"ข้าจะไม่ใช่คนไร้ประโยชน์อีกแล้ว"
เย่หยุนซีเอ่ยถ้อยคำนี้ทั้งน้ำตาด้วยความซาบซึ้งดีใจ หลังจากพยายามฝึกฝนอย่างไม่ย่อท้อมานานหลายปี ในที่สุดเขาก็มีโอกาสได้กลายเป็ผู้ฝึกตนตามที่วาดฝัน
"ไหนขอดูหน่อยสิว่าจิตอสูรของข้ามีรูปลักษณ์เช่นไรกัน" เด็กหนุ่มกล่าวอย่างตื่นเต้น จากนั้นเริ่มถ่ายพลังไปยังลัญจกรเทพอสูรบนหลังมือทั้งสองข้างในทันทีและสิ่งที่ปรากฏขึ้นมาก็คือลูกอสรพิษสองตนซึ่งมีลักษณะแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด
หนึ่งเป็ลูกอสรพิษเกล็ดสีขาวราวกับไข่มุก ส่วนอีกตนกลับมีเกล็ดสีม่วงอมดำดูน่ายำเกรงยิ่ง
เย่หยุนซีเมื่อมองเห็นภาพนี้ก็ถึงกับนิ่งอึ้งราวกับิญญาหลุดออกจากร่าง
"จิตอสูรสองตน! เป็ไปได้อย่างไรกัน??"เขาอุทานเสียงสั่น ตามประวัติศาสตร์เล่าขาน ผู้ที่มีจิตอสูรสองตนหรือจิตอสูรแฝดมีเพียงคนเดียวเท่านั้น นั่นคือจักรพรรดิรุ่นแรกของจักรวรรดิเมฆครามและเขาได้ฝ่าพันธนาการไปสู่ดินแดนที่เหนือกว่าเมื่อหลายหมื่นปีก่อนจวบจนมาถึงตอนนี้ก็ยังไม่กลับมา
"ฮ่าๆๆ วิเศษ! วิเศษมาก!!" เย่หยุนซีดีใจจนแทบบ้า แต่ทว่าทันใดนั้นก็มีเสียงปริศนาเสียงหนึ่งดังก้องอยู่ในหัวของเขา "อย่าได้เปิดเผยพลังทั้งหมด ไม่เช่นนั้นผู้คนที่โลภมากจะพากันเข้าหาและใช้ประโยชน์จากพร์ของเ้า"
"หือ! นั่นใครกันน่ะ?" เด็กหนุ่มกวาดสายตามองรอบด้านพลางกล่าวด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูตื่นตระหนกใ
"เ้าลองนั่งสมาธิ ชักนำตนเองเข้าสู่ทะเลจิติญญาดูสิ"เสียงปริศนาดังขึ้นมาอีกครั้ง
เย่หยุนซีแม้จะไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่ก็ลองทำตามอย่างว่าง่าย และเมื่อเขาเข้าไปในทะเลจิติญญาของตนเองสิ่งที่ประสบพบเจอเป็อย่างแรกก็คือหอคอยสีขาวลวดลายัสีดำเก้าชั้นที่ตั้งตระหง่านอยู่บนพื้นที่หยินหยางอันกว้างใหญ่
"ท่านอยู่ภายในนั้นงั้นหรือ?" เด็กหนุ่มเงยหน้้าขึ้นมองหอคอยแล้วเอ่ยถาม
"เป็เช่นนั้น ข้าคือเทพธิดาเซียนเหยานับจากนี้จะทำหน้าที่เป็ผู้ชี้แนะของเ้า" เสียงตอบกลับคราวนี้เป็เสียงสตรีซึ่งฟังดูไพเราะเอามากๆ
"ชี้แนะ? หมายความว่าท่านจะเป็อาจารย์ของข้างั้นหรือ?"เด็กหนุ่มเอ่ยถามอีกครั้ง
"มันก็ไม่ถึงขนาดนั้น หน้าที่ของข้าคือการแนะนำสิ่งที่จำเป็ให้กับเ้า ไม่ใช่การสั่งสอนหรือถ่ายทอดทักษะวิชา" เทพธิดาเซียนเหยาตอบอย่างชัดถ้อยชัดคำ
เย่หยุนซีพยักหน้าราวกับได้รับความกระจ่าง "ข้าเข้าใจแล้วและจะทำตามที่ท่านแนะนำ"
"ดีๆ ถ้างั้นพวกเรามาเข้าเื่กัน จิตอสูรสองตนของเ้า หนึ่งคืออสรพิษเหมันต์นิมิตมายา ส่วนอีกหนึ่งคืออสรพิษเพลิงโกลาหลเก้าชั้นฟ้า ถึงแม้ตอนนี้พวกมันจะดูเหมือนจิตอสูรระดับเหลืองธรรมดาๆ แต่มันจะพัฒนาไปพร้อมๆกับเ้า" หลังเทพธิดาเซียนเหยาพูดจบ ลูกอสรพิษทั้งสองตนก็ปรากฏขึ้นบนมือทั้งสองข้างของเย่หยุนซี
"จะใช้จิตอสูตตนไหนเป็ตัวหลัก? จะเก็บจิตอสูรตนไหนเอาไว้เป็ไพ่ตาย? เ้าควรตัดสินใจให้ดี" เด็กหนุ่มเมื่อได้ยินถ้อยคำนี้ เขาก็ก้มลงมองอสรพิษน้อยทั้งสองตนและครุ่นคิดอยู่พักใหญ่
"อืม.......จริงๆข้าเองก็ชอบธาตุไฟ แต่เปลวเพลิงของเด็กคนนี้ให้ความรู้สึกอันตรายและน่าหวาดกลัวเกินไปหน่อย เห็นได้ชัดเลยว่าไม่ควรใช้พร่ำเพรื่อ........ถ้างั้นข้าขอเลือกอสรพิษเหมันต์นิมิตมายาเป็ตัวหลักก็แล้วกัน" เย่หยุนซีเงยหน้ามองหอคอยและตัดสินใจกล่าวออกมา
"อืมๆ ถือว่าเ้าฉลาดมากที่เลือกเช่นนี้ อสรพิษเพลิงโกลาหลเก้าชั้นฟ้าแม้จะแข็งแกร่งกว่าอสรพิษเหมันต์นิมิตมายาในด้านการทำลายล้าง แต่หากเป็ด้านการประยุกต์ใช้ทักษะ่เริ่มต้นอสรพิษเหมันต์นิมิตย์มายากลับทำได้หลากหลายกว่ามาก"
...........
"เอาล่ะๆ ในเมื่อเลือกได้แล้วก็ออกไปเถอะ ตอนนี้ที่ด้านนอกมีคนกำลังตรงมาหาเ้า"
"ขอบคุณเทพธิดาที่แนะนำ" เย่หยุนซีผสานมือคาราวะพลางกล่าว ก่อนที่ร่างจริงของเขาจะลืมตาขึ้นโดยฉับพลัน หลังจากนั้นไม่เกินสามอึดใจ ประตูห้องก็ถูกเปิดออกพร้อมกับการมาของพ่อบ้านเหวินเจียงและข้ารับใช้
"นายน้อยอาการเป็อย่างไรบ้าง" ชายวัยกลางคนนั่งลงข้างๆเด็กหนุ่มและไถ่ถามด้วยความห่วงใย
"พ่อบ้านเหวิน ข้าไม่เป็ไรขอรับ" เย่หยุนซีตอบกลับเพียงสั้นๆ แต่ในใจของเขากลับรู้สึกซาบซึ้งเอามากๆ เพราะนอกจากบิดามารดาบุญธรรมก็มีพ่อบ้านเหวินนี่แหละที่คอยประคบประหงมเลี้ยงดูเขามา
"เห้อ ไม่เป็ไรก็ดีแล้ว ทีหลังก็อย่าหักโหมแบบนี้อีก ไม่เช่นนั้นนายท่านกับนายหญิงต้องกุดหัวข้าแน่ๆ"พ่อบ้านเหวินกล่าวแกมหยอกล้อ ทำให้เด็กหนุ่มถึงกับหัวเราะร่าไปพักใหญ่
"อ๊ะ! จริงสิ ตอนนี้ท่านพ่อกับท่านแม่อยู่ไหนงั้นหรือขอรับ" เขาเอ่ยถาม ดวงตาเต็มไปด้วยประกายแห่งความตื่นเต้นดีใจ
"อืม.......ก่อนที่จะมาหานายน้อย ข้าเหมือนเห็นขันทีซางและคณะเดินเข้าไปที่โถงรับแขก ดังนั้นจึงคาดการณ์ว่านายท่านกับนายหญิงน่าจะรับราชโองการอยู่ที่นั่น"พ่อบ้านเหวินตอบตามที่ตนเองได้ประสบพบเจอมา
"โอ้ หากเป็เช่นนั้นพวกเราไปหาท่านพ่อกับท่านแม่กันเถอะขอรับ ปานนี้การรับราชโองการน่าจะเสร็จสิ้นแล้ว ข้ามีข่าวดีที่ต้องบอกพวกท่านพร้อมๆกัน"เย่หยุนซีลุกขึ้นจากเตียงและเดินออกไปอย่างเร็วพลัน พ่อบ้านเหวินแม้จะรู้สึกสงสัยเอามากๆ แต่เมื่อเห็นความร่าเริงของนายน้อยความสงสัยนั้นก็กลายเป็ความเอ็นดูในทันที
"หากนายน้อยอารมณ์ดีเช่นนี้ตลอดก็คงจะดี" พูดจบ! เหวินเจียงก็เดินตามหลังเย่หยุนซีไป