเลย
พูดถึงการปักผ้าแล้วเมื่อสิบห้าปีก่อนไม่มีใครฝีมือดีเท่ากับซุนเหวินอิงมารดาของหลินเยว่ชิงอีกแล้ว นางเป็บุตรสาวของตระกูลซุน ตระกูลพ่อค้าที่เปิดกิจการร้านผ้าอยู่ในหลายเมือง ที่เมืองหลวงก็มีอยู่ร้านหนึ่ง
ซุนเหวินอิงเป็หญิงสาวหน้าตาสะสวยใบหน้ารูปไข่ เครื่องหน้าสวยงามได้รูปดูพอดี นางงดงามโดยที่ไม่ต้องปรุงแต่งถึงแม้ว่าจะไม่งดงามหวือหวาราวกับคุณหนูตระกูลสูงศักดิ์ แต่ทว่าความสวยที่เป็ธรรมชาติของนางนั้นกลับดึงดูดหลินเจิ้งหานพ่อของหลินเยว่ชิงให้มาตกหลุมรักได้
ตอนนั้นหลินเจิ้งหานยังเป็เพียงขุนนางขั้นหก เขามักจะแวะมาดื่มสุรากับพี่น้องทหารของเขาที่โรงสุราฝั่งตรงข้ามอยู่เป็ประจำและร้านผ้าของซุนเหวินอิงก็อยู่ตรงข้ามกับโรงสุรานี้พอดี ทั้งสองจึงได้ทำความรู้จักกันและหลังจากนั้นหลินเจิ้งหานก็แวะเวียนมาที่ร้านผ้าอยู่บ่อยๆ
ซุนเหวินอิงเมื่อพบรักกับหลินเจิ้งหานก็ได้ตบแต่งเข้าไปเป็ฮูหยิน ครอบครัวของนางจึงมอบสินเดิมที่เป็ร้านผ้าร้านนี้ให้ ถึงแม้จะอยู่ในทำเลที่ไม่ค่อยจะดีนักเนื่องจากเป็มุมอับสายตา อีกทั้งยังอยู่ในเขตเมืองหลวงชั้นนอกไกลจนถึงท้ายถนนที่ผู้คนไม่ค่อยเดินมาถึง แต่ก็ยังพอที่จะขายประคับประคองร้านไปได้
สิ่งที่ทำให้ร้านนี้ยังอยู่รอดต่อไปได้นั้นก็คือผ้าของที่ร้านแปลกตาหาไม่ได้จากร้านอื่น ผ้าหลากหลายชนิดที่มาจากพื้นที่ต่างกันทำให้ร้านนี้เป็เอกลักษณ์ไม่เหมือนร้านค้าทั่วไปที่ขายแต่ผ้าไหมกันดาษดื่น ผ้าสีสันสดใสจากทางภาคตะวันออกขับให้ร้านดูโด่นเด่นขึ้นมา ผ้าย้อมสีไล่ระดับที่ส่งมาจากทางใต้ก็เป็ที่นิยมบ้างในหมู่หญิงสาวที่ชอบความเรียบง่ายแต่ไม่ซ้ำกับผู้อื่น
ตอนที่ซุนเหวินอิงอยู่ที่ร้านได้ซื้อตัวสาวใช้เข้ามาช่วยงานในร้านผ้าคนหนึ่ง นางถูกชะตากับสาวใช้คนนี้มากจนให้เป็สาวใช้ประจำตัวของนาง ไม่ว่าจะไปที่ไหนทำอะไรก็จะติดสอยสาวใช้นางนี้ไปด้วยตลอด สาวใช้คนที่ว่านี่ก็คือซินเฟยแม่เลี้ยงของหลินเยว่ชิงนั่นเอง เป็สาวชาวบ้านที่อยู่หมู่บ้านนอกเมืองไกลจากเมืองหลวงไปประมาณยี่สิบลี้ ซุนเหวินอิงสงสารที่นางมีชะตากรรมที่อนาถยิ่งจึงได้รับนางมาอยู่ด้วย
เมื่อซุนเหวินอิงตบแต่งให้กับหลินเจิ้งหานนางก็พาซินเฟยมาอยู่ด้วยในฐานะสาวใช้ประจำตัว หารู้ไม่ว่าซินเฟยมีจิตใจที่มักใหญ่ใฝ่สูง ทะเยอทะยานที่จะถีบตนเองให้สูงขึ้นจึงได้วางยาเพื่อปีนเตียงของหลินเจิ้งหานในคืนหนึ่ง และนางตั้งครรภ์ลูกคนแรกก่อนฮูหยินเสียอีก
ด้วยเหตุนี้ซินเฟยจึงได้ตำแหน่งอนุมาครอง แต่หลังจากที่ซุนเหวินอิงตายไปตอนที่ให้กำเนิดหลินเยว่ชิงนั้น ซินเฟยที่เป็อนุเพียงคนเดียวก็ใช้มารยาออดอ้อนให้หลินเจิ้งหานแต่งตั้งตนเป็ฮูหยิน ทว่าเขากลับให้ได้แค่ฮูหยินรองเท่านั้นเพราะชาติกำเนิดของนางไม่เหมาะสม
หลินเยว่ชิงที่เพิ่งจะลืมตาดูโลกหลังจากที่มารดาตายไปแค่หนึ่งวันนั้นไม่ได้รับรู้เื่ราวเหล่านี้ ทั้งเื่สินเดิมที่เมื่อมารดาจากไปแล้วจะต้องตกเป็ของนาง ทั้งเื่ภูมิหลังของซินเฟยที่เคยเป็สาวใช้และหักหลังมารดาของนางด้วย
ที่นางไม่รู้อะไรเลยก็เพราะที่ผ่านมามีนิสัยเอาแต่เก็บตัวไม่สนใจสิ่งรอบข้าง ไม่คิดที่จะสืบหาอะไรเลยแม้แต่เื่ราวของมารดาตนเอง หากว่านางฉุกใจคิดสักนิดก็คงจะมองออกว่าเื่ราวเป็แบบใด เหตุใดแม่เลี้ยงกับพี่สาวถึงได้กดขี่ตนเองถึงเพียงนี้
แต่ว่านับจากวันนี้ที่หลินเยว่ชิงมีสหายที่เป็ิญญานามว่าจ้าวเลี่ยงเฟิ่ง ทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิตของนางกำลังจะเปลี่ยนไป นางกำลังจะได้เริ่มต้นเปลี่ยนแปลงมันทั้งหมด