6:00น.
เช้ามาวันนี้ ข้อเท้ามีอาการดีขึ้น แต่ก็ยังบวมเล็กน้อย พอให้ฉันเดินไปกินข้าวที่โต๊ะอาหารได้ ฉันเดินมาถึงสายตาของทุกคนมองมาทางฉัน โดยเฉพาะปันปัน
มีซอล: ปันปันมีอะไรจะถามฉันหรือเปล่า
ปันปัน: ฉันจะถามว่าข้อเท้าไปโดนอะไรมา
มีซอล: อ่อ โดนมอเตอร์ไซค์เฉี่ยวนิดหน่อยน่ะ
ปันปัน : งั้นนั่งก่อนสิ
มีซอล : ภูเมฆ ยังไม่ลงมาเหรอ
ปันปัน: เรียกคุณชายสิครับ
มีซอล: คุณชาย ก็ได้ค่ะ งั้นฉันไปรอห้องนั่งเล่นนะ
ปันปัน: ท่าทางเธอจะชอบห้องนั้นนะ
มีซอล: ใช่แล้ว โซฟานุ่มมาก
ฉันเดินไปนั่งที่โซฟานั้น ระหว่างรอภูเมฆ เขาก็ลงมาช้าทุกครั้ง ไม่รู้แต่งตัวอะไรนักหนา ฉันบ่นไปบ่นมา ภูเมฆ มาพอดี ฉันเลยรีบเดินกลับไปประจำที่ โดยมีสายตาพิฆาตจากปันปัน ที่ฉันบ่นถึงคุณชายของเขาในแง่ลบ ก็พูดความจริงนิน่า
ภูเมฆ: วันนี้ผมจะไปดูงานที่โรงแรม วันนี้ให้ ต่อง ขับรถแทนปันปันแล้วกัน เพราะนายต้องไปจัดการเื่งานให้ฉันอีก
ปันปัน: ครับ
ภูเมฆ: ส่วนมีซอล วันนี้ต้องไปกับฉันด้วย
มีซอล: ค่ะ
---
ณ.โรงแรมเมฆราลัย
ภูเมฆ พาฉันขึ้นลิฟต์ไปบนห้องทำงานของเขา อาการกลัวลิฟต์ของฉันก็กลับมา มันไม่เคยชินสักที ยังต้องจับมือ ภูเมฆ ไว้ตลอด ว่าไปแล้วมือเขานิ่มและอบอุ่นสุดๆ ฉันเริ่มอยากจับมือเขาไปนานๆซะแล้ว .... สติกลับมาโดยด่วน อย่าเพิ่งฝันไปไกลเขาแค่ทำดีกับเราในฐานะในเ้านายกับลูกน้องเท่านั้น
ภูเมฆ : เดินตามฉันมา
มีซอล: ไม่ใช่ห้องนี้เหรอคะ
ภูเมฆ : นั่นมันห้องทำงานของพ่อฉัน
เดินเข้ามาในห้องทำงานของ ภูเมฆ ห้องของเขาดูจัดเป็ระเบียบเรียบร้อยพอๆกับห้องนอนของเขาเลย
มีซอล: มีอะไรให้ฉันช่วยไหมคะ
ภูเมฆ : ไม่มีครับ
มีซอล: ให้ฉันมาทำไมคะ
ภูเมฆ : ผมอยากมีเพื่อนมาทำงานด้วย ผมแค่อยากความรู้ว่าถ้ามีเพื่อนมาทำงานจะรู้สึกยังไง
มีซอล: นี่นะเหตุผลของนาย
ภูเมฆ : ใช่ครับ
มีซอล: งั้นฉันไปนั่งรอตรงโซฟาแล้วกัน
ภูเมฆ : ???? เชิญครับ ตามสบายนะครับ
ผมกำลังแปลกใจตัวเองว่า ทำไมผมถึงอยากดูแลเธอเป็พิเศษ อย่างวันนี้ผมแค่อยากให้เธอมาเป็เพื่อนครับ เพราะอย่างน้อยเธอก็คุยกับผมแบบปกติ ที่ไม่ค่อยมีใครกล้าคุยกับผมแบบนั้นสักเท่าไหร่
มีซอล: ฉันแอบมองเขา ในขณะที่เขากำลังเปิดแฟ้มเซ็นต์เอกสารต่างๆ มองเขาแบบนี้ฉันมีความสุขเป็พิเศษ อ๊ะ! เขามองกลับมาแล้ว ฉันรีบหันไปทางอื่น กลัวว่าเขาจะจับได้ว่าฉันแอบมองเขาอยู่นาน เขาดูดี มีมารยาท ผิวพรรณดี เหมาะกับเป็คุณชายของบ้าน
1ชั่วโมงถัดมา
ภูเมฆ: ป่ะ เรากลับกันเถอะ
มีซอล: วันนี้วันศุกร์แล้ว เย็นนี้ฉันขอกลับบ้านก่อนนะ
ภูเมฆ: ได้สิ
20 นาที่ต่อมา
กลับบ้านดีกว่า ว่าแต่ฉันต้องเรียกแท็กซี่ก่อนนิน่า ขืนเดินออกไปมีหวังขาลากกันพอดี ในขณะที่ฉันกำลังจะโทรแท็กซี่ มีคนมาเคาะประตูขัดจังหวะ ใครคะเนี่ย
ปันปัน: ผมปันปันครับ
มีซอล : สุดหล่อเหรอ (ฉันเปิดประตูออกไป )
ปันปัน: ครับ คุณชายให้มาตามขึ้นไปบนห้องครับ
มีซอล : เขานี่นะ ขัดจังหวะฉันจริงๆ
ปันปัน: อย่าพูดแบบนี้ให้คุณชายได้ยินครับ ระวังโดนดุเอานะครับ
มีซอล : ค่ะ
ต่อให้ฉันบ่นแค่ไหน ก็ต้องขึ้นมาหาเขาอยู่ดี แล้วตอนนี้ก็บ่ายสามแล้วด้วย จะได้กลับบ้านไหมเนี่ย
มีซอล : เรียกฉันมาทำไม
ภูเมฆ: เดี๋ยวฉันไปส่งที่บ้าน รอฉันที่ห้องนี่แหละ
มีซอล : เฮ้ออ ! ฉันนั่งแท็กซี่กลับเองได้ นายไม่ต้องไปส่งหรอก
ภูเมฆ: ไม่ได้ มันอันตรายครับ
ผมเห็นเธอทำหน้างอ ระหว่างรอผมจัดเอกสารเข้าแฟ้มเพื่อรอส่งให้ เลขาพรุ่งนี้ ทำให้ผมอดยิ้มออกมาได้ ทุกการกระทำของเธอทำให้ผมยิ้มได้ ถึงเธอจะไม่ได้ดูสวยหรือน่ารักแต่เธอมีเสน่ห์สำหรับผมมากนะครับ
มีซอล : ภูเมฆ มันจะสี่โมงแล้วนะ
ภูเมฆ: โอเคครับ เธอเดินลงไปก่อนสิ
มีซอล : ค่ะ
ที่เดิม รถคันเดิม โดยปันปัน ขับรถไปส่งฉัน ๆ ทำสีหน้าไม่พอใจอยู่บนรถ อยู่ๆปันปัน ก็หลุดขำออกมา
ปันปัน: ฮ่าๆๆ
ภูเมฆ: ปันนายขำอะไร
ปันปัน: ขำคุณมีซอล ครับ เหมือนไม่พอใจอะไรบางอย่างอยู่
มีซอล : ฉันแสดงออกขนาดนั้นเลยเหรอ
ภูเมฆ: เธอไม่รู้ตัวเลยเหรอ ว่าเธอเป็นึงคนแสดงสีหน้าออกมาอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะดีใจ เสียใจ หรือ ชอบใครสักคน
มีซอล : นายเว่อร์ไปหรือเปล่า (อุ๊ปส์ ฉันลืมไปสุดหล่อมาด้วยนิน่า)
ภูเมฆ: ฉันพูดความจริง แม้กระทั่งตอนนี้เธอก็ไม่พอใจฉัน
ปันปัน: รบกวนพูดคุยกับคุณชายเพราะด้วยนะครับ
มีซอล : ค่ะ
ฉันเริ่มหงุดหงิดแล้วนะ ผู้ชายสองคนตั้งใจจะแกล้งฉันนิน่า รถก็ติดเมื่อไหร่ฉันจะถึงบ้านซะที
30 นาทีผ่านมา
เปิดเข้าไลน์หน่อนดีกว่า
Mesol: ตูน เสาร์นี้ฉันว่างแล้วนะ
Toon: เสาร์นี้ฉันไม่ว่างแล้วย่ะ
Mesol: อ้าวทำไมอ่ะ
Toon: นัดแฟนไว้อ่ะ สิ พี่ธร ไงเธอจำได้ไหม ที่เขาเคยมาจีบฉันตอนเรียนมหาลัยปีหนึ่งอ่ะ ตอนนี้เราสองคนกลับมาคบกันแล้วนะ
Mesol: จริงดิ ยินดีด้วยนะจ๊ะ
Toon: ว่าแต่ถ้าเธออยากมาก็มาสิ เรากินกันสามคนก็ได้
Mesol: ไม่เอาอ่ะ ไม่อยากเป็ก้านขวางคอ
Toon : อืม แค่นี้แหละ
---
เสาร์นี้ฉันจะทำอะไรดีล่ะเนี่ย ไม่น่ากลับบ้านเลยอ่ะ รู้อย่างนี้อยู่คฤหาสน์ ต่อดีกว่า อย่างน้อยมีสวนให้เดินเล่น มีบ่อปลาให้นั่งชิลๆ และมีเขาคนนั้น...ไม่เอา ไม่คิดถึงเขาเด็ดขาด ไปนอนดีกว่า
11:00 น.
นี่ฉันนอนเพลินขนาดนี้เลยเหรอ รีบไปดีกว่า เอ๊ะมีอะไรที่ต้องเอาไปอีกน๊า นี่ไงแม่พิมพ์คุกกี้เซทโคนัน เอาไปด้วยดีกว่า ครีมทาหน้า และผ้าขนหนูผืนโปรดของฉันที่ยายซื้อให้ฉันตอนเรียนจบใหม่ๆ เรียบร้อย .... รถแท็กซี่มาจอดรอฉันแล้ว
ไม่นานฉันก็มาถึงคฤหาสน์ เอ๊ะ! ทำไมดูเงียบๆจัง เขาไปไหนกันหมดน๊า ฉันเลยเดินย่องขึ้นไปห้อง ภูเมฆ ดูชิว่าเขาอยู่หรือเปล่า หรือออกไปเที่ยวแล้ว ฉันลองแง้มประตูดู ปรากฎว่าเขาหลับอยู่ ขอเข้าไปหน่อยนะ อยากดูห้องนายให้ทั่วๆ ฉันพูดคนเดียวเบาๆ พร้อมกับค่อยๆเดินเข้าไป โอ้ว! ขนาดปากกายังว่าซะเรียบร้อยเลยอ่ะ โอ๊ะ นั่นนิตยสารที่ฉันเคยซื้อมาอ่านเกี่ยวกับเขาก่อนมาสมัครงานที่นี่นิน่า เขาก็ซื้อมาด้วยเหรอเนี่ย ของลองนั่งเก้าอี้หน่อยนะ เก้าอี้ยังนุ่มอ่ะ ห้องนี้มีทีวีด้วย ในขณะที่เดินดูในห้องเขาอย่างเพลิดเพลิน ฉันก็ได้ยินเสียงคุ้นเคย
ภูเมฆ: มีซอล เข้ามาทำไมในห้องนี้ครับ
มีซอล: ฉันๆเห็นบ้านเงียบ เลยขึ้นมาดูว่านาย อยู่บนห้องไหม แฮะๆ และฉันก็อยากเดินชมห้องนายแบบเต็มๆ น่ะ ฉันขอโทษนะที่ถือวิสาสะเข้าห้องนาย หักเงินเดือนฉันก็ได้นะ
ภูเมฆ: ......
มีซอล : งั้นฉันขอตัวนะ
ภูเมฆ : เธอคิดว่าเข้ามาห้องฉันแล้วจะได้ออกไปง่ายๆเหรอครับ
มีซอล : ???? ฉันขอโทษนายไปแล้วนะ
ภูเมฆ: มานั่งก่อนสิครับ
มีซอล : ฉันนั่งลงไปตามที่เขาบอก จากนั้นเขาไปยกเอกสารมากองนึง แล้วบอกให้ฉันดูว่ามีตรงไหนที่เขายังไม่ได้เซ็นบ้าง
ภูเมฆ: ทำงานสิครับ
มีซอล : ทำอยู่ค่ะ
มีซอล : งั้นฉันขอยกไปทำงานที่ห้องพักนะ
ภูเมฆ: ไม่ได้ครับ ทำที่นี่ให้เสร็จครับ ผมไปอาบน้ำก่อนนะครับ ได้เวลาที่ผมจะต้องนอนแล้วครับ
มีซอล : ทำก็ได้ ฉันจะได้ไม่โดนหักเงินเดือน ....
---
อันที่จริง งานของเธอแทบไม่มีอะไรเลยครับ แค่ช่วยผมทำงานนิดหน่อย ผมอยากได้เลขาส่วนตัวมานานแล้วแหละ แต่ยังหาไม่ได้ เพราะไม่มีใครที่สามารถไปมาไหนกับผมได้ จนได้มาเจอเธอ ผมจึงรับเธอเข้ามาทำงานทันที เธอไม่เหมือนใครดีครับ