ต้าซือจิ้งอินเดินเข้ามา แล้วพาเขาที่กำลังจะแข็งตายอยู่รอมร่อกลับไปที่กุฏิในวัด ต้าซือนำน้ำร้อนมาให้เขาเพื่ออบอุ่นร่างกาย หลังจากนั้นจึงโกนหัวให้เขา
“ขจัดความชั่ว ปลูกฝังความดี ช่วยเหลือผู้คน อวี้เจ๋อ แม้ว่าเ้าจะเป็ศิษย์ฆราวาส ทว่าเ้าก็ต้องคำนึงถึงสามสิ่งนี้ไว้ ต่อเมื่อมีธรรมะในใจ และเมตตาธรรมประจำใจ เพียงเท่านี้ ต่อไปภายหน้า เ้าจะสามารถปกครองบ้านเมืองด้วยความชอบธรรมได้”
ต้าซือจิ้งอินจ้องเข้าไปในดวงตาของเด็กชาย “จำได้หรือไม่?”
“ขอรับ”
“จงท่องซ้ำให้อาจารย์ฟังสิ”
“จงขจัดความชั่ว ปลูกฝังความดี ช่วยเหลือผู้คน ต่อเมื่อมีธรรมะในใจและเมตตาธรรมประจำใจ ต่อไปภายหน้าจะสามารถปกครองบ้านเมืองโดยชอบธรรมได้”
“ปราดเปรื่องจริง ๆ อวี้เจ๋อ ยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่เ้าต้องจำเอาไว้ให้มั่น”
“อะไรหรือขอรับ?”
“หากผู้คนไม่ช่วยตัวเอง ์จะต้องสูญสลาย”
เขาจำได้แล้ว
ั้แ่นั้นมา เขาก็ขยันหมั่นเพียร มีความรับผิดชอบ ไม่เกียจคร้าน อ่านตำรามากมาย และฝึกฝนทักษะอย่างขยันขันแข็ง
โจวอวิ๋นเฉินได้เปลี่ยนชื่อแคว้นมาเป็แคว้นต้าโจว และสัญญาจะให้เขาเป็ไท่จื่อ ซึ่งเป็เพียงการหาแพะรับบาป อีกฝ่ายไม่เคยคิดคืนแคว้นของราชวงศ์ซูให้เขาจริง ๆ
เดิมทีเขาคิดว่า ชาตินี้ทั้งชาติ ตนคงต้องใช้ชีวิตในวัด ที่มีตะเกียงน้ำมันหน้าพระพุทธรูปโบราณ และศึกษาพระคัมภีร์ไปจนแก่ผมขาวเสียแล้ว
ทว่าการมาถึงของอวิ๋นหวงก็ได้เปลี่ยนทุกสิ่งทุกอย่างไป
ในวันแรกที่นางถูกส่งตัวมายังวัดกูหลง มีคนมาตามหานางถึงที่
ซูอวี้เจ๋อซ่อนนางไว้ใต้ใบบัว จึงหลีกเลี่ยงภัยพิบัติมาได้
ในเวลานั้นอวิ๋นหวงเงยใบหน้าเล็ก ๆ ขึ้นมา พร้อมคิ้วโก่ง ดวงตาเต็มไปด้วยความชื่นชม นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็กเล็ก “ศิษย์พี่ ขอบคุณนะ ท่านช่างดีจริง ๆ”
ใจที่เคลือบด้วยหิมะและน้ำแข็งของเขา ได้เปลี่ยนเป็สระน้ำผุดในทันที
หลายปีนับจากนั้น ใจของพวกเขาก็ได้เชื่อมถึงกัน
ท่ามกลางอันตรายรอบด้านที่ผุดขึ้นมา มีคนจำนวนมากเกินไปที่คิดถึงอวิ๋นหวง และคิดจะ่ชิงแผนที่หงส์เพลิง
คนเ่าั้ปลอมตัวเป็นักแสวงบุญ หรือพระธุดงค์ หรือไม่ก็ตรงดิ่งเข้ามารำดาบถึงที่
ต้าซือจิ้งอินไม่สนใจถามเื่ชีวิตประจำวัน แต่ทิ้งท้ายคำพูดไว้ว่า “ถ้าแม้แต่ศิษย์น้องเ้าก็ปกป้องไม่ได้ เ้ายังจะพูดถึงเื่การสร้างครอบครัว การปกครองบ้านเมือง และทำให้บ้านเมืองสงบสุขอะไรนั่นได้หรือ?”
เพื่อปกป้องอวิ๋นหวง เขาจึงทุ่มเทสุดชีวิต พัฒนาวรยุทธ์ของตนให้รุดหน้าอย่างรวดเร็ว
ทว่าอวิ๋นหวงกลับี้เีและมีเหตุผลเต็มที่จนพูดได้อย่างเต็มปากเต็มคำ
“ซูอวี้เจ๋อ ท่านเอาแต่ทำหน้าเคร่งขรึมทั้งวัน ท่าทางคล้ายตาแก่คร่ำครึ ท่านเหนื่อยหรือไม่?”
“ซูอวี้เจ๋อ มีท่านอยู่ด้วย ข้ารู้สึกสบายใจไร้กังวล พอท่านโตขึ้น ท่านก็แต่งให้ข้านะ!”
“ซูอวี้เจ๋อ ยิ้มให้เปิ่นกงจู่หน่อยได้หรือไม่? หากยิ้มสวย ๆ เปิ่นกงจู่จะปิ้งปลาให้ท่านกิน”
“ซูอวี้เจ๋อ ข้ามีเงินและเล่นสนุกเป็ ส่วนท่านมีความสามารถและต่อยตีเป็ สิ่งที่ข้ามีคือสิ่งที่ท่านมี สิ่งที่ท่านสามารถก็คือสิ่งที่ข้าสามารถ”
…
นับจากอวิ๋นหวงที่อายุสี่หนาวโตจนอายุแปดหนาว ทั้งสองคนก็เหมือนเงากับตัวไม่แยกจากกัน
วันหนึ่งเมื่อนางอายุเก้าหนาว ฉู่เซียวได้พาอวิ๋นหวงกลับไปที่วังหลวง และส่งนางกลับมาในอีกสองวันให้หลัง
บนมวยผมของอวิ๋นหวงมีปิ่นหยกหงส์เสียบอยู่
หลังจากผ่านไปห้าปี เมื่อซูอวี้เจ๋อเห็นปิ่นหยกหงส์นี้อีกครั้ง น้ำตาก็พลันเอ่อล้นในดวงตาของเขา ในขณะที่เขาแอบดีใจ ที่มันถูกประดับอยู่บนมวยผมของอวิ๋นหวง ทว่าเขาก็บังเกิดความกังวลอย่างล้ำลึกในเวลาเดียวกัน
เป็ดังคาด ในคืนนั้น โจวอวิ๋นเฉิน ผู้ไม่เคยใยดีในความเป็ความตายของเขา แอบมาที่วัดกูหลงเพื่อตามหาเขาและบอกเขาว่า เด็กหญิงที่มีปิ่นหยกหงส์นี้อยู่บนศีรษะ คือองค์หญิงเก้าของแคว้นเฉิน เฉินอวิ๋นหวง นางมีแผนที่หงส์เพลิงซ่อนอยู่กับตัว ซึ่งเป็แผนที่ขุมทรัพย์สมบัติที่บรรดาฮ่องเต้ในใต้หล้าต่างปรารถนาจะได้มา
“ผู้ใดที่มีแผนที่หงส์เพลิงจะชนะทั้งโลก กว่าเหริน้าให้เ้าได้รับความไว้วางใจจากองค์หญิงเก้า รอโอกาสจนได้แผนที่หงส์เพลิงมา ภายหลังก็สังหารนางซะ!”
น้ำเสียงของโจวอวิ๋นเฉินเ็าและหนักแน่น “อวี้เจ๋อ เ้าต้องเชื่อฟังคำสั่งของกว่าเหริน เพราะเ้าคือไท่จื่อแห่งต้าโจว”
นับั้แ่วันนั้นเป็ต้นมา ยามที่เขาและอวิ๋นหวงอยู่ด้วยกัน จิตใจเขาก็ไม่มีทางไร้กังวลอีกต่อไป
นางคือคนที่เขาตั้งมั่นว่าจะปกป้องด้วยชีวิต เขาจะยินดีสังหารนางได้อย่างไร?
แต่โจวอวิ๋นเฉินจะไม่ยอมรามือยุติเื่ราว หากเขายังไม่ได้แผนที่หงส์เพลิง
ซูอวี้เจ๋อเอาแต่ครุ่นคิดว่าจะทำอย่างไรดี ถึงจะสามารถทำให้โจวอวิ๋นเฉินพอใจ โดยที่อวิ๋นหวงก็ต้องไม่ตาย?
ปัญหานี้รบกวนเขามาสองปีแล้ว และเขาไม่เคยแก้ไขได้เลย เพราะอวิ๋นหวงไม่รู้ว่าแผนที่หงส์เพลิงคืออะไร? กระทั่งเขาเองก็ไม่เคยเห็นมันเลยด้วยซ้ำ ดังนั้นจะเอาอะไรไปให้โจวอวิ๋นเฉิน?
โจวอวิ๋นเฉินค่อย ๆ หมดความอดทนลงทีละน้อย
เขาบอกซูอวี้เจ๋อว่า ใน่ไม่กี่ปีที่ผ่านมา เขาได้แอบขุดเส้นทางลับที่นำไปสู่พระราชวังแคว้นเฉิน และยังร่วมมือกับสวีกุ้ยเฟยทั้งภายในและภายนอก เพื่อรอโอกาสที่จะลอบสังหารฮ่องเต้แคว้นเฉิน เฉินหลง และบุกยึดครองแคว้นของราชวงศ์เฉิน
“เมื่อถึงตอนนั้น บ้านเมืองของราชวงศ์เฉินก็จะตกเป็ของกว่าเหรินโดยสมบูรณ์ รอให้กว่าเหรินจับเป็องค์หญิงเก้าได้เมื่อไร กว่าเหรินไม่เชื่อว่าหรอกนางจะไม่ส่งแผนที่หงส์เพลิงมาให้!”
รอยยิ้มชั่วร้ายของโจวอวิ๋นเฉิน กลายเป็ฝันร้ายของซูอวี้เจ๋อ
ในเวลานี้ ฝันร้ายนั้นได้ตามมาหลอกหลอนซูอวี้เจ๋ออีกครั้ง...
…
ฝนเทลงมาอย่างหนัก ท้องฟ้ามืดครึ้ม
อวิ๋นหวงนอนใกล้ตายอยู่ในอ้อมอกของเขา
“ซูอวี้เจ๋อ ข้าเกลียดท่าน ข้า...ข้าอยากจะฆ่าท่าน...”
แน่นอนว่า หลังอวิ๋นหวงดื่มยาลงไป ก่อนจะหมดสตินางได้พูดคุยกับเขา
“มันไม่ใช่แบบนั้น อวิ๋นหวง รอให้เ้าฟื้นขึ้นมาก่อน ข้าจะเล่ารายละเอียดให้เ้าฟัง ข้าไม่ได้คิดจะสังหารเสด็จพ่อและเสด็จแม่ของเ้า ทว่าในวัดกูหลง คนที่มาล้วนเป็คนสนิทของฝ่ายโจวอวิ๋นเฉินทั้งหมด ด้วยกำลังของข้าเพียงคนเดียว ไม่อาจขัดขวางได้ ข้าทำได้เพียงรักษาชีวิตของเราเอาไว้ก่อน และต้องรอให้กองทัพที่นำโดยซ่งจื้อิมาถึงก่อน ข้าจึงจะมีโอกาสโต้กลับและสังหารโจวอวิ๋นเฉิน หาไม่แล้ว ไม่เพียงแต่เสด็จพ่อ เสด็จแม่ พี่ชายพี่สาวของเ้า รวมทั้งเ้าและข้า จะถูกฆ่าตายกันทั้งหมด”
ชายหนุ่มกอดอวิ๋นหวงไว้ในอ้อมแขน และอธิบายอย่างกระตือรือร้น
ทว่าหญิงสาวที่หมดสติไปแล้ว ไม่ได้ยินที่เขาพูดแม้แต่คำเดียว
ในเวลานั้น เขาไม่กังวลเลย เพราะยาจะมีฤทธิ์เพียงไม่กี่ชั่วยาม เขาคิดว่าอวิ๋นหวงจะเหมือนองค์ชายสี่ ที่สามารถฟื้นขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว
“อวิ๋นหวง เ้านอนหลับให้สบายเถิด หลังจากที่ข้าปลิดชีพโจวอวิ๋นเฉินได้แล้ว ใต้หล้าจะสงบสุขปลอดภัย ข้าและเ้าจะเป็และตายไปด้วยกันจนสุดหล้าฟ้าเขียว และใช้ชีวิตอย่างอิสระเสรีตามที่เ้า้า”
ชายหนุ่มจูบมือนาง ในใจเต็มไปด้วยการตั้งตารอคอยที่งดงาม...
แต่โจวอวิ๋นเฉินกล่าวว่า เขากรอกผงยาเจ็ดวันใจสลายให้แก่อวิ๋นหวง อวิ๋นหวงจึงไม่สามารถฟื้นขึ้นได้อีก
ท่ามกลางเม็ดฝนที่ตกหนัก ชายหนุ่มกอดอวิ๋นหวงร้องไห้คร่ำครวญ ทว่านางกลับไม่ตอบสนองเลยสักนิด...
อสุนีบาตฟาดผ่านท้องฟ้า และภายใต้ฟ้าแลบ ฝนในคืนที่มืดมิดดูแปลกประหลาดยิ่งนัก
ศีรษะของโจวอวิ๋นเฉินซึ่งตกลงไปในโคลนใต้ประตูเมือง กลิ้งไปมาสองตลบ แล้วกระเด้งกลับสู่ตำแหน่งเดิมในทันที
ศพของโจวอวิ๋นเฉินที่คอบิดเบี้ยว ลุกขึ้นยืนอย่างแข็งทื่อ เขาดึงมีดคาดเอวออกมา แล้วเดินย่างสามขุมไปทีละก้าว
“ซูอวี้เจ๋อ เฉินอวิ๋นหวงบอกว่า นางมอบแผนที่หงส์เพลิงแก่เ้าไปแล้ว จะเก็บนางไว้ก็ไม่มีประโยชน์แล้ว เ้าส่งแผนที่หงส์เพลิงมาให้กว่าเหรินเสีย เ้าและกว่าเหริน บิดาบุตรจะร่วมกันค้นหาขุมทรัพย์และโลกด้วยกััน เ้าอยากได้สตรีกี่คนก็ล้วนมีทั้งสิ้น?”
โจวอวิ๋นเฉินหลอกล่อเขาต่าง ๆ นานา “มาเถอะ วางเฉินอวิ๋นหวงลงซะ แล้วมาหาเสด็จพ่อชองเ้าที่นี่ มอบแผนที่หงส์เพลิงให้เสด็จพ่อ...”
ซูอวี้เจ๋อหันหน้าไปด้วยความสยดสยอง
สายฟ้าสีน้ำเงินสว่างวาบผ่านม่านกลางคืนด้านหลังของโจวอวิ๋นเฉิน คล้ายกับได้มอบพลังที่น่าสะพรึงกลัวให้กับโจวอวิ๋นเฉินแล้ว
เขาเห็นอย่างชัดเจนว่า ตัวกับหัวของโจวอวิ๋นเฉินแยกย้ายไปอยู่กันคนละที่ ทว่ายามนี้อีกฝ่ายกลับกำลังยืนอยู่ตรงหน้าตน ทั้งยังมีชีวิตและสามารถยกดาบขึ้นจ้วงแทงได้!
“ไม่นะ——”
ซูอวี้เจ๋อเฝ้ามองอย่างทำอะไรไม่ได้ ในขณะที่ดาบนั้นได้แทงทะลุตัวอวิ๋นหวง!
“ไม่! อย่า! อย่านะ!”
ซูอวี้เจ๋อพลันตื่นจากความฝันในทันที เมื่อกวาดตามองไปรอบ ๆ ด้วยความตื่นตระหนก ไม่มีพายุฝนเทลงมาอย่างหนัก ไม่มีโจวอวิ๋นเฉิน และก็ไม่มีอวิ๋นหวง...
ซูอวี้เจ๋อปาดเหงื่อเย็นบนหน้าผาก พลางรวบรวมสติ และมองดูปิ่นหยกหงส์ในมือ ซึ่งเขาเอามาจากมืออวิ๋นหวงในตำหนักเฉียนเฉิงครานั้น
ในเวลานั้น เมื่ออวิ๋นหวงเห็นโจวอวิ๋นเฉิน ด้วยความชิงชังนางจึงอยากดึงปิ่นออกมาขว้างปาโจวอวิ๋นเฉินยิ่งนัก ใน่เวลาแห่งความสิ้นหวัง เขาจึงคว้ามันไป
ครั้งหนึ่งเขาเคยคิดว่าเมื่ออวิ๋นหวงตื่นขึ้น เขาจะเล่าถึงที่มาของปิ่นหยกหงส์นี้ให้นางฟังจากปากของเขาเอง และเสียบลงบนมวยผมให้นางด้วยมือตัวเอง
และหลังจากนั้น ทั้งสองคนก็จะครองรักกันตลอดไป ไม่ทอดทิ้งกัน...
.
.
.