อลินตาเดินเชิดออกจากสนามบินไปเจอกับเนตรนภาที่อาสามารับตั้งแต่รู้ว่าญาติผู้พี่จะเดินทางมาร่วมเปิดพินัยกรรมเมื่ออลินตาเห็นเนตรนภายืนยิ้มแฉ่งรออยู่ที่รถก็เดินเข้าไปลูบผมเล่นเบาๆเป็นการทักทายซึ่งดูอ่อนโยนราวกับว่าไม่เคยผ่านความโหดร้ายจับผีจับวิญญาณใดๆมาก่อน
“พี่อลินคือเรื่องที่เนตร..” เนตรนภายังไม่ทันจะเกริ่นอลินตาก็ยกนิ้วทำท่าจุ๊ปาก ก่อนจะบอกอีกฝ่าย
“ไปคุยกันในรถ”เมื่อได้ยินอลินตาพูดแบบนั้น ทั้งหมดก็เข้าไปในรถทันทีเป๋าทำหน้าที่โชเฟอร์เช่นเคยโดยมีหมิงเพื่อนรักนั่งไปข้างๆ ส่วนสองพี่น้องนั่งเบาะหลังและแน่นอนเนตรนภาต้องการมารับอลินตาเป็นการส่วนตัวโดยบอกแม่ของเธอเพียงแค่ว่ามาทำบุญ แต่ไม่ได้บอกว่าจะแวะมารับอลินตาด้วยเพราะนี่คงเป็นเวลาเดียวที่จะพูดคุยทุกเรื่องกับอลินตาโดยที่ไม่มีใครส่งกระแสวิญญาณมาแอบฟังได้อย่างแน่นอน!!
ขณะเดียวกันอีกฟากภาคกลางของประเทศไทยเจ้าภูแสนถึงกับยืนกำมือแน่นด้วยความโมโหเมื่อพนักงานที่เคาน์เตอร์ในคอนโดอันเป็นอดีตที่พักอาศัยของอลินตาแจ้งกับเจ้าภูแสนว่าอลินตาได้ย้ายออกไปจากคอนโดเมื่อวันก่อนนี้เอง...
เขามาช้าไปหรือเธอตั้งใจที่จะไม่เจอหน้าเขากันแน่..เจ้าภูแสนได้ถามหาที่พักแห่งใหม่ของอลินตา แต่ก็ไม่ได้ความอะไรเพราะพนักงานก็รู้แค่ว่าที่อยู่ใหม่ของอลินตานั้นอยู่แถบชานเมืองเป็นเรือนไทยเก่าโบราณท้ายหมู่บ้านแห่งหนึ่ง เจ้าภูแสนเข้ามานั่งในรถค่อนข้างไม่สบอารมณ์ผู้หญิงส่วนมากไม่เคยมีใครไม่แยแสเขาถึงเพียงนี้ ผิดกับอลินตาที่ไม่ใช่แค่ไม่แยแสแต่เจ้าตัวทำเหมือนเขาเป็นอากาศธาตุมากกว่าเมื่อคิดมาถึงตรงนี้เจ้าภูแสนก็ค่อยๆ หลับตา แล้วสะกดรอยกระแสดวงจิตของอลินตาไปแต่กลับไร้ร่องรอย!! เก่งนักเรอะอลินตา ฉันไม่ยอมแพ้เธอหรอก เจ้าภูแสนขมวดคิ้วเข้มอีกครั้งไม่ย่อท้อเจ้าชายหนุ่มนั่งทำสมาธิในรถ ไม่นาน...
ออ..เจ้าภูแสนยิ้มกริ่ม เพราะเขานึกถึงสองลูกน้องหนุ่มของอลินตาขึ้นมาได้จากนั้นเจ้าภูแสนก็ค่อยๆ จับกระแสดวงจิตของเป๋ากับหมิง และในที่สุดเขาก็รู้ว่าบ้านใหม่ของอลินตาอยู่ที่ไหนเจ้าภูแสนยิ้มกริ่ม ก่อนจะบอกชัยยันต์ให้ออกรถอย่างรวดเร็วข้างฝ่ายอลินตาเมื่อเข้ามานั่งในรถแล้วก็ทักทายเนตรนภาญาติผู้น้องของตน
“เป็นยังไง? สบายดีไหมเรา?” ซุ้มเสียงผิดกับตอนที่คุยกับนาคทิพย์ราวฟ้ากับหลุมเหว
“ไม่สบายแค่ตอนกลับมาอยู่บ้านเท่านั้นค่ะพี่อลิน”เนตรนภาตอบยิ้มๆ แบบไม่ปิดบัง อลินตายักไหล่อย่างเข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร ก็น่าอยู่หรอกอยู่กับแม่ที่อารมณ์คล้ายๆ คนเป็นไบโพล่าไหนจะยัยแม่บ้านผีปอบนั่นอีก อึดอัดตายแน่ เผลอๆจะโดนยัยแม่บ้านผีปอบอักกินไส้เข้าให้อีกต่างหาก
“แล้วที่เราเพียรโทรหาพี่บอกว่ามีเรื่องจะคุยด้วยนี่คือเรื่องอะไรเหรอ?” เมื่ออลินตาถามมาถึงตรงนี้เนตรนภาก็ยืดตัวนั่งตรง ก่อนจะลดเสียงลงแต่ก็ยังได้ยินชัดเจนทั้งรถ
“เกือบลืมจริงๆ”เนตรนภาเกือบลืมไปแล้วจริงๆกับเรื่องที่เธอต้องการอยากจะพูดคุยกับอลินตาเพราะมัวแต่คิดเรื่องปริศนาในห้องทอผ้านั้นอยู่
“คืองี้ค่ะ เนตรโดนผีหลอกค่ะพี่อลินโดนหลอกที่ด้านหลังหอพัก คือด้านหลังหอพักของเนตรมันจะมีศาลเก่าๆ ตั้งอยู่ เนตรกับเพื่อนไปช่วยกันทำความสะอาดเพราะเห็นว่ามันเงียบจะเอาไว้นั่งอ่านหนังสือกันน่ะค่ะ” อลินตาได้ยินก็ขมวดคิ้ว
“ผีอะไร? แล้วโดนหลอกยังไง?” อลินตารู้สึกว่าเรื่องผีของเนตรนภายังจะดูน่าสนใจกว่าเรื่องผีของนาคทิพย์เสียอีกเนตรนภาเห็นท่าทางอลินตาสนใจก็กระตือรือร้นที่จะเล่าให้ฟังส่วนหมิงกับเป๋าก็หูผึ่งเชียวล่ะ ไม่คิดฝันว่าเรื่องผีๆ สางๆ จะวนเวียนรอบตัวตลอดเวลาเนตรนภาเล่าต่ออย่างเต็มใจเพราะอลินตาดูสนใจเรื่องนี้จริงๆ
“ก็พอเนตรกับเพื่อนทำความสะอาดกันเสร็จแล้วพวกเราก็แยกย้ายกันไปอาบน้ำพักผ่อนห้องใครห้องมัน แต่เนตรชอบบรรยากาศตรงนั้นมากเนตรก็เลยหอบหนังสือลงมาอ่านคนเดียวพออ่านไปสักพัก เนตรก็เคลิ้มๆ คล้ายคนง่วงนอนแต่เหมือนนอนไม่หลับค่ะมันแปลกๆแป๊บเดียวก็เห็นผู้หญิงคนหนึ่งแต่งตัวคล้ายเจ้านางทางเหนือ นั่งเสลี่ยงเข้ามาหามีบ่าวผู้ชายหามเสลี่ยงให้ แต่พอเนตรมองดีๆ เนตรเกือบช็อกเพราะทุกคนไม่มีหัวเจ้านางบนเสลี่ยงนั่งถือหัวตัวเองเข้ามาแล้วยื่นหัวมาหาเนตร พูดกับเนตรเลือดในปากยังทะลักออกมาด้วยนะคะ”เป๋าที่ขับรถอยู่ ถึงกับตาเหลือกหันไปทางหมิงสีหน้าตื่นกลัวส่วนหมิงนั้นก็เผลอจับพระเครื่องที่คอ เออนะฝันแบบนี้ก็พร้อมวิ่งทั้งที่ฝันอยู่นั่นแหละเนตรนภาเล่าต่อเพราะรู้ดีว่าทั้งสามคนจะไม่กล่าวหาว่าเธอเพ้อเจ้อแน่
“เธอบอกว่าฝากกำไลด้วยของสำคัญจากเมืองเชียงภูแสนแต่ทั้งที่พูดน้ำตาของเธอก็ไหลแล้วก็ร้องโหยหวน ทั้งบ่าวที่หามเสลี่ยงมาก็ร้องพร้อมกันด้วยนะคะพอพวกเธอร้องโหยหวนเนตรก็สะดุ้งตื่นขนลุกทั้งตัวเลยค่ะ กำลังจะลุกกลับขึ้นห้องพักอยู่ๆกำไลวงหนึ่งก็หล่นลงมาบนตักเนตรค่ะ” เนตรนภาไม่พูดเปล่าพร้อมกับยื่นห่อผ้าสีขาวส่งให้กับอลินตา
อลินตามองกำไลนั้นพร้อมกับหยิบผ้ายันต์สีน้ำเงินมาใส่มือแล้วจับกำไลโดยมีผ้ายันต์ซ้อนในมือโดยเลี่ยงที่จะจับกำไลนี้ด้วยมือเปล่าเพราะมันอาจจะเป็นอันตรายกับกายเนื้อเธอก็ได้ อลินตาพิจารณาถี่ถ้วนพบว่ากำไลนี้เป็นกำไลทองคำแท้จากนั้นก็เพ่งจ้องด้วยญาณสมาธิอย่างพินิจพิเคราะห์ ก่อนจะเห็นความผิดปกติ นี่ไม่ใช่กำไลธรรมดามันมีอาคมอะไรบางอย่างแฝงอยู่อลินตาคิดไปถึงคำบอกเล่าของเนตรนภาเมืองเชียงภูแสนอย่างนั้นเหรอ! ก่อนจะถามญาติผู้น้องของตนขึ้น
“นี่เขียนว่าอะไร?อลินตาถ่ายรูปตรงคำปริศนาในกำไลก่อนจะส่งภาพให้หมิงทางไลน์ เพราะหมิงเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านภาษาพอสมควรหมิงดูภาพในมือถืออย่างพิจารณาก่อนจะควักแว่นในกระเป๋าออกมาใส่แล้วเพ่งอ่านอักขณะโบราณนั้น
“เหมือนจะเป็นชื่อคนมากกว่านะครับคุณอลิน”อลินตาสนใจมาก รีบชะโงกหน้าไปทางเบาะที่หมิงนั่งอยู่ก่อนจะรีบถามทันที
“ชื่อว่าอะไร?”หมิงดูสักพักก็ตอบน้ำเสียงชัดเจน
“เจ้านางละอองทอง!”อลินตาขมวดคิ้วเรียวสวยไม่เข้าใจ เจ้านางละอองทอง? เจ้านางละอองทองเป็นผีเร่ร่อนได้ยังไง? เมืองเชียงภูแสนใช่ที่เดียวกับคุ้มเชียงภูแสนที่เจ้าภูแสนพูดถึงหรือเปล่า? ต้องมีอะไรเกี่ยวข้องกับที่นั่นโดยตรงแน่ๆ อลินตาครุ่นคิดกับทุกสิ่งที่มันเริ่มเดินเข้ามาหาตัวเธอโดยตรง
ขณะเดียวกันทางด้านเจ้าภูแสนแม้ว่าจะตามกระแสดวงจิตของเป๋าและหมิงไปจนถึงเรือนรูปจันทร์ของอลินตาแล้วแต่ก็พบแต่ความเงียบ และโซ่พร้อมด้วยกุญแจอันเบ้อเร่อคล้องและล็อกประตูรั้วหน้าบ้านอยู่ชัยยันตร์ถึงกับถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะพูดขึ้นอย่างหงุดหงิด
“อย่าบอกนะว่าไม่อยู่อีกเนี่ย..”เจ้าภูแสนเดินเข้าไปจับกุญแจเขย่าๆ หมายใจจะให้มันคลายออกแต่ก็นั่นแหละ ลงอาคมไว้ซะด้วยนะแม่หมอผีคนเก่งเจ้าภูแสนออกมาการหงุดหงิดเช่นเดียวกับองครักษ์ของตน หาตัวยากนักหนาจริงเชียวเจ้าชายหนุ่มจากต่างภพกำมือแน่นด้วยความโมโห เป็นอีกครั้งที่มาแล้วไม่พบมันน่านักและในขณะที่ทั้งสามคนกำลังยืนอยู่หน้าบ้านของอลินตา ด้านหลังก็มีเสียงรถมอเตอร์ไซต์ขับมาจอดใกล้ๆแต่ไม่ได้ดับเครื่อง คนบนรถก็คือลุงเจ้าของบ้านคนเก่า ก่อนที่อลินตาจะมาซื้อต่อนั่นเอง
“มาทำอะไรครับคุณคุณผู้หญิงเธอไม่อยู่หรอกนะครับ..” เจ้าภูแสนรีบหันมาทางต้นเสียงอย่างรวดเร็ว
“เจ้าของบ้านไปไหน?”นี่ขนาดเป็นผู้ชายด้วยกัน ลุงเจ้าของบ้านคนเก่ายังแอบชื่นชมเงียบๆในใจ ว่าแฟนเจ้าของบ้านคนใหม่หล่อไม่เบา...