ตอนที่ 10
หลังจากที่สองผัวเมีย ปั่นจักรยานออกไปแล้ว คนอื่นๆ ที่ยืนมองอยู่จึงได้เดินเข้ามาหา เย่หวังเยี่ยน ที่ยืนส่งพี่ชายและพี่สะใภ้จนลับสายตาไป
"หวังเยี่ยน แม่บอกแล้วไม่ใช่หรือ ว่าไม่ให้ลูกเข้ามายุ่งกับพี่ชายคนลูกคนนี้อีก"
เมื่อเห็นลูกชายหัวอ่อน ที่เมื่อก่อนเธอสั่งอะไรมักจะทำตามเสมอ แต่ครั้งนี้เขากลับขัดคำสั่งเธอไม่ยอมที่จะทำตาม
"ผมไม่เข้าใจครับ ว่าจะไม่ให้ผมยุ่งกับพี่ชายทำไมกัน แม่ไม่เห็นหรือครับว่าพี่เขา้าความช่วยเหลือ แค่ช่วยเหลือเล็กน้อยก็ไม่ได้หรือครับ แค่นี้ผมก็รู้สึกผิดกับพี่หวังิ่มากอยู่แล้ว"
เขาไม่ค่อยเข้าใจความคิดของคนอื่นที่ให้เขาทำเื่ที่ไม่สมควรอย่างนี้ ทั้งๆ ที่ไม่ใช่เื่ใหญ่อะไรเลย แต่กลับมาทำหน้าไม่พอใจกันอย่างนี้
"แม่เขาหวังดีกับพี่นะคะ ไม่อยากให้พี่เดือดร้อน พี่ควรที่จะเชื่อแม่นะคะ"
เมื่อเห็นสามีมองทุกคนเหมือนจะเริ่มไม่พอใจจึงได้พูดขึ้นมา สามีของเธอนั้นรักพี่ชายคนนี้มาก เขามักจะพูดเสมอว่าถ้าไม่มีพี่ชายคนนี้ ครอบครัวก็ไม่ได้สบายเหมือนทุกวันนี้
"ถ้าแม่หวังดีจริง คงไม่ห้ามให้ผมช่วยพี่ชายด้วยเื่เล็กน้อยเท่านี้หรอกครับ"
"นี่แกกล้าว่าแม่อย่างนั้นหรือ หวังเยี่ยน" หันไปตะคอกลูกชายคนโตด้วยความไม่พอใจทันที เธออุตส่าห์ช่วยให้ไม่ต้องรับผิดชอบคนพิการอย่างนั้น ยังจะมาหาเื่แม่ของตัวเองอีก
"ผมไม่ได้ว่าครับ แต่แค่สงสัยเท่านั้น ว่าผมแค่ช่วยพี่ชายเล็กน้อยเท่านี้ ต้องห้ามผมทำไมกัน เขาเป็พี่ชายของผมนะครับ"
"แต่มันไม่ใช่ลูกของฉัน" บอกออกไปด้วยความไม่พอใจ
"แต่เขาคือพี่ชายของผมครับ" เขาเองก็อยากให้ทุกคนรู้เหมือนกัน
"พูดกับแกแล้วเหนื่อยจริง เมื่อไรแกจะฉลาดเหมือนน้องชายของแกเสียที ฉันไม่ต้องพูดเยอะอะไรเลย น้องแกก็สามารถที่จะคิดเองได้แล้ว" มองหน้าลูกชายด้วยความไม่พอใจ
"พี่หวังเยี่ยน แล้วพี่ใหญ่กับพี่สะใภ้ไปไหนกันอย่างนั้นหรือครับ"
เมื่อเห็นว่าแม่อารมณ์ไม่ดี และคงจะหาเื่พี่ชายของเขาต่อไป จึงได้พูดขัดขึ้นมาเสียก่อน แม้เขาจะเห็นด้วยกับพี่ชาย แต่เขาก็ไม่อยากทะเลาะกับแม่เหมือนกัน
"พี่สะใภ้พาพี่ใหญ่เข้าไปหาหมอ" บอกกับน้องชายเสียงเรียบนิ่ง
"แม่สามีไม่ใช่ว่า ทั้งสองคนไม่มีเงินแล้วอย่างนั้นหรือคะ ทำไมยังมีเงินเข้าไปหาหมอได้อีกล่ะคะ"
"จริงอย่างที่ลี่ฟางบอกนะคะแม่สามี หรือว่าพี่หวังิ่จะแอบเก็บเงินเอาไว้ไม่ให้แม่สามีทั้งหมดกันคะ ต้องเป็อย่างนี้แน่เลยค่ะ ไม่อย่างนั้นจะเอาเงินที่ไหนไปหาหมอกัน"
ฮุยอ้ายเหริน เมื่อคิดว่าที่บ้านนั้นยังมีเงินเหลืออยู่ก็เกิดความไม่สบายใจขึ้นมาทันที เพราะตอนแรกคิดว่าบ้านนั้นจะต้องอดตายอย่างแน่นอน เพราะไม่มีเงินและแม่สามีก็ไม่กินอาหารของในบ้านแล้วด้วย
"นั่นสินะ ทั้งสองคนเอาเงินที่ไหนไปหาหมอกัน"
เธอคิดว่าวันนั้นเธอดูเงินที่เอามาทั้งหมดแล้วนะ ไม่มีทางที่จะเหลืออยู่อีก หรือว่าหวังิ่จะแอบเก็บเงินเอาไว้ ต้องเป็อย่างนี้แน่นอนเลย ไม่อย่างนั้นจะมีเงินไปหาหมอได้อย่างไรกัน เจ็บใจนัก ทำไมถึงได้หลุดรอดสายตาไปได้
เย่หวังเยี่ยน ที่เห็นว่าแม่คิดที่จะว่าพี่ใหญ่ของเขาอีกแล้ว ทั้งๆ ที่เอาเงินของพี่ใหญ่มาหมด แต่กลับไม่ให้พวกเขากินอาหาร เขาเองรู้สึกไม่สบายใจและไม่อยากจะฟังอีกต่อไป
"ผมไปทำงานก่อนนะครับ" พร้อมทั้งเดินออกไปทันที เหมือน้าที่จะไปให้ไกลจากตรงนี้ให้มากที่สุด
"หวังจิ้ง แกดูพี่ชายของแกสิ พูดถึงพี่ชายคนโตของเขาไม่ได้เลย แตะนิดแตะหน่อยไม่พอใจทันที แกก็อย่าทำให้ฉันผิดหวังเหมือนกับหวังเยี่ยนล่ะ" พูดกับลูกชายคนรอง ถึงลูกชายคนโตที่เดินออกไปอย่างไม่พอใจนัก
"ไม่แน่นอนครับ ผมเชื่อแม่ทุกอย่างครับ" เขารีบตอบก่อนที่แม่ของเขาจะอารมณ์เสียมากกว่านี้
"ดีมาก ไปทำงานได้แล้ว เดี๋ยวจะสาย" บอกกับลูกชายคนรองอย่างถูกใจที่เชื่อฟัง
"ครับอย่างนั้นผมไปก่อน"
หลังจากนั้นจึงได้เหลือเพียงแม่ผัวกับลูกสะใภ้เท่านั้น ที่อยู่ที่บ้าน
"แม่สามี ฉันว่าบางทีให้เหมยเซียงกลับมากินอาหารเหมือนเดิมไม่ดีกว่าหรือคะ แม่ดูสิตอนนี้ พอพี่สะใภ้ไม่กินอาหารที่บ้าน เธอไม่ทำงานอะไร ที่เคยทำเลยนะคะ"
ฮุยอ้ายเหรินพูดขึ้น เพราะเคยสบายมาก่อน ไม่ต้องลุกขึ้นมาหุงหาอาหารั้แ่เช้า และยังต้องทำงานบ้านทุกอย่างอีก เธอเคยสบายมาก่อน จึงรู้สึกไม่อยากจะทำขึ้นมา
"จริงด้วยค่ะแม่ แต่ก่อนเราสองคนแทบไม่ต้องทำอะไรเลย ถ้าเป็เหมือนเดิม เราก็ไม่ต้องทำอะไรไม่ใช่หรือคะ"
หลิงลี่ฟางเองก็คิดเช่นเดียวกัน เธอรู้สึกทั้งง่วงนอนและเหนื่อยมากจริงๆ เธอสบายมาตลอด ไม่ต้องทำอะไร พอมาตอนนี้จึงไม่อยากที่จะกลับไปทำอีกแล้ว
"พวกเธอสองคนนี่มันจริงๆ เลยนะ สบายจนเคยตัว แล้วคิดหรือว่าเหมยเซียงมันจะยอมทำทุกอย่างเหมือนเดิม ไม่เห็นหรืออย่างไรกัน เมื่อวานมันไม่ยอมที่จะซักผ้าให้ เื่งานอื่นมันก็ต้องไม่ยอมทำตามเหมือนเดิมอย่างแน่นอน
"จริงอย่างที่แม่สามีบอก ฉันรู้สึกเหมือนกันค่ะ ว่าเหมยเซียง เปลี่ยนไปจากเดิม ดูเหมือนไม่ยอมให้ใครเอาเปรียบได้ ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน"
"ฉันถึงบอกอย่างไรล่ะ ว่ามันคงไม่ยอมให้พวกแกสองคนเอาเปรียบมันเหมือนก่อนอีก ถ้าเป็อย่างนั้น จะไปยอมให้มันมากินอาหารทำไมกัน ไม่สู้เราตัดมันออกไปจากครอบครัวเลยดีกว่า ไม่เปลืองด้วย ต้องสองปากเชียวนะ"
เธอเองก็สังเกตั้แ่เมื่อวานแล้ว ไม่รู้ว่าล้มหัวฟาดแล้วทำให้สมองเปลี่ยนไปหรืออย่างไรกัน มีอย่างที่ไหนหันกลับมาเถียงเธอคอเป็เอ็น ทุกทีพูดอะไรก็ไม่พูดยอมทำตามที่้าทุกอย่าง แล้วอย่างนี้จะให้เธอยอมได้อย่างไร ปล่อยให้อดเสียให้เข็ด แต่ถ้าคิดได้เมื่อไรแล้วเข้ามาขอร้องเธออาจจะยอมใจอ่อนอภัยให้สักครั้งก็แล้วกัน เพราะเธอเองก็อยากให้เ้าตัวกลับมาทำงานเหมือนเดิม ต้องยอมรับว่าสะใภ้ของเธอทั้งสองคนทำอะไรไม่ได้เื่สักอย่างเดียว เก่งแต่เื่ปากมาก
"จริงอย่างที่แม่พูดค่ะ แล้วแม่สามีจะไปไหนหรือคะ"
เมื่อเห็นแม่สามีพูดเสร็จแล้วกำลังจะเดินไปทางห้องของพี่หวังิ่ จึงได้ถามขึ้น
"ฉันจะไปดูสักหน่อย ว่าลูกเลี้ยงของฉันแอบเก็บเงินเอาไว้อีกหรือเปล่าน่ะสิ มีอย่างที่ไหน แอบเก็บเงินเอาไว้ไม่บอก เงินพวกนั้นมันต้องเป็ของฉันถึงจะถูก
"จริงอย่างที่แม่สามีว่าค่ะ"
"ใช่ค่ะ เงินทุกหยวนมันควรที่จะเป็ของบ้านเรา"
การเข้ากันได้ดีของแม่สามีและลูกสะใภ้ เป็ไปในทางเดียวกัน เพราะด้วยนิสัยที่เหมือนกันนั่นเอง จึงได้เข้าไปรื้อค้นในห้องของเย่หวังิ่ทุกซอกทุกมุม แต่ก็ต้องพบกับความผิดหวังกลับไป เพราะไม่ได้เห็นอะไรเลยสักอย่างนอกจากห้องที่ว่างเปล่าเท่านั้น
( ฝากติดตามด้วยนะคะ )