พลรีบวิ่งเข้าไปดูอาการของคุณตาท่านนั้น พร้อมกับพี่ไรเดอร์รับ-ส่งอาหารที่อยู่บริเวณสี่แยกพอดี พวกเขาสองคนไม่ได้มีเวลาคุยอะไรกันมากนักเพราะสถานการณ์เสี่ยงเป็เสี่ยงตายของคนอยู่ตรงหน้า ทั้งสองแบ่งหน้าที่กันอย่างรู้ใจ พี่ไรเดอร์จะคอยโบกรถให้เลี่ยงบริเวณนี้ออกไป ซึ่งพลก็ทำหน้าที่ดูอาการของคุณตาเบื้องต้น ว่าไปแล้วเขาก็ย่อตัวลงเพื่อเช็กอาการของชายชราคนนี้ทันที..
“ยังมีชีพจร.. าแภายนอกไม่มี.. คุณตาครับ คุณตา.. ไม่ได้สติ คงจะมีาแจากภายใน ไม่มีทางเลือก..คงต้องโทรเรียกรถพยาบาลมาก่อน..”
หลังจากพลตรวจสอบเบื้องต้นเสร็จ เขาเห็นว่าตนไม่สามารถช่วยเหลือไปได้มากกว่านี้แล้ว เขาทำได้อย่างมากก็แค่โทรเรียก 1669 เท่านั้น เขาจึงรีบหยิบโทรศัพท์มือถือโทรออกไปทันที ซึ่งแน่นอนว่าทางปลายสายก็ขอข้อมูลจากพล ทั้งอาการาเ็เบื้องต้น สถานที่ และอื่นๆที่จำเป็ต่อการช่วยเหลือคนเจ็บ..
ไม่นานหลังจากให้ข้อมูลเสร็จ ปลายสายก็ขอเวลา 5 นาทีเพื่อเดินทางไปถึงยังที่เกิดเหตุ และให้พลรออยู่ที่จุดนั้นก่อนเพื่อที่จะให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับเ้าหน้าที่หน้างานอีกครั้ง เมื่อพลที่ได้ยินดังนั้นก็ตอบรับอย่างไม่ได้คิดอะไร ก่อนจะกดวางสายไป..
แต่ทว่าในขณะเดียวกันนั้นเอง ในขณะที่พลวางสาย และก้มย่อตัวลงมาดูอาการของคุณตาอีกครั้ง เสียงของพี่ไรเดอร์คนเดิมก็ะโลั่นมาอย่างสุดเสียง..
“น้องชายยยย! รีบออกมาจากตรงนั้นเร็วเข้า!..”
พลที่ได้ยินดังนั้นก็หันไปทางพี่ไรเดอร์ที่ตอนนี้นอนกลิ้งอยู่บริเวณข้างถนน ซึ่งในแวบแรกเขาไม่เข้าใจเลยว่าพี่ชายไรเดอร์ทำไมถึงไปอยู่ตรงนั้น แต่ในเสี้ยววินาทีเดียวกันนั้นเองเขาก็เข้าใจทุกอย่าง เพราะตอนนี้เขากำลังเห็นรถบรรทุกพุ่งตรงมายังจุดที่พวกเขาอยู่อย่างรวดเร็ว..
“เชี่ยย...” พลสบถออกมาอย่างไม่สุภาพอีกครั้ง ตอนนี้เขาไม่มีเวลามากพอที่จะกล่าว หรือคิดอะไรเพิ่มเติม ตอนนี้เขาต้องรีบออกไปจากจุดนี้ แต่เขาก็ต้องเอาคนเจ็บออกไปจากจุดด้วยเช่นกัน พลรีบเลื่อนมือทั้งสองข้างไปช้อนตัวของคุณตาที่นอนสลบอยู่ขึ้นมาอุ้ม ก่อนจะใช้แรงเท้าทั้งหมดที่มีก้าวพุ่งตัวออกไปจากจุดเดิม..
“อ้าวเฮ้ยยย!...” แต่ทว่าเหตุการณ์มันแปลกมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะจู่ๆรถบรรทุกเ้ากรรมนายเวรคันเดิมก็หักรถพุ่งมาทางที่พลนั้นหลบเบี่ยงตัวไป เขาไม่มีเวลาคิดเลยด้วยซ้ำว่าคนขับคนนั้นทำอย่างนี้ไปเพื่ออะไร เขารู้เพียงอย่างเดียวนั้นก็คือต้องหลบให้พ้น ถ้าไม่อย่างนั้นเขาก็คงมีสภาพที่ย่ำแย่ไม่ตกตายก็เลี้ยงไม่โตเป็แน่..
‘ฉันจะมาตายตรงนี้ไม่ได้!..’
พลกล่าวคิดในใจ ก่อนจะใช้แรงอีกเฮือกสุดท้ายก้าวเท้าวิ่งะโหลบ ไม่ว่าใครที่อยู่บริเวณนั้นก็คิดว่าพลกับคุณตานั้นจะไม่รอดแล้ว แต่ปาฏิหาริย์ยังคงมีจริง ตัวของพลสามารถหลบได้อย่างฉิวเฉียด และด้วยการที่ต้องใช้แรงทั้งหมดในการะโหลบรถบรรทุกนั้น คุณตาที่อยู่ในอ้อมอกก็หลุดมือเขาไปกระแทกกับพื้นดินตรงเกาะกลางถนน ส่วนตัวของพลก็ได้แผลถลอกตามแขนขาไม่น้อยเช่นกัน..
“เฮ้ยย! น้องชาย..เป็อะไรหรือเปล่า” พี่ไรเดอร์คนเดิมที่ตั้งตัวได้แล้วก็รีบวิ่งเข้ามาหาพลทันที..
“นึกว่าจะตายแล้วพี่.. แต่ผมไม่ไหวแล้ว” พลกล่าวอย่างอ่อนแรง สติของเขาก็ค่อยๆเลือนลางไปพร้อมกับเสียงของรถพยาบาลฉุกเฉินที่ดังลั่นไปทั่วบริเวณ ภาพสุดท้ายที่เขาเห็นนั้นก็คือเหล่าพยาบาลกำลังพยายามแบกตัวของเขา และคุณตาที่เขาได้ช่วยเหลือชีวิตเอาไว้ขึ้นรถเพื่อนำส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาล จากนั้นสติที่หลงเหลืออยู่น้อยนิดก็ดับลงไป..
..อีกด้านหนึ่งที่คฤหาสน์สุดหรูหรา..
“พวกแกว่ายังไงนะ.. ไม่สำเร็จ!.. พวกแกทำงานกันยังไง ฉันเสียเงินจ้างพวกแกไปตั้งเยอะ แค่จัดการกับคนแก่ๆหน้าโง่นั่นคนเดียวก็ยังทำกันไม่ได้.. ไอ้พวกไม่ได้เื่” ชายวัยกลางคนกล่าวออกมาอย่างหัวร้อน เขามีชื่อว่า ‘สมกิต’ และเขาก็ยังเป็หนึ่งในเ้าของห้างดังแห่งหนึ่ง โดยการถือหุ้นส่วนมากถึง 23 เปอร์เซ็นต์ของทั้งหมด
“ขอโทษครับเสี่ย เป้าหมายถูกช่วยเหลือจากชายหนุ่มนิรนามคนหนึ่งครับ ถึงแม้ว่าเราจะใช้รถบรรทุกเพื่อจัดการซ้ำแล้ว แต่เป้าหมายก็ยังรอดมาได้ ทั้งหมดนี้ก็เป็เพราะชายหนุ่มคนนั้นครับ” ปลายสายกล่าวกับเ้านายผู้จ้างวานฆ่า เขาถูกว่าจ้างให้ทำอย่างไรก็ได้ให้ทุกอย่างเหมือนกับอุบัติเหตุ แต่ดูเหมือนว่าแผนการในครั้งนี้มันจะพังลง เพราะชายหนุ่มคนหนึ่ง หรือก็คือพลนั่นเอง
“เหอะ! ข้ออ้างชัดๆ พวกแกทำงานไม่สำเร็จเอง แล้วมาโทษคนอื่น.. ฉันบอกเอาไว้ก่อนเลยนะว่า ถ้าไอ้แก่นั่นไม่ตาย ฉันจะไม่จ่ายเงินพวกแกอีกแม้แต่สตางค์เดียว..” สมกิตกล่าว
“ไม่ต้องห่วงครับเสี่ย เราจะจัดการตาแก่นั่นที่โรงพยาบาล และโบ้ยความผิดให้กับชายหนุ่มคนนั้นเองครับ.. แต่ผมก็มีเื่ที่อยากให้เสี่ยช่วยจัดการครับ..” ปลายสายกล่าวกับสมกิต
“ให้ฉันช่วย?.. ช่วยเื่อะไร? แกไม่คิดว่ามันจะสาวมาถึงตัวฉันได้หรือยังไง ถ้าฉันจะต้องลงมือทำเองฉันก็คงไม่จ้างพวกแกมาทำงานแทนหรอก..”
สมกิตกล่าวอย่างไม่สบอารมณ์ เขาอยากจะฆ่าไอ้แก่นั่นมาตั้งนานแล้ว ถึงแม้ว่าตาแก่นั่นจะเป็เพื่อนของพ่อเขาก็ตาม แต่เพื่อหุ้นของห้างสรรพสินค้า เขาจำเป็ต้องให้ตาแก่นั่นตาย เขาอุตส่าห์วางแผนมาร่วมหลายเดือนแล้ว ทำให้หุ้นของห้างตกต่ำถึงที่สุด เมื่อถึงเวลาที่ตาแก่นั่นตายหุ้นที่มันถืออยู่เขาจะกว้านซื้อให้หมด เพื่อที่เขาจะกลายเป็ผู้ถือหุ้นส่วนใหญ่ของห้าง และกลายเป็ประธานบริษัทเครือห้างในที่สุด
เขานั้นทราบดีว่าทายาทของตาแก่ประธานเครือห้างปัจจุบันไม่หลงเหลือแม้แต่ญาติห่างๆ และเท่าที่เขาทราบพินัยกรรมของตาแก่นั่นคือเมื่อเขาตายไป หุ้นของเครือห้างที่แกนั้นถือกว่า 41 เปอร์เซ็นต์ จะถูกโอนมอบให้กับสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าสักแห่งหนึ่ง เขาก็แค่ต้องทำการซื้อต่อจากพวกนั้นในราคาที่ต่ำกว่ามาตรฐานเท่านั้นเอง เท่านี้ทุกอย่างก็เป็ไปตามแผนแล้ว แต่ทว่าพวกนักฆ่าพวกนั้นกลับทำงานผิดพลาด มันทำให้เขาไม่พอใจก็คงไม่แปลก..
“เสี่ย!.. เสี่ยฟังผมดีๆนะครับ ถ้าเสี่ยไม่ช่วยเหลือเราในเื่ที่ผมกำลังจะขอนี้ พวกเราได้กอดคอกันเข้าคุกกันแน่นอนครับ.. ผมไม่ได้ขู่นะครับเสี่ย แต่ผมทำจริง!.. อีกอย่างเื่ที่ผมจะขอ เสี่ยก็สามารถทำได้ราวกับพลิกฝ่ามือ แค่เสี่ยช่วยสั่งให้มีการลบกล้องวงจรปิดหน้าห้าง แค่นั้นก็เพียงพอแล้วครับ..” ปลายสายกล่าว
“…เออ!.. ก็ได้! ฉันจะช่วยพวกแก แต่พวกแกจงจำเอาไว้ ถ้าพวกแกกล้าที่จะขู่ฉันเป็ครั้งที่สองล่ะก็.. ฉันไม่เก็บพวกแกเอาไว้แน่..จำไว้” สมกิตกล่าวก่อนจะกดวางสายพวกมันไปอย่างไม่สบอารมณ์สุดๆ
“ชิ! พวกมันคิดจะขู่ฉันคนนี้อย่างนั้นเหรอ ฝันไปเถอะ!.. รอพวกแกทำงานเสร็จก่อนล่ะก็ ฉันจะเก็บกวาดพวกแกไปพร้อมกับตาแก่งี่เง่านั่น..หึหึ” สมกิตกล่าว ก่อนที่เขาจะสั่งงานใครบางคนผ่านโทรศัพท์ และนั่นมันก็ทำให้เขายิ้มออกมาอย่างชอบใจ ถึงแม้ว่าครั้งนี้เขาจะเสียเงินเยอะมหาศาล แต่ทว่าถ้าแลกกับความคุ้มค่าที่จะได้รับมาแล้ว แค่นี้มันถือว่าจิบๆ
..กลับมาด้านของพล ที่ตอนนี้นอนกะพริบตาปริบๆอยู่โรงพยาบาล..
“บ้าเอ้ย! นี่มันเื่อะไรกัน?..” พลตื่นขึ้นมาพร้อมกับกุญแจมือของตำรวจที่มัดเข้าเอาไว้กับเตียงผู้ป่วย ซึ่งมันทำให้เขาสงสัยเอามากๆว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่..
“แกตื่นแล้วเหรอไอ้หนู.. อย่าพยายามให้มันมากเลย ตอนนี้แกตกเป็ผู้ต้องสงสัยในคดีพยายามฆ่าผู้อื่นอยู่..” ชายคนหนึ่งที่นั่งอยู่บริเวณใกล้เคียงกับพลกล่าวขึ้นในขณะที่กำลังอ่านหนังสือพิมพ์ของโรงพยาบาล และเมื่อพลได้ยินดังนั้นเขาก็มึนงงหนักกว่าเดิมอีก
“ห๊ะ!.. ผมพยายามจะฆ่าคนอื่น?..” พลกล่าวพร้อมกับพยายามนึกคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยความที่เพิ่งตื่นผสมกับฤทธิ์ยา มันทำให้เขามีอาการเบลอ แต่เขาก็ยังคงจำได้แม่นว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเขาบ้าง หลังจากผ่านไปได้สักพักหนึ่ง ชายคนเดิมที่ได้ยินพลกล่าวเขาก็วางหนังสือพิมพ์ลง ก่อนจะลุกตัวขึ้นมาอธิบาย..
“ใช่! คนที่แกพยายามจะฆ่าคือประธานบริษัทเครือห้าง ‘ยูเรียเซีย’ .. ในระหว่างที่แกกำลังข้ามถนนกับท่านประธาน แกเป็คนผลักท่านให้รถเฉียวชน.. ดังนั้นแกจึงถูกตั้งข้อหาเบื้องต้นคือพยายามฆ่า.. และถ้าท่านประธาน ‘ชีหลง’ ไม่รอดล่ะก็ แกจะถูกตั้งข้อหาฆาตกรรมทันที แกได้ติดคุกหัวโตแน่นอน..หึหึ”
ชายคนนั้นกล่าว พลที่ได้ยินก็ขมวดคิ้วหนัก เพราะเท่าที่เขาจำได้คือเขาช่วยเหลือคุณตาคนนั้นไว้ไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมความเป็จริงมันถึงถูกบิดเบือนไปมากขนาดนี้กัน เขาไม่เข้าใจ..
“เดี๋ยวนะ! ผมจำได้ว่าผมเป็คนช่วยเหลือคุณตาท่านนั้นไว้ไม่ใช่หรือยังไง.. ทำไมถึงเป็แบบนี้ไปได้ล่ะ” พลกล่าวถามอย่างสงสัย ชายคนเดิมที่ได้ยินก็ร้อง ‘หึหึ’ ในลำคอ ก่อนจะจ้องมองที่พลอย่างจะกินเืกินเนื้อ
“แกคงจะกำลังเบลอยาอยู่ล่ะสิท่า.. ฉันล่ะเกลียดคนอย่างแกจริงๆ ทำอะไรไม่ยอมรับผิด เฮ้อ!” ชายคนเดิมกล่าวดูถูกพลอย่างออกหน้าออกตา และนั่นมันก็ทำให้พลมีอารมณ์โกรธไม่น้อยเลยทีเดียว เขาอุตส่าห์ช่วยเหลือคนอื่นเอาไว้ แต่กลับถูกปฏิบัติอย่างนี้มันใช้ได้ที่ไหน..
“แล้วคุณเป็ใครไม่ทราบ คุณมีสิทธิ์อะไรที่มาด่ากล่าวกับผมเช่นนี้.. คุณไม่มีสิทธิ์ด้วยซ้ำที่จะจับตัวของผม.. ทั้งๆที่ผมพยายามช่วยคุณตาคนนั้นเอาไว้แท้ๆ พวกคุณเป็ใครถึงกล้ามาบิดเบือนความจริงอย่างนี้” พลกล่าวถามอย่างไม่สบอารมณ์ ทั้งๆที่เขายังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าชายตรงหน้าคือใคร แต่กลับกล้ามาด่าเขาต่อไหนถึงต่อไหน จะบอกว่าเป็คนที่ไร้มารยาทที่สุดที่เขาพบเจอมาคนหนึ่งเลยก็ว่าได้
“เหอะ! พยายามช่วย? พวกฉันบิดเบือนความจริง?.. แกนั้นแหละที่กำลังบิดเบือนความจริง แกคงเสพยาเสพติดมาล่ะสิท่า.. เฮ้อ! จะบอกให้เอาบุญ..เรามีหลักฐานที่ว่าแกเป็คนผลักท่านประธานชีหลงตอนที่กำลังจะข้ามทางม้าลาย.. แล้วถ้าผลตรวจเืของแกออกมาเมื่อไหร่ แกโดนหนักกว่านี้แน่..อีกอย่างหนึ่งที่แกถามว่าฉันคนนี้เป็ใคร.. ฉันก็เป็ตำรวจที่จะคนชั่วๆอย่างแกเข้าตารางยังไงล่ะ!..”
ชายคนเดิมกล่าวพร้อมกับหยิบตราของตำรวจออกมาให้กับพลรับชม นอกจากนี้เขายังโชว์บัตรตำรวจให้อีกฝ่ายเห็นชัดๆว่า เขาเป็ตำรวจจริงๆ และมียศเป็ถึงร้อยตำรวจเอก ชื่อ‘มนัส’ หรือผู้กองมนัสนั้นเอง ซึ่งพลก็ดูแล้วว่ามันเป็ของจริงแน่นอน แต่เขายังไม่เข้าใจอยู่ดีว่ามันเกิดอะไรขึ้น
“เดี๋ยวนะครับคุณตำรวจ!.. ที่บอกว่าคุณมีหลักฐาน มันคือหลักฐานอะไรกันครับ..”