ตอนที่ 93 ปลาคาร์ปผนึกอักษร
นิทานได้แต่ถอนหายใจ เขายอมรับชะตากรรมของการถูกนำไปร่วมวงกับสงครามการเมืองครั้งนี้แล้วเรียบร้อย จะอย่างไรเขาก็ไม่อาจปล่อยเพื่อนของเขาไปเฉย ๆ โดยไม่สนับสนุนได้ เขาจึงได้แต่เดินคอตกตามหลังองค์หญิงไพลินและอริยะแปลงเพลิงรวมถึงเหล่าตัวแทนจากศาสนาปฐมมันตราเข้าสู่ตึกทางด้านหลังของโถงประมูล
สวนดอกไม้ขนาดใหญ่และพื้นทรายที่ได้รับการวาดลวดลายอย่างสวยงามยิ่งชูให้น้ำพุและสระน้ำที่เต็มไปด้วยปลาคาร์ปดูโดดเด่นสวยงาม ให้ความรู้สึกสงบ อิ่มเอม และสบายใจ
คฤหาสน์ไม้หลังใหญ่ที่ถูกปกคลุมด้วยแมกไม้อยู่สุดสายตา ประตูหน้าเปิดอ้ากว้างรอต้อนรับแขกผู้มาเยือน ด้านข้างประตูรายล้อมไปด้วยชายหญิงรูปงามมากมายในชุดผ้าอย่างดี เสื้อผ้าของพวกเขาดูละม้ายคล้ายคลึงกับพิธีกรทั้งสองหากดูจะด้อยกว่ากันในด้านระดับความเรียบร้อยและประณีต พวกเขาล้วนคารวะกายต้อนรับด้วยรอยยิ้ม
“ยินดีต้อนรับองค์หญิงไพลินและมหานักบวชน้อย ไลล่า เข้าสู่เรือนของกลุ่มการค้าอิสึกะค่ะ นายท่านกำลังรับแขกท่านหนึ่งอยู่ หากสิ้นสุดแล้วนายท่านจะรีบมาโดยเร็ว ขอความกรุณาทุกท่านพักผ่อนหย่อนใจในสวนที่พวกเราภาคภูมิใจสักครู่” สตรีรับใช้หน้าตาสะสวยคนหนึ่งก้าวออกมาต้อนรับ
“ขอบคุณค่ะพี่เมกุ เราขอไปรอคุณตาอารากะแถวสระปลาคาร์ปนะคะ เราเตรียมอาหารปลามาด้วยแหละ” องค์หญิงไพลินพูดอย่างยิ้มแย้มพลางชูถุงอาหารปลาในมือขึ้นมาอวด
“รับทราบค่ะองค์หญิง จะไปแจ้งนายท่านให้ค่ะ” สตรีรับใช้ที่ชื่อเมกุตอบด้วยรอยยิ้ม สีหน้าท่าทางของเธอแสดงถึงความสนิทสนมกับองค์หญิงไพลินอย่างเห็นได้ชัด
“เราเอาขนมชื่อดังจากทางเหนือมาฝากด้วยนะ เราแวะซื้อมาตอนไปทำภารกิจราชวงศ์ พี่เมกุเอาไปแบ่งกับพี่ ๆ คนอื่นนะคะ” องค์หญิงไพลินล้วงขนมออกจากกระเป๋าบรรจุวังของเธออีกครั้ง นิทานดูจะชินชากับปริมาณขนมในกระเป๋าของเธอไปเสียแล้ว ไม่ว่าเมื่อไหร่องค์หญิงคนนี้ก็ดูจะมีขนมมาแจกอยู่ทุก ๆ สถานการณ์เรื่อยไป
“ขอบคุณมากค่ะ” เมกุยิ้มรับพลางรับขนมมาเก็บไว้เป็นอย่างดี เธอมององค์หญิงไพลินอย่างอบอุ่นราวกับพี่สาวกำลังมองน้องสาวผู้น่ารักของตน
พวกเขาพากันเดินมาหยุดอยู่ที่ศาลาริมสระน้ำอันแสนวิจิตร แม้จะประกอบขึ้นจากไม้ หากลวดลายและความสะอาดกลับให้ความรู้สึกหรูหรา สระปลาคาร์ปทางด้านข้างได้รับการตัดแต่งพืชริมสระอย่างสวยงาม ปลาคาร์ปจำนวนมากในบ่อว่ายวนเวียนอย่างมีชีวิตชีวา
คีตาที่ไม่เคยเห็นปลาหลากสีตัวใหญ่เหล่านี้มาก่อนถือโอกาสเดินเข้าไปดมใกล้ ๆ สระ มันจ้องมองปลาจำนวนมากในสระด้วยสายตาสงสัยปนตื่นเต้น
อย่าไปจับปลากินเด็ดขาดเลยนะคีตา นิทานเตือนผ่านกระแสจิต
คีตาได้ยินดังนั้นจึงหูตกด้วยความเสียดาย เดินกลับมาหาเขาหากยังไม่วายลอบหันไปมองปลาคาร์ปอยู่เป็นระยะ ๆ
เมื่อนิทานเข้ามาใกล้สระเขาจึงพบว่าปลาคาร์ปเหล่านี้ตัวใหญ่กว่าที่เขาคิดไว้มาก ปลาคาร์ปตัวหนึ่งขนาดตัวพอ ๆ กับคีตาเลยทีเดียว ตัวที่ใหญ่ที่สุดถึงกับตัวใหญ่กว่าตัวเขาเองเสียอีก
ที่เคยเรียนมามันไม่ใช่งี้นี่… นิทานสะอึก
ยิ่งพอเขาสังเกตดี ๆ เขาจึงพบว่าลวดลายบริเวณลำตัวของปลาคาร์ปหลากสีเหล่านี้ดูจะขยับซ้อนกันเป็นอักษรโบราณต่าง ๆ ที่เขาอ่านไม่ออก
คำแห่งพลัง? แต่ทำไมอ่านไม่ออกล่ะ? เมื่อนิทานพยายามอ่านอักษรเหล่านั้นเขาจึงพบว่าอักษรโบราณเหล่านี้ยากจะอ่านออก ต่างกับคำแห่งพลังที่แม้ปกติแล้วจะไม่เคยเห็นมาก่อนก็สามารถอ่านออกได้โดยง่าย เว้นแต่เจ้าของพลังหรือใครจะจงใจปิดบังเอาไว้
“ปลาพวกนี้เรียกว่าปลาคาร์ปผนึกอักษรค่ะ เป็นสัตว์อสูรแบบพิเศษที่ถูกเพาะพันธุ์ขึ้นมาโดยตระกูลอิสึกะ ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่สุดและเจ้าของโดยแท้จริงของกลุ่มการค้าอิสึกะ” ไลล่ากลับพูดขึ้นมาเมื่อเห็นท่าทีสงสัยของนิทาน
พวกมีพลังอ่านใจอีกแล้วเหรอ นิทานมุมปากกระตุกน้อย ๆ ก่อนหน้านี้เขาค่อนข้างมั่นใจในใบหน้านิ่งเก็บอารมณ์และอ่านยากของเขามากทีเดียว แต่ช่วงหลังนี้ดูเหมือนว่าไม่ว่าใครก็พอจะเดาความคิดของเขาออกได้โดยง่าย
“ปลาคาร์ปผนึกอักษรเหรอครับ” ในเมื่อไหน ๆ เจ้าตัวก็ยินดีจะเล่าให้ฟังแล้ว เขาก็ขอรับไว้ด้วยความยินดี
“ค่ะ คุณนิทานคงทราบใช่มั้ยคะว่าบางครั้งที่ผู้ถือครองคำแห่งพลังเสียชีวิต จะมีโอกาสประมาณหนึ่งที่คำแห่งพลังจะย้ายไปสถิตในวัตถุติดตัวหรือวัตถุที่ผู้ถือครองผูกพัน” ไลล่ายิ้มพลางอธิบาย
“ครับ” นิทานพลันนึกถึงตอนที่หมีขนมรกตเสียชีวิต ในตอนนั้นคำแห่งพลัง ระเบิดพลัง ของหมีขนมรกตก็ย้ายมาสถิตอยู่ในมีดสั้นของเขาที่ปักอยู่ในดวงตามันมานานหลายปี
“ไข่ของปลาคาร์ปผนึกอักษรจะมีโอกาสสูงมากที่จะรับสืบทอดคำแห่งพลังของสัตว์อสูรที่เสียชีวิตได้ค่ะ เมื่อรับสืบทอดมาแล้ว คำแห่งพลังเหล่านั้นจะถูกสลักไว้บนร่างของปลาคาร์ปผนึกอักษรเมื่อมันโตเต็มวัย” ไลล่าอธิบาย
“ที่อ่านความหมายไม่ออกเพราะสระน้ำนี้อยู่ภายใต้ค่ายอาคมของตระกูลอิสึกะค่ะ ไม่ให้คนที่โลภแอบมาขโมยปลาบางตัวที่มีคำแห่งพลังที่แข็งแกร่ง”
“สำหรับลูกค้าระดับสูง กลุ่มการค้าอิสึกะยังยินยอมให้มาซื้อปลาเหล่านี้แบบสุ่มด้วยนะ เป็นการเสี่ยงโชคน่ะว่าจะได้คำแห่งพลังแบบไหน พวกคนรวยชอบกันมากเลยล่ะ บอกว่าตื่นเต้นกับการลุ้นดี” องค์หญิงไพลินพูดเสริม
“สามารถนำไปสร้างวัตถุสลักคำก็ได้ค่ะ ควบคุมง่าย เพาะพันธุ์ไว เรียกได้ว่าปลาคาร์ปผนึกอักษรเหล่านี้คือขุมเงินขุมทอง เป็นรากฐานความมั่งคั่งของกลุ่มการค้าอิสึกะ และแน่นอนว่าวิธีเพาะพันธุ์รวมถึงวิธีเลี้ยงดูเป็นความลับค่ะ” ไลล่ายิ้ม เธออธิบายรายละเอียดอย่างชัดเจน
“งั้นผมไม่แปลกใจแล้วล่ะครับว่ากลุ่มการค้าอิสึกะมั่งคั่งขนาดนี้ได้ยังไง” นิทานตอบกลับ
การค้าสมบัติยังคงเป็นธุรกิจที่ทำกำไรได้อย่างมหาศาลและมีความต้องการในตลาดสูงอยู่เสมอ ไม่ว่ายุคไหนก็ไม่เคยขาดแคลนผู้มีอุดมการณ์แรงกล้า พวกเขาล้วนต้องการพึ่งพาสมบัติที่แข็งแกร่งมากมายเพื่อพิชิตสิ่งที่พวกเขาใฝ่ฝัน
ปลาคาร์ปผนึกอักษรสามารถผนึกคำแห่งพลังไว้ในตัวได้ นิทานเพียงนึกถึงกรณีที่มีอริยะผู้ร่ำรวยคนหนึ่งต้องการวัตถุสลักคำชิ้นหนึ่งที่เข้ากันกับพลังของตน หากเขาหาด้วยตนเองก็ไม่รู้ว่าต้องใช้ทั้งเวลาและโชคแค่ไหน หากสั่งนักรังสรรค์ให้สร้างขึ้นมาก็ยากที่จะหาวัตถุที่มีคำแห่งพลังที่เหมาะสม แต่เมื่อมีปลาคาร์ปผนึกอักษร อริยะผู้นั้นสามารถนำปลาคาร์ปตัวที่มีคำแห่งพลังที่เขาต้องการไปให้นักรังสรรค์สร้างวัตถุสลักคำได้ทันที
มูลค่าของปลาคาร์ปเหล่านี้จึงสูงค่าเป็นอย่างยิ่ง จะอย่างไรสมบัติที่เข้ากันได้กับตนย่อมเพิ่มความแข็งแกร่งของผู้ถือครองไปได้อีกหลายเท่า
“ใช่น่ะสิ นายรู้มั้ยว่าปลาพวกนี้ขั้นต่ำตัวละ 5ล้านไกอาเชียวนะ บางตัวถึงกับถูกขายไปในราคาหลักร้อยล้านไกอาก็มี” องค์หญิงไพลินเสริม
นิทานลอบกลืนน้ำลาย ปลาเหล่านี้ไม่ว่าตัวใดก็ราคาสูงยิ่งกว่าร่มปกปักหทัยของเขาไปแล้ว เรียกได้ว่าตัวหนึ่งมีคุณค่าไม่ต่ำไปกว่าสมบัติระดับอริยะเลย
คีตา! อย่าไปแตะปลาพวกนั้นเชียว! นิทานรีบเตือนคีตาซ้ำสอง หากคีตาเผลอไปทำตัวใดตัวหนึ่งตาย เขาคงต้องเป็นคนให้อาหารปลาไปตลอดชีวิต
เผลอ ๆ แค่เกล็ดมันเป็นรอยเขาก็ไม่มีปัญญาชดใช้แล้ว
คีตาได้ยินเช่นนั้นก็หูพับลง มันลอบมองปลาเหล่านั้นอย่างเสียดาย มันมองปลาเหล่านั้นที่ว่ายวนในบ่อไปมาทำท่าราวกับอยากจะกระโจนลงไปหากกลับถูกสายตาดุ ๆ ของนิทานยั้งไว้
เมื่อนิทานมั่นใจแล้วว่าคีตาจะไม่ซน เขาจึงสังเกตปลาเหล่านี้อย่างสนอกสนใจ
ผนึกคำแห่งพลังได้เชียวเหรอ แบบนี้ถ้าเจอคำแห่งพลังที่เหมาะสมก็สามารถเอาให้ไปปลาพวกนี้ได้เหรอ ไลล่าบอกไข่ของมันจะรับสืบทอดได้ เดียวสิ งั้นหมายความว่าต้องคอยโยนศพลงไปในสระเหรอ นิทานคิดได้เช่นนั้นก็พลันขนลุก เขาเงยหน้ามองสระอันแสนสวยงามนี้แล้วนึกภาพว่าก้นสระประกอบไปด้วยโครงกระดูกของสัตว์อสูรนับพันนับหมื่น
ตอนกลางคืน เหล่าคนรับใช้ของตระกูลพากันขนศพจำนวนมหาศาลทิ้งลงไปในบ่อ พวกเขามองดูภาพฝูงปลาหลากสีสวยงามเหล่านี้รุมตอมวางไข่ที่ศพจำนวนมหาศาลด้วยรอยยิ้ม
นิทานขนลุกซู่ หลังคอเย็นเฉียบ เขาเขยิบถอยหลังจากสระน้ำโดยสัญชาตญาณ
องค์หญิงไพลินเห็นดังนั้นก็หัวเราะ แม้นิทานจะไม่ได้พูดอะไรออกไปแต่ดูเหมือนองค์หญิงไพลินจะเข้าใจว่านิทานกำลังคิดอะไรอยู่
“ถ้านายอยากได้สมบัติที่เหมาะมือ ไม่สิ เหมาะอุ้งเท้าให้คีตาสักชิ้นก็บอกได้นะ เราพานายมาซื้อปลาพวกนี้โดยตรงได้ หรืออยากสุ่มปลาสนุก ๆ ก็ได้นะ” องค์หญิงไพลินพูดขึ้นยิ้ม ๆ หลอกแหย่นิทาน
นิทานพลันส่ายหน้าไปมาอย่างรวดเร็ว เขาไม่ต้องการอะไรก็ตามที่เกี่ยวข้องกับปลาแทะศพเหล่านี้เด็ดขาด แต่ถึงวันใดที่เขาต้องการขึ้นมา เขาก็ยังห่างไกลจากการมีเงินมากพออยู่ดี
“เพราะปลาเหล่านี้แหละค่ะ กลุ่มการค้าอิสึกะจึงครองตลาดทางด้านสมบัติวิเศษและการค้าต่าง ๆ ต่างกับกลุ่มการค้าเชียนเป่าที่ถือครองตลาดเรื่องการคมนาคมต่าง ๆ” ไลล่าอธิบายเสริมเพิ่มเติมพร้อมหัวเราะน้อย ๆ จากการปฏิสัมพันธ์อย่างสนิทสนมของทั้งสอง
“ยิ่งกว่านั้น กลุ่มการค้าอิสึกะเรายังสามารถรับงานสรรหาและจัดสร้างสมบัติวิเศษครบวงจรอีกด้วยนะครับ หากมีไกอามากพอ เราสามารถจัดสร้างแม้แต่สมบัติระดับผู้แสวงวิถีตามความต้องการ” เสียงของผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นจากทางด้านหลัง
เมื่อพวกเขาหันไปจึงได้พบชายชราคนหนึ่งที่โกนหัวล้านเลี่ยน ทางหลังหัวยังมีผมจุกเล็กน้อยที่ถูกมัดไว้ เขาสวมไว้ด้วยชุดผ้าเฉกเช่นเดียวกันกับเหล่าคนรับใช้ เครื่องประดับมากมายและตรารูปปลาคาร์ปที่มีเกล็ดหลากสีขนาดใหญ่อันเป็นตราของกลุ่มการค้าอิสึกะบอกให้นิทานรับรู้ว่าชายชราคนนี้คือคนระดับสูงของกลุ่มการค้าอิสึกะ
“คุณตาอารากะ สบายดีมั้ยคะ” องค์หญิงไพลินทักทายด้วยรอยยิ้ม เธอวิ่งเตาะแตะไปโค้งทักทายชายชราคนนี้อย่างสนิทสนม
“ผมสบายดีครับ องค์หญิงเป็นอย่างไรบ้าง” อารากะตอบกลับด้วยรอยยิ้ม มือหนึ่งลูบหัวของไพลินอย่างรักใคร่ เขาก้มหัวน้อย ๆ ทักทายตามวัฒนธรรมพื้นถิ่นของตระกูลอิสึกะ
“สวัสดีค่ะคุณอารากะ ไม่ได้พบกันเสียนานนะคะ” ไลล่ากล่าวทักทาย ส่วนผู้คุ้มกันทั้งสองและอริยะแปลงเพลิงเพียงพยักหน้าทักทายน้อย ๆ
“สวัสดีครับคุณไลล่า แด่ความรู้ในแผ่นกระดาษที่กว้างขวางราวผืนฟ้า แด่อักษรในหยดหมึกที่ลึกล้ำดั่งห้วงสมุทร รัศมีแห่งความรู้ยังคงเจิดจ้าเช่นเดิมนะครับ” อารากะตอบกลับ เขานำนิ้วชี้เคาะลงบนฝ่ามือซ้าย เป็นท่าทางถวายความเคารพของศาสนาปฐมมันตรา
“ขนมากันตั้งเยอะวันนี้มีอะไรหือ จะมาบอกว่าอยากได้รูปสลักปลายวิถีอีกชิ้นหนึ่งไม่ได้นะ” อารากะหัวเราะน้อย ๆ เขาคาดเดาไว้ว่าการที่องค์หญิงไพลินผู้นี้มาพบเขาหลังจากจบงานประมูลหมาด ๆ เช่นนี้ย่อมมีไม่กี่เหตุผล
“เปล่าค่ะ แต่เราอยากมาคุยธุรกิจค่ะ” องค์หญิงไพลินฉีกยิ้มน้อย ๆ พลางเหลือบตาไปมองนิทานอย่างเจ้าเล่ห์
อะไรกับฉันอีกเนี่ย.. นิทานบ่นอุบเมื่อเห็นสายตาเจ้าเล่ห์ของเพื่อนรัก