ไม่ตั้งใจรัก (คุณชายกีรติ+หญิงเพ็ญ)

    ตอนพิเศษ อ่านฟรีจนกว่าไรท์จะอยากติดเหรียญ

            หนึ่งเดือนต่อมา….

            ณ ประเทศไทย

            “ดูท่าแล้วเณรท่านคงสงบขึ้นนะหญิงลักษณ์”

            หญิงเพ็ญเอ่ยกับน้องสาวเมื่อเห็นชายโรจน์ที่บัดนี้ได้บวชเณรและกำลังนั่งเทศนาธรรมให้ท่านพ่อ หม่อมย่าดาวดี หม่อมยายอรชร หม่อมย่าเอียดและแม่สามีของตนอยู่ในวันทำบุญครบรอบวันเกิดครบ72ปีของหม่อมย่า .

            “ท่านพ่อกังวลว่าเณรท่านอาจจะบวชไม่สึก แต่หญิงคิดว่าแบบนี้ก็ดีเหมือนกันหากมันจะเป็นหนทางดับทุกข์จริงๆ ของเณร”

            หญิงลักษณ์บอกเธอเพราะชายโรจน์ครั้งที่ยังไม่บวชนั้นต้องจมอยู่กับความรู้สึกผิดต่อทุกคนในสิ่งที่แม่ตัวเองก่อไว้แม้ว่าจะไม่เคยมีใครกล่าวโทษชายโรจน์เลยก็ตาม .

            “ชายโรจน์ตั้งใจบวชให้กับทุกชีวิตที่ถูกน้าจันทรพรากไป”

            “พี่ขออนุโมทนากับบุญกุศลอันยิ่งใหญ่กับน้องเณรด้วยนะ”

            หญิงเพ็ญยกมือขึ้นท่วมหัวและคุยกับหญิงลักษณ์ต่ออีกสองสามประโยคจากนั้นก็จูงมือกันเข้าไปฟังเทศนาธรรมด้วยกัน


            ในที่สุดฟ้าหลังฝนย่อมงดงามเสมอเมื่อเหตุการณ์ร้ายๆ ผ่านไปทั้งเรื่องของที่บ้าน หม่อมจันทรได้ชดใช้กรรมของตัวเองแล้วเช่นเดียวกับคริสติน่าที่กำลังรับกรรมของตัวเองอยู่เช่นกัน

            ส่วนโจเซฟนั้นคงต้องพักรักษาแผลใจอีกนาน แม้ว่าคุณชายกีรติจะพยายามเชียร์ให้ได้ลงเอยกับเลขาคนใหม่ยังไงก็เหมือนจะไม่ได้ผลเพราะความรักครั้งนี้คงทำให้โจเซฟเจ็บไปอีกนาน แต่เฮเลนก็ดูเหมือนจะมีใจให้โจเซฟอยู่เมื่อถูกเจ้านายหนุ่มชงเข้ามากๆ ทุกอย่างล้วนมีเวลาของมันนั่นแหละ เฮเลนเป็นคนทำงานเก่งไม่ถือตัว เธอไม่ดูถูกใคร อัธยาศัยดีต่างจากคริสติน่าลิบลับ หญิงเพ็ญเชื่อว่าสักวันคนที่เข็บหลาบกับความรักอย่างโจเซฟก็ต้องมีหวั่นไหวบ้างแหละ.

            ส่วนสิงหากับลิซ่าก็ดูจะพัฒนาขึ้นมากหลังเหตุการณ์ที่คริสติน่าคลั่งจนบุกมาทำร้ายทุกคนในบ้าน ดูเหมือนว่าหัวใจน้ำแข็งของจิ้งจอกเฒ่าอย่างสิงหาจะค่อยๆละลายออกช้าๆ เพื่อเปิดรับและเรียนรู้ประสบการณ์ความรักเหมือนกับคนอื่นบ้างแล้ว….ก็ลิซ่าของเธอช่างพูดและน่ารักน่าชังเสียขนาดนั้น

            “คิดอะไรอยู่หรอ”

            เสียงของคุณชายกีรติดังขึ้นพร้อมกับสวมกอดเธอจากด้านหลังเมื่อเห็นเมียรักยืนคิดอะไรเรื่อยเปื่อยอยู่ลำพัง

            “คิดอะไรเรื่อยเปื่อยน่ะค่ะ” เธอบอกสามีพลางเอนศีรษะพิงออกแกร่งด้วยความรู้สึกอบอุ่นใจ

            “ถ้าเกิดตอนนั้นหญิงไม่หนีไปรักษาแผลใจที่อเมริกา เราสองคนจะมีวันนี้รึเปล่านะ” หญิงเพ็ญอดคิดไม่ได้เลย

            “มีสิ ยังไงฉันก็ต้องตามหาเธอจนพบอยู่ดี”

            “เพราะเธอเอาหัวใจฉันไปตั้งแต่ครั้งแรกวันแรกแล้วไง”

            คุณชายกีรติบอกหญิงสาวพร้อมกับเอียงคอมาแอบหอมแก้มเมียอย่างเนียน ในขณะที่หญิงเพ็ญได้แต่ยิ้มออกมา .

            “เลี่ยนนะคะ” เธอบอกเขายิ้มๆ

            “หญิงจะเป็นเบาหวานตายอยู่แล้วเนี่ย”

            “งั้นหรอ?” คุณชายกีรติหอมแก้มนวลอีกครั้ง.

            “เบื่อรึเปล่า?” เขาถามหญิงสาว .

            “รู้สึกว่าตัวเองคิดผิดรึเปล่าที่มาแต่งงานกับฉัน?” เขาอยากรู้ความรู้สึกของคนตรงหน้าและนั่นก็ทำให้คนฟังต้องหันมาสบตาเขาด้วยแววตาที่จริงจัง.

            “หญิงได้เป็นเจ้าสาว”

            “ได้เป็นภรรยาและเป็นแม่ของลูกที่โชคดีที่สุดในโลกแล้วค่ะ” หญิงเพ็ญบอกเขา

            “แล้วหญิงจะต้องมารู้สึกว่าตัวเองคิดผิดไปทำไมอีกคะ?” เธอถามเขา แต่ก็นึกถึงเรื่องหนึ่งมาได้

            “ถ้าจะมีเรื่องให้เสียใจบ้างก็เรื่องพวกผู้หญิงของคุณชายนั่นแหละค่ะ”

            “แต่พี่ชายพันธ์เคยพูดกับหญิงว่ามันเป็นเวรกรรมของคาสโนว่าที่ต้องชดใช้”

            “โธ่ที่รัก เรื่องผู้หญิงพวกนั้นมันเกิดขึ้นก่อนที่เราจะแต่งงานกันอีกนะ” เขาบอกเธอพร้อมกับซุกจมูกโด่งลงบนซอกคอขาวอย่างอ้อนๆ

            “ค่ะ หญิงก็เลยไม่รู้จะหาเหตุผลอะไรมาโกรธคุณชายดี”

            เพราะเรื่องมันผ่านมาก่อนที่ทั้งคู่จะตัดสินใจใช้ชีวิตคู่ร่วมกัน ดังนั้นหญิงเพ็ญจึงไม่นำเรื่องนี้มาเป็นปัญหาระหว่างเขาและเธอ.

            “แต่ถ้าเกิดวันนึงคุณชายมีเรื่องผู้หญิงเข้ามาอีก หญิงจะฟ้องหม่อมแม่ของคุณชาย”

            หญิงเพ็ญขู่เขาเพราะแม่สามีของเธอนั้นค่อนข้างที่จะเข้าข้างลูกสะใภ้มากกว่าลูกของตัวเองอยู่แล้วและนี่ก็เป็นความโชคดีอีกอย่างหนึ่งของหญิงสาว.

            “ใช่สิ เดี๋ยวนี้เธอมีพวกแล้วนี่” ไม่ใช่แค่แม่ของเขาแต่ยังมีคุณย่าเอียดและทุกคนในวังบุรินธรที่เอ็นดูหญิงเพ็ญเอามากๆ ด้วย

            “แต่มันไม่มีวันนั้นหรอกเพราะฉันไม่มีสายตาไว้มองผู้หญิงคนไหนอีกแล้วล่ะ”

            คุณชายกีรติบอกเธอและนั่นก็ทำให้หญิงเพ็ญหัวเราะออกมาเบาๆ มันเป็นเสียงหัวเราะที่ทำให้เธอมีความสุขที่สุดในทุกๆวัน .

            “หญิงรู้ค่ะ”

            “หญิงแค่ล้อเล่นเท่านั้น” เขาบอกรักเธอซ้ำๆ ในทุกๆ วัน แต่แปลกที่หญิงสาวไม่เคยรู้สึกเบื่อคำนี้เลย

            “ขอแค่คุณชายไม่แอบน้อยใจ คิดไปเองคนเดียวแล้วหนีไปอีกเหมือนตอนนั้นก็พอค่ะ” เธอบอกเขาแล้วตามด้วยประโยคต่อมา….

            “เพราะหัวใจของหญิงอยู่ที่คุณชายหมดแล้ว” ดังนั้นไม่มีวันที่เธอจะปันใจไปหาคนอื่นหรอก.

            “หญิงก็รักคุณชายมากค่ะ”

            เธอบอกเขาในขณะที่สายตาของคุณชายกีรติมองตนเป็นประกายด้วยความหมายที่ทำให้หญิงสาวต้องหันหน้าที่ไปทางสนามหญ้าที่มีคุณชายอนุพันธ์กับหญิงลักษณ์ที่ช่วยกันจับน้องยาหยีและน้องซันซึ่งกำลังพากันคลานหนีราวกับจับลูกปูสองตัวใส่กระด้งอยู่ .

            “ดูลูกของเรากับลูกของหญิงลักษณ์สิคะ พออยู่ด้วยกันอย่างกับจับปูใส่กระด้งเลย” หญิงเพ็ญบอกเขาแต่ดูเหมือนคุณชายกีรติจะรู้ทันว่าเธอกำลังเปลี่ยนเรื่องอยู่

            “พูดแบบนี้….คิดจะเปลี่ยนเรื่องหรอ”

            ไม่พูดเปล่าแต่คุณชายกีรติยังจับเธอให้หันมาสบสายตาที่เต็มไปด้วยความหมายคู่นี้พร้อมกับเกลี่ยไรผมที่หล่นมาปกปิดใบหน้างามไปเกี่ยวที่ติ่งหู

            “หญิงไปหาลูกดีกว่า” หญิงเพ็ญหลบตาเขาแล้วรีบเดินหนีก่อนที่จะใจอ่อนอีก .

            “ไม่!” สามีจอมหื่นเดินตามมาติดๆ

            “แต่นี่มันกลางวันแสกๆ นะคะ”

            เขามันหื่นไม่เคยเลือกเวลาเลย ผู้ชายเป็นแบบนี้ทุกคนรึเปล่าเนี่ย หญิงเพ็ญเดินหนีคุณชายกีรติลงมาจนถึงสนามหญ้า

            “แต่ฉันอยากมีลูกคนที่สองแล้วนี่” เขาเริ่มงอแงใส่เธอเหมือนเด็กๆ จนคุณชายอนุพันธ์กับหญิงลักษณ์ต้องหันมามองด้วยความสนใจ

            “เป็นอะไรของมัน งอแงเหมือนเด็กปัญญาอ่อนอีกแล้ว”

            คุณชายอนุพันธ์เอ่ยขึ้นพร้อมกับอุ้มลูกสาวขึ้นมา ในขณะที่น้องซันนั่งเล่นอยู่ในตักของหญิงเพ็ญพร้อมกับของเล่นเสริมพัฒนาการของเด็ก เรื่องที่ตนเข้าใจเพื่อนกับเมียรักผิดจนงอนหนีไปนั้นกลายเป็นเรื่องตลกร้ายที่เพื่อนเวรยังเอามาล้ออยู่จนถึงทุกวันนี้.

            “กูไม่ได้งอแง กูแค่ขอลูกคนที่สองแต่น้องสาวมึงไม่ยอมมีให้กู” คุณชายกีรติรีบหันมาเถียง

            “จริงหรอหญิงเพ็ญ?” หญิงลักษณ์ถามด้วยความอยากรู้

            “พี่ไม่ได้บอกสักหน่อยว่าจะไม่มีลูกคนที่สอง พี่แค่อยากให้น้องซันโตกว่านี้หน่อยก็เท่านั้น” หญิงเพ็ญอธิบาย ความจริงคุณชายติก็เปรยเรื่องอยากได้ลูกสาวกับเธอมาสักพักหนึ่งแล้วเหมือนกัน.

            “ก็นี่ไง ตาซันของเราก็ตั้งหกเดือนแล้ว”

            “โตแล้ว” คุณชายกีรติเถียงเธอ

            “โตที่ไหนกันคะ เพิ่งเริ่มคลานเนี่ยนะ” หญิงเพ็ญแย้ง เขาเอาอะไรมาวัดว่าลูกโตแล้วเนี่ย

            “พอเถอะค่ะ อย่าเถียงกันเลยนะคะ” จนหญิงลักษณ์ต้องช่วยปรามให้

            “หญิงเข้าใจค่ะว่าคุณชายติคงอยากมีลูกหัวปีท้ายปี” หญิงลักษณ์หันไปพูดกับพี่เขย

            "แต่นึกถึงความรู้สึกของคนที่เพิ่งจะอุ้มท้องมาเก้าเดือนดูสิคะ" หญิงลักษณ์ไม่ได้บอกแค่พี่เขย แต่ยังรวมมาถึงสามีของตัวเองด้วย

            "มันไม่ง่ายเลยนะคะ"

            หญิงเพ็ญพูดต่อประโยคของน้องสาว เอาจริงๆ ตั้งแต่แต่งงานกับคุณชายกีรติมาทั้งคู่ก้ไม่ได้ไปฮันนิมูลกันอย่างจริงๆจังๆ เลยด้วยเหตุผลที่ว่าเธอท้อง เขาห่วงสุขภาพของเธอกับลูก

            "หญิงก็แค่อยากพักบ้างอย่างน้อยก็สักปีสองปี" เธอพูดต่อ

            "เอางี้" คุณชายอนุพันธ์เอ่ยขึ้น

            "ปีหน้าเมียใครท้องก่อนค่อยแบ่งหุ้นกัน"

            "พี่ชายพันธ์!" หญิงลักษณ์ตีแขนสามีเบาๆ นี่คำพูดของตนกับพี่สาวไม่เข้าหูเขาเลยใช่มั้ย

            "ได้" คุณชายกีรติรับคำท้า

            "คุณชายติคะ!" หญิงเพ็ญอยากจะบ้าตาย

            "ถ้าหญิงลักษณ์ท้องก่อนกูยกหุ้นในบริษัทให้มึงไปเลยสิบเปอร์เซ็น" คุณชายกีรติบอกอย่างใจป้ำ

            "ได้" คุณชายอนุพันธ์พนักหน้า

            "ถ้าหญิงเพ็ญท้องก่อน กูก็จะยกหุ้นสิบเปอร์เซ็นในโรงพยาบาลให้มึงเหมือนกัน" คุณชายอนุพันธ์เองก็ใจป้ำพอๆกันจนสองสาวต้องพากันเบือนหน้าหนี

            "งั้นท้องต่อไปก็เอาลูกไปเลี้ยงเองที่บริษัทเลยสิคะ" หญิงเพ็ญบอกเขาอย่างเคืองๆ พร้อมกับเดินไปเอาลูกจากหญิงลักษณ์มาอุ้มเอง

            "ใช่ค่ะ ท้องสองที่ชายพันธ์ก็เอาลูกไปเลี้ยงเองที่โรงพยาบาลเลยสิ" หญิงลักษณ์เห็นด้วยกับพี่สาวแล้วก็เดินไปแย่งยาหยีจากคุณชายอนุพันธ์มาอุ้มเอง จากนั้นพี่น้องสองสาวก็เชิดหน้าใส่สามีแล้วพากันอุ้มลูกเดินหนีไปทันที

            "งานเข้าแล้วมั้ยล่ะวะ"

            .

            .

            .

            หนึ่งปีต่อมา….

            อุแว้! อุแว้!

            เสียงทารกน้อยร้องลั่นห้องทำงานด้วยความหิวนม ทำให้คนเป็นพ่อที่กำลังประชุมอยู่ต้องรีบพักการประชุมเพื่อจัดการเทนมที่ผู้เป็นแม่ปั้มสต๊อกใส่ช่องฟรีสไว้ให้ลูก

            “อป๊บนะครับ วีนัสคนเก่งของพ่อ”

            ใช่แล้วล่ะ เกือบหนึ่งปีให้หลังในที่สุดคุณชายกีรติก็ได้ลูกสาวสมใจ เขาตั้งชื่อลูกสาวว่าวีนัสที่แปลว่าดาวศุกร์ น้องวีนัสมีชื่อจริงว่า ‘หม่อมหลวงอาธารา บุรินธร’

            ‘อาธารา’ ที่แปลว่าดาวดวงหนึ่งที่เจิดจ้าที่สุดในท้องฟ้า ชื่อจริงและชื่อเล่นคล้องจองกับแม่และลูกชายคนโต.

            แต่ทว่าหญิงเพ็ญก็ทำอย่างที่พูดจริงๆ เมื่อลูกได้ห้าเดือนเธอก็ส่งมาให้เขาเลี้ยงเองที่บริษัท โชคดีที่มีเฮเลนเลขาสาวช่วยเป็นพี่เลี้ยงให้ด้วยเป็นครั้งคราว ลับหลังเมียเขาก็แอบให้โจเซฟกับสิงหามาช่วยเลี้ยงบ้างโดยกำชับทุกคนให้รูดซิปปากไม่ให้หญิงเพ็ญจับได้

            ชายหนุ่มพาลูกมาที่ห้องทำงานส่วนตัวของตัวเองแล้วก็พบว่าคุณชายอนุพันธ์ก็นั่งเลี้ยงลูกชายที่เพิ่งคลอดได้เพียงสี่เดือนเหมือนกัน

            ถูกต้องแล้วค่ะนักอ่าน!! ทั้งคุณชายกีรติและคุณชายอนุพันธ์ต่างก็ทำภารกิจให้เมียท้องลูกคนที่สองได้สำเร็จอีกทั้งเด็กทั้งสองก็คลอดวันเดียวปีเดียวกันอีกเพียงแต่ห่างกันคนละชั่วโมงเท่านั้น แต่ในเมื่อทั้งคู่ได้เดิมพันเรื่องหุ้นกันไว้แล้วดังนั้นต่างฝ่ายต่างก็ยกหุ้นของตัวเองสิบเปอร์เซ็นต์ให้กันและกันไปตามที่ลั่นวาจากันไว้

            “ไม่น่าเล๊ยยยย”

            คุณชายอนุพันธ์เอ่ยขึ้นพร้อมกับกระเตงน้องดล หม่อมหลวงดลธี สวัสดิวงศ์ เพื่อกล่อมให้ลูกหลับ ตนเองก็ถูกหญิงลักษณ์ลงโทษให้เลี้ยงลูกเองเหมือนกัน ร้ายกาจทั้งพี่ทั้งน้อง ขนาดพาครอบครัวมาเที่ยวถึงอเมริกาแล้วหญิงลักษณ์ก็ยังทิ้งตนไปช้อปปิ้งกับหญิงเพ็ญพี่สาวอย่างสบายใจ

            “ปล่อยๆ ไปเถอะน่า”

            “เดี๋ยวสองคนนั้นก็กลับมาช่วยเราเลี้ยงอยู่ดีนั่นแหละ”

            คุณชายกีรติรู้ดีเพราะทุกครั้งเมื่อลูกร้องหญิงเพ็ญก็ใจดำปล่อยลูกให้งอแงอยู่กับเขานานได้ที่ไหนกันล่ะ อีกอย่างเอาลูกมาเลี้ยงที่บริษัทก็สนุกดีเหมือนกัน เหนื่อยล้าเมื่อไหร่ก็แค่ไปอุ้มลูกเพื่อชาร์จแบต แปบเดียวแบตก็เต็มแล้ว

            “หรอคะ?”

            หญิงเพ็ญเปิดประตูเข้ามาพอดีพร้อมกับหญิงลักษณ์ที่เดินตามที่สาวเข้ามาเหมือนกัน ส่วนน้องยาหยีและน้องซันนั้นมีพี่เลี้ยงช่วยดูให้ที่บ้าน สบายพวกสาวๆ เขาแล้วล่ะ

            “ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกจ้าาาา” คุณชายกีรติบอกเมียเสียงเบาหวิว

            “แล้วที่นี้รู้รึยังล่ะคะว่าเลี้ยงเด็กคนนึงมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย” หญิงลักษณ์พูดขึ้นบ้าง

            “จ้าาาาา”

            คุณชายอนุพันธ์เดี๋ยวนี้ก็หงอยกับเมียไปเลยเหมือนกัน นี่แค่สองเดือนพวกตนยังหัวหมุนขนาดนี้ แต่พวกสาวๆ โดยเฉพาะหญิงเพ็ญต้องผันตัวมาเป็นแม่บ้านเลี้ยงลูกอย่างเต็มตัวจะเหนื่อยกันขนาดไหนนะ

            “เอาลูกมาสิคะ พวกเราจะพาเด็กๆ กลับบ้านแล้ว” หญิงเพ็ญอุ้มลูกขึ้นมา

            “พูดจริงรึเปล่าเนี่ย” คุณชายกีรติรีบถาม

            “จำเป็นต้องดีใจขนาดนั้นเลยหรอคะ?” หญิงเพ็ญถามเขา

            “เปล๊า” ชายหนุ่มเสียงสูง

            “เย็นนี้เรามีปาร์ตี้กันค่ะ รีบกลับนะ” หญิงเพ็ญบอกเขาในขณะที่คุณชายอนุพันธ์กับหญิงลักษณ์พากันออกไปแล้ว

            “ปาร์ตี้?” ชายหนุ่มขมวดคิ้ว

            “ฉลองลูกคนที่สามของเราไงคะ” แล้วคำตอบของหญิงสาวก็ทำให้คนฟังเซอร์ไพรส์มาก

            “จริงหรอเนี่ย!” คุณชายกีรติถามย้ำด้วยความตื่นเต้น

            “ค่ะ”

            หญิงเพ็ญบอกเขายิ้มๆ ทำไงได้ล่ะในเมื่อลูกคนที่สามยังฝ่ายาคุมมาได้แบบนี้ ส่วนคนขยันทำน่ะหรอก็ดีใจจนยิ้มจะฉีกอยู่แล้ว

            ฟอดดดดดดดดด

            เขาหอมแก้มเธออย่างอารมณ์ดี

            “วีนัสค่ะ หนูจะมีน้องแล้วนะ” คุณชายกีรติบอกลูกสาวพร้อมกับเอาน้องวีนัสมาอุ้มเอง

            “ไม่ทำล่ะงาน กลับบ้านไปช่วยเมียเลี้ยงลูกเลี้ยงดีกว่า” เขาบอกเธอพร้อมกับรอยยิ้มที่ยิ้มไม่หุบ

            “เหอะ!”

            หญิงเพ็ญได้แค่แค่นหัวเราะออกมาแล้วเดินหนีไปเลยด้วยความหมั่นไส้ พรุ่งนี้เธอจะให้เขาไปทำหมันซะ มดลูกตัวเองจะได้พักบ้าง

            “แม่จ๋า รอพ่อด้วยสิจ้ะ”

            คุณชายกีรติอุ้มลูกไปด้วยรีบเก็บสัมภาระของลูกไปด้วยตามเมียที่เดินลิวๆออกไปแล้วพร้อมกับเรียกเธอว่าแม่จ๋าไปตลอดทางเรียกรอยยิ้มกับพนักงานที่เคยชินกับความรักปานจะกลืนกินของทั้งคู่ไปได้ตลอดทาง



    —-จบบริบูรณ์จ้า—-

    คล้ายกับเรื่องไม่ตั้งใจรัก (คุณชายกีรติ+หญิงเพ็ญ) ที่คุณอ่าน