“บอกเื่ทั้งหมดที่ผ่านมาให้ฉันทีได้ไหม?”
พอเย่เทียนเฉินได้ยินหูหลงเหล่าว่าหลี่เถี่ยงูเ้าถิ่นแห่งเมืองหลวงบีบบังคับให้เขามาฆ่าเย่หงพ่อของตนก็คิดว่าเื่นี้เป็เื่สำคัญที่ไม่ควรละเลย
หลี่เถี่ยเป็อันธพาลคนหนึ่งของเมืองหลวงก็เท่านั้น แต่กลับใจกล้ามาสังหารพ่อของตนที่เป็รองผู้ว่าทั้งไม่เคยได้ยินพ่อของตนพูดมาก่อนว่าเคยมีความขัดแย้งอะไรกับอิทธิพลชั่วใต้ดิน ดังนั้นการหลี่เถี่ยกล้าส่งคนมาลงมือกับพ่อของตนเย่เทียนเฉินคาดเดาว่าคงมีผู้บงการอยู่เื้ั และคนๆ นั้นต้องวางแผนชั่วอะไรอยู่แน่นอน
เมืองหลวงเป็สถานที่ที่มีพยัคฆ์หมอบัซ่อน เป็ที่ๆ ตระกูลใหญ่ทั้งหลายพำนักอยู่มีอิทธิพลทั้งด้านมืดและสว่างมากมาย ภายใต้สถานการณ์ฉากหน้าที่สงบสุขนี้ จริงๆ แล้วเกิดการนองเืได้ตลอดเวลามีการต่อสู้เกิดขึ้นมากมายนับไม่ถ้วน
“ฉันได้ยินคนพูดกันว่าหลี่เถี่ยได้รับคำสั่งจากตระกูลฉิน จึงอยากจะฆ่าเย่หง ส่วนมันเกิดเื่อะไรขึ้นกันแน่ฉันเองก็ไม่ค่อยเข้าใจนัก” เมื่อหูหลงเห็นปฏิกริยาของเย่เทียนเฉินแม้ว่าจะรู้สึกสงสัย แต่ก็บอกสิ่งที่ตนเองรู้ออกมา
“โอเค ขอบคุณมากรีบไปเถอะ พาน้องสาวของคุณออกไปจากที่นี่ ไปหาที่ๆ ปลอดภัย ไม่ต้องกลับมาอีก!”
พอพูดจบ เย่เทียนเฉินก็จากมา ตอนนี้เขารีบกลับบ้าน เพราะอยู่ๆ ก็รู้สึกว่าภายนอกดูเหมือนตระกูลเย่สงบสุขไม่มีการต่อสู้กับใคร แต่คนที่อยากจัดการกับตระกูลเย่มีมากมาย จึงเพิ่มความแน่วแน่ให้กับความตั้งใจที่จะทำให้พลังพิเศษตื่นขึ้นเร็วๆมากยิ่งขึ้น เพื่อปกป้องครอบครัว และเพื่อปกป้องทุกสิ่งที่มีอยู่ในโลกใบนี้ ไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาดูิ่เด็ดขาดนี่เป็เื่ที่เย่เทียนเฉินตัดสินใจมาั้แ่แรกแล้ว
สำหรับการเก็บกวาดหลี่เถี่ยอันธพาลของเมืองเมืองหลวงเย่เทียนเฉินยังไม่คิดจะลงมือในทันที ถึงยังไงเื่นี้ก็เกี่ยวพันถึงตระกูลฉินดูท่าหลี่เถี่ยคงเป็สุนัขรับใช้ของตระกูลฉิน หาก้าจัดการกับตระกูลฉิน ยังจำเป็ต้องวางแผนอย่างสุขุมรอบคอบเพื่อหาโอกาสที่เหมาะสม ตระกูลฉินเป็ตระกูลชั้นสองในเมืองหลวง มีตำแหน่งสูงกว่าตระกูลเย่ไม่น้อยหากผลีผลามลงมือไปอาจจะทำให้แก้ปัญหาไม่ได้และยังอาจนำพาอันตรายมาสู่ครอบครัวอีกด้วย
แม้ว่าใน่สิ้นโลกเย่เทียนเฉินจะเป็ผู้แข็งแกร่งที่มีพลังพิเศษระดับพระเ้าและศรัทธาการใช้หมัดแก้ปัญหา แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาเป็คนไม่มีสมองเขาย่อมเข้าใจกระจ่างชัดว่าหลากหลายเื่ราวไม่สามารถพึ่งกำลังแก้ปัญหาได้ต้องใช้ความคิดให้มากๆ โดยเฉพาะสถานที่ซึ่งส่งผลกระทบต่อต่อความคิดอย่างเมืองหลวงคนที่ฉลาดจริงๆ ไม่ต้องเปลืองแรงก็ฆ่าคนจนไม่เหลือซากได้
ที่ตระกูลลั่วในคืนนี้ถูกกำหนดไว้แล้วว่าจะไม่สงบสุข ชายผู้หนึ่งซึ่งสวมชุดทหารใบหน้าเหลี่ยมผมสั้นเตียน อายุประมาณหกสิบกว่าปี ขมวดคิ้วนั่งอยู่ตรงกลางห้องโถงด้วยสีหน้าเคร่งขรึมเขารีบเร่งกลับมาที่บ้านก็เพราะภายในวันนี้วันเดียวหลานชายของเขาทั้งสองถูกคนทำร้ายจนาเ็สาหัสหลานคนเล็กมีโอกาสกลายเป็เ้าชายนิทรา หลานคนโตถูกทำร้ายจนฟันร่วงหมดปากใบหน้าปูดบวมราวกับตือโป๊ยก่าย พูดอะไรไม่ได้แม้แต่คำเดียว
ชายชราผู้น่าเกรงขามคนนี้คือผู้คุมหางเสือของตระกูลลั่วเป็ปู่ของลั่วเทากับลั่วเหลย นามลั่วซงเฉิง และ
ผู้บัญชาการทหารระดับเขต มีตำแหน่งใหญ่โตและมีอำนาจสูงส่ง หลายปีมานี้ไม่มีใครกล้ามาแตะต้องคนของตระกูลลั่วยิ่งไม่ต้องพูดถึงการทำร้ายหลานทั้งสองจนาเ็สาหัสภายในวันเดียว รับไม่ได้เด็ดขาด
ปัง!
“ใคร? ฉันอยากจะรู้ว่าคนที่มันทำร้ายเหลยเอ๋อร์กับเทาเอ๋อร์มันเป็ใคร?” ลั่วซงเฉิงฟาดมือลงไปบนโต๊ะชา แล้วคำรามออกมาด้วยความโกรธสุดขีด
ในโถงของคฤหาสน์ตระกูลลั่วดวงตาของลั่วซงเฉิงเต็มไปด้วยไฟแห่งความโกรธแค้นมองไปยังลูกชายทั้งสองที่อยู่เบื้องล่าง หลายปีมานี้อำนาจของตระกูลลั่วไม่ได้ยิ่งใหญ่เหมือนเดิมอีกแล้วเป็เพราะลูกชายทั้งสองคนนี้ไม่มีความสามารถ อุตส่าห์ส่งลั่วเหลยให้เข้าสู่กองกำลังเหยี่ยวนักล่าเพื่อหน้าที่การงานในอนาคตได้ทั้งทีใครจะรู้ว่าจะถูกคนทำร้ายจนกลายเป็เช่นนี้ ถ้าหากว่าเื่นี้เผยแพร่ออกไปลั่วซงเฉิงจะเอาหน้าแก่ๆ ของตนเองไปไว้ที่ไหน
“พ่อพ่อต้องแก้แค้นให้ลูกเทากับลูกเหลยนะครับ ตระกูลของพวกเราจะปล่อยให้ใครมารังแกแบบนี้ไม่ได้”
ลั่วกวงฮุยผู้เป็พ่อของลั่วเหลยกับลั่วเทา และเป็บุตรชายคนโตของตระกูลลั่วคร่ำครวญ
“หุบปากลูกชายของแกเองถูกทำร้ายยังไม่คิดตรวจสอบให้แน่ชัดอีกมาร้องไห้กับฉันให้มันได้อะไร ไอคนไร้อนาคต” ลั่วซงเฉิงด่ากราด
ลั่วกวงฮุยได้ยินคำดุด่าของพ่อก็ชะงักไปเดิมทีเขาก็เป็พวกไร้การศึกษา มิฉะนั้นจะสอนพี่น้องทั้งสองให้ออกมาหยิ่งผยองอย่างลั่วเหลยและลั่วเทาได้อย่างไรพ่อเป็อย่างไรลูกก็เป็เช่นนั้น เมื่อพบว่าลูกชายถูกทำร้ายจนกลายเป็เช่นนี้ลั่วกวงฮุยก็ไม่รู้จะทำเช่นไร ได้แต่มองลั่วซงเฉิงผู้เป็พ่อ
“พ่อเื่นี้ผมส่งคนไปตรวจสอบดูแล้ว ยืนยันได้แล้วว่าเด็กน้อยเย่เทียนเฉินจากตระกูลเย่เป็คนทำ....”ลูกชายคนรองของลั่วซงเฉิงนามลั่วฉีกล่าวเรียบๆ
“อะไรนะ? เย่เทียนเฉิน? ไอสารเลวนั่นไม่ใช่ว่าตายไปแล้วเหรอ?” ลั่วกวงฮุยกล่าวถามด้วยความใ
“ก็วันๆ แกเอาแต่เอ้อระเหยลอยชายจะมารู้ข่าวที่ถูกต้องได้ยังไง เย่เทียนเฉินรอดชีวิตกลับมา เพียงแต่ไม่รู้ว่าทำไมมันต้องมาลงมือกับเหลยเอ๋อร์กับเทาเอ๋อร์ด้วย?” ลั่วซงเฉิงเอ่ยพลางขมวดคิ้ว
“จากข่าวที่ผมรู้มาหลังจากที่เย่เทียนเฉินได้เป็ทหารหน่วยรบพิเศษ ก็ใกล้ชิดกับหานเจี๋ยลูกสาวของตระกูลหานแต่เหลยเอ๋อร์ตามจีบหานเจี๋ยมาตลอด ดังนั้นเขาก็เลยให้คนตีพิมพ์เนื้อหาใส่ร้ายเย่เทียนเฉินในหนังสือพิมพ์ซุบซิบสุดท้ายถูกเย่เทียนเฉินหาตัวเจอที่ตึกเทียนซ่างเหรินเจียนแต่ก็มีอยู่เื่หนึ่งที่ทำให้ผมอึดอัดมาก....” ลั่วฉี้ากล่าวอะไรสักอย่างแต่ก็หยุดไว้
“เื่อะไร?” ลั่วซงเฉิงมองลั่วฉีลูกชายคนรองของตนคนนี้ยังค่อนข้างน่าเชื่อถืออยู่บ้าง
“ผมหาคนล้วงข้อมูลหลังจากที่เยี่ยนเทียนเฉินเข้าร่วมกองทัพออกมาแล้วแต่ก็ล้มเหลว พบว่าข้อมูลการฝึกอบรมของเย่เทียนเฉินในกองทัพ ถูกจัดเป็ความลับระดับหนึ่งของสำนักความมั่นคงแห่งชาติและถูกป้องกันเอาไว้ คนธรรมดาไม่สามารถเข้าถึงได้” ลั่วฉีขมวดคิ้วแล้วกล่าวออกมา
พอได้ยินคำพูดของลูกชายคนรอง ลั่วซงเฉิงก็ชะงักไปครู่หนึ่งชื่อเย่เทียนเฉินเขาเคยได้ยินมาก่อน แน่นอนว่าไม่ใช่เย่เทียนเฉินในตอนนั้นมีชื่อเสียงแต่เป็เื่ที่แอบดูหลิ่วหรูเหมยสาวงามอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวงอาบน้ำ ถูกตระกูลฉีไปขอถอนหมั้นถึงหน้าประตูแค่สองเื่นี้ทำให้เย่เทียนเฉินมีชื่อเสียงโด่งดังแล้วคนที่มีหน้ามีตาสักหน่อยต่างก็ไม่มีใครที่ไม่รู้
เพียงแต่ลั่วซงเฉิงไม่เข้าใจว่าทำไมลั่วฉีลูกชายคนรองจึงสงสัยเพราะในสายตาของทุกคนเย่เทียนเฉินก็เป็แค่ขยะชิ้นหนึ่ง เป็แค่คนโง่เง่าเ้ากากเดนที่ถูกคนดูถูกคนนี้กลับรอดชีวิตกลับมาได้หลังจากที่ถูกซุ่มโจมตี แม้แต่ทหารหน่วยรบพิเศษชาญศึกห้าคนที่ผ่านามาเกือบร้อยครั้งต่างก็ตายกันหมดแต่เย่เทียนเฉินดันรอดมาได้ ทำให้คนช็อกจริงๆ อีกทั้งข้อมูลทั้งหมดของเขายังถูกจัดเป็ความลับระดับหนึ่งของประเทศกากเดนและไอ้คนไม่เอาไหนแบบนี้จะมีความสามารถในการสู้รบที่แข็งแกร่งขนาดนั้นเลยหรือ?
“ความลับระดับหนึ่งเื่นี้ใครเป็คนทำ?” ลั่วซงเฉิงชะงักไปชั่วครู่อยู่ดีๆ ก็จัดข้อมูลของทหารหน่วยรบพิเศษธรรมดาๆ คนหนึ่งเป็ความลับระดับหนึ่ง และส่งไปเก็บรักษาไว้ที่สำนักงานความมั่นคงแห่งชาติโดยตรงอาศัยเื่นี้นับว่าไม่ใช่เื่เล็กๆ เลย
“ชางหลาง!”ลั่วฉีพูดเสียงทุ้ม
“เขาเองงั้นเหรอ? หนึ่งในสามราชันนักรบแห่งประเทศจีนถึงกับมีส่วนเกี่ยวข้องในเื่นี้ฉันคิดว่าเย่เทียนเฉินคนนี้คงไม่ได้ง่ายดายแบบที่คนอื่นมองเสียแล้ว ต้องตรวจสอบให้ดีสักหน่อยแล้ว”ลั่วซงเฉิงไตร่ตรองชั่วครู่ก่อนที่จะกล่าวออกมา
“พ่อเ้าเย่เทียนเฉินนั่นก็แค่ไอ้เด็กไม่เอาไหนกับเศษสวะเท่านั้น หาคนไปฆ่ามันก็พอแล้วตระกูลเย่ตกต่ำมานาน จะเป็คู่ต่อสู้ของตระกูลลั่วได้ยังไง”ลั่วกวงฮุยพูดออกมาอย่างไม่พอใจอยู่ด้านข้าง
ลั่วซงเฉิงถีบดังปัง เขาเป็นายทหารคนหนึ่งจึงมีอารมณ์รุนแรงเมื่อได้ยินคำพูดลั่วกวงฮุย ก็ใช้เท้าถีบใส่ ทั้งยังด่าอย่างดุร้ายว่า“หัดใช้สมองซะบ้าง ทหารหน่วยรบพิเศษคนหนึ่งที่รอดกลับมาจากชายแดนได้แฟ้มข้อมูลก็ถูกจัดเป็ความลับระดับหนึ่งของประเทศ แล้วคนที่ทำร้ายเหลยเอ๋อร์กับเทาเอ๋อร์จนกลายเป็แบบนี้ยังเป็คนไม่เอาไหน เป็เศษสวะอยู่อีกเหรอ? ถ้าหากว่ามันเป็เศษสวะ ก็เกรงว่าพวกคนในเมืองหลวงที่ถูกมันปั่นหัวก็เป็เศษสวะกันทุกคนแล้ว!”
อีกอย่างก็คือ ถึงแม้ลั่วเหลยจะเข้ากองกำลังเหยี่ยวนักล่าได้โดนผ่านเส้นสายของเขาแต่ฝีมือก็แข็งแกร่งกว่าทหารหน่วยรบพิเศษธรรมดาๆ คาดไม่ถึงว่าจะถูกเย่เทียนเฉินทำร้ายจนไม่มีแรงสวนกลับเื่นี้เองก็แปลกเช่นกัน
ตอนนี้ลั่วซงเฉิงเริ่มสงสัยการกระทำใน่หลายปีมานี้ของเย่เทียนเฉินแล้วตกลงชายคนนี้หลอกคนทั้งเมืองหลวง หรือจะบอกว่าเขาเตรียมตัวเปิดเผยความสามารถที่ปกปิดมาหลายปีแล้ว? ต้องไตร่ตรองให้ดี
“พ่อ ผม....”ลั่วกวงฮุยถูกเตะจนมึนงง ลั่วซงเฉิงที่เข้าข้างมาโดยตลอด อยู่ดีๆ กลับมาทำร้ายเขานี่มันไม่สอดคล้องกับสามัญสำนึกเลยสักนิด
“แกคิดว่าตระกูลเย่จัดการง่ายขนาดนั้นเหรอ? ไอ้แก่ตายยากเย่หย่วนซานของตระกูลเย่แม้จะลงจากตำแหน่งแล้ว แต่อูฐที่ผอมตายก็ยังตัวโตกว่าม้า [1]หากวู่วาม ตระกูลลั่วของพวกเราอาจจะเกิดวิกฤตอีกทั้งตอนนี้ก็ยังอ่านเ้าเย่เทียนเฉินไม่ออก หากทำอะไรบุ่มบ่ามก็คงเป็เพียงฝ่ายถูกกระทำ” ลั่วซงเฉิงพูดอย่างไม่พอใจนัก
“งั้นตอนนี้พวกเราทำไงกันดี?” ลั่วฉีถาม
“เื่นี้ให้แกไปจัดการแล้วกันอีกไม่นานก็จะมีการคัดเลือกคณะกรรมาธิการทหารแล้วครั้งนี้ฉันจะพยายามทำทุกอย่างเพื่อเข้าร่วมเป็คณะกรรมาธิการทหารให้ได้หวังว่าจะทำให้ตระกูลลั่วของพวกเราสามารถก้าวขึ้นไปอีกขั้นถึงตอนนั้นก็ไม่ต้องกังวลเื่ตระกูลเย่อีกดังนั้นฉันไม่ขอมีส่วนร่วมในเื่นี้!” ลั่วซงเฉิงมองลั่วฉีแล้วกล่าวออกมา
“ทราบแล้วครับ!”ลั่วฉีตอบพลางพยักหน้า
“ดีเื่นี้อย่าเพิ่งทำอะไรบุ่มบ่าม รอให้ฉีเอ๋อร์รู้รายละเอียดของเย่เทียนเฉินให้ชัดเจนเสียก่อนค่อยว่ากันฉันบอกแกอีกครั้ง อย่าได้มองคนๆ นี้เป็พวกโง่เง่าฉันว่ามันอาจจะเป็คนที่ฉลาดที่สุดในเมืองหลวงก็ได้”ลั่วซงเฉิงกล่าวเตือนลั่วกวงฮุยลูกชายคนโตอีกครั้งหนึ่ง
ลั่วกวงฮุยต้องตัดสินใจเพราะถูกบีบบังคับ ตระกูลลั่วเองก็ไม่ใช่ตระกูลใหญ่อะไรไม่ต่างกับตระกูลเย่นัก แต่
ผู้อาสุโสตระกูลเย่เย่หย่วนซานลงจากตำแหน่งแล้ว ไม่ได้สนใจเื่พวกนี้อีกต่อไปส่วนตัวเขาจะอย่างไรก็ยังเป็ผู้บัญชาการทหารระดับเขต มีอำนาจอยู่ในมือตำแหน่งของตระกูลลั่วย่อมดีกว่าตระกูลเย่
แต่เมืองหลวงเปรียบเสมือนถังสีที่ภายในมีสีอยู่มากมาย มากจนทำให้ผู้คนมองไม่ออกผู้าุโตระกูลเย่จะอย่างไรก็เคยมีอำนาจมาก่อนยังคงมีความสัมพันธ์อันสลับซับซ้อนอยู่จำนวนหนึ่ง เกิดคุกคามการเขาสู่คณะกรรมาธิการทหารของตัวเขาก็คงไม่เป็ผลดีแน่ ลั่วซงเฉิงรอคอยโอกาสนี้มานาน จึงมีหลายเื่ที่จำเป็ระมัดระวังต้องคิดทบทวนหลายๆ ครั้งเสียก่อนจึงจะตัดสินใจ หากกระทำการด้วยความสะเพร่าเป็ไปได้ว่าจะเป็การทำร้ายตระกูลของตนเองให้ล่มสลาย
[1]สำนวนจีนหมายถึ งคนที่อยู่ในหน้าที่ตำแหน่งนี้มานาน แม้จะเผชิญกับปัญหาก็ยังน่ากลัวกว่าคนที่เพิ่งเข้ามาใหม่