"ไม่นะลูกแม่" นางร้องไห้ออกมา
"เ้าตื่นขึ้นมาคุยกับแม่ก่อน" นางเขย่าร่างของลุกนางเบาๆ
ตอนนี้นางไม่สนแล้วว่านักฆ่าพวกนั้นจะได้ยินเสียงของนางรึเปล่า เสียงร้องของนางทำให้คนฟังรู้สึกหดหู่เป็อย่างมาก
ไหล่ของหวังฉี สั่นเบาๆ มือของเขากำแน่น เขาไม่กล้าหันไปมองด้านหลังเลย เขากลัวที่จะเห็นภาพนั้น
...
"เฮ้อ" เย่ซวนถอนหายใจ
"ไปกันเถอะ" เฟิ่งจิวบอก
"อืม" เย่ซวนพยักหน้า
ตอนนี้จิตใจของเขาสับสนเป็อย่างมาก เย่ซวนหันหลังเตรียมตัวที่จะเดินทางต่อ
...
"เ้าตอบแม่สิ"
"เ้าอย่าทิ้งแม่ไปนะ"
"ถิงถิง !"
...
"!!!" เย่ซวนหันกลับไปทันที
"เกิดอะไรขึ้น" เฟิ่งจิวถาม
แต่เย่ซวนไม่ได้ตอบ เขารีบใช้วิชาตัวเบาพุ่งไปทางเด็กน้อยที่ชื่อถิงถิงทันที พริบตาเดียวเขาก็มาอยู่ตรงหน้าพวกเขา 3 ทั้งแล้ว
หวังฉีใ เพราะอยู่ๆ ก็มีคนยืนอยู่ด้านหน้า
"เ้าเป็ใคร" หวังฉีะโ
แต่เย่ซวนไม่ได้ตอบ เขามองไปที่ร่างของเด็กน้อยที่ชื่อ ถิงถิง ที่ตอนนี้พลังปราณในร่างกายค่อยๆหมดไป
'เหมือนกันมาก' เย่ซวนดูหน้าตาของเด็กน้อย เหมือนกับถิงถิงที่ฉันเคยช่วยเอาไว้ตอนนั้นเลย
'แถมชื่อยังเหมือนกันอีก' มันจะบังเอิญเกินไปรึเปล่า
"พอจะมีวิธีช่วยมั้ย" เย่ซวนพูดขึ้น
เมื่อคนเป็แม่ได้ยินนางเพิ่งจะเงยหน้าขึ้น
"ท่านสามารถช่วยลูกข้าได้หรือ" นางถามขึ้นพร้อมกับมีความหวัง
"ถ้าท่านสามารถช่วยลูกข้าได้ ท่านจะให้ข้าทำอะไรก็ยอม" นางพูดออกมาโดยไม่ทันคิด
"ไม่ได้นะนายหญิง" หวังฉีะโ พร้อมกับจ้องเขม็งไปที่เย่ซวน
"ท่านหยุดพูดซะ" นางหันหน้าไปมองทางหวังฉี ปกตินางไม่ใช้คนที่ก้าวร้าวแบบนี้ แต่นี้เมื่อเห็นความหวังที่จะช่วยถิงถิง แต่ถูกหวังฉีเตือนทำให้นางโมโห แต่เมื่อนางคิดได้นางก็พูดออกไปใหม่
"ถ้าท่านช่วยถิงถิงได้ ข้าเฟยหง ถือว่าติดหนี้บุญคุณท่าน" นางมองไปที่เย่ซวนที่ตอนนี้ปกปิดใบหน้าของตนเองด้วยผ้าคลุมสีดำอยู่
ตอนแรกเขาไม่ยอมใส่ แต่เฟิ่งจิวก็บังคับให้เย่ซวนใส่จนได้ นางบอกว่าเวลาเกิดปัญหาอะไรขึ้นจะได้สามารถซ้อนตัวได้สะดวก เย่ซวนเลยยอมใส่
ผ้าคลุมนี้ตอนแรกเย่ซวนคิดว่ามันต้องทำให้เขาอึดอัดมากแน่ๆ แต่กลับตรงกันข้ามมันทำให้เย่ซวนรู้สึกสะบายแถมยังรู้สึกว่าปลอดภัยขึ้นอีกด้วย เฟิ่งจิวบอกว่านี้คือสมบัติประจำตระกูลของนาง ที่นางยอมให้เขายืมใส่เพราะพวกเขาทำพันธสัญญากันแล้ว นางเลยเป็ห่วงเื่ความปลอดภัยของตัวเอง
"เ้า้าช่วยนางรึ" เฟิ่งจิวถาม
"ยังสามารถช่วยได้ทันมั้ย" เฟิ่งจิวขมวดคิ้ว เพราะใบหน้าของนางตอนนี้น่าสงสารเหลือเกิน
"ทัน"
"จริงรึ ท่านพูดจริงๆนะ" เฟยหงมองเย่ซวนด้วยความหวัง
'จ้าวอสูร !' หวังฉีตกตะลึง เมื่อมองไปที่นกบนไหล่ของเย่ซวน
เย่ซวนไม่ได้ตอบคำถามของเฟยหง เขารอคำตอบของเฟิ่งจิว
"เ้ารู้จักนางรึเปล่า" เฟิ่งจิวถาม
"ไม่รู้จัก" เย่ซวนส่ายหัว
"งั้นเ้าจะช่วยนางไปทำไม" เฟิ่งจิวถาม
เมื่อเฟยหง ได้ยิน นางทำอะไรไม่ถูกเลย
"นางเหมือนน้องสาวของข้า" ถึงแม้เย่ซวนกับถิงถิงเพิ่งเคยเจอกันครั้งแรกในเหตุการณ์นั้น แต่เขาก็รู้สึกเหมือนว่าถิงถิงคือน้องสาวของเขาจริงๆ
"เ้ามีน้องสาวด้วยรึ" เฟิ่งจิวไม่เชื่อ
"อืม"
"แต่ข้าคงไม่ได้เจอกับนางอีกแล้วล่ะ"
"เ้ารีบบอกวิธีมาเถอะว่าต้องจะทำยังไง"
"ก่อนที่จะสายเกินไป"
"เฮ้ออ" เฟิ่งจิวถอนหายใจ
"เ้าต้องย้ายพิษที่ร่างของนาง มายังร่างของเ้า"
เมื่อเฟยหงกับหวังฉีได้ยินดวกตาของพวกเขาเป็กังวลขึ้นมาทันที ใครจะยอมเอาพิษที่ร้ายกาจขนาดนี้เข้าไปในร่างของตัวเอง เพื่อจะช่วยคนที่ไม่รู้จักกันใครจะยอม
"อืม ตกลง" เย่ซวนพยักหน้า
ในใจเขาคิดว่าเฟิ่งจิวต้องมีวิธีการรักษาแน่นอน
"พวกเ้าออกไปก่อน" เฟิ่งจิวบอก เฟยหงกับหวังฉี
"แต่ว่า.." นางกำลังจะพูด แต่กลัวเย่ซวนเปลี่ยนใจเลยพยักหน้าตกลง
"จะดีหรือ นายหญิง" หวังฉีพูดขึ้นมา
"อืม" นางพยักหน้าตอบ พร้อมกับก้มคารวะ เย่ซวน
"พวกเราไปกันเถอะ" เฟยหงหันกลับไปมองถิงถิงก่อนที่จะจากไปพร้อมกับหวังฉี
"พวกเ้าไปอยู่ด้านหลังต้นไม้ใหญ่ต้นนั้นก็พอ"
"ห้ามแอบดูล่ะ"
"ไม่งั้นตาย" เฟิ่งจิวขู่
เมื่อหวังฉีได้ยินคำขู่ ของเฟิ่งจิว เหงือที่หน้าผากของเขาก็ซึมออกมาโดยไม่รู้ตัว
...
หลังจากทั้งสองหลบไปอยู่หลังต้นไม้แล้ว
"ตกลงต้องทำยังไง" เย่ซวนถามขึ้น
"เ้าอย่าใจร้อนสิ" เฟิ่งจิวหมั่นไส้
"ข้าแค่กลัวว่าจะไม่ทันการณ์ก็เท่านั้น"
"เ้าพยุงตัวนางให้ลุกขึ้นนั่งก่อน"
เย่ซวนไม่ได้ถามอะไรก็ทำตาม
"ต่อไปเ้าต้องถอดเสื้อนางออก"
"ถอดเสื้อ ?" เขามองไปทางเฟิ่งจิวด้วยความใ
"ใช่ถอดเสื้อ"
เย่ซวนลังเล ก่อนที่เขาจะทำตาม ร่างของถิงถิงตอนนี้แทบจะกลายเป็สีม่วงทั้งตัวแล้ว เย่ซวนเห็นแล้วก็สงสาร อายุยังน้อยแต่ต้องมาทนกับความเ็ปของการถูกพิษ
"เ้าต้องถอดชุดเ้าออกด้วย" เฟิ่งจิวบอก
"ถอดชุดข้า ?"
"อืม"
โชคยังดีไม่มีใครอยู่แถวนี้ ไม่งั้นคงหาว่าเขาเป็พวกโรคจิตแน่ๆ
"เ้าเอามือของเ้าไปถ่ายพลังจากด้านหลังของนาง"
เฟิ่งจิวบอกขั้นตอนต่างๆ ก่อนที่จะเริ่มให้เย่ซวนถ่ายพิษจากร่างของถิงถิงมายังตนเอง ถิงถิงเริ่มกลับมาเป็ปกติ ตัวของนางเริ่มขาวขึ้นเหมือนแต่ก่อน สีหน้าของนางเริ่มดูดีขึ้น คิ้วที่เคยขมวดเข้าหากันตอนนี้คลายออกแล้ว
ใช้เวลาสักพักเย่ซวนก็ดูดพิษจนหมดสีหน้าของเขาตอนนี้ดูแย่มาก เขาสวมเสื้อผ้าให้ถิงถิง เสร็จแล้วค่อยสวมใส่เสื้อของตนเอง
"พวกท่านออกมาเถอะเสร็จแล้ว" เย่ซวนะโบอก
เมื่อเฟยหงได้ยินนางก็รีบวิ่งทันที เมื่อนางมาถึงนางก็เห็นถิงถิงนอนยิ้มอยู่ ตอนนี้นางกลับมาเป็ปกติแล้ว ใบหน้าขาวน่ารัก แก้มแดงน้อยกลับมาแล้ว
"ลูกแม่" นางวิ่งตรงไปกอดถิงถิง
ตามด้วยหวังฉีที่ตอนนี้ยิ้มออกมา เมื่อเห็นว่าคุณหนูของเขาเหมือนจะหายดีแล้ว เขามองไปที่เย่ซวนกับเฟิ่งจิว ด้วยความเคารพ
"เ้าอย่าเพิ่งปลุกนางให้นางได้พักผ่อน" เฟิ่งจิวพูด
เมื่อได้ยินเสียงของเฟิ่งจิว ทำให้เฟยหงรู้สึกตัวก่อนที่นางจะหันมาคารวะเย่ซวนกับเฟิ่งจิวรัวๆ ใบหน้าของนางตอนนี้เหมือนตายแล้วได้เกิดใหม่
"ข้าขอบคุณ พวกท่านทั้งสองมาก" นางพูดออกมา ดวงตาของนางเต็มไปด้วยความเคารพต่อเย่ซวนกับเฟิ่งจิว
"ท่านผู้พระคุณไม่ทราบว่าพวกคือ" นางพยายามที่จะถามชื่อของเย่ซวน
"เ้าไม่ต้องรู้หรอก" เฟิ่งจิวพูด
"พวกเราไปกันเถอะ" เฟิ่งจิวบอกเย่ซวน
"อืม" เย่ซวนพยักหน้าก่อนที่จะหันหลังและเตรียมจากไป
"เดี๋ยวก่อนพวกท่าน" เฟยหงเอ่ยขึ้น
"ข้าจะตอบแทนพวกท่านได้ยังไงบ้าง"
"ไม่ต้องหรอก" เย่ซวนบอก
"ได้ยังไงกัน" นางพยายามที่จะหยุดเย่ซวนเอาไว้
"ข้าบอกว่าไม่เป็อะไร เ้าไม่ต้องให้อะไรข้า"
"นายหญิง" หวังฉีเรียกเฟยหงเพราะกลัวว่าเย่ซวนจะอารมณ์เสีย
"งั้นท่านได้โปรดรับตรานี้ไว้" นางยื่นตราหยกให้เย่ซวน
"นายหญิงไม่ได้นะ" หวังฉีะโให้
"ท่านหวัง ท่านไม่ต้องพูดแล้ว"
"ท่านได้โปรดรับไว้" นางยังคงยื่นให้เย่ซวน
แต่เย่ซวนยังลังเล
"รับไว้เถอะ" อยู่ๆเฟิ่งจิวก็พูดขึ้น
เมื่อเฟยหงได้ยินแบบนั้นนางก็ดีใจเป็อย่างมาก หยกนี้เป็หยกประจำตระกูลของนาง มันสามารถเป็ตัวแทนของประมุขตระกูลได้ ท่านพ่อของนางให้นางไว้ก่อนที่นางจะแต่งงานออกมายังตระกูลสามี เพราะกลัวว่าตระกูลของสามีนางจะลังแกนาง เขาจึงให้หยกประจำตระกูลเอาไว้ เพื่อที่จะเอาไว้เป็ยันต์คุ้มภัย ไม่ให้ตระกูลของสามีนางรังแกนางได้ ถึงแม้เื่ที่เขากลัวมันจะไม่เกิดขึ้น เพราะตระกูลของสามีนาง ดีกับนางมากๆ
เย่ซวนยื่นมือไปรับไว้
"ลาก่อน" เขาพูดก่อนจะใช้ออกด้วยวิชาตัวเบา หายเข้าไปในป่า
...
ขอบคุณสำหรับการติดตามครับผม
จะพยายามเขียนให้ดีขึ้นเรื่อยๆครับ