การทดสอบเริ่มเข้าใกล้จุดสิ้นสุดแล้ว หากนับตามวันที่เข้ารับการทดสอบนี่ก็จะเป็วันที่สิบสอง ฮุ่ยิจัดการอาหารตรงหน้าให้หมดเพื่อเตรียมตัวในการทดสอบวันนี้ ฮุ่ยิทอดมองออกไปด้านนอกเหมือท้องฟ้าจะครึ้มกว่าทุกวัน ฮุ่ยิถอนหายใจออกมาเล็กน้อยไม่รู้ทำไมวันนี้รู้สึกไม่ค่อยดีเหลือเกิน ยกถาดอาหารเก็บเข้าที่ก่อนจะเดินไปรวมกับผู้เข้าร่วมทดสอบที่เหลือที่ห้องตำหนักรอง เข้ามาด้านในตำหนักรองนี้ขนาดเท่ากับพระตำหนักฝั่งขวาแค่เพียงที่ไม่มีเวที ที่ว่างด้านหน้าเก้าอี้กษัตริย์มีโต๊ะอยู่สิบตัววางเรียงอยู่โดยทุกตัวมีพู่กันและหนังสือหนึ่งเล่มวางเอาไว้ ฮุ่ยิเลือกนั่งที่โต๊ะด้านหลังสุดก่อนจะหันมองรอบๆ ไม่นานฮองเฮาได้เดินทางเสด็จทุกคนพร้อมใจกันน้อมคำนับ ขันทีกล่าวเปิดการทดสอบพร้อมทั้งอธิบายกติกาในการทดสอบ
“การทดสอบในวันนี้เป็การทดสอบเชิงไหวพริบ ผู้เข้าร่วมการทดสอบทุกคนจะต้องตอบคำถามที่อยู่ในหนังสือตรงหน้าของท่าน โดยคำตอบนั้นจะต้องถูกต้องทุกประการห้ามผิดแม้แต่ข้อเดียว หากผู้ที่ตอบผิดจะต้องออกจากวังหลวงโดยทันที บัดนี้ถึงเวลาอันสมควรแล้ว ขอให้ทุกท่านเริ่มการทดสอบได้”
เมื่อขันทีพูดจบทุกคนต่างเริ่มลงมือทำการทดสอบทันที ฮุ่ยิทำการเปิดหนังสือตรงหน้าไล่อ่านโจทย์แรกทีละตัวอักษร
‘หากตัวผู้อ่านเป็โอเมก้าที่อยู่ในสังคมที่อาศัยอยู่มีอัลฟ่าและเบต้าเพียงคนเดียว ท่านจะเลือกเข้าสังคมหรือไม่ เพราะเหตุอันใด’
เมื่ออ่านจบฮุ่ยิก็ลงมือเขียนคำตอบของตัวเองทันที ข้อแรกมันไม่ได้ยากมากฮุ่ยิสามารถตอบมันได้อย่างได้ง่ายดาย ผ่านไปราวชั่วโมงการทดสอบยังคงผ่านไปด้วยดี บรรยากาศรอบห้องเงียบสนิทจนไม่นานจู่ๆก็มีบางอย่างหล่นออกมาจากเสื้อของฮุ่ยิ ไม่ทันได้หยิบหนึ่งในทันทีก็เข้ามาหยิบมันทันทีก่อนจะเอ่ยบางอย่างออกมา
“นี่คือเฉลยข้อสอบการทดสอบ เหตุใดเ้าจึงมีมันได้”
เมื่อได้ยินขันทีเอ่ยเช่นนั้นทุกคนในห้องต่างเอ่ยเสียงฮือฮาทันที ฮุ่ยิมองสิ่งที่อยู่ในมือของขันทีผู้นั้นก่อนจะส่ายหน้ารัว เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันมาอยู่ที่เสื้อของเขาได้อย่างไร
“ข้าไม่รู้ว่ามันมาอยู่ที่ข้าได้อย่างไร”
“แต่เ้าทำผิดกฏ เ้าจะถูกตัดสิทธิ์ ถูกจับคุมขังคุกกลางและไม่มีสิทธิ์โต้เถียงใดๆทั้งสิ้น”
ยังไม่ทันที่ฮุ่ยิจะได้เอ่ยโต้ตอบเหล่าทหารกว่าสองนายก็พุ่งเข้าจับกุมทันที ฟางเหนียงที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดเอ่ยห้ามเอาไว้ก่อนเพื่อ้าฟังคำแก้ต่างของฮุ่ยิ
“ช้าก่อน ข้าอยากคำฟังแก้ต่างของเขาก่อน”
“แต่ชายผู้นี้ทำผิดกฏนะพ่ะย่ะค่ะ เขาจะต้องถูกลงโทษ”
“ข้ารู้ แต่การที่เราไม่ให้เขาได้แก้ต่างมันก็เกินเหตุ”
“แต่…”
“เ้าจะบอกว่าแม้แต่ข้าที่เป็จักรพรรดินีก็ไม่สามารถฟังคำแก้ต่างได้งั้นรึ”
ฟางเหนียงเอ่ยถามขันทีด้วยน้ำเสียงที่นิ่งเรียบก่อนเบนสายตามองฮุ่ยิ ตามกฏของวังหลวงผู้กระทำผิดไม่มีสิทธ์แก้ต่างใดๆทั้งสิ้นแต่อาจเป็เพราะอีกฝ่ายคือฮุ่ยิ เพื่อนคนแรกของเธอฟางเหนียงอยากจะช่วยและภายในใจลึกๆก็ยังคงเชื่อว่าฮุ่ยิไม่ใช่คนทำอย่างแน่นอน
“ข้ามิบังอาจพ่ะย่ะค่ะ”
เมื่อทุกอย่างเข้าที่ฟางเหนียงจึงเริ่มสอบสวนฮุ่ยิเป็อันดับแรก
“คำถามข้อแรก เ้ารู้หรือไม่ว่าสถานที่ที่จัดเก็บเฉลยการทดสอบอยู่ที่ใด”
ฮุ่ยิส่ายหน้ารัวก่อนจะเอ่ยออกมาตามความจริง เขาไม่รู้ว่าสถานที่ที่ฟางเหนียงเอ่ยถึงคือที่ใดแล้วมันมีอยู่จริงหรือไม่ อีกอย่างเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่านั่นคือเฉลย
“ข้าไม่รู้พ่ะย่ะค่ะ ข้าไม่รู้ว่าที่นั่นคือที่ใด แล้วข้าก็ไม่รู้ด้วยว่าที่ว่านั่นมีจริงหรือไม่”
“แล้วหลังฟ้ามืดเ้าอยู่ที่ใด”
“หลังจากออกไปทำธุระข้างนอกข้าก็อาศัยอยู่ที่พักตลอดพ่ะย่ะค่ะ ข้าไม่ได้ไปไหนเลย”
ฟางเหนียงคิ้วขมวดมองอีกคน สงสัยกับสิ่งที่ฮุ่ยิเอ่ยก่อนจะกล่าวถาม
“เ้าออกไปทำธุระเพราะเหตุอันใด”
“ข้าออกไปทำธุระแทนอ้ายฉิงที่เจ็บเท้า พอกลับมาข้าก็ที่ห้องพัก”
“จริงอย่างที่ฮุ่ยิว่าหรือไม่อ้ายฉิง”
อ้ายฉิงที่ได้ยินชื่อเรียกตัวเองกับถึงกับสะดุ้งเฮือก เขาเงยหน้ามองฮองเฮาก่อนจะเบนสายตาไปยังฮุ่ยิที่อยู่แถวเดียวกัน
“ข้าไม่เห็นพ่ะย่ะค่ะ”
คำตอบนั้นทำเอาคนให้ส่งเสียงฮือฮาอีกครั้ง ฟางเหนียงนั่งดูเหตุการณ์อย่างเงียบๆโดยไม่ได้เอ่ยแทรก เธอ้าดูว่าทั้งคู่จะมีใครที่หลุดพูดความจริงออกมาก่อน
“ว-ว่าไงนะ ทั้งที่ข้าอยู่ดูแลเ้าตลอดทั้งคืนเนี่ยนะ”
“ข้าไม่รู้เห็นอะไรทั้งสิ้น! ข้านอนหลับตลอดตื่นมาอีกทีก็ฟ้าสางแล้ว”
“เ้า ทำไมเ้าพูดแบบนี้ ท-ทั้งที่ข้าออกไปเป็ธุระให้เ้าเนี่ยนะ อีกอย่างข้ากลับมาเ้าก็ยังไม่ได้หลับเสียด้วยซ้ำ”
น้ำตาที่เอ่อนองไหลออกมาโดยไม่บอกกล่าว ฮุ่ยิแทบไม่เชื่อหูตัวเองไม่คิดว่าเพื่อนที่เขาจะพึ่งพาในยามยากกับมาหักหลังเอาตัวรอดเพียงคนเดียว
“เ้าเลิกพูดโกหกเสียได้แล้ว! ข้าก็บอกไปแล้วไงว่าข้าไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น”
“เ้าจะมาบอกว่าเ้าไม่เห็นอะไรไม่ได้ในเมื่อก่อนข้ากลับมาเ้ายังคุยกับซิงเยียนอยู่แลย”
พอได้ยินชื่อของซิงเยียนอ้ายฉิงถึงกับพูดไม่ออก เพราะเหมือนเขาจะลืมไปว่าก่อนหน้าที่ฮุ่ยิจะกลับเขาก็ได้เจอกับซิงเยียนเหมือนกัน ฟางเหนียงได้ยินเช่นนั้นจึงหันไปไถ่ถามกับฮุ่ยิทันที
“เ้าจะบอกว่าก่อนหน้านั้นอ้ายฉิงได้พบกับซิงเยียนงั้นรึ”
“เพคะ อีกอย่างข้ายังได้เจอกับเขาครู่ก่อนที่เขาจะจากไปด้วย”
ฟางเหนียงพิจารณาคำแก้ต่างของฮุ่ยิหากเป็ตามที่ฮุ่ยิได้กล่าวอ้างจริงก็เท่ากับว่าซิงเยียนจะเป็พยานสำคัญในเื่นี้
“ฮุ่ยหลิง เรียกซิงเยียนเข้าพบข้า”
“เพคะฝ่าา”
นางกำนัลาุโน้อมรับคำสั่งก่อนจะเดินออกจากห้องไปเหลือเพียงผู้คนภายในห้องและความเงียบ เพียงไม่นานคนที่ถูกเข้าเรียกพบก็ได้ปรากฏตัวให้เห็น ซิงเยียนก้มน้อมคำนับก่อนจะกวาดสายตามองรอบๆเพื่อตรวจสอบสถานการณ์เหมือนว่าที่นี่จะดูตรึงเครียดผิดปกติ
“ตอนนี้ข้ากำลังหาข้อเท็จจริงว่าฮุ่ยิผิดในฐานะที่เป็คนขโมยเฉลยการทดสอบนั่นออกมาหรือไม่ ข้า้าถามเ้าในฐานะพยานคนสำคัญ”
“ยินดีเพคะฝ่าา”
“งั้นข้าจะเริ่มถามเลยละกัน เมื่อวานเ้าได้ไปที่พักฝั่งตะวันตกหรือไม่”
“เพคะ ข้ามีธุระกับฮุ่ยิแต่เขาไม่อยู่ระหว่างนั้นข้าเลยอยู่คุยเล่นกับอ้ยฉิงรอพ่ะย่ะค่ะ”
“หมายความเขาไม่ได้หลับตามคำกล่าวอ้างใช่หรือไม่”
“พ่ะย่ะค่ะ”
“แล้วก่อนที่เ้าจะกลับไปเ้าได้เจอกับฮุ่ยิหรือไม่”
“พบพ่ะย่ะค่ะ เหมือนว่าเขาจะกลับมาจากข้างนอก แต่ถึงกระนั้นตอนที่ข้าเจอฮุ่ยิฟ้าก็เริ่มมืดแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
“พอเ้าได้กลับไปอ้ายฉิงก็ยังคงตื่นอยู่สินะ งั้นก็หมายความว่าอ้ายฉิงเ้าให้ความเท็จ”
“ข้า ข้า…”
“อีกอย่าง ใน่เวลากลางวันซึ่งเป็เวลาที่พระตำหนักหลักไม่มีคนเฝ้าอยู่ หากเป็อย่างที่ซิงเยียนกล่าวมาจริงฮุ่ยิที่ออกไปด้านนอกวังหลวงซึ่ง ณ เวลานั้นเขาไม่สามารถขโมยเฉลยได้ เว้นแต่เ้าเป็คนทำและหาจังหวะที่ฮุ่ยิไม่อยู่จัดฉากนำเฉลยนั่นใส่เอาไว้ในเสื้อของเขาแทน”
เมื่ออ้ายฉิงถูกจับได้ว่าโกหกเขาถึงกับทำตัวไม่ถูก อ้ายฉิงก้มหน้ามองพื้นกัดฟันกำมือแน่น ฮุ่ยิพองเพื่อนรักด้วยน้ำตาด้วยความที่อยากจะไม่เชื่อ
“เ้า เ้าทำอย่างนั้นจริงๆรึ”
“…”
“อ้ายฉิงเ้าตอบข้าสิ” ฮุ่ยิขยับเข้าไปใกล้อ้ายฉิงพลางเขย่าแขนอีกคนเพื่อให้เขายืนยันว่าไม่ทำจริงๆแต่กลับถูกอ้ายฉิงผลักออกจนล้ม
“เลิกทำตัวน่ารำคาญเสียที!!”
“เ้า ทำไม”
“เอาล่ะ อ้ายฉิงเ้าจะยอมรับหรือไม่ว่าเ้าเป็คนทำทั้งหมด”
“พ่ะย่ะค่ะ” สุดท้ายอ้ายฉิงก็ยอมรับ เมื่อได้คนร้ายแล้วฟางเหนียงสั่งให้ทหารเข้าจับอ้ายฉิงเพื่อจะส่งไปยังคุกกลาง ฮุ่ยิเห็นว่าเพื่อนชายจะส่งไปยังคุกเขายันตัวลุกเรียกอ้ายฉิงเอาไว้
“อ้ายฉิง แม้เ้าจะทำเช่นนั้น แต่…เ้าก็คือเพื่อนคนเดียวของข้า”
“เ้าจงเกลียดข้าเถิด เพราะข้าไม่ได้อยากเป็เพื่อนเ้าั้แ่แรกอยู่แล้ว”
ฮุ่ยิยืนมองอ้ายฉิงถูกพาออกจากห้องไปจนลับสายตา ยกมือเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างไม่หยุด หัวใจเจ็บอย่างบอกไม่ถูกแม้อ้ายฉิงจะบอกว่าไม่อยากเป็เพื่อนเขาแต่ฮุ่ยิก็ยังเชื่อสุดใจอาจจะเพราะเขามองว่าอ้ายฉิงคือเพื่อนรักคนเดียวของเขา
ขอบคุณอ้ายฉิง ขอบคุณที่เป็เพื่อนให้กับเขาแม้อีกฝ่ายจะไม่อยากเป็เพื่อนก็ตาม