ตอนที่28 แฮ็คเกอร์ Z
หลิวเย่อ่านหนังสือคอมพิวเตอร์ที่ยืมมาจากเ้าอ้วนอย่างเพลิดเพลินเขาใช้เวลาตอนกลางคืนราวสามชั่วโมง อ่านหนังสือไปได้แปดเล่มจากที่ยืมมาสิบเล่ม
ในตอนเช้าขณะรับประทานอาหารเช้ากับเพื่อนร่วมหอพักทั้งสามคนที่โรงอาหารหลิวเย่สังเกตเห็นพวกเขากำลังวุ่นวายกับการแชทในโทรศัพท์แต่ละคนมีสีหน้าสดชื่นมีชีวิตชีวา หลิวเย่เห็นดังนั้นเขาแค่ยิ้มมุมปากเล็กน้อย
ขณะกำลังนั่งเรียนในห้องเรียนเพื่อนร่วมชั้นหลายคนหยิบโทรศัพท์ออกมาดูและหันหน้ามาดูหลิวเย่พลางซุบซิบกันเบาๆ
“หลิวเย่เป็คนแบบนี้จริงเหรอ?”
“ทำแบบนี้เทพธิดาของเราก็มีมลทินแล้วยอมไม่ได้!”
“ทำไมถึงไม่เป็ฉันแทน”
“เขาต้องเป็คนหลอกลวง! คนหลอกลวงแน่นอน!”
“ฉันไม่ยอมรับทำไมต้องเป็เขา?”
หลายคนแสดงความคิดเห็นที่ต่อต้านและไม่ชอบใจกับพฤติกรรมของหลิวเย่
ซุนเอ้อหยิบโทรศัพท์มาเปิดดู เขาเห็นภาพและข้อความโพสต์ในฟอรัมของมหาวิทยาลัยแพทย์แผนจีนเทียนจิน
“ชายคนนี้เป็ศัตรูหัวใจกับพวกเราทุกคนร่วมกันต่อต้านเขา มีภาพแนบ” ภาพที่แนบกับโพสต์เป็ภาพมุมเอียงที่มองดูเหมือนใบหน้าของหลิวเย่และเจียงผิงผิงอยู่ใกล้ชิดกันและคนทั้งสองมองสบตายิ้มให้กันแต่ในความเป็จริงทั้งสองคนยืนห่างกันราวหนึ่งฟุตหลิวเย่จำได้ชัดเจนว่าเป็จังหวะที่พวกเขากำลังจะแยกจากกันหลังทานอาหารกลางวันเสร็จเรียบร้อยแล้วในความเป็จริงเื่ราวเ่าั้ไม่มีอะไรเลย
จูปิงและจางไค่ได้หยิบโทรศัพท์ออกมาเปิดดูเช่นกันจางไค่เกาหัวด้วยความงุนงงกับโพสต์นั้น เป็เพราะว่าพวกเขาต่างก็อยู่ในเหตุการณ์นั้นซึ่งมันไม่มีสาระอะไรเลย
หลิวเย่มองเห็นโพสต์นั้นเขาแค่ยิ้มเล็กน้อย ดูเหมือนว่ามีใครบางคนพุ่งเป้าไปที่เขาและพยายามทำให้เขาเป็ศัตรูสาธารณะ
หลิวเย่ตั้งใจว่าจะลองทดสอบทักษะทางคอมพิวเตอร์ที่ได้เรียนรู้มาในตอนพักทานอาหารกลางวันเขามีความรู้สึกกระตือรือร้นที่อยากลองทำ
เสียงกริ่งดังขึ้นหมดเวลาเรียนภาคเช้า
“กริ๊ง กริ๊งกริ๊ง” เสียงโทรศัพท์ของหลิวเย่ดังขึ้นทันที
เขาเหลือบมองโทรศัพท์และยิ้มเล็กน้อยก่อนกดรับสาย“เจียงผิงผิง คุณไม่ต้องกังวล ฉันจะจัดการเอง”
“ฉันสบายดีคุณไม่ต้องเป็กังวล แน่ใจนะว่าจัดการได้?”เจียงผิงผิงถามด้วยน้ำเสียงเป็กังวล เธอรู้ดีว่าข้อความและภาพนั้นจะสร้างความลำบากให้กับหลิวเย่
“เรียกฉันว่าผิงผิง ก็พอ” เธออึกอักเล็กน้อยก่อนบอกหลิวเย่แล้วก็วางสายโทรศัพท์ทันที
“.....”หลิวเย่ยังไม่ทันได้เอ่ยอะไร แต่เขาเดาได้ว่าในตอนนี้เจียงผิงผิงคงมีอาการเขินอายเขายิ้มด้วยความพอใจ
ในห้องสมุดมหาวิทยาลัยแพทย์แผนจีนเทียนจิน
หลิวเย่เดินหามุมสงบแล้วหยิบคอมพิวเตอร์แล็ปท็อปออกมาพิมพ์คำสั่งรัวอย่างรวดเร็วครู่หนึ่งโพสต์บนฟอรัมของมหาวิทยาลัยได้ถูกลบไปแล้ว เขาได้สืบค้นไปยังต้นทางที่ปล่อยข่าวนั้นพบว่ามาจากเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องหนึ่งในห้องงานของสมาพันธ์นักศึกษาหลิวเย่แสยะยิ้มเล็กน้อยและมีแววตาขี้เล่น หากพวกเขาไม่มายุ่งวุ่นวายกับเขาเขาก็ไม่ใช่คนใจร้ายเช่นกัน
หลิวเย่เปิดใช้งานัั์เขาค้นหาตำแหน่งของจางหยวนจากนั้นเขาเดินเข้าห้องน้ำชายและใช้ศิลปะจิติญญาชูราเพื่อล่องหนไปจัดการลงโทษจางหยวนเขากำลังคิดว่าจะหาเงินเพิ่มอีกสักล้านหยวนดีไหม?
เวลานี้หลิวเย่มองเห็นจางหยวนและเพื่อนร่วมชั้นชายอีกสองคนพวกเขากำลังหัวเราะและพูดคุยกันอย่างมีความสุข “เหลาหยวน คุณไม่กลัวเจียงผิงผิงจะรู้หรือ?” ชายคนหนึ่งถามขึ้นมา
“เธอจะไม่มีวันรู้ฉันไม่ได้เป็คนทำเอง” จางหยวนยักไหล่อย่างไม่สนใจ
“ฉันว่าเจียงผิงผิงน่าจะชอบเ้าหนุ่มนั่นนะ”ชายอีกคนแสดงความคิดเห็นที่ขัดแย้งออกมา
“หยุดพูดแบบนั้น! คุณแค่คิดไปเอง!”จางหยวนขว้างม้วนกระดาษใส่หน้าชายคนนั้น เขาหงุดหงิดเมื่อคิดถึงภาพนั้น
หลิวเย่ยืนกอดอกมองดูพวกเขาคุยกันโดยที่พวกเขาไม่ได้รับรู้เลยว่าตอนนี้ในห้องไม่ได้มีเฉพาะพวกเขาสามคนเท่านั้น
“ไป! พวกนายไปได้แล้ว ฉันยังมีภารกิจบางอย่างที่ต้องทำ”จางหยวนโบกมือไล่เพื่อนอีกสองคนให้ออกจากห้อง
“.....”ชายทั้งสองคนมองหน้ากันแล้วส่ายหัวเบาๆ พวกเขาเดินโอบไหล่กันออกจากห้องไป
หลิวเย่มองเห็นสายตาของจางหยวนที่เปลี่ยนเป็เหี้ยมโหดมากขึ้นเขาตัดสินใจลงโทษสถานเบาโดยใช้เวทมนตร์แปดพิเคราะห์ที่หนึ่ง นั่นคือ “จิตสับสน”หากจางหยวนยังตามตอแยเขาอยู่อีก เขาอาจพิจารณาเพิ่มบทลงโทษมากขึ้น
เมื่อจัดการเื่มดๆเสร็จเรียบร้อยแล้วหลิวเย่ตัดสินใจไปค่ายทหารเมืองเทียนจินเพื่อติดตามผลการฝึกทหารรูปแบบใหม่ที่เขาประยุกต์ขึ้นและตั้งใจว่าจะยืมหนังสือคอมพิวเตอร์จากเ้าอ้วนมาอ่านเพิ่มเติม
ในขณะที่เขากำลังนั่งอยู่บนรถแท็กซี่เสียงโทรศัพท์ของหลิวเย่ดังขึ้น มันเป็สายจากเกาหยานผู้จัดการทั่วไปของโรงงานบะหมี่ของเขา
“สวัสดีเ้านายฉันเกาหยาน” เกาหยานทักทายด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นยินดี
“อืม มีอะไรหรือ?” หลิวเย่ถามกลับเสียงเรียบ
“เ้านายฝ่ายผลิตได้ทดลองปรับสูตรผสมใบเว่ยเรียบร้อยแล้ว แต่ละแผนกได้จัดทำแผนพัฒนาและพวกเขาส่งมาให้ฉันแล้วฉันจะสรุปส่งรายงานให้เ้านายทางอีเมล์เย็นนี้นะ”เกาหยานรายงานผลงานที่หลิวเย่ได้ออกคำสั่งไปเมื่อคราวก่อน
“ตกลงคุณทำได้ดี” หลิวเย่ยิ้มรับและเอ่ยชมเชยการทำงานของเกาหยาน
“งั้นฉันไม่รบกวนเ้านายแล้วหากเ้านายเห็นชอบได้โปรดส่งสัญญาณมาให้ฉัน พวกเราจะได้เร่งผลิตบะหมี่ให้ได้ตามเป้าหมาย”เกาหยานตอบเสียงนอบน้อม เขาชื่นชมความสามารถของเ้านายคนใหม่อย่างแท้จริงที่เป็คนหนุ่มนักธุรกิจอายุน้อยที่มีอนาคตไกล
อีกราวสิบนาทีหลิวเย่มาถึงค่ายทหารครั้งนี้เขาสามารถเดินเข้าไปข้างในได้โดยตรง ทหารที่เฝ้าประตูยังคงเป็คนเดิมคือฉีสุ่ย ซึ่งวันนี้เขามีท่าทีเคารพหลิวเย่มากขึ้น เขารับรู้ข้อมูลวงในที่เล่าขานถึงผลการปะทะกันของหัวหน้าแต่ละแผนกเขากึ่งเกรงกลัวกับความร้ายกาจของทักษะการต่อสู้ของหลิวเย่
หลิวเย่เพียงแค่เหลือบมองเล็กน้อยเขาไม่ได้สนใจเหตุการณ์ที่ผ่านมาแต่อย่างใด
ในห้องคอมพิวเตอร์ที่เ้าอ้วนนั่งทำงานอยู่เขากำลังวุ่นวายกับการทำากับแฮ็คเกอร์ต่างประเทศที่พวกเขาพยายามเจาะระบบฐานข้อมูลกองทัพของประเทศ
เมื่อเขาเห็นหลิวเย่เข้ามาเขาเพียงแค่โบกมือทักทาย จากนั้นไม่สนใจหลิวเย่อีก
หลิวเย่เห็นเช่นนั้นเขายิ้มพอใจที่จะสามารถอ่านหนังสือได้โดยอิสระ ไม่มีคนมาคอยเฝ้าดู
เขาหามุมอับจากกล้องวงจรปิดแล้วหยิบหนังสือหลายเล่มจากชั้นหนังสือมาอ่านด้วยัั์อย่างรวดเร็ว
ยิ่งอ่านเขายิ่งเข้าใจในองค์ความรู้การเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์มากยิ่งขึ้น
ภาษาอังกฤษไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขาเลยเขาสามารถเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็วโดยใช้ัั์
หลิวเย่มองดูจำนวนหนังสือที่เขายังไม่ได้อ่านคงเหลือเพียงหนึ่งในสามเท่านั้นเขาคิดว่าหากวันนี้ยืมไปบางส่วนและมาอ่านอีกในวันพรุ่งนี้ เขาก็จะมีความรู้ความสามารถเทียบเท่ากับเ้าอ้วนหรืออาจจะมากกว่า
ใกล้ถึงเวลาสำหรับการประลองฝีมือในเวทีของแฮ็คเกอร์นานาชาติแล้ว
“.....”หลิวเย่กำหมัดแน่นและยิ้มอย่างพึงพอใจกับประสิทธิภาพการเรียนรู้ของเขา
ย้อนกลับไปจากเมื่อก่อนที่เขาจะได้รับโชคชะตาจากเศษเสี้ยวจิติญญาจักรพรรดิะหลิวเย่เขาไม่ใช่คนเก่งอะไรมากมาย แต่เดิมการเรียนรู้แพทย์แผนจีนทั้งหมดมาจากพ่อและปู่ของเขาเขาต้องมีความตั้งใจและใส่ใจอย่างมากจึงจะสามารถเรียนรู้และปฏิบัติได้
แต่ในตอนนี้ที่เขามีโชคชะตานั้นแล้วเขาพบว่าตัวเขามีวิวัฒนาการที่แข็งแกร่งขึ้นทั้งร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา
เย็นนี้หลิวเย่ไปฝึกงานกับอาจารย์กู่เผิงโจวเช่นเคยที่ชุมชนชานเมือง
“หมอหลิวมาแล้วหมอหลิวมาแล้ว” เด็กชายวัยสิบขวบะโเสียงดังเมื่อเขามองเห็นหลิวเย่
หลิวเย่ยิ้มรับเล็กน้อยเขามองเห็นเด็กชายยืนเคียงข้างหญิงชราแต่งกายชุดเก่ามีรอยปะเสื้อผ้าหลายจุดแต่มีความสะอาด
เธอยิ้มกว้างและเดินกะเผลกมาหาหลิวเย่
ส่วนกู่ผิงโจวมีแววตาเป็ประกายภูมิใจกับหลิวเย่เขาแยกตัวออกไปนั่งตรวจรักษาโรคให้กับชาวบ้านอีกกลุ่มหนึ่งที่เข้าแถวรออย่างเป็ระเบียบตรงหน้า
หลิวเย่จับชีพจรและเปิดใช้ัั์เพื่อตรวจสอบอาการป่วยของหญิงชราตรงหน้าเขาพบว่าหญิงชรามีเนื้องอกที่สะโพกซ้าย ทำให้เธอเดินกะเผลก
เขาบอกให้เธอไปนอนที่เตียงตรวจโรคด้านในและลงมือนวดทุยนาตามแบบฉบับจักรพรรดิะหลิวเย่
มีความแตกต่างระหว่างนวดทุยนาจากหนังสือในห้องสมุดของมหาวิทยาลัยแพทย์แผนจีนเทียนจินกับนวดทุยนาตามแบบฉบับจักรพรรดิะหลิวเย่
จุดที่แตกต่างกันคือการบังคับใช้พลังปราณจากศิลปะแห่งดวงดาวที่อ่อนโยนไประงับอาการป่วยนั้นๆให้หายขาดในการปฏิบัติเพียงครั้งเดียวซึ่งได้ผลดีมากกว่านวดทุยนาแบบเดิมซ้ำหลายๆครั้ง
“อู้.....อื้ม.....”หญิงชราส่งเสียงผ่อนคลายด้วยความสบายจากการนวดทุยนาและลมอุ่นๆกระจายทั่วร่างกาย
“ย่า.....คุณเป็อย่างไรบ้าง?” เด็กน้อยถามหญิงชราด้วยความห่วงใย
กู่ผิงโจวที่ได้ยินเสียงบางอย่างเขาหันมามองการกระทำของหลิวเย่ เขาขมวดคิ้วเล็กน้อยที่พบว่าทักษะของหลิวเย่แตกต่างจากที่เขาเคยทำมาแต่สีหน้าของหญิงชรามีสีชมพูและดูสดชื่นมากขึ้น เขาคิดที่จะถามหลิวเย่ในภายหลัง
“แค๊ก.....ย่าสบายดีเสี่ยวหลงไม่ต้องกังวล” หญิงชรามองเด็กชายด้วยสายตาอันอบอุ่น
หลิวเย่ได้ยินเช่นนี้เขานึกถึงแม่ของเขาที่อยู่ห่างไกล เขาเพิ่มความนุ่มนวลในการปฏิบัติต่อหญิงชรามากขึ้น
สิบห้านาทีต่อมาหลิวเย่นวดทุยนาเสร็จแล้ว เขาบอกให้หญิงชราพักสักครู่ก่อนลุกขึ้นนั่ง
“ขอบคุณหมอหลิวมากฉันสบายดีแล้ว ค่าตรวจรักษาโรคเท่าใดหรือ?”หญิงชราลุกขึ้นโค้งคำนับและจับตัวเด็กชายให้คำนับหลิวเย่ด้วยกัน
“ไม่ต้อง”หลิวเย่โบกมือปฏิเสธที่จะรับเงิน
หลิวเย่ปฏิบัติตัวเช่นเดียวกับอาจารย์กู่ผิงโจวนั่นคือไม่เรียกเก็บเงินเป็จำนวนที่ชัดเจน ขึ้นอยู่กับผู้ป่วยว่ายินดีจะจ่ายมากน้อยเพียงใดไม่มีก็ไม่ต้องจ่าย มีน้อยก็จ่ายน้อย มีมากก็จ่ายมาก สำหรับการซื้อยาสมุนไพรตามใบสั่งก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยแวดล้อมหลายอย่างไม่มีกฎเกณฑ์ที่แน่นอน
หญิงชราและเด็กชายโค้งคำนับอีกหลายครั้งพลางจ้องมองหลิวเย่ด้วยสายตาซาบซึ้งใจ
หลังจากนั้นหลิวเย่ทำการรักษาชายชราที่มีอาการแขนหักเนื่องจากหกล้มในบ้าน
“ลุงคุณเป็มาหลายวันแล้ว การรักษาอาจได้ผลไม่ดีนัก”หลิวเย่แจ้งผลหลังจากตรวจสอบการาเ็ของชายชราแล้ว ชายชรามีสีหน้าหดหู่มากกว่าเดิม
“ทำเท่าที่หมอหลิวทำได้เถอะฉันยอมรับ!” ชายชรากล่าวเสียงเบาหวิวเมื่อสามวันก่อนเขาทะเลาะกับลูกชายของเขาเนื่องจากลูกชายของเขาทำร้ายร่างกายลูกสะใภ้และหลานชายเมื่อเขาเข้าไปห้ามปราม เขาลื่นหกล้มจากเหตุการณ์ชุลมุนนั้น
ชายชรามีอาชีพเป็ผู้ช่วยพ่อครัวในร้านอาหารใกล้เคียงแถบนี้หากแขนเขาาเ็หลายวันย่อมทำให้เขาขาดรายได้
หลิวเย่มองเห็นดังนั้นเขาตัดสินใจใช้ขอบเขตศิลปะขั้นสูงของทฤษฎีตั้งค่ากระดูกที่ได้ฝึกฝนพลังจิตมาระยะหนึ่ง
หลิวเย่จับแขนด้วยมือสองข้างวางระหว่างหัวไหล่และข้อมือของชายชราจากนั้นใช้ัั์และกำหนดจิตเพื่อใช้ศิลปะขั้นสูงในการสมานกระดูกหัก ปรากฏว่าเขาต้องใช้พลังจิตมากกว่าปกติเนื่องจากการฝึกฝนยังขาดอีกเพียงครึ่งก้าวถึงจะก้าวเข้าสู่ของเขตศิลปะขั้นสูงอย่างแท้จริง
ราวห้านาทีต่อมาหลิวเย่ปล่อยมือจากแขนชายชรา และกล่าวว่า “ลุง คุณพักผ่อนวันนี้อีกหนึ่งวัน พรุ่งนี้ไปทำงานได้”น้ำเสียงที่มั่นใจของหลิวเย่กระตุกใบหน้าชายชราให้เงยขึ้นมา
“......”ชายชรายิ้มรับด้วยรอยยิ้มกว้าง มีน้ำตารื้นขอบตา
“ขอบคุณหมอหลิว! ขอบคุณมากจริง!”ชายชราโค้งคำนับด้วยความเคารพและศรัทธา
เป็อีกหนึ่งรายที่สร้างความฉงนให้แก่กู่ผิวโจวเขายิ้มเล็กน้อยกับเหตุการณ์ดังกล่าว
เมื่อกู่ผิงโจวและหลิวเย่ได้ให้บริการชาวบ้านเสร็จเรียบร้อยแล้วขณะนั่งรถกลับไปด้วยกัน กู่ผิงโจวได้ถามหลิวเย่ อย่างตรงไปตรงมา “เสี่ยวเย่ ฉันสังเกตว่าคุณใช้ทักษะการนวดทุยนาแตกต่างจากปกติ?”
หลิวเย่ยิ้มจางๆเขาอธิบายว่า “ฉันได้ศึกษาหนังสือมาสักพักแล้ว ฉันลองประยุกต์เข้ากับความรู้เดิมของฉันที่สืบทอดจากคุณปู่ฉันจึงทดลองปฏิบัติ มันน่าจะได้ผลดีมากขึ้น”
“คุณมีความสามารถมากกว่าที่ฉันคิดไว้”อาจารย์กู่พยักหน้ารับทราบและมองหลิวเย่ด้วยความคิดหลากหลาย
เขามีสัญชาตญาณที่เชื่อมั่นได้ของตนเองว่าวันหนึ่งหลิวเย่จะสร้างชื่อเสียงได้ขจรไกลกว่ารุ่นของเขา
คืนนี้หลิวเย่ไม่ได้กลับไปนอนที่หอพัก
เขากลับอพาร์ตเมนท์ทันทีหลังจากแยกตัวกับอาจารย์กู่
หลิวเย่้าทดสอบความสามารถในการแฮ็คคอมพิวเตอร์ของเขา
เขาเริ่มอ่านหนังสือที่ยืมมาจากเ้าอ้วนทั้งหมดอย่างรวดเร็วจากนั้นหลับตาลงครู่หนึ่งเพื่อประมวลผลความรู้และออกแบบการโจมตีคร่าวๆสำหรับการต่อสู้กับแฮ็คเกอร์
เมื่อหลิวเย่เปิดคอมพิวเตอร์เขาลงทะเบียนเข้าใช้งานในชื่อ Z
การต่อสู้นัดแรกคือการช่วยเหลือเ้าอ้วนต่อสู้กับแฮ็คเกอร์จากนานาประเทศที่กำลังบุกรุกเครือข่ายของประเทศในขณะนี้
หลิวเย่เพ่งจิตและใช้ัั์พิมพ์คำสั่งรัวเร็วตามการออกแบบที่ได้คิดไว้
“ต๊อกแต๊ก...ต๊อกแต๊ก”เสียงเคาะแป้นพิมพ์ดังรัวราวสายน้ำไหลนานสิบนาที
ในตอนนี้หลิวเย่ยิ้มมุมปากเล็กน้อยเมื่อมองเห็นผลงานของเขาที่สามารถยับยั้งการโจมตีได้จากทุกทิศทาง
“พวกคุณคิดว่าเราอ่อนแอหรือ?” หลิวเย่ส่ายหัวเบาๆ จากนั้นเคาะแป้นพิมพ์รัวเร็วอีกครั้งเพื่อสร้างกำแพงกั้นผู้บุกรุกคำสั่งที่เขาใช้เป็การผสมผสานระหว่างความยากง่ายและสร้างขึ้นใหม่จากการตกผลึกความรู้ที่อ่านมามันมีความสลับซับซ้อนมาก
ทางด้านแผนกข่าวกรองค่ายทหารเมืองเทียนจิน
เ้าอ้วนร้องไชโยเสียงดังเมื่อเห็นเหตุการณ์บางอย่างบนหน้าจอ“ต้องให้ได้อย่างนี้สิ ไอ้พวกตูดหมา ให้รู้เสียบ้างว่าพวกเราเจ๋งแค่ไหน?”ประกายความตื่นเต้นเจิดจ้าในดวงตาของเ้าอ้วน เขาถูฝ่ามือสองข้างเข้าด้วยกันแล้วเคาะแป้นพิมพ์ต่อไป
“ฉันต้องตามหาคนนี้ให้ได้ฝีมือดี! เยี่ยม!เจ๋ง!” เ้าอ้วนหัวเราะชอบใจ
“เฮ้.....เพื่อนคนนี้หลบเก่งจริงแฮะ”เ้าอ้วนรู้สึกสนุกสนานที่พบเพื่อนฝีมือดีในวงการเดียวกัน
หลิวเย่ไม่ได้สนใจเ้าอ้วนเลย
ในตอนนี้เขากำลังพิมพ์คำสั่งเพื่อเร่งสร้างกำแพงให้แล้วเสร็จโดยเร็ว
สิบห้านาทีต่อไป
หลิวเย่ถอนหายใจที่พบว่าเขาสร้างกำแพงหฤโหดสำหรับแฮ็คเกอร์เสร็จแล้ว
เขายิ้มอย่างซุกซนกับของเล่นชิ้นใหม่
เขาสนใจว่าจะมีใครสามารถเจาะระบบของเขาได้ไหม?
อีกฟากหนึ่งในหลายประเทศ
แฮ็คเกอร์หลายคนที่ต่างพากันระดมทรัพยากรในการจัดการเครือข่ายของประเทศ C
พวกเขามีการเดิมพันลับที่จะท้าทายกับแฮ็คเกอร์ของประเทศนั้น
มีประเทศพี่เบิ้มที่พร้อมจ่ายเงินก้อนโตหากพวกเขาคนใดคนหนึ่งสามารถเจาะทำลายระบบได้
แต่ในตอนนี้มีคนปริศนาโผล่ขึ้นมาขัดขวาง
พวกเขารู้ดีว่าไม่ใช่แฮ็คเกอร์MoX แน่นอนเป็เพราะว่ารูปแบบคำสั่งมีความแตกต่างกัน
“ไอ้บ้า!ใครกันที่บังอาจมาขัดขวาง” แฮ็คเกอร์จากประเทศ T สบถเสียงดังลั่น
“ไอ้เวร! ถามหาความตาย” แฮ็คเกอร์จากประเทศ J สบถด่าและตบโต๊ะอย่างแรง
“บัดซบ! อย่าให้รู้ว่าเป็ใคร?” แฮ็คเกอร์จากประเทศ K สบถด่าและดึงทึ้งผมบนหัวอย่างแรง
“อ๊ากกก! มันกำลังมองหาความตาย”แฮ็คเกอร์จากประเทศ A สบถด่าและเตะขาโต๊ะอย่างแรง
“บ้าชิบ! มันเป็ใคร?” แฮ็คเกอร์จากประเทศ M สบถด่าด้วยดวงตาแดงก่ำด้วยความโมโหพลางกำหมัดแน่นนั่นเป็เพราะว่าประเทศของเขา้าควบคุมประเทศCในทุกช่องทาง ผู้นำประเทศก็้าบีบไม่ให้ประเทศCพัฒนาหรือก้าวหน้าไปมากกว่านี้ พวกเขาทำหน้าที่เป็ทัพหน้าโดยมีผู้นำประเทศสนับสนุนทรัพยากรอย่างไม่จำกัดอยู่เื้ั
หลิวเย่รู้สึกสนุกสนานมากขึ้นเมื่อพบว่าเวลาผ่านมาครึ่งชั่วโมงแล้วยังไม่มีใครเจาะระบบของเขาที่วางเอาไว้ได้
เขา้าทักทายเพื่อนๆที่ช่วยฝึกฝีมือให้กับเขาเล็กน้อย
เสียงแป้นพิมพ์ดังรัวขึ้นอีกครั้งจากนั้นเขาทำการบุกรุกเข้าไปควบคุมเครื่องคอมพิวเตอร์ของแฮ็คเกอร์แต่ละคนและทักทายพวกเขาอย่างสุภาพ“สวัสดีเพื่อนๆ”
คำพูดที่เรียบง่ายแต่เปรียบเหมือนฟ้าผ่าฟาดบรรดาแฮ็คเกอร์
เมื่อใดกันที่คนอื่นสามารถบุกรุกเครื่องคอมพิวเตอร์ของพวกเขาได้?
พวกเขาล้วนส่งข้อความกลับคืนที่คล้ายกันนั่นคือ “Who are you?”
แสงกระพริบวาบปรากฏบนหน้าจอคอมพิวเตอร์นานราวสองนาที
พวกเขาต่างจ้องหน้าจอกันเขม็ง
เ้าอ้วนเองก็ตื่นตระหนกที่พบว่ามีใครบางคนทำการสร้างกำแพงป้องกันระบบเครือข่ายข้อมูลของประเทศได้อย่างแข็งแกร่งที่แม้แต่เขาเองก็ไม่สามารถเจาะระบบได้
คำตอบที่แฮ็คเกอร์ทั้งหลายได้รับคือ“I am Z”
ในเวลานี้ฟอรัมเวบบอร์ดของสมาคมแฮ็คเกอร์นานาชาติได้ะเิขึ้น
ผู้คนต่างเข้ามาสอบถามถึงที่ไปที่มาของแฮ็คเกอร์Z
เ้าอ้วนยิ้มอย่างพอใจเมื่อเห็นความวุ่นวายบนฟอรัม
ในตอนนี้เขา้าตามหาผู้กอบกู้ระบบที่เก่งกาจคนนั้น