เกิดใหม่ครั้งนี้ขอเป็นสตรีไร้คุณธรรม [จบ]

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 114 ฝูฉวี

            “สร้อยคอไปไหนแล้ว?”

            หนานหมิงเหออุ้มเยี่ยนเจาเจาอย่างคุ้นเคยเยี่ยนเจาเจากอดรอบคอเขาพร้อมยิ้มระรื่น “ทิ้งไว้ให้อยู่เป็นเพื่อนพี่ชายแล้วป้องกันพี่ชายควบคุมตนเองไม่อยู่ ใบหน้าเศร้าหมอง เพราะคิดถึงน้องสาวเหมือนพี่หวังจนเรียนไม่ได้เอาเจ้าค่ะ”

            หนานหมิงเหอยิ้มอย่างช่วยไม่ได้แต่ยังคงไม่ห้ามปรามเยี่ยนเจาเจา

            สร้อยคอพลอยหยกเส้นหนึ่ง สำคัญอยู่ดีแม้จะไม่ใส่นำมามอบให้เขาก็แล้วไปเถอะ หนานหมิงเหอไม่ได้สนใจสิ่งเหล่านี้และคงไม่ไปพูดจาไร้สาระมากความกับน้องหญิงตนเองเพราะเรื่องราวเช่นนี้ด้วย

            เจาเจาจัดวางและเก็บข้าวของในห้องหนานหมิงเหอเรียบร้อยหมดแล้วตอนที่หวังชิงซานกำลังพูดคุยกับหนานหมิงเหอเมื่อสักครู่นี้หนานหมิงเหอเองไม่รู้จะเอ่ยถามอย่างไรแต่กลับรู้สึกสงสัยยิ่งกว่าเดิมว่าชีวิตก่อนเยี่ยนเจาเจาประสบความทุกข์ใดมากันแน่เด็กสาวที่โดนประคบประหงมดีๆ คนหนึ่งถึงขนาดเก็บห้องเป็นแล้ว

            เขาเดินอุ้มเยี่ยนเจาเจาออกไปข้างนอกอย่างใจลอยคิดว่าเหลียงอินนั่นเป็นคนเช่นไรกันแน่คราก่อนตอนอยู่เมืองเซียงเฉิงทั้งที่อยู่ใกล้กันมาก แต่เพราะจังหวะไม่อำนวยสุดท้ายก็ไม่ได้พบกัน ในใจจึงรู้สึกเสียดายอยู่บ้าง

            เหลียงอินตอนนี้ถูกเลี้ยงดูอยู่ในวังฤดูร้อนใกล้เมืองหลวงไม่ได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้หญิง แต่อย่างไรก็เป็นถึงโอรสขององค์ฮ่องเต้หญิงการเฝ้าระวังต้องไม่หย่อนยานแน่

            เขาต้องคำนึงด้วยว่าตอนนี้ตนยังสวมฐานะคนของสวนมวลบุปผาหอมอยู่หากดึงองค์หญิงมาเอี่ยวด้วยคงไม่ดีนัก

            จะแก้แค้นเหลียงอินนั้นจำเป็นต้องใช้แผนระยะยาวแต่ตามนิสัยของเจาเจา นางน่าจะอยากลงมือด้วยตัวเอง ดังนั้นค่อยเป็นค่อยไปก็ได้

            หนานหมิงเหอรู้ว่าเหลียงอินกระหายในอำนาจ ไม่ว่าชาติก่อนหน้าหรือชาตินี้เขาจะต้องดิ้นรนกลับเมืองเซียงเฉิงในท้ายที่สุด

            เมื่อตอนนั้นกลับถึงเมืองเซียงเฉิงเยี่ยนเจาเจาอยากแก้แค้นเขาอย่างไรย่อมได้ทั้งนั้นหนานหมิงเหอจะเป็นกำลังให้เจาเจาเอง

            หนานหมิงเหอเก็บสัมภาระของตนให้เรียบร้อย แล้วพาเยี่ยนเจาเจาไปเดินชมชั้นเรียนของตัวเองและรอบๆสำนัก พอเห็นว่าอาจารย์ซ่งไม่อยู่ก็ไม่ได้รอนาน อุ้มเจาเจาตรงดิ่งไปที่อาคารเหนือทันที

            แม้อาคารเหนือจะมีคนไม่มาก แต่หลายวันมานี้คนก็เดินขวักไขว่ไปมาเป็นพิเศษ

            เพราะวันสองวันนี้เป็นช่วงนักเรียนใหม่เข้าสถานศึกษาเหล่าเด็กสาวเปราะบางโดยธรรมชาติ เกรงว่าจะจัดการสัมภาระตัวเองได้ไม่เรียบร้อยดังนั้นบรรดาบิดาและญาติที่เป็นพี่ชายของเหล่าคุณหนูทั้งหลาย จึงได้รับอนุญาตให้ช่วยขนของและทำความสะอาดห้องเป็นกรณีพิเศษ

            พี่ชายรองก็ช่วยเยี่ยนเจาเจานำเครื่องนอนนุ่มนิ่มรวมทั้งพู่กัน แท่งหมึก กระดาษ จานฝนหมึกและข้าวของต่างๆของเยี่ยนเจาเจาไปหอพักที่นางต้องอาศัยในอนาคตเช่นกัน

            หอพักทางอาคารเหนือไม่แตกต่างจากหอพักของอาคารใต้อาจเป็นเพราะเหล่าสตรีค่อนข้างอ่อนแอละเอียดอ่อนเรือนเลยกว้างขวางกว่าอาคารใต้เล็กน้อย และพักกันสองคนต่อห้องด้วย

            แม้ห้องเล็กๆ นั้นจะไม่ใหญ่มากแต่ก็สว่างปลอดโปร่ง หลังจากผลักประตูเล็กเปิดออกจะมีโต๊ะไม้สองตัววางคู่กันซ้ายขวาเป็นห้องเล็กๆ ประตูกั้นแบ่งด้วยม่านแขวนและฉากกั้นโครงสร้างเหมือนหอพักของนักเรียนชายทางอาคารใต้ แต่ใหญ่กว่าเล็กน้อย

            ผู้ร่วมห้องของเยี่ยนเจาเจามาถึงแล้ว ร่างขาวผุดผ่องกระฉับกระเฉงเลิกม่านด้านหนึ่งขึ้นเสียงละมุนดังขึ้นอย่างเอียงอาย “เป็นชิงจ้าวหรือ... อ๊ะ!”

            เสียงนี้สำเนียงการพูดคล้ายคลึงกับเยี่ยนเจาเจาอยู่บางส่วนเพียงแต่ให้ความรู้สึกแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงหนานหมิงเหอหันศีรษะไปเหลือบตามองนาง

            นางหันกายมาอย่างรวดเร็วจนแทบจะชนเข้ากับหนานหมิงเหอโชคดีที่หนานหมิงเหอไวกว่า หลบหลีกได้ทันควัน ทำเอาใบหน้าของสาวน้อยขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างทำอะไรไม่ถูก

            สาวน้อยเงยศีรษะขึ้นมองหนานหมิงเหอแล้วรีบถอนสายตาหลบ ก้มหน้าพร้อมใบหูแดงก่ำแลดูเขินอายไม่รู้จะจัดการกับตัวเองเช่นไร

            แม้ในราชวงศ์ต้าซีจะถือกำเนิดฮ่องเต้หญิงมากมายและเหล่าฮ่องเต้หญิงทั้งหลายต่างก็พยายามผลักดันความเท่าเทียมทางเพศอย่างหนัก แต่เป็นเพราะอาณาเขตทางใต้ห่างไกลจากศูนย์กลางอำนาจมาตลอดฐานะของสตรีจึงยังต่ำต้อยอยู่ การระมัดระวังตนระหว่างชายหญิงก็ค่อนข้างเข้มงวด

            สาวน้อยพบเด็กหนุ่มหล่อเหลางามสง่าอย่างหนานหมิงเหอกะทันหันจะรู้สึกเขินอายก็ถือเป็นเรื่องธรรมดา

            นี่ก็เป็นอีกหนึ่งเหตุผลที่สถานศึกษาสตรีของสำนักศึกษาสกุลหยวนถูกเปิดสอนมาหลายปีแต่ยังมีแค่ชั้นเรียนเดียว อีกทั้งกว่าครึ่งล้วนเป็นบุตรสาวจากตระกูลขุนนางและผู้ที่มียศถาบรรดาศักดิ์

            บุตรสาวจากครอบครัวสามัญเช่นที่อยู่เบื้องหน้าตอนนี้มีน้อยเสียยิ่งกว่าน้อยมิน่าเล่าก่อนหน้านี้มารดาของนางถึงได้ภาคภูมิใจและรู้สึกมีเกียรติยิ่งนัก

            ใช่เยี่ยนเจาเจาเพียงชำเลืองมองก็จำได้ว่าเด็กสาวคนนี้คือไป๋ฝูฉวีผู้สอบได้อันดับที่สิบ

            ตอนนี้อยู่ใกล้กันกลับรู้สึกว่ารูปลักษณ์เด็กสาวผู้นี้โดดเด่นยิ่งกว่าเดิมทำเอาสงสัยว่ามารดาเช่นนั้นเลี้ยงดูเด็กสาวสุภาพเยือกเย็นขนาดนี้ออกมาได้อย่างไร

            หนานหมิงเหอไม่ชอบสื่อสารกับสตรีคนอื่นมากนัก เขาวางเยี่ยนเจาเจาลงแล้วเดินเข้าไปทางฝั่งของเยี่ยนเจาเจาจัดเก็บสัมภาระให้นางเหมือนเยี่ยนเจาเจาเมื่อครู่

            เยี่ยนเจาเจาตัวสูงขึ้นมากแต่หน้าตายังดูเด็กกว่าไป๋ฝูฉวีอย่างเห็นได้ชัด และรูปร่างเตี้ยกว่าหน่อย

            นางยืนอยู่ตรงนั้นเงียบๆสายตาจดจ้องอยู่บนร่างไป๋ฝูฉวี ไม่เริ่มบทสนทนาก่อน

            แม้เยี่ยนเจาเจาจะไม่ได้ตัดสินผู้คนจากรูปลักษณ์ภายนอกแต่ไม่รู้เป็นเพราะเยี่ยนฟางอู๋ก่อนหน้านี้แล้วต่อมายังมีหยวนอีย่วนโผล่มาหรือเปล่าช่วงนี้นางจึงรู้สึกไม่ค่อยดีกับหญิงสาวอ่อนโยนบอบบางที่แลดูเข้มแข็งเป็นพิเศษเหล่านี้นัก

            ยิ่งไปกว่านั้น ฟังจากคำพูดนางแล้วดูเหมือนนางจะรู้ว่าตนคือหยวนชิงจ้าว

            เยี่ยนเจาเจาไม่ชอบความรู้สึกที่มีคนสอดส่องอยู่ข้างหลังตนเงียบๆโดยเฉพาะเมื่อได้ยินนางเรียกตนอย่างสนิทสนมและคุ้นเคย แต่ดวงตาไร้ความเป็นมิตร

            นอกจากนี้นางไม่ใช่คนชอบเรียกชื่อส่วนตัวของกันและกันดื้อๆไม่ชอบคนที่ทำตัวคุ้นเคยมากเกินไปดังนั้นเยี่ยนเจาเจาจึงเอ่ยขึ้นหลังไตร่ตรองครู่หนึ่ง

            “พวกเราสอบเข้ามาพร้อมกันอาคารทางเหนือมีชั้นเรียนสตรีเพียงห้องเดียว วันหน้าพวกเราต้องเรียนที่เดียวกันแน่ข้าเห็นว่าเจ้าอายุมากกว่าข้าไม่มาก ขอคิดเออเองเรียกเจ้าว่าศิษย์พี่ฝูฉวีได้หรือไม่?”

            เยี่ยนเจาเจายิ้มอ่อนช้อย นางเกิดในตระกูลราชวงศ์เป็นสตรีที่สวรรค์อวยชัยอย่างแท้จริง

            แม้นางเพียงยืนอยู่ตรงหน้าไป๋ฝูฉวีบนร่างสวมอาภรณ์ธรรมดาไม่ได้หรูหรา แต่พลังที่แผ่ออกมาก็กระแทกใบหน้า และยังข่มจนไป๋ฝูฉวีก้มศีรษะลงโดยไม่รู้ตัวรัศมีเปล่งปลั่งตอนแรกขาดหายไปเกือบครึ่งอย่างเลี่ยงไม่ได้

            นี่คือแรงกดดันมาแต่กำเนิดไป๋ฝูฉวีหลบหลีกประกายคมกริบตามสัญชาตญาณ

            ยิ่งไปกว่านั้นวันนี้ไป๋ฝูฉวีมองจากไกลๆแวบเดียวก็เห็นเยี่ยนเจาเจาที่กระดานประกาศผล นางน่าดึงดูดเป็นอย่างยิ่ง อยู่ไกลลิบยังสามารถสัมผัสกลิ่นอายไม่ธรรมดาของนางได้

            ตอนนี้อยู่ใกล้กันยิ่งรู้สึกว่าความงามของนางช่างคมกริบดุดันโดยเฉพาะดวงตาเมล็ดซิ่งที่อยู่ภายในกระบอกตาลึกคู่นั้นเพียงเหลือบขึ้นมองนางเลือนราง ไม่รู้เหตุใดใจนางถึงหวาดหวั่น

            นี่คือความแตกต่างของชนชั้นช่องว่างที่คนบางคนมิอาจข้ามผ่านได้ชั่วชีวิต

            ไป๋ฝูฉวีเข้าใจแจ่มแจ้ง ดังนั้นนัยน์ตาจึงปรากฏแววริษยาเล็กน้อยอย่างห้ามไม่อยู่

            บางคนเกิดมาก็มีพร้อมทุกอย่าง คนมากมายล้วนโอดครวญเช่นนี้ไป๋ฝูฉวีก็กำลังจมอยู่ในความคิดคร่ำครึไม่ต่างกัน

            แต่นางกลับไม่เคยคิดมาก่อนว่าเด็กที่เกิดมาบนเส้นชัยจะมีแรงกดดันที่เหนือจินตนาการของคนอื่นๆเยี่ยนเจาเจามี หนานหมิงเหอก็มีด้วยเช่นกัน

            นางอดคิดไม่ได้ว่าหยวนชิงจ้าวเป็นหลานสาวสายตรงของเจ้าสำนักหยวนมู่แตกต่างจากพื้นเพเดิมของตนอย่างสิ้นเชิง

            พอคิดถึงพื้นฐานครอบครัวตนเอง นัยน์ตาของไป๋ฝูฉวีพลันมืดครึ้มลงผ่านไปชั่วครู่นางค่อยเงยหน้าขึ้น เก็บสีหน้าทั้งหมดแล้วยิ้มบางเบา “ใช่แล้วปีนี้ข้าพึ่งอายุสิบสามปี ขอฝากตัวเป็นศิษย์พี่หญิงของศิษย์น้องชิงจ้าวแล้ว”

            รอยยิ้มนางหมดจดเยี่ยนเจาเจาเผลอคิดถึงหยวนอีย่วนไม่ได้ สีหน้าจึงมืดมนลงเรื่อยๆ

            รูปโฉมของเยี่ยนเจาเจางดงามสดใส ขอเพียงยิ้มก็จะเจิดจ้าขึ้นมาแต่ถ้าไม่ยิ้ม เครื่องหน้าจะยิ่งคมชัด แลดูเยือกเย็นเฉียบขาดเหมือนกับเด็กหนุ่มที่พึ่งจะอุ้มนางมาที่นี่

            ใบหน้าเยี่ยนเจาเจาราวกับแปะหราว่า“ข้าไม่สนิทกับเจ้า” ไป๋ฝูฉวีหลักแหลม เม้มริมฝีปาก ก่อนถอยหลังไปสองก้าวไม่ใกล้ชิดเช่นเมื่อครู่อีก

            นางยิ้มจางๆ “ศิษย์น้องชิงจ้าวคงเหนื่อยแล้ว? เดินทางมายาวไกลเป็นข้าคิดไม่รอบคอบเอง มาหยุดคุยกับศิษย์น้องอยู่ตรงนี้ ศิษย์น้องพักผ่อนดีๆ เอาไว้ครั้งต่อไปค่อยมาต้อนรับศิษย์น้องใหม่”

            นางยอบตัวคารวะเยี่ยนเจาเจาอย่างไม่อ่อนน้อมไม่โอหังดูรู้ความมีเหตุมีผล เยี่ยนเจาเจาก็คิดเหมือนกันว่าเหตุใดตนต้องโทษสาวน้อยเพราะหยวนอีย่วนจึงเม้มริมฝีปาก คารวะตอบอย่างรู้สึกผิดเล็กน้อย

            ชั่วเวลานี้เองเสียงเจี๊ยวจ๊าวของสตรีคนหนึ่งพลันดังมาจากนอกเรือน “ฝูเอ๋อร์ ฝูเอ๋อร์ข้าเห็นพี่หญิงคนนั้นของเจ้าแล้ว!”

            เสียงนี้เป็นของสตรีที่โอ้อวดอยู่หน้ากระดานประกาศผลสอบเมื่อเช้ามารดาแท้ๆ ของไป๋ฝูฉวีนั่นเอง ตัวนางยังมาไม่ถึงเสียงก็มาก่อนแล้วช่างหนวกหูเสียจริง

            “ท่านแม่ ท่านพูดอะไรน่ะ!ท่านมีข้าเป็นบุตรสาวคนเดียว จะไปมีพี่หญิงน้องหญิงจากไหนกัน”

            สีหน้าไป๋ฝูฉวีไม่แปรเปลี่ยนแต่เยี่ยนเจาเจากลับเห็นประกายดำมืดแวบผ่านในแววตานางชัดเจน

            นางรีบร้อนทักทายออกไปน้ำเสียงดูเหนื่อยหน่ายเล็กน้อย อาจเป็นเพราะรู้สึกเพลียกับความขี้โวยวายและพูดจาไม่รู้กาลเทศะของมารดาตนเอง

            พี่หญิง?

            เยี่ยนเจาเจามองไป๋ฝูฉวีใจคาดเดาเรื่องบางอย่างได้รางๆ แต่นางมิใช่คนชอบซุบซิบนินทาหรือเข้าไปสอดเรื่องส่วนตัวของเพื่อนร่วมห้อง

            ไม่ใช่ว่านางอยู่ร่วมกับคนอื่นไม่ได้แม้เยี่ยนเจาเจาจะบอบบางแต่กลับไม่กลัวลำบากยิ่งมิต้องกล่าวว่าสภาพแวดล้อมที่นี่นับว่าดีมากแล้วสำหรับนาง

            แต่ไป๋ฝูฉวีผู้นี้เพียงมองก็รู้ว่าเป็นคนลึกล้ำเยี่ยนเจาเจาไม่ได้เกลียดคนเจ้าเล่ห์ ตราบใดที่ไป๋ฝูฉวีไม่มากวนอารมณ์นางเยี่ยนเจาเจาก็ไม่จำเป็นหรือจะบอกว่าขี้เกียจขัดแย้งกับนางดี

            แต่เยี่ยนเจาเจาไม่ชอบสตรีเอะอะมะเทิ่งอย่างมารดาไป๋นักในเมื่อตอนนี้มารดาไป๋มาแล้ว นางก็ไม่อยากออกไปดูข้างนอกอีก จึงตรงเข้าไปในห้องกั้นของตัวเองเพื่อดูว่าหนานหมิงเหอทำอะไรอยู่

            หนานหมิงเหอจัดข้าวของของเจาเจาเรียบร้อยแล้วในหอพักสตรีมีโต๊ะเครื่องแป้งเรียบง่ายและตู้เสื้อผ้าเล็กๆ หลังหนึ่งหนานหมิงเหอกำลังหยิบอาภรณ์ของเยี่ยนเจาเจาวางเข้าตู้

            เรื่องพวกนี้ปกติหงซิ่วเป็นคนทำแต่หนานหมิงเหอกลับทำโดยไม่เก้กังสักนิด เยี่ยนเจาเจามองอยู่ชั่วครู่ในใจพลันรู้สึกเจ็บปวดเล็กน้อยหนานหมิงเหอปฏิเสธจะเล่าเรื่องในอดีตของตนเองแล้วความจริงเขาผ่านอะไรมากันเล่าถึงกลายเป็นเช่นนี้?

            บนโลกไม่มีใครเกิดมาเคยชินกับการปรนนิบัติผู้อื่นตั้งแต่เกิดเยี่ยนเจาเจาทำเป็นเพราะนางทำมันมาหลายปี แต่ภูมิหลังของหนานหมิงเหอเล่าอะไรทำให้เกิดเรื่องนี้ขึ้น?

            หาได้ยากนักที่หนานหมิงเหอจะไม่สังเกตเห็นเยี่ยนเจาเจาเวลาเข้ามา

            ข้างเรียวขามีหีบเสื้อผ้าเปิดอยู่สองใบในมือเขาถือกระโปรงหรูฉวินสีเขียวใบไผ่ตัวหนึ่ง ความอ่อนโยนที่ไม่ค่อยปรากฏแฝงอยู่บนใบหน้าแต่นัยน์ตากลับว่างเปล่าเล็กน้อย ชัดเจนว่าไม่ได้มองอาภรณ์ เพียงเผลอนึกถึงเรื่องราวบางอย่างผ่านเสื้อผ้า

            เยี่ยนเจาเจามองชุดกระโปรงด้วยความสงสัยเพียงแต่นึกไม่ออกในทันทีว่าชุดกระโปรงตัวนั้นมันพิเศษอย่างไร ถึงทำให้พี่ชายรองของนางมองมันด้วยแววตาอ่อนโยนจึงยักไหล่แล้วเรียกหนานหมิงเหอ

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ครั้งนี้ขอเป็นสตรีไร้คุณธรรม [จบ] ที่คุณอ่าน

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    ข้ามมิติมาเป็นสะใภ้บ้านนา รวยล้นฟ้ามั่งมีศรีสุข [จบ]

    นิยาย รัก
    1.05M 604
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199