บทที่ 23
“แอมไม่เป็นอะไรค่ะพี่กฤษณ์ แอมแค่คิดอะไรเพลิน.. เออ.. ส่วนพี่ริสา แกเพิ่งออกไปเมื่อกี้นี้เอง” แอมที่ไม่อยากจะบอกกับกฤษณ์เกี่ยวกับเรื่องที่เธอได้คุยกับริสา เพราะบางเรื่องยังไม่รู้มันก็ยังจะดีกว่า“อย่างนั้นเหรอ ...ริสาคงไปกับผู้ชายคนนั้นซินะ” กฤษณ์พูดออกมาพร้อมกับทำสีหน้าเศร้าๆ แอมที่เห็นรุ่นพี่เป็นอย่างนี้ มันทำให้เธอไม่สามารถเอ่ยอะไรออกมาเป็นคำพูดได้เลยสักคำ กฤษณ์มองไปที่กิริยาของแอมที่มันดูได้ง่ายๆ เขาก็รู้ได้ทันทีว่าริสาคงไปกับเจ้าหมอนั่นทันที มือของเขาค่อยๆกำแน่น น้ำตาเริ่มที่จะซึมๆรอบดวงตา ‘ทั้งๆที่ผมบอกให้คุณรอผม รอที่จะไปเจอเขาคนนั้นด้วยกัน แต่ทำไมเธอถึงกลับไม่ต้องการให้ผมไปด้วย ยิ่งคิดมันก็ยิ่งน้อยใจ ตอนที่รู้ว่าคุณไปโดยที่ไม่บอกกับเขามันก็ยิ่งเจ็บ มันเจ็บมากจริงๆ’ ในตอนนี้ในใจของกฤษณ์มันเศร้ามาก เขาใจหายตั้งแต่พยาบาลชั้นที่ริสาอยู่บอกว่าเธอลงมาข้างล่างแล้ว เขาคิดว่าเธอจะมารอเขาข้างล่าง ทั้งๆที่รู้อยู่แล้วในใจว่ามันไม่ใช่อย่างนั้น “พี่กฤษณ์ โอเคไหมคะ...” แอมพูดออกมาได้แค่นี้ก่อนจะชี้ไปยังที่รถคันหนึ่ง แต่รุ่นพี่ของเธอกลับยิ้มออกมาด้วยรอยยิ้มอันแสนเศร้า ไม่มีใครรู้เลยว่าตอนนี้เขาคนนี้กำลังคิดอะไรอยู่ กฤษณ์เดินไปทางประตูอย่างเงียบๆ ท่ามกลางสายตาของแอมที่สงสารรุ่นพี่ของเธอเป็นอย่างมาก เธอจึงค่อยๆเดินตามกฤษณ์ไปอย่างช้าๆ “ผมจะไป.. ผมจะไปดูผู้ชายที่คุณเลือก...” กฤษณ์กล่าวออกมาเบาๆ พร้อมกับมองไปยังรถคันหนึ่งขับออกไปอย่างช้าๆที่มีแฟนสาวของเขานั่งไปกับรถคันนั้น ภายในรถยนต์ของอาร์ทที่ตอนนี้ริสาเองก็กำลังทำหน้าเศร้าๆเช่นกัน เธอเห็นกฤษณ์แฟนหนุ่มของเธอยืนอยู่ตรงนั้น มันไม่ใช่ว่าเธอไม่รู้สึกอะไร แต่อาร์ทเป็นคนขอร้องเธอถึงขนาดนี้ ถึงขนาดบอกกับเธอล่วงหน้าบางส่วนแล้วก็ตาม แต่เธอก็ยังเศร้าอยู่ดี เศร้าที่เห็นชายเป็นที่รักต้องเสียใจ“ไม่เห็นจำเป็นต้องทำหน้าอย่างนั้นเลยนี่นา.. เดี๋ยวทุกอย่างมันก็ดีขึ้นเอง คิดว่ามันเป็นบทพิสูจน์รักแท้ก็แล้วกันนะ” อาร์ทยิ้มออกมาให้กับริสา“อาร์ท... ใครมันจะไปทนไหวกันล่ะ นั่นคนที่ฉันรักเลยนะ... แล้ว.. แล้วนายมีแผนยังไงต่อ ฉันขอเตือนหน่อยนะ ถ้ามันไร้สาระ ฉันเอานายตายแน่” ตอนนี้สีหน้าของริสาดูจริงจังมาก อาร์ทยิ้มแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา มันทำให้ริสารู้สึกโมโหมาก “เหยื่อตามเรามาแล้วล่ะ...” เวลาผ่านไปสักพัก จู่ๆอาร์ทก็กล่าวออกมาลอยๆ และเขาก็หยิบมือถือขึ้นมากดโทรออกไปยังหมายเลขล่าสุดทันที “เหยื่อตามมาแล้ว.. เตรียมจัดการได้”จากนั้นเขาก็วางสายพร้อมกับเร่งเครื่องเพิ่มความเร็วอีกนิดหน่อยในขณะเดียวกันนั้นเอง “รีบตามรถคันนั้นไปเร็ว ผมจะให้พิเศษกับคุณถ้าคุณตามรถนั้นไปทัน” กฤษณ์กล่าวออกมาอย่างร้อนรน เวลาเดียวกันนั้นเองก็มีรถอีกคันขับตามแท็กซี่ของกฤษณ์มาอีกคันหนึ่ง“ลุงคะ ตามแท็กซี่คันนั้นไปเลยค่ะ...” และนั่นคือแอมที่เป็นห่วงความสัมพันธ์ของรุ่นพี่ของเธอ และเธอเองก็อยากจะรู้ว่านายอาร์ทคนนั้นเป็นอะไรกับพี่ริสากันแน่ รถของอาร์ทได้มาจอดยังร้านอาหารแห่งหนึ่งมีอยู่ชานเมือง จากนั้นทั้งสองก็ลงมาจากรถ แน่นอนว่าแท๊กซี่ของกฤษณ์ก็มาหยุดอยู่บริเวณนั้นเช่นกัน เขาจ่ายเงินไปแล้วเดินเข้าร้านอาหารไปอย่างเนียน ส่วนแอมก็ได้แต่ดูลาดเลาอยู่ด้านนอกร้านอาหาร อาร์ทกับริสาเดินเลือกที่นั่งติดกระจกของร้าน เพราะเขาตั้งใจที่จะให้กฤษณ์มองเห็นพวกเขาสองคนหวานกันได้อย่างชัดเจน แต่เขาไม่คิดเลยว่ากฤษณ์จะกล้าเข้ามาภายในร้าน ไม่พอยังมานั่งใกล้ๆเขาอีกต่างหาก ที่นั่ง กฤษณ์เองก็เลือกมันได้อย่างดี เขาจึงหันไปส่งสัญญาณให้กับริสาได้รู้ตัวว่ากฤษณ์อยู่ใกล้ๆ“ร้านอาหารนี้เป็นร้านประจำของผมเลยนะครับ... พนักงาน.. เอาเหมือนเดิมสองที่” อาร์ทกล่าวกับพนักงานสาว แน่นอนว่าเธอคนนี้ก็ยิ้มให้เขาก่อนจะโค้งรับคำสั่ง พนักงานคนนี้ก็พยักหน้าให้กับบริกรภายในร้านอีกทีหนึ่ง“ไม่ทราบว่าจะรับอะไรดีครับคุณลูกค้า..” กฤษณ์ที่ตอนนี้ไม่สนใจเมนูอาหารเลย เขากำลังตั้งใจที่จะฟังทั้งสองโต๊ะใกล้ๆคุยกันมากกว่า และไม่อยากให้ทั้งสองรู้ตัวว่าเขาอยู่ตรงนี้ เขาจึงชี้ๆเมนูอาหารอย่างส่งๆไป“กรุณารออาหารสักครู่นะครับ...” บริกรชายยิ้มออกมาก่อนที่จะซัดฝ่ามือไปยังหมอกฤษณ์ในทันทีตุบ! เคล้ง!! เสียงข้าวของบนโต๊ะตกแตกกระจาย และร่างของหมอกฤษณ์เองก็กองลงไปกับพื้น ก่อนจะถูกล็อกแขนให้ลุกขึ้นมา บริกรคนนั้นพาร่างของกฤษณ์ที่กำลังมึนงงกับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น“แกเป็นใคร!! ...” อาร์ทถามออกไป ก่อนที่เท้าจะไปสะกิดริสาเพื่อให้สัญญาณว่าให้เล่นละครตามน้ำได้แล้ว “แกตามฉันกับริสามาทำไม..” อาร์ทยังทำเสียงเข้มๆ เพื่อให้การแสดงนี่ดูเนียนที่สุด บริกรค้นตัวของกฤษณ์ และพบกับป้ายประจำตัวหมอ“ท่านรองประธานครับ เขาเป็นหมอที่โรงพยาบาลของคุณริสาครับท่าน” บริกรยื่นบัตรประจำตัวมาทางอาร์ท ก่อนที่อาร์ทจะหยิบออกมา และพูดขึ้นมาถามกับริสา“นี่มันหมายความว่ายังไงกันล่ะริสา.. ทำไมเจ้าหมอนี่ถึงได้ตามเธอมา พวกเธอสองคนเป็นอะไรกันอย่างนั้นเหรอ” อาร์ทกล่าวพร้อมกับยิ้มๆออกมา“ไม่มีอะไรหรอก.. เขาเป็นลูกน้องของฉันเอง เขาชอบยุ่งเรื่องของชาวบ้านบ่อยๆนะ” ริสากล่าวออกมาอย่างนั้นโดยที่ดึงสีหน้าลงไปเล็กน้อย ตอนนี้เองก็เธอตกใจเหมือนกัน เพราะหลังจากที่อาร์ทให้สัญญาณมาทุกอย่างมันก็เกิดขึ้นเร็วมาก“ทำไมเธอถึงได้พูดอย่างนั้นล่ะ... เราเป็นแฟนกันไม่ใช่หรือไง.. บอกเขาไปแล้วกลับมาหาผมเถอะนะ” กฤษณ์กล่าวขอร้องด้วยน้ำเสียงที่เศร้าๆ ริสาที่ได้ยินก็เงยหน้าขึ้นมาแสดงบทของตัวเองต่อไป“ทำไมถึงได้โง่อย่างนี้... ฉันกำลังช่วยนายอยู่นะ ..” ริสากล่าวออกมาพร้อมกับน้ำตา“อย่างนี้นี่เอง... แฟนของเธอที่เป็นหมอคนนั้นซินะ... เธอควรจะเงียบๆไป.. เอ๊ะ ไม่ซิ อย่างนี้น่าจะสนุกกว่า.. แล้วถ้าฉันให้เธอเลือกระหว่างชีวิตของแม่เธอกับผู้ชายคนนี้ล่ะ ฮ่าๆ ผมล่ะสงสัยจริงๆ ว่าเธอจะเลือกใคร” อาร์ทพูดเหมือนกับตัวร้ายในละครหลังฉาก ตอนนี้ริสาไม่รู้จะตอบยังไงดี เธอเงียบลงไป“อาร์ทคะ อย่าทำอย่างนี้เลยนะคะ ฉันขอบคุณที่คุณช่วยชีวิตแม่ของฉัน แต่ฉันขอร้องได้ไหม ปล่อยแฟนของฉันไปเถอะ เขาไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องนี้.. ฉัน...ฉันจะยอมเป็นภรรยาของคุณค่ะ...ได้โปรดปล่อยเขาไปเถอะ” ริสากล่าวออกมา กฤษณ์ที่ได้ยินก็เข้าใจได้ทุกอย่าง เขามองไปยังอาร์ทด้วยสายตาอาฆาตแค้นที่กล้ามาขู่แฟนสาวของเขาอย่างนี้ อาร์ทที่ได้ยินก็พิงหลังลงไปที่พนักเก้าอี้ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างกับตัวโกง “ถือว่าเธอฉลาดไม่น้อยเลยทีเดียว... แล้วเธอคิดว่าทำไมผมถึงพาเธอมาทานอาหารที่ห่างไกลขนาดนี้กันล่ะ.. แล้วทำไมลูกค้าไม่มีเลยสักคนล่ะ.. เธอคิดจริงๆหรือว่าผมจะไม่สืบข้อมูลของคุณมาก่อนที่จะมาพบกับเธอ...” อาร์ทยิ่งกล่าวตอกย้ำออกมา“แก!!! ทั้งหมดเป็นแผนของแกซินะ... ทำไม!! ทำไมแกต้องทำกับริสาอย่างนี้ แกกำลังทำร้ายความรู้สึกของเธออยู่ แกรู้ตัวบ้างไหม” กฤษณ์กล่าวออกมาพร้อมกับน้ำตาที่ไหลรินออกมา เขาทั้งโกรธ โมโหที่ตัวเองทำอะไรไม่ได้เลยในตอนนี้“แกกล้ามากนะที่พูดกับฉันอย่างนี้.. ถ้าริสาจะขอให้ไว้ชีวิตแก.. แต่ก็ไม่ได้บอกนี่นาว่าให้นายกลับไปครบ 32 ....” อาร์ทพยักหน้าให้กับบริกรเล็กน้อย และบริกรเหล่านั้นก็เป็นลูกน้องหน่วยของอาร์ทเอง ร่างของกฤษณ์ถูกลากออกไปพร้อมกับเสียงโวยวายของทั้งกฤษณ์ และเสียงขอร้องของริสา