...สถานการณ์ในเมืองหลวงคืนนี้ไม่ปกติเป็อย่างมากทหารมากมายเต็มท้องถนนไปหมด ชาวบ้านปิดบ้านเก็บตัวเงียบมีบ้านหลายหลังถูกทหารพังประตูเข้าไปรื้อค้น
“ฝีมือแม่ทัพใหญ่คนนั้นหรือ?”
"เ้าหนู!อย่าเชื่อในหมากที่เ้าของกระดานใช้ล่อ เพราะสิ่งที่ปรากฏบนกระดาน คือเื่โกหกส่วนสิ่งที่ซ่อนอยู่นอกกระดานต่างหากคือความจริง"
"ศัตรูที่แท้จริงมิได้ซ่อนตัวอยู่หลังหมากล่อ”
โครม!
เสียงทหารพังประตูบ้านสกุลอิง ผู้เฒ่ากำแผ่นหยกบางอย่างให้แตกไม่กี่ลมหายใจ หลานชายเขา 2 คนก็เข้ามาในห้องหวังอี้ ผู้เฒ่ารีบเปิดกลไกห้องลับแล้วผลักให้เด็กชายทั้ง 3 คนข้าไปซ่อน ก่อนจะรีบออกไป หวังอี้นึกในใจ
“ที่ลับที่สุดมักอยู่ในสถานที่ๆไม่มีผู้ใดเห็นค่า"
เสียงกรีดร้อง,ดาบ, ฝีเท้า ดังระงมสักพักใหญ่ก่อนจะเงียบราวป่าช้า เด็กชายทั้ง 3 คนปิดปากเงียบ มีคนหนึ่งน้ำตาไหล คงเพราะรู้แล้วว่าบุพการีเขาได้จากโลกนี้ไปแล้วนั่นเอง
สักพักก็มีควันเข้ามาจนหายใจแทบไม่ออก
“แย่แล้ว! พวกมันเผาเรือน”
“แต่ถ้าเราออกไปมันต้องดักรอสังหารแน่!”
หวังอี้รีบฉีกแขนเสื้อ 3 ชิ้นแล้วใช้ปราณวารีนิดหน่อยของเขาทำให้เศษผ้านั้นเปียกชุ่มปิดจมูกและปากไว้เพื่อป้องกันทางเดินหายใจให้แก่ตนเองและหลานชายทั้ง 2 คนของผู้เฒ่าอิงด้วย
ควันดำเริ่มทะลักเข้ามาตามรอยแยกของห้องลับ
"โคจรลมปราณ!"
หลานชายคนโตผู้เฒ่าบอกทุกคน
เด็กชายทั้ง2 คน รีบกดลมหายใจลงสู่ตันเถียน ฝืนกลั้นลมเอาไว้
แต่หวังอี้ทำลายตันเถียนไปแล้วเขาจึงกระจายลมหายใจไปไว้ทุกส่วนของร่างกายแทน
การกระทำนี้ยังไม่อาจกันควันพิษได้แต่สามารถยื้อเวลาออกไปได้
"ตรงนั้น!"
เด็กคนหนึ่งััได้ถึงลมเย็นสายบางๆที่เล็ดลอดผ่านด้านใน คนพี่ชายรีบมาคลำดูก็พบประตูเปิดเข้าไปสู่ห้องลับของห้องลับด้านในอีกที
แคร่ก!
เมื่อเปิดประตูเข้าไปเด็กทั้งสามกลับพบว่าไม่ใช่ห้องเก็บสมบัติ แต่เป็ห้องบูชาขนาดเล็ก ตรงกลางห้องมีป้ายิญญาสีดำเพียงป้ายเดียวหลานชายผู้เฒ่ารีบคุกเข่าคำนับ
"อิงเทียนคง ปฐมบรรพชนสกุลอิง"
หวังอี้มองแล้วรู้สึกแปลกใจหากบรรพชนผู้นี้สำคัญขนาดนี้ทำไมจึงต้องเอาป้ายิญญามาซ่อนไว้ในที่ลับของที่ลับขนาดนี้ด้วยและ่ที่ข้าอยู่สกุลอิงไม่มีผู้ใดเคยพูดถึงชื่อนี้เลย
ราวกับมีใครบางคนจงใจลบตัวตนของเขาออกจากโลก
หวังอี้ได้แต่คิดในใจ ไม่พูดออกไป การพูดมาก แสดงความรู้มากย่อมนำอันตรายมาสู่ตน
ป้ายิญญานั้นมีพลังปราณบริสุทธิ์บางอย่างปกป้องสถานที่ไว้ที่นี่ควันไฟเข้ามาไม่ได้ เด็กๆจึงหายใจโล่งปอดได้อีกครั้ง
“เ้าหนูๆ”
หวังอี้หันหลังไปมองเ้าของเสียง พบว่าเป็ชายวัยกลางคนแต่เขาไม่ใช่คน เขาเป็เสี้ยวิญญา
หวังอี้มองหลานๆผู้เฒ่า ไม่มีใครเห็น เสี้ยวิญญานั้นจึงพูดว่า
“มีเ้าคนเดียวที่เห็นข้า เพราะเ้ามีสายเืสกุลหวังสินะ”
“ท่านรู้?”
“เื่นั้นช่างเถอะ แต่เพราะมีแค่เ้าที่คุยกับข้าได้หากเ้ารับปากจะช่วยลูกหลานทั้ง 2 คนนี้รอดไปได้ ข้าจะถ่ายทอดวิชาลับสกุลอิงให้เ้า”
“ข้าไม่้า แต่ท่านบอกมาได้ ข้าจะสอนสายเืท่านต่อให้เอง”
ิญญาอิงเทียนคงยิ้มในความไม่ละโมบของหวงอี้ เขาพยักหน้า
“ได้ งั้นฟังให้ดี”
หวังอี้เรียกเด็กชายทั้งสองมา แล้วบอกว่าบรรพชนท่านจะสอนวิชาให้เด็กคนน้องไม่เชื่อ แต่คนพี่ดูเป็ผู้ใหญ่เกินวัย เขาพยักหน้าแล้วหวังอี้ก็ถ่ายทอดทีละประโยคจากคำพูดอิงเทียนคงให้
“ข้า...ไม่กล้ากล้าฝึกตามคำพูดมันท่านพี่ ข้าไม่ไว้ใจมัน”
“แล้วมีทางอื่นไหม?การที่ท่านปู่ให้เขาซ่อนตัวกับเรา ท่านปู่ย่อมมีเหตุผล เ้าไม่ต้องเชื่อเขาแต่จงเชื่อในท่านปู่”
“ขอรับ”
แล้วเด็กชายทั้งสองก็ฝึกวิชามันเป็วิชาที่สามารถเปิดพลังปราณที่เก็บซ่อนไว้ในสถานที่นี่ดูดเข้ามาใส่ตนเอง ในห้องเกิดแสงเรืองรองหลากสี
คนพี่บรรลุระดับ 2 ปราณพื้นฐานขั้นปลายสูงสุด(ครึ่งก้าวแกนปราณ) ส่วนคนน้องบรรลุระดับ 2 พื้นฐานปราณขั้นต้น
เมื่อซึมซับพลังได้แล้ว คนพี่ก็มองหน้าหวังอี้
“เ้ายืนเฉยๆ ทำไมไม่คิดจะแบ่งเอาพลังปราณบรรพชนสกุลอิงไปบ้างล่ะ?”
“นี่เป็ของสกุลอิงของเ้า ไม่ใช่สกุลหวังของข้าก็ควรมีแค่คนสกุลอิงเท่านั้นที่ได้รับ”
คนพี่โค้งศีรษะขอบคุณหวังอี้
“อนาคต หากสกุลอิงกลับมายิ่งใหญ่ได้อีกครั้ง ข้าจักไม่ลืมพระคุณเ้า”
อย่าว่าแต่เด็กๆเลยแม้แต่ิญญาบรรพชนอย่างอิงเทียนคงยังรู้สึกชื่นชมหวังอี้ เขาจึงกระซิบบอกว่า
“งั้นข้าจะสอนวิชาสกุลหวังที่ข้ารู้ให้แก่เ้าล่ะกัน”
หวังอี้ใเล็กน้อย
“ท่านรู้มาได้อย่างไร?”
“พวกเราเคยพนันแลกวิชากันบนโต๊ะสุราน่ะ”
“และบรรพบุรุษเ้าแพ้ ข้าเลยได้วิชาเขามา ฮ่าๆ”
แล้วอิงเทียนคงก็กระซิบบอกหวังอี้ๆถึงกับใมาก
“นี่มันวิชาบ้าอะไร?”
“เ้าหวังนั่น...ไม่สิบรรพบุรุษเ้ามันเล่าว่าเพราะปฐมบรรพชนตัวแสบเ้ายังไงล่ะเลยทำให้สกุลหวังครึ่งผีครึ่งคนมาจนทุกวันนี้”
“ปฐมบรรพชนสกุลหวังเ้าเกิดก่อนพวกข้านานมาก ข้าเองก็ไม่มีข้อมูลเขาหรอกนะ”
“อย่าคิดมากถือว่าข้าตอบแทนเ้าที่ช่วยสายเืสกุลอิงของข้า”
“ขอรับ”
เด็กๆหลบอยู่ในนั้นนานถึง 7 วันพวกเขานั่งสมาธิเข้าฌานเพื่อลดอาการหิว และเด็กสกุลอิงทั้ง 2 คนซึมซับพลังทั้งหมดในนี้จนหมด ส่วนหวังอี้พยายามทบทวนวิชาประหลาดที่ได้รับมา
คืนนั้น พวกเขาแอบออกมาจากห้องลับภาพที่เห็นช่างน่ากลัว บ้านสกุลอิงใหญ่โตบัดนี้เหลือแค่ซากไฟไหม้เป็ตอตะโกศพมากมายถูกไฟเผาจนเกรียม และมีรอยถูกดาบแทงซ้ำให้ตายเพื่อความมั่นใจอีกด้วย
คนพี่ถือป้ายบรรพชนใส่กระเป๋า เด็กๆทั้ง 2คนคุกเข่าร้องไห้สะอึกสะอื้นก่อนที่จะรีบออกจากสถานที่นั้นอย่างระมัดระวัง
ในเมืองยังคงมีกองทหารเดินเวรยามอยู่แต่ไม่มากเท่าสัปดาห์ที่แล้ว บ้านขุนนางและสกุลเซียนใหญ่หลายหลังก็ถูกเผาไม่ต่างจากสกุลอิง
ที่กำแพงเมืองนอกจากมีทหารคอยตรวจตราแล้วยังมีเหล่าเซียนเฝ้าอยู่ด้วย เด็กๆทั้ง 3 คนจึงหารือกัน
“เอายังไงดี?แบบนี้ก็ขี่กระบี่เหาะข้ามกำแพงออกไปไม่ได้น่ะสิ”
"แค่ลอยขึ้นจากพื้นก็คงถูกพวกนั้นเห็นแล้ว"
พี่ใหญ่ขมวดคิ้วแน่น
"ถ้าเป็เซียนระดับสูงต่อให้เราเหาะต่ำติดหลังคา พวกมันก็อาจััคลื่นปราณได้"
"งั้นเราลอบออกทางประตูล่ะ?"
"ยิ่งไม่ได้ใหญ่เลย"
อีกคนส่ายหน้า
"ตอนนี้ทุกคนที่ออกจากเมืองถูกตรวจละเอียดหมด"
หวังอี้พูด
"ถ้ากำแพงเมืองป้องกันคนที่อยู่บนดิน แล้วคนที่อยู่ใต้ดินล่ะ?"
คนพี่หันมามองหวังอี้
“เ้าหมายถึงทางลับหรือ?”
“ใช่! เ้าพอรู้บ้างไหม?”
คนน้องรีบพูด
“สกุลจี้ต้องรู้แน่ๆ เพราะพวกเขาดูแลผังเมือง และบรรพบุรุษเขาร่วมสร้างเมืองหลวง”
พี่ใหญ่รีบแย้ง
“นาทีนี้จะเชื่อใจใครได้หรือ? ขนาดปู่พวกเรามีเส้นสายในราชวงศ์ยังถูกฆ่าล้างตระกูล”
“ข้าแยกมิตรแยกศัตรูไม่ออกแล้ว”
หวังอี้พูด
“ข้ามีวิธี”
.
ณ บ้านสกุลจี้ พวกเขายังปกติสุขไม่ถูกเผาทำลายแบบสกุลอิง นี่ย่อมบอกเป็นัยแล้วว่าเขาอยู่ฝ่ายไหน?และแน่นอนว่าไม่ใช่ฝ่ายตระกูลอิงแน่ๆ
คนรับใช้นำรองเท้าเปื้อนโคลนข้างหนึ่งวิ่งไปหาผู้เฒ่าจี้เขาเห็นทั้งใและร้องไห้รีบเอากระดาษจิ๋วที่แนบมาด้วยอ่าน และรีบขี่น้ำเต้าเหาะออกไปทันที
ในวัดร้าง ผู้เฒ่าจี้ะโ
“ข้ามาแล้ว เ้าก็ออกมาได้แล้ว!”
หวังอี้เดินออกมา โค้งศีรษะให้
“โห่! บุตรบุญธรรมท่านอิงเ้ายังรอดชีวิตอีกหรือนี่ ไม่กลัวข้าพาคนของทางการมาด้วยหรือ?”
หวังอี้ไม่เล่นสำนวนด้วย เขาพูดจุดประสงค์ตรงๆเลย
“ข้าเข้าไปพาหลานชายท่านกลับมาได้”
“แต่มีข้อแลกเปลี่ยน”
ผู้เฒ่าพยักหน้าตกลง โยนแผนที่เล็กๆให้โดยไม่ต้องรอให้พูดต่อ
“เอ้า! แผนที่ทางลับ”
“เ้าจะช่วยหลานเ้าแก่นั่นหนีจากเมืองหลวงใช่ไหมล่ะ?”
หวังอี้ยิ้มบางๆ จิ้งจอกเฒ่านี่ไม่โง่เลย
“ข้าไม่ได้สนใจสกุลอิงเพราะไม่เคยมีความแค้นใดๆต่อกัน แต่ก็ช่วยเหลือออกหน้าไม่ได้ เพราะเป็คำสั่งเบื้องบน”
เป็คุณชายเล็กที่วู่วามเปิดเผยตัวออกมาเอาแผนที่ผู้เฒ่าจี้ลูบเครามอง
“เ้าอีกคนที่ซ่อนตัวอยู่ข้าอยากจะบอกว่าวันหน้าอย่าลืมได้บุญคุณที่สกุลจี้ช่วยเ้าวันนี้”
“และจำไว้ว่าเหตุการณ์ครั้งนี้สกุลจี้ไม่เกี่ยว อย่ามาล้างแค้นสกุลข้าล่ะ”
คนพี่ไม่ออกไป แต่ได้ยินชัดทุกคำ คนน้องถือแผนที่วิ่งเข้าไปในมุมมืดแล้วพวกเขาก็หนีออกไปทันที
ผู้เฒ่าไม่ได้สนใจเขา แต่เข้ามาจับแขนหวังอี้ขึ้นน้ำเต้าั์เหาะไปที่ทางเข้าและเปิดประตูมิติออกด้วยตนเอง
“เข้าไปสิ พาหลานข้ากลับมาให้ได้!”
หวังอี้พยักหน้า แต่พอจะเข้าไป ผู้เฒ่าก็ะโ
“เดี๋ยว!”
เขาโยนสมบัติและยาหลายอย่างให้หวังอี้ แต่ไม่มีป้ายพาหนีด่วนแบบครั้งที่แล้วด้วย ดูท่าป้ายนั้นคงเป็สมบัติเฉพาะตระกูลของผู้เฒ่าใจดีท่านนั้น
“อย่าทำให้ข้าผิดหวัง”
หวังอี้ยิ้มบางๆ เก็บของแล้วเดินเข้าไป
แม้ประตูมิติจะปิดแล้ว แต่ผู้เฒ่ายืนรอคอยตรงนั้นไม่ยอมไปไหน...