บทที่ 33 ขนมข้าวหนียวทอด*[1]
"เหอะ! นายไม่รู้หรอก เมื่อวานหลี่ชุ่ยชุ่ยยังหน้าด้านจะมาขอซื้อน้ำมันจากพวกเราอีกนะ" เธอเหยียดหยัน
"เื่ได้เปรียบแบบนี้ ฉันไม่มีทางยอมหรอก"
พูดจบ เธอก็เลิกคิ้วขึ้นอย่างเธอเล่ห์ "ส่วนเย่จื้อผิง น่ะเหรอ ทำเป็น่าสงสารหลอกล่อจนได้ข้าวจากบ้านเราไปตั้งเยอะ"
"ต่อไปอย่าให้พวกมันตกอยู่ในมือฉันเชียวล่ะ ฉันจะทำให้มันรู้สำนึกบ้าง"
ลู่เฟิงย่อมเข้าใจความหมายของภรรยาดี
เขาทำได้แค่เอาใจภรรยาไปวัน ๆ จึงเออออไปด้วย "ก็นั่นน่ะสิ พวกมันเ้าเล่ห์นัก"
"รอให้ขาของมันหายแล้วค่อยว่ากัน ถึงตอนนั้นฉันไม่ให้มันทำงานด้วยหรอก"
"ถ้าไม่ได้ฉันคอยหางานให้ทำ ได้คะแนนงาน คงได้แต่กลับไปไถนาอยู่กับหมู่บ้านนั้นแหละ"
จ้าวหลินหลินยิ้มอย่างสมใจ "ถูกต้อง! นายอย่าไปทำเป็คนดีให้เสียเวลาเลย"
หลังจากที่ซุบซิบนินทากันอยู่พักหนึ่ง สามีภรรยาคู่นั้นก็ออกจากบ้านไป
จ้าวหลินหลินและลู่เฟิงต่างก็ได้ลิ้มรสความหอมหวานนี้แล้ว พวกเขาจึงตัดสินใจที่จะประชาสัมพันธ์เื่น้ำมันพืชอย่างเต็มที่
เช้าวันรุ่งขึ้น เย่เสี่ยวจิ่นตื่นขึ้นมาพร้อมกับความสดใส เธอได้กินขนมทอดน้ำมันร้อน ๆ เป็อาหารเช้า
เด็กน้อยเลียน้ำตาลที่ติดอยู่บนนิ้วอย่างเอร็ดอร่อย พร้อมกับทำปากจู๋
"ขนมทอดน้ำมันอร่อยจังเลยค่ะ"
หลี่ชุ่ยชุ่ยยิ้มพลางกล่าว "อร่อยก็จริง แต่ว่ามันเปลืองน้ำมันไปหน่อยนะ"
"ก็พ่อของลูกนั่นแหละ ตามใจลูก ใช้น้ำมันตั้งเยอะแยะเพื่อทอดขนมให้กิน"
เย่เสี่ยวจิ่นพูดทั้ง ๆ ที่ปากยังเต็มไปด้วยน้ำมัน หลี่ชุ่ยชุ่ยจึงหยิบผ้าขนหนูมาเช็ดหน้าให้
เด็กน้อยเอามือลูบท้องของตัวเองเบา ๆ ก่อนจะมองไปที่ขนมทอดที่ยังเหลืออยู่บนโต๊ะ
"หนูขอเอาไปให้พี่รุ่ยเป่ากินสักชิ้นได้ไหมคะ"
หลี่ชุ่ยชุ่ยเป็คนที่รู้จักบุญคุณคน โจวเซียวช่วยเหลือเธอไว้หลายครั้ง เธอก็รู้ดี
“ได้ งั้นลูกเอาไปสองชิ้นสิ ให้พี่น้องโจวกินกัน”
เย่เสี่ยวจิ่นรับชามมาถืออย่างดีใจ แล้ววิ่งออกไป
เย่จื้อผิงเช็ดมือ “มีน้ำมัน มีข้าว มีเสื้อผ้าให้อุ่น มีผ้าห่มหนา ๆ ปิดทับ คงไม่มีเื่อะไรให้ต้องกังวลแล้วละ”
หลี่ชุ่ยชุ่ยยิ้ม “ก็จริงนะ เื่กิน เื่อยู่ เื่ใช้ เื่อะไรจะสำคัญไปกว่านี้อีก”
เย่จื้อผิงหัวเราะร่วน “งั้นฉันไปแบกไม้ท่อนหนึ่งมาทำฝาใหม่ก่อนดีกว่า”
“รับรองว่าจะต้องทำฝาปิดถังน้ำมันของเราให้แ่าเลย”
หลี่ชุ่ยชุ่ยเก็บน้ำมันไว้ในห้องครัวหมดแล้ว เหลือแค่ขวดเล็ก ๆ ไว้
พอถึงเวลาต้องใช้ ก็ค่อยไปหยิบมา
เธอเตือน “ระวังขาด้วยล่ะ อย่าทำให้เป็แผลอีก”
เย่จื้อผิงขานรับ แต่ถ้าเป็งานที่พอทำไหว เขาไม่เคยปฏิเสธ
ขณะที่โจวเหวินรุ่ยกําลังกินยา อาการป่วยของเขาก็ดีขึ้นมาก เดินเหินได้เกือบเป็ปกติแล้ว
เขากำลังถือตะกร้าดักปลาอยู่สองอัน แล้วก็ได้ยินเสียงฝีเท้า พอหันไปมองก็เห็นเย่เสี่ยวจิ่นเดินเข้ามา
เขาดีใจมากรีบออกไปต้อนรับ “จิ่นเป่า ฉันกำลังจะไปหาเธอพอดีเลย”
“นายทานข้าวเช้าหรือยัง” เย่เสี่ยวจิ่นยื่นชามให้เขา “ขนมข้าวหนียวทอดอร่อยมาก ลองทานตอนร้อน ๆ นะ”
โจวเซียวเดินออกมาจากครัว มือถือไข่ไก่สองฟอง “จิ่นเป่า มาพอดีเลย มากินไข่สิ”
“ไม่เป็ไรค่ะ ไม่เป็ไรค่ะ” ่นี้เย่เสี่ยวจิ่นกินไข่ไก่จนเบื่อแล้ว ไม่อยากกินไข่ต้มอีกแล้ว
“ฮ่า ๆ ๆ ๆ” โจวเซียวมองชามในมือของโจวเหวินรุ่ย “นี่มันขนมข้าวหนียวทอดเหรอ”
"ใช่แล้ว แม่ฉันกำชับให้ฉันเอามาเผื่อพี่ด้วย กินเร็วเถอะ" โจวเหวินรุ่ยและโจวเซียวยื่นมือรับไปกิน
่นี้โจวเหวินรุ่ยเบื่ออาหาร ไม่ค่อยอยากทานอะไร แต่กลับกินขนมข้าวหนียวทอดไปเกินครึ่งชิ้น
ส่วนโจวเซียวหลังจากกินคำสุดท้ายก็เอ่ยปากชม "บ้านเธอใช้น้ำมันอะไร ทำไมมันหอมแบบนี้ ที่หมู่บ้านแจกน้ำมันโหยวไช่ฮวา ไม่เห็นหอมเหมือนของบ้านเธอเลย"
"เธอซื้อที่ไหนเหรอ บอกฉันหน่อยสิ ฉันจะได้ไปซื้อมาทำให้รุ่ยเป่ากินบ้าง"
โจวเหวินรุ่ยพยักหน้าเห็นด้วย "ใช่ อร่อยมากเลย"
เย่เสี่ยวจิ่นลังเลอยู่ครู่หนึ่งจึงตอบกลับไป "เื่นั้น... พี่ไปถามพ่อกับแม่ฉันดูสิ ฉันไม่ค่อยรู้เื่พวกนี้หรอก"
"จิ่นเป่า" โจวเซียวที่กำลังวุ่นกับงานร้องบอก "ฝากเธอถามพ่อกับแม่ให้หน่อยสิว่ายังมีขายอีกไหม"
"สองวันมานี้มีคนมาขายน้ำมันในหมู่บ้าน ราคาถูกมาก ฉันรู้ว่าของถูกของแพงมันต่างกัน"
"ถ้าขายแค่ 9 เหมาต่อ 1 จิน ฉันก็อยากซื้อเก็บไว้สัก 30 จินเหมือนกัน"
เย่เสี่ยวจิ่นพยักหน้ารับปาก
ในใจเธอกำลังคำนวณราคาอยู่ เก้าเหมาต่อหนึ่งจิน นี่มันราคาดีไม่ใช่เล่น
สามสิบจินก็ปาเข้าไปตั้งยี่สิบเจ็ดหยวนแล้ว
โอ้โห... รวยเป็เศรษฐีเลยนะเนี่ย
น้ำมันชาที่ขายในตลาดยังแค่เจ็ดเหมาต่อหนึ่งจินเอง
ถ้าเธอมีถั่วลิสงเยอะ ๆ แบบนี้ก็คงดี
ยุคไหนสมัยไหน เงินก็เป็ของสำคัญทั้งนั้นแหละ
ยิ่งอีกสองปีข้างหน้า ที่ดินจะถูกแบ่งให้ชาวบ้านทำกิน ต้องใช้เงินทุนตัวเองอีก
"จิ่นเป่า เธอกำลังคิดอะไรอยู่เหรอ ได้ปลาไหลบ้างหรือยัง"
รู้สึกตัวอีกที ก็ทำให้นึกขึ้นได้ว่าดูเหมือนว่าตัวเองได้เอาตะกร้าดักปลาไหลทิ้งไว้ที่นาข้าว
หลังจากนั้นก็มัวแต่วุ่นอยู่กับการทำน้ำมันถั่วลิสง จนลืมเื่นี้ไปเสียสนิท
"ตายแล้ว ลืมไปเลย" เธอกะพริบตาปริบ ๆ "งั้นฉันไปเก็บกลับมาก่อนนะ"
โจวเหวินรุ่ยเดินตามเธอออกมา
ณ ทุ่งนา
เธอนั่งยอง ๆ อยู่ริมคันนา หยิบตะกร้าดักปลาไหลใบแรกขึ้นมาเขย่า ๆ พบว่าข้างในนั้นหนักเอาเื่
"ปลาไหล จิ่นเป่า... แล้วก็งูด้วย!"
เธฮรีบพูดขึ้นว่า "ไม่ใช่งูหรอก นั่นปลาไหลนาต่างหาก"
โจวเหวินรุ่ยยังคงแยกไม่ออกระหว่างปลาไหลนากับงู เขาถอยหลังไปสองก้าวด้วยความกลัว
บนใบหน้าเล็ก ๆ เผยให้เห็นถึงความลังเล "จิ่นเป่า หรือว่าจะเป็งูจริง ๆ งูกัดคนตายได้นะ"
"ไม่ใช่นะ" เธอพูดพลางทำท่าเอานิ้วจิ้มลงไปในตะกร้าใส่ปลาไหลที่ถืออยู่
"อย่านะ จิ่นเป่า" โจวเหวินรุ่ยรีบคว้ามือเธอไว้ ดวงตากลมโตฉายแววตื่นตระหนก "ถ้าจิ่นเป่าเป็อะไรไป ฉันจะเสียใจมากนะ"
เธอหัวเราะคิกคัก ก่อนจะคว้ามือเขาเอานิ้วจิ้มลงไปในตะกร้า
"ฮืออออ" โจวเหวินรุ่ยร้องไห้จ้าด้วยความใ
แต่ไม่นานเขาก็รู้ว่าไม่ได้มีอะไรกัดเขา
"เจ็บไหม" เย่เสี่ยวจิ่นถาม
"ไม่เจ็บ" โจวเหวินรุ่ยส่ายหน้า น้ำตาคลอเบ้า
"ใช่แล้ว งูกัดคนเจ็บนะ ปลาไหลไม่กัดคน" เธออธิบาย
"แต่จิ่นเป่าร้ายกาจ" โจวเหวินรุ่ยบ่นกระปอดกระแปด
เขาทำหน้าเหมือนหญิงสาวน้อยใจ ก่อนจะเดินนำหน้าไปคนเดียว
“ฉันก็ไม่ได้พูดเกินจริงสักหน่อย นายนั่นแหละไม่เชื่อเอง”
“นายนี่ขี้กลัวจริง ๆ เลย เป็เด็กขี้โรคหรือไง”
เย่เสี่ยวจิ่นปลอบโจวเหวินรุ่ยสองสามประโยค จากนั้นก็พาเขาไปยังจุดต่อไป
ตะกร้าดักปลาไหลตัวที่สองนั้นเบากว่าเดิม แต่ข้างในก็ยังมีปลาไหลดิ้นอยู่ และปลาไหลก็ดูตัวใหญ่มาก
“ปลาไหลตัวใหญ่มากเลย” โจวเหวินรุ่ยถือตะกร้าอันที่สอง แอบมองเข้าไปข้างใน ก็เห็นว่าเป็ปลาไหลจริง ๆ
“แสดงว่าที่นี่ใช้ได้ พรุ่งนี้เรามาลงตรงนี้อีก”
ส่วนตะกร้าอันที่สาม เย่เสี่ยวจิ่นกลับไม่ค่อยได้อะไร มีแค่ลูกปลาไหลตัวเล็ก ๆ ไม่กี่ตัว
เธอส่ายหน้าอย่างเสียดาย “ครั้งหน้า เราจะไม่วางตะกร้าอันที่สามไว้ตรงนี้แล้ว ที่นี่ปลาไหลน้อยเกินไป”
“เราต้องหาที่ที่ปลาไหลเยอะที่สุด ถึงจะจับปลาได้อย่างคุ้มค่า”
[1] ขนมข้าวหนียวทอด (油炸糍粑) เป็ขนมของจีนแบบดั้งเดิมที่ทำจากข้าวเหนียวโขลกเป็แป้ง มักปั้นเป็รูปทรงลูกบอลหรือทรงลูกบาศก์ และมักจะทอดหรือนึ่งก่อนเสิร์ฟ