ภาคินนั่งเฝ้ารวิสาในรถจนตัวเองเริ่มรู้สึกง่วง จึงผล็อยหลับไปเช่นกันแต่ก็ต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะเสียงร้องของหญิงสาวข้างกาย
“คุณพ่อคุณพ่อคุณแม่จะไปไหนคะ คุณพ่อคุณแม่รอสาด้วย คุณพ่อ..”
“รวิสา รวิสา สาตื่น”ภาคินใที่อยู่ๆ หญิงสาวข้างกายก็ละเมอส่งเสียงร้องขึ้นมา เท่านั้นไม่พอ‘เธอร้องไห้ด้วย’ ภาคินพอจะรู้ว่าหญิงสาวกำลังฝันถึงอะไร แล้วอยู่ๆใจเขาก็กระตุกอย่างแรงเขาสงสารหญิงสาวข้างกายที่ต้องสูญเสียคนในครอบครัวไปทีเดียวพร้อมกันใช่มันเป็ความสงสาร เพราะเขารับรู้เื่ราวของเธอมาโดยตลอดจนกระทั่งลุงขจรและคุณป้าพราวพรรณเสียชีวิตตอนนั้นเขามีงานด่วนที่ต่างประเทศทำให้ไม่สามารถไปร่วมงานศพของคุณลุงคุณป้าที่เคารพทั้งสองถ้าตอนนั้นเขาอยู่ร่วมงานศพ เขาคงได้เจอรวิสาและแนะนำตัวกันเป็ทางการไปแล้วหลังจากกลับมาจากต่างประเทศเขาได้ข่าวว่ารวิสาต้องกลับไปเรียนต่อจากนั้นเขาไม่มีโอกาสได้พบกับเธออีกเลยจนกระทั่งวันนี้เขาควรจะหาโอกาสคุยกับเธอถึงเื่ที่คุณขจรฝากฝังไว้ก่อนเสียชีวิตแต่มันมีอะไรบางอย่างบอกให้เขารับรู้ว่ามันยังไม่ถึงเวลาหญิงสาวตรงหน้าคงยังไม่พร้อมจะรับฟังสิ่งที่เขา้าจะบอกแน่ๆ เขาคงต้องให้หญิงสาวได้รู้จักตัวตนของเขามากขึ้นซะก่อน‘นี่คงเป็โอกาสที่คุณลุงคุณป้าส่งมาให้กับผม เพื่อได้ทำตามสัญญาสินะครับ’ภาคินนึกไปถึงคำสั่งเสียสุดท้ายของคุณขจรที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ปีเขาก็ไม่มีวันลืม‘ฝากน้องด้วยนะภาค ฝากยัยสาด้วยอย่าให้น้องต้องเป็เหมือนลุง’
“คุณพ่อ คุณพ่อคะ!!”รวิสารู้สึกตัวตื่นขึ้นในที่สุดเธอฝันว่าคุณขจรมาเจอเธอและพ่อพยายามบอกอะไรบางอย่างกับเธอแต่ยังไม่ทันได้พูดกลับถูกดึงให้กลืนหายไปในความมืดซะก่อนแต่ถึงกระนั้นรวิสาก็รู้สึกว่าเธอคว้าตัวพ่อของเธอไว้ได้ทันนี่ไงความรู้สึกอบอุ่นที่คุ้นเคยนี้
“เฮ้ยย นายภาคินนายมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงเนี่ย แล้วพี่มลละ พี่มลหายไปไหน นายเอาพี่มลไปไว้ไหน”รวิสาตื่นขึ้นมาก็โวยวาย เพราะวิมลที่ควรจะร่วมทางมากับเธอด้วยกลับหายไปเหลือเพียงแค่เธอกับภาคินสองคนเท่านั้น
“นี่คุณหยุดโวยวายแล้วกรุณาเลิกลวนลามผมซะทีจะได้ไหมครับ”ภาคินที่ตอนนี้ถูกหญิงสาวคว้าตัวไว้เพราะเข้าใจผิดว่าเป็คุณพ่อของเธอเริ่มประท้วงเพราะร่างนุ่มนิ่มที่กอดเขาอยู่ ในเมื่อเขาเองก็ไม่ใช่พระอิฐพระปูนอะไรโดนผู้หญิงอย่างรวิสากอดเข้าเต็มๆ แบบนี้จะให้เขาทนอยู่เฉยๆ ได้นานแค่ไหนเชียว
“เฮ้ยยนายมาให้ฉันกอดได้ไงเนี่ย นี่นายคงไม่ได้ทำอะไรฉันใช่ไหม”รวิสาโวยวายอีกครั้งพร้อมก้มลงสำรวจตัวเอง
“นี่คุณพูดให้ดีๆนะใครทำใครกันแน่ อีกอย่างไม่ต้องห่วงหรอกแบบคุณน่ะสเป็คไม่ใช่”ภาคินแกล้งมองไปที่หญิงสาวแบบประเมิน
“อีตาบ้าว่าแต่นายเอาพี่มลไปไว้ไหน บอกมาเดี๋ยวนี้นะ”
“นี่คุณ อยากหลับต่ออีกสักหน่อยไหมตอนคุณหลับนี่ดูดีกว่าตอนนี้หลายเท่าเลยนะ”ภาคินชักจะหมดความอดทนกับความใจร้อนของคนตรงหน้า
“นี่นายอย่ามาหาเื่กันนะ”
“ใครหาเื่ใครกันแน่คุณมัวแต่นอนหลับเพลิน คุณมลมีธุระด่วนต้องรีบไปทำแล้วเขาก็อยากให้คุณได้พักผ่อนต่ออีกสักหน่อยเลยให้ผมอยู่เป็เพื่อนจนกว่าคุณจะตื่นแล้วเธอก็ขึ้นไปทำธุระก่อนส่วนคุณตื่นก็ดีแล้วผู้หญิงอะไรนอนน้ำลายไหลยืดเชียวน่าเกลียดจริงๆ”
“อ๊ายยตาบ้าน้ำลงน้ำลายที่ไหนกัน” รวิสารีบสำรวจตัวเองทันที ‘เออวะน้ำจิ้มหกจริงๆด้วยเราน่าเกลียดจริงๆ’
“แหม ไม่ต้องมาทำเป็เหนียมตอนนี้เลยไม่ทันแล้วไปลุก ผมจะพาคุณขึ้นไปส่งที่ห้องพัก”
“ไม่ต้องฉันไปเองได้”
“แต่ผมรับปากคุณมลไว้แล้วมัวช้าอยู่นั่นแหละผมก็อยากพักผ่อนเหมือนกันนะคุณ เชิญ” ภาคินพูดจบก็ลงจากรถทันทีส่วนรวิสาพอตั้งตัวติดก็รีบตามภาคินลงไป โดยไม่ต่อปากต่อคำอะไรอีก เพราะเธอเองถึงจะได้หลับไปชั่วคราวแต่ความฝันเมื่อครู่มันทำให้เธอรู้สึกเศร้าและอ่อนล้ากว่าครั้งไหนๆ‘คุณพ่อ ้าจะบอกอะไรสาคะ’หญิงสาวยืนเหม่อลอยจนภาคินที่เดินนำอยู่ข้างหน้าต้องหยุดและหันกลับมาจูงมือหญิงสาวที่กำลังเหม่อลอยให้เดินตามไปอย่างว่าง่ายจนกระทั่งเสียงลิฟต์ดังขึ้น
“นี่คุณถึงลิฟต์แล้วคุณพักอยู่ชั้นไหนผมจะพาไปส่ง”
“ไม่ต้อง ฉันไปเองได้”
“งั้นก็ตามใจเอ้าแล้วยืนอยู่ทำไมไม่ขึ้นลิฟต์รึไง” ภาคินถามเพราะเห็นคนตรงหน้ายังยืนนิ่งรวิสาี้เีทะเลาะด้วยเลยก้าวตามเขามาในลิฟต์และกดชั้นที่พักทันที
“อ้าวว แล้วทำไมคุณไม่กดลิฟต์ละอยู่ชั้นไหนเดี๋ยวฉันกดให้”รวิสาถามเพราะภาคินก็ยืนเฉยไม่ได้สนใจจะกดชั้นที่ตัวเองพักเลยสักนิด
“ก็ชั้นเดียวกับคุณนะแหละ”ภาคินก็ไม่นึกเหมือนกันที่บังเอิญห้องที่ณรงค์ย้ายไปให้จะอยู่ชั้นเดียวกันกับที่หญิงสาวพักอยู่ รวิสาก็ไม่ได้พูดอะไรอีก ต่างฝ่ายได้แต่เงียบจนกระทั่งถึงชั้นที่พักภาคินเดินตามหญิงสาวมาตามทางเดินแยกไปห้องพักส่วนตัวที่อยู่มุมสุดของตัวตึกแยกออกไปจากห้องอื่นพอสมควรทั้งนี้เพื่อความเป็ส่วนตัวของแขกวีไอพีรวิสาได้พักห้องนี้เพราะบอสจอมจุ้นของเธอเป็คนจัดการเื่ห้องพักให้เสร็จสรรพกับเพื่อนรุ่นพี่ซึ่งก็คือณรงค์ผู้จัดการโรงแรมนี่เอง
“นี่คุณเดินตามฉันมาทำไมเนี่ยอย่าบอกนะว่าพักห้องเดียวกันด้วย อันนี้มันไม่ใช่ละ”รวิสาหยุดยืนทำท่าทางเอาเื่และจ้องมาทางชายหนุ่มเขม็ง
“นี่คุณ จะมากไปแล้วนะคุณเป็เ้าของโรงแรมรึไง แล้วขอโทษเถอะนะ ถ้าคุณอยู่ห้องวีไอพีละก็น่าจะสังเกตสักนิดนะครับว่าตรงข้ามเยื้องๆไปจากห้องคุณนะมันมีอีกห้องหนึ่งสร้างอยู่ด้วยนานแล้วอ้ออีกอย่างรูปร่างหน้าตาอย่างผมเนี่ยไม่ใช่พวกโรคจิตที่ต้องคอยตามผู้หญิงที่หุ่นเหมือนกระดานโต้คลื่นแบบคุณหรอกนะ”ภาคินแกล้งพูดยั่วหญิงสาวตรงหน้าที่เอะอะก็ด่าว่าเขาเป็ไอ้บ้าบ้างละ โรคจิตบ้างละ
“โอเคฉันขอโทษต่างคนต่างไปก็แล้วกัน ฉันขอตัวก่อนละ”พูดจบหญิงสาวก็เดินสะบัดหน้าหนีเข้าห้องพักทันที
“ไงยัยสา ตื่นแล้วเหรอเป็ไงบ้างละหลับสบายไหมมีบอร์ดี้การ์ดรูปหล่อคอยดูแลอยู่ข้างๆ” วิมลแซว
“พี่มลนะพี่มลทำไมไม่ปลุกสาละคะดูสิปล่อยสาไว้กับใครก็ไม่รู้ ถ้าเขาทำมิดีมิร้ายสาขึ้นมาจะว่าไงคะ”รวิสาแอบงอนที่โดนปล่อยทิ้งไว้กับคู่กัด
“แหมยัยสาใครที่ไหนกันคุณภาคินเขาออกจะดีอีกอย่างก็รู้จักกันแล้วนิ เขาไม่อยากให้พี่ปลุกเธอเพราะเห็นว่ากำลังหลับสบายนะเลยอาสาเฝ้าให้แล้วบอกให้พี่ขึ้นมาทำธุระก่อนอ้อจะบอกว่าพี่อยู่พักร้อนกับเธอไม่ได้แล้วนะพรุ่งนี้ต้องรีบกลับพอดีมีงานด่วนที่นู่นนะ”
“อ้าวพี่มลไหงงั้นละคะงั้นสากลับด้วยดีกว่า เที่ยวคนเดียวจะไปสนุกได้ไง”
“พอๆ ไม่ต้องเลยยัยสาเธอต้องอยู่ทำงานต่อที่นี่อีกสองวันจะมีงานจัดแสดงโชว์เครื่องเพชรคอลเล็คชั่นใหม่ของกะรัตจิวเวอรี่บอสโทรมาสั่งให้เธออยู่ทำงานต่อ ส่วนพี่ต้องรีบไปปิดจ๊อบคอลัมน์ใหม่ให้ที่สำนักงานห้ามบ่นนะงานนี้บอส บอกว่าให้เธออยู่ห้องวีไอพีต่อได้เลย โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายแค่ไปทำสกู๊ปข่าวในงานไม่กี่ชั่วโมงเองระหว่างนั้นเธออยากไปไหนทำอะไรก็ได้”
“แหมพูดขนาดนี้ใครจะกล้าปฏิเสธละคะพี่มลบอสนี่ก็สมเป็พ่อบุญทุ่มจริงๆ นอกจากสาวๆ แล้วยังเผื่อแผ่มาให้ลูกน้องด้วยแบบนี้ใครละ จะกล้าปฏิเสธ” รวิสายิ้มกว้างเมื่อตัวเองได้อยู่เที่ยวต่อโดยไม่ต้องเสียเงินค่าที่พักสุดหรูขนาดนี้แต่วิมลไม่ได้บอกเล่าข้อความของบอสทั้งหมดเพราะถือเป็คำบอกเล่าของญาติผู้น้องที่จะขอตามมาประกบเพื่อนสนิทที่ตัวเองคิดไม่ซื่อด้วยนานแล้วแต่เ้าตัวไม่คิดจะบอกให้เขารับรู้สักทีคอยดูเถอะจะโดนคนอื่นคว้าไปซะก่อน
“จ้ะงั้นพรุ่งนี้เราก็ช่วยขับรถไปส่งพี่ที่สนามบินด้วยนะจ๊ะ”
“เ้าคะคุณพี่หญิงสั่งมาได้เลยเ้าคะ กี่โมงคุณน้องยินดีให้บริการตลอดๆ”
“จ้าแม่คุณไปอาบน้ำนอนได้แล้วไปพรุ่งนี้ แปดโมงตรงต้องออกจากที่นี่นะจ๊ะพี่นอนก่อนละราตรีสวัสดิ์” บอกเวลาเสร็จวิมลก็รีบเข้านอนทันที
“ส่งพี่มลเสร็จแล้วไปไหนต่อดีนะเราเหลือเวลาสองวันเต็มๆ กว่าจะถึงงานแสดงจิวเวอรี่” รวิสาที่กำลังคิดไม่ตกอยู่ๆก็มีเบอร์โทรคุ้นเคยโทรเข้ามาหา
“สาหรือลูกป้าได้ข่าวว่าหนูมาทำงานที่กระบี่ ไม่คิดจะแวะมาหาป้าที่ภูเก็ตบ้างเหรอลูก”จิตรีเพื่อนสนิทของคุณขจรที่เธอให้ความเคารพราวกับญาติแท้ๆ ของเธอคนหนึ่งตัดพ้อ
“ป้าจิตคุณป้าทราบได้ยังไงคะว่าสามาทำงานที่กระบี่” หญิงสาวแปลกใจเพราะเธอแทบไม่ได้บอกใครโดยเฉพาะญาติๆ ทางใต้ เพราะกลัวจะเป็เื่วุ่นวายเปล่าๆเธอเองก็ไม่ได้กลับภูเก็ตนานแล้ว ได้แต่ติดต่อพูดคุยถามสารทุกข์สุกดิบกันทางโทรศัพท์ส่วนธุรกิจต่างๆ ที่คุณพ่อเธอถือหุ้นอยู่บรรดาญาติสนิทที่ไว้ใจได้ก็ช่วยจัดการบริหารต่อและยังส่งเงินปันผลมาให้เธอทุกเดือนอีกด้วยทางด้านที่ดินที่เธอมีก็บอกต่อให้บรรดาญาติๆที่สนใจช่วยจัดการขายให้ตามราคาที่เธอกำหนดไว้ ส่วนใหญ่ก็พวกญาตินั่นแหละที่ช่วยกันซื้อไปโดยให้เหตุผลว่าเผื่อวันหนึ่งเธอเปลี่ยนใจอยากได้คืนก็ยินดีจะขายให้ในราคาเท่าเดิมจะมีก็แต่บ้านริมทะเลที่หญิงสาวไม่สามารถตัดใจขายได้ลงแต่เธอก็ไม่สามารถกลับมาอยู่ได้เหมือนเดิมเพราะมันมีความทรงจำทุกอย่างเกี่ยวกับครอบครัวที่เธอรักมากเกินไปเธอได้แต่ฝากให้คนเก่าคนแก่ช่วยดูแล เธอยังโชคดีที่มีบรรดาญาติๆที่ดีคอยช่วยเหลือเธอเสมอพร้อมทั้งยังเข้าใจเธอดีว่าทำไมเธอถึงไม่อยากกลับมาบ้านเกิด จริงๆเพียงแค่ทรัพย์สินมรดกตกทอดรวมทั้งเงินรายได้จากการปันผลในแต่ละเดือนที่พ่อแม่เธอทิ้งไว้ให้ก็มากมายจนเธอไม่ต้องไปหางานทำด้วยซ้ำ แต่รวิสากลับเป็คนสบายๆ ใช้ชีวิตปกติธรรมดาเพราะพ่อแม่เธอสอนมาให้รู้จักคิด รู้จักพอเพียงเธอจึงใช้เงินตามความเหมาะสมและบริจาคเงินให้กับองค์กรการกุศลต่างๆ ทุกปี
“เื่ราวของหลานรักถ้าป้าไม่รู้ก็แปลกแล้วละจ้ะ นี่ใจคอเราจะไม่ลงมาหาป้าจริงๆ เหรอลูกป้าไม่ได้เจอหนูมาเป็ปีแล้วนะ”จิตรีกล่าวตัดพ้อหลานสาวซึ่งเป็ลูกสาวของเพื่อนรักของเธอ เธอรักและเอ็นดูรวิสามากเธอเป็คนที่ช่วยเหลือส่งข่าวการเสียชีวิตของพ่อแม่เธอให้รวิสารู้รวมทั้งส่งข่าวไปยังบรรดาญาติๆ ที่ภูเก็ตและกรุงเทพฯ ทราบโดยทั่วกันทั้งยังช่วยจัดการเื่เอกสารต่างๆเพื่อให้รวิสาเดินทางกลับมาเคารพศพบิดามารดาได้ทันวันงานอีกด้วยรวิสาที่พยายามอย่างหนักที่จะหลุดพ้นจากความรู้สึกโหยหาครอบครัวอันอบอุ่นอีกครั้งไม่ได้ติดต่อคุณจิตรีและบรรดาญาติๆ มาได้สักพักแล้ว เนื่องจากภารกิจการงานรวมทั้งการเพียรพยายามสืบเพื่อรื้อฟื้นคดีของพ่อแม่เธอทำเธอยุ่งวุ่นวายไปหมด ตอนนี้คงถึงเวลาที่จะกลับไปเยี่ยมคนคุ้นเคยบ้างแล้ว
“สาขอโทษจริงๆค่ะคุณป้าที่ไม่ได้ติดต่อไปนานพอดีสาต้องอยู่ที่กระบี่ต่อสักพักถ้ายังไงสาจะขับรถไปหาคุณป้าวันนี้เลยก็แล้วกันนะคะ”
“ดีเลยลูกป้าคิดถึงหนูมากเลย เดี๋ยวจะให้แม่บ้านทำของโปรดของหนูเอาไว้ให้นะลูก”
“ตกลงค่ะแล้วเจอกันนะคะ”พูดจบรวิสาก็ขับรถโดยเปลี่ยนเส้นทางจากโรงแรมที่เธอพักไปที่จังหวัดซึ่งได้ชื่อว่าเป็ไข่มุกอันดามันบ้านเกิดที่จากไปนานทันที
ขับรถมาได้สองสามชั่วโมงรวิสาก็เข้าสู่จังหวัดภูเก็ตเธอแวะกราบสักการะเท้าเทพกษัตรีเท้าศรีสุนทร วีรสตรีคู่บ้านคู่เมืองของชาวภูเก็ตก่อนที่จะมุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองแวะซื้อขนมเปี๊ยะเ้าดังที่จำได้ว่าคุณจิตรีชอบทานคู่กับชาจีนร้อนๆเป็ของว่าง
“ยัยสามาแล้วเหรอลูก มามาให้ป้ากอดหน่อยลูกคิดถึงเหลือเกินหลานรัก”คุณจิตรีรีบออกมาต้อนรับรวิสาทันทีที่มาถึงบ้านของคุณจิตรีเป็บ้านเก่าแก่สองชั้นหลังใหญ่มีบริเวณกว้างขวางสมฐานะคหบดีเก่าแก่ของจังหวัด
“หนูโตขึ้นเยอะเลยนะลูกแต่มีสิ่งเดียวที่หนูยังเหมือนเดิมั้แ่เล็กจนโต ตาของหนูไงลูกตาหนูสวยมากเหมือนกับตาของคุณพ่อหนูเลยนะจ๊ะ”ดวงตาของรวิสาทำให้เธอนึกถึงขจรเพื่อนรักของเธอั้แ่เด็กๆ
“เอ่อคุณป้าคะคือสาหิวจังเลยค่ะ คุณป้าบอกว่าให้คนทำของโปรดไว้ใช่ไหมคะ สาอยากทานจะแย่แล้ว”รวิสาเปลี่ยนเื่ไม่ให้คุณจิตรีเศร้ากว่าเดิมเธอรู้ว่าคุณจิตรีรักครอบครัวเธอมาก สมัยก่อนที่ครอบครัวเธอยังอยู่ที่ภูเก็ตคุณจิตรีคอยไปมาหาสู่เยี่ยมเยียนครอบครัวเธอเสมอ
“ป้าก็ลืมไปเลยนี่ก็เที่ยงพอดีไปทานข้าวกันเถอะลูกวันนี้ป้าเข้าครัวเองเลยนะจ๊ะวันนี้ป้าทำน้ำชุบหยำ หมูฮ้อง ต้มส้มปลากระบอก ปลาทอดขมิ้น เยอะแยะเลยลูกไปไปทานข้าวกัน”
“โอ้โห แค่ฟังสาก็ท้องร้องแล้วละคะคุณป้าไปทานกันเถอะค่ะสาแวะซื้อขนมเปี๊ยะเ้าประจำมาฝากคุณป้าด้วยนะคะ จำได้ว่าคุณป้าชอบทาน”
“ขอบใจจ้ะลูกโถอุตส่าห์จำได้ งั้นเดี๋ยวเราทานข้าวเสร็จ ป้าจะให้แม่บ้านจัดขนมเปี๊ยะใส่จานกับชาร้อนมาให้นะเอาอย่างนี้เราย้ายไปจิบชากันที่สวนหน้าบ้านดีกว่าลมเย็นๆพัดสบายๆ นั่งคุยกันหลังทานข้าวเสร็จ สาคงไม่รีบกลับใช่ไหมลูกป้ามีเื่จะคุยกับหนูเยอะแยะเลย”
“ยังหรอกค่ะสาขับรถกลับเย็นๆ ก็ได้ พรุ่งนี้ค่อยไปเตรียมตัวเตรียมงานก็ยังทันค่ะคุณป้า”รวิสารับปากเพราะนานๆ ทีจะได้มาเยี่ยมคุณจิตรีสักที
“สาลูก หนูว่าหนูต้องไปทำข่าวอะไรที่กระบี่นะลูก”
“ข่าวเปิดตัวเครื่องเพชรชุดใหม่ของกะรัตจิวเวอรี่นะคะดูท่าทางจะเป็งานใหญ่ซะด้วย”
“อะไรนะงานของกะรัตจิวเวอรี่เหรอลูก สา สาต้องระวังตัวไว้บ้างนะลูกถ้าป้าเดาไม่ผิดงานนี้นายภาคิน วงศ์บริรักษ์ต้องมาออกงานด้วยตัวเองแน่”
“เอ่อแล้วทำไมสาต้องระวังด้วยละคะคุณป้า นายภาคิน วงศ์บริรักษ์อะไรนี่เขาเป็ใครเหรอคะ”รวิสาถามด้วยความสงสัยเธอไม่นึกด้วยซ้ำว่านายภาคินที่คุณจิตรีพูดถึงจะเป็คนเดียวกับตาบ้าที่เธอด่าเอาๆเมื่อวานนี้ เพราะไม่คิดจะใส่ใจ ถึงจะรู้สึกสะดุดใจกับชื่อที่ฟังดูคุ้นๆ หูนี่ก็เถอะ
“ก็นายภาคินเป็หนึ่งในผู้ต้องสงสัยในคดีฆาตกรรมคุณพ่อคุณแม่ของหนูก่อนที่ตำรวจจะปิดคดีนะสิลูก”
“อะไรนะคะจริงเหรอคะคุณป้า คุณป้าช่วยเล่ารายละเอียดให้สาฟังหน่อยได้ไหมคะว่าเื่มันเป็ยังไงกันแน่”รวิสารีบซักไซ้คุณจิตรีทันที
“ก็นายภาคินเป็คนแรกที่เจอศพเอ่อเจอคุณพ่อคุณแม่ของหนูในวันเกิดเหตุนะลูกแถมเขายังเป็เ้าของบริษัทเหมืองแร่ที่คุณพ่อของหนูกับป้ามีหุ้นอยู่ด้วยก่อนหน้าที่คุณพ่อคุณแม่หนูเสียได้ไม่นานป้าได้ข่าวว่านายภาคินพยายามขอซื้อหุ้นคืนจากคุณพ่อหนูอยู่นะลูกเขาเองก็เคยมาขอซื้อหุ้นคืนจากป้าเหมือนกันแต่ป้าไม่ขายคงเปลี่ยนไปทางคุณพ่อหนูแทนนะลูก”
“แล้วอยู่ๆทำไมนายภาคินอะไรนั่นถึงเกิดอยากจะซื้อหุ้นคืนขึ้นมาละคะ” รวิสาสงสัย
“อันนี้ป้าเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันนะลูกแต่ผู้ชายคนนี้น่ากลัว สาระวังตัวอยู่ให้ห่างๆ เขาหน่อยก็ดีนะจ๊ะ”จิตรีเตือนหญิงสาวด้วยความเป็ห่วง
“ไม่ต้องห่วงนะคะคุณป้าสาจะระวังตัว งานใหญ่ขนาดนั้นเขาทำอะไรไม่ได้หรอกค่ะอีกอย่างสาไปในฐานะนักข่าวเขาคงไม่สนใจสื่อตัวเล็กๆ อย่างสาหรอกค่ะ”รวิสาพูดให้คุณจิตรีสบายใจ
“เอาเถอะลูกยังไงก็ระวังๆหน่อยก็แล้วกันป้าเป็ห่วง นี่ใบกรรมสิทธิ์ผู้ถือหุ้นของคุณพ่อหนูก็ยังหาไม่เจอเลยไม่รู้ว่าหายไปไหน ดีไม่ดีอาจจะอยู่ที่นายภาคินนั่นแล้วก็ได้นะลูก”จิตรีพูดถึงใบกรรมสิทธิ์ผู้ถือหุ้นบริษัทเหมืองแร่ของคุณขจรที่มีหุ้นอยู่ถึง 20%ซึ่งเป็สัดส่วนที่ไม่น้อยเลย
“ใบกรรมสิทธิ์ผู้ถือหุ้นเหรอคะสาไม่เคยได้ยินเื่นี้มาก่อน คุณพ่อมีธุรกิจมากมายที่นี่ สาก็ให้ญาติๆช่วยดูแลจัดการให้ แต่สาไม่เคยได้ยินใครพูดถึงเื่นี้เลยนะคะหลังจากที่คุณพ่อคุณแม่เสีย มีการตรวจสอบทรัพย์สินอย่างละเอียดเพื่อประโยชน์ในรูปคดีแต่ก็ไม่มีเอกสารอะไรที่เกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในการถือหุ้นของบริษัทเหมืองแร่เลยนะคะ”รวิสาตอบไปตามความจริงเมื่อตำรวจตรวจสอบทุกอย่างที่เป็ไปได้ในการสืบสวนคดีแต่ก็ไม่ได้พบอะไรที่ผิดปกติเลย โดยเฉพาะเอกสารสิทธิ์ในการหุ้นอย่างที่คุณจิตรีว่า
“แปลกจริงๆ นะลูกเอกสารสิทธิ์จะหายไปได้ยังไง แต่ก็ช่างมันเถอะคุณพ่อของหนูอาจจะเอาไปเก็บไว้ที่ไหนสักแห่งหลังจากที่รู้ว่านายภาคินออยากได้หุ้นคืนมากๆ อาจจะทำอะไรก็ได้เพื่อให้ได้คืนมาหุ้นนั่นเป็สิทธิ์ของหนูนะลูก ป้าว่าคุณพ่อของหนูอาจจะฝากบอกใครไว้ให้หนูก็ได้หนูควรจะลองเช็กดูและรักษาสิทธิ์ของตัวเองนะลูก”
“สาไม่สนใจหรอกค่ะคุณป้ายิ่งถ้าไอ้เอกสารสิทธิ์อะไรนี่เป็สาเหตุที่ทำให้เกิดเื่ร้ายขึ้นกับครอบครัวของสาสายิ่งไม่อยากจะเห็นมันเลยด้วยซ้ำ”
“ไม่ได้นะยัยสา!!”
“คุณป้า มีอะไรเหรอคะ”รวิสารู้สึกใกับท่าทีแข็งกร้าวที่มีขึ้นมาอย่างกะทันหันของคุณจิตรี
“ก็ถ้ามันเป็ของที่ทำให้คุณพ่อคุณแม่ของหนูต้องตายป้ายิ่งยอมไม่ได้ถ้ามันจะตกไปอยู่ในมือคนอื่นนะลูกถ้าสาไม่้ามันป้าจะเป็คนจัดการให้เอง สิทธิ์ของพ่อหนู จะตกไปอยู่ในมือคนอื่นได้ยังไง”
“โอเคค่ะคุณป้าเอาเป็ว่าถ้าสาเจอมันสาจะรีบบอกคุณป้านะคะ”
“จ้ะลูกเอาล่ะนี่ก็เย็นมากแล้วหนูรีบเดินทางเถอะลูก เดี๋ยวจะมืดค่ำซะก่อน”
“คะคุณป้าถ้าอย่างงั้นสาลาละนะคะ” ร่ำลาคุณจิตรีเสร็จรวิสาก็แวะไปหาเพื่อนเก่าสมัยมัธยมที่ตอนนี้รับ่ต่อกิจการร้านเพชรพลอยของครอบครัวอยู่ที่ภูเก็ตทันที
“ว่าไงยัยสาหายหน้าหายตาไปนานเลยนะแก” กัลยาเพื่อนสนิทของรวิสาทักทายทันทีที่เห็นหน้าเพื่อนรัก
“ขอโทษทีที่ไม่ได้มาเยี่ยมแกซะนานเลยยัยกัล”รวิสารีบขอโทษที่มาโดยไม่ได้บอกเพื่อนรักล่วงหน้า เธอเพิ่งตัดสินใจโทรหากัลยาหลังจากรู้เื่ภาคินจากจิตรีเนื่องจากกัลยาอยู่ในวงการเพชรพลอยเหมือนกัน น่าจะรู้จักภาคินดีในระดับหนึ่งรวิสาไม่ได้เล่าเื่ภาคินที่คุณจิตรีบอกกับเธอให้เพื่อนรักฟังเธอเพียงแต่ถามเื่ราวของชายหนุ่มโดยให้เหตุผลว่าเธอต้องเก็บข้อมูลของภาคินให้ได้มากที่สุดก่อนจะถึงงานสัมภาษณ์จริงๆในวันศุกร์ที่กำลังจะถึงนี้
“อะไรกันยัยสาอย่าบอกนะว่าแกไม่รู้จักนักธุรกิจหนุ่มรูปหล่อที่กำลังไฟแรงแซงทางโค้งอย่างคุณภาคินไม่ได้แล้วมาเลยมา นี่นิตยสารแมนออฟเดอะมันท์ฉบับล่าสุดเดือนนี้ยังขึ้นปกพร้อมลงบทสัมภาษณ์คุณภาคินอยู่เลยนะเนี่ยว่าแต่มันหายไปไหนแล้วละ”กัลยาพยายามหานิตยสารที่ลงเื่ราวเกี่ยวกับชายหนุ่มที่กำลังเป็ที่จับตามองของบรรดาสาวน้อยสาวใหญ่ซึ่งเนื้อหาส่วนใหญ่จะเป็เื่ราวและบทสัมภาษณ์พวกหนุ่มไฮโซนักธุรกิจชื่อดังหรือดารานายแบบที่กำลังเป็ที่นิยมอยู่ในขณะนั้น
“เอาเถอะๆยัยกัลไม่เจอก็ไม่เป็ไรเพราะยังไงฉันคงได้เจอนายนี่ตัวเป็ๆ ในงานวันศุกร์นี้แน่ว่าแต่แกเหอะทำธุรกิจนี้เหมือนกันต้องไปร่วมงานด้วยรึเปล่า” รวิสาถามเพื่อนรัก
“อ๋องานเปิดตัวคอลเล็คชั่นใหม่ของกะรัตนะเหรอไปสิฉันได้รับเชิญในฐานะลูกค้าของคุณภาคินนะ ดีใจนะเนี่ยที่แกไปร่วมงานด้วยฉันจะได้ไม่เหงาปาก”
“ยะแต่งานนี้ฉันไปทำงานนะยะไม่ได้ไปเป็แขกแบบแก ไม่รู้จะมีเวลาคุยกับแกรึเปล่า”
“เอาเถอะน่ามีแกอยู่ฉันก็อุ่นใจแล้ว เออค่ำแล้วเนี่ยแกเปลี่ยนใจจะค้างบ้านฉันรึเปล่าพรุ่งนี้เช้าค่อยขับกลับไปกระบี่” กัลยาชวนรวิสาค้างคืนด้วยความเป็ห่วง
“ไม่เป็ไรไม่ต้องห่วงเลยยัยกัล กระบี่ใกล้แค่นี้เองยิ่งเวลาแบบนี้ถนนยิ่งโล่งขับไม่ถึงสามชั่วโมงก็ถึง”
“เอางั้นเหรอแกเออตามใจงั้นก็รีบไปได้แล้วถึงที่พักแล้วโทรมาด้วยนะยะ”
“โอเคจ้ะโอเคเพิ่งรู้นะว่าแกก็ห่วงฉันด้วย” รวิสาแซว
“เพื่อนทั้งคนไม่ห่วงได้ไงรีบไปไป๊”
“จ้าาแล้วเจอกันที่งานนะ”รวิสาร่ำลากัลยาเสร็จก็ขับรถกลับกระบี่ทันทีเนื่องจากระยะทางจากภูเก็ตไปถึงที่พักของเธอค่อนข้างไกลใช้เวลาในการเดินทางประมาณสามชั่วโมงหลังจากเธอขับรถออกมาพ้นจังหวัดภูเก็ต เธอมีความรู้สึกแปลก ราวกับมีรถตามเธอมาแต่เธอคิดว่าตัวเองคงคิดมากไปเอง จึงตั้งหน้าตั้งตาขับรถต่อไปโดยไม่รู้เลยว่าที่เธอสังหรณ์ใจนั้นเป็เื่จริง